ตอนที่สิบเอ็ด
ยาเม็ดิญญา
ยามราตรีที่ถนนแห่งหนึ่งภายในเมืองหลวงที่สองข้างทางเต็มไปด้วยความมืดและความเงียบงัน หลิงเฉินกำลังยืนรอผู้ใดบางคนอยู่
ราตรีก่อน หลังจากแยกแยะกับเด็กน้อยผู้นั้นหลิงเฉินได้นัดหมายกับเด็กน้อยผู้นั้นเอาไว้ว่าจะมาเจอกันที่ถนนเส้นนี้ในคืนนี้
หลิงเฉิน้าให้เด็กน้อยเป็ผู้นำทางเพราะว่าเขาข้ามยุคสมัยมาตั้งห้าร้อยปี อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ต้องพึ่งพาเด็กน้อยเพื่อหาสิ่งที่้าในตอนนี้
ไม่นานนักเด็กน้อยก็มาตามนัดเขารีบวิ่งมาหาหลิงเฉินที่ยืนอยู่แต่ไกล
“ ท่านผู้ฝึกตน!!! ” เด็กน้อยร้องเรียกหลิงเฉินั้แ่ไกล หลิงเฉินที่ยืนอยู่ปรายตาไปมองร่างของเด็กน้อยวัยแปดปีที่รีบวิ่งมา
“ มาแล้วงั้นรึลู่ิ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาหลังจากที่เด็กน้อยมาหยุดลงตรงหน้าของตนเอง
เด็กน้อยผู้นี้คือลู่ิเขาเป็เด็กน้อยที่เป็ขอทานคนหนึ่งในเมืองแห่งนี้ โดยเขามีน้องสาวและแม่ที่ต้องเลี้ยงดู หลิงเฉินเห็นแล้วสงสารก็เลยหวังจะจ้างเขาเพื่อเอาไว้ใช้งานแล้วให้เงินเป็ค่าตอบแทน
อีกใจหนึ่งก็คือหลิงเฉินให้เห็นถึงพร์ภายในตัวของเด็กน้อยผู้นี้เขาจึงจะหวังว่าสักวันเด็กน้อยผู้นี้จะกลายเป็ศิษย์ของเขา ในยุคสมัยเมื่อห้าร้อยปีก่อนที่จักรพรรดิอักขระเช่นนี้ไม่มีศิษย์เลยสักคนเพราะว่าไม่สามารถหาคนที่มีนิสัยใจคอคู่ควร
“ ขอรับวันนี้ท่านผู้ฝึกตนจะให้ข้าทำอันใดหรือขอรับ ” เด็กน้อยลู่ิกล่าวอย่างตื่นเต้น เขานั้นมิได้ตื่นเต้นกับงานที่จะได้รับแต่ว่าเขาตื่นเต้นกับเงินที่จะได้รับต่างหาก
“ ไม่ต้องเรียกว่าผู้ฝึกตนเ้าเรียกข้าว่าหลิงเฉิน ” หลิงเฉินกล่าวออกมา เพราะว่าถ้าเด็กน้อยเอาแต่เรียกเขาว่าผู้ฝึกตนเช่นนี้ถ้าผู้อื่นเข้ามาได้ยินมันคงจะไม่ดีนัก
“ ขอรับงั้นข้าจะเรียกท่านว่า ท่านหลิงเฉินน่ะขอรับ ”
หลิงเฉินพยักหน้าพองให้ด้วย
“ ข้าอยากจะถามเ้าหน่อยว่าในเมืองหลวงในยามค่ำคืนเช่นนี้มีร้านขายยาใดเปิดอยู่หรือไม่ ” เขาเอ่ยถามเพราะว่าหลิงเฉินออกมานอกวังในยามกลางวันมิได้จึงต้องออกมาหายาเม็ดิญญาในตอนกลางคืนเช่นนี้
ลู่ิทำหน้าตาครุ่นคิดสักพักก่อนที่ใบหน้าจะเปล่งประกายขึ้นมา “ มีขอรับๆ ”
“ นำทางไป ”
เด็กน้อยลู่ินำพาหลิงเฉินไปที่ร้านยาร้านเล็กๆแห่งหนึ่งภายในถนนเล็กๆเส้นหนึ่งภายในเมืองหลวง สองข้างทางนั้นมืดมิดกว่าถนนเส้นก่อนหน้าที่ที่พวกเขานัดพบเจอกัน
ร้านยาเล็กๆที่มีแสงสว่างไสวเปล่งกายอยู่แห่งเดียวภายในถนนเส้นนี้ ระหว่างที่เดินทางมาที่แห่งนี้ลู่ิก็บอกเล่าเกี่ยวกับร้านยานี่ให้ฟัง
ลู่ิบอกเอาไว้ว่าร้านยาร้านนี้มีท่านตาผู้หนึ่งเป็เ้าของ ผู้คนมักจะเรียกท่านว่าท่านหมอหวัง โดยนิสัยของท่านหมอผู้นี้แปลกประหลาดยิ่งนัก ร้ายยาทั่วทั้งเมืองมักจะเปิดขายยาในตอนกลางวัน แต่วันมีเพียงร้านของท่านหมอหวังเท่านั้นที่เปิดขายยาในตอนกลางคืน ผู้คนมักจะบอกว่าเขาเป็ท่านหมอเสียสติ
แต่ลู่ิมิได้มองเป็เช่นนั้นเพราะว่าท่านหมอหวังเปิดร้านในยามค่ำคืนเช่นนี้ ยามที่มารดาและน้องสาวตัวน้อยของเขาป่วยก็ได้ท่านหมอิผู้นี้ที่คอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือท่านหมอไม่เคยคิดค่ายากับลู่ิเลย
หลิงเฉินที่มาถึงร้านยาของท่านหมอหวังเขาก็เดินเท้าเข้าไปอย่างไม่รีรอ เมื่อเข้าไปด้านในก็พบเจอเข้ากับชายชราวัยประมาณห้าสิบปีที่มีหนวดเคราและผมสีขาวโพลนท่าทางใจดีกำลังหมกมุ่นกับการทำยาสมุนไพรอยู่
“ ท่านหมอหวังขอรับ!!! ” เสียงเล็กแหลมของเด็กน้อยลู่ิดังขึ้นมาทำให้ ท่านหมอหวังที่กำลังหมกมุ่นสะดุ้งโยว
“ เอ๋!!! เ้าหนูลู่เ้ามาได้เยี่ยงไรมารดาเ้าเป็อันใดอีกงั้นหรือ ” ท่านหมอเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าของเด็กน้อย
“ ไม่ขอรับคือพี่ชายนี่อยากจะซื้อยาน่ะขอรับ ” ลู่ิกล่าวพร้อมผายมือไปยังหลิงเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ท่านหมอใช้สายตามองสำรวจร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ เด็กหนุ่มที่สวมใส่เสื้อผ้าขาดรุยเหมือนกับชุดของพวกทาสหรือขอทานภายในเมือง ถึงเป็เช่นนั้นท่านหมอหวังก็ไม่สนกับเครื่องแต่งกายภายนอกถ้าหนุ่มน้อยขอทานผู้นี้อยากจะซื้อยาเขาก็คิดว่าขอทานผู้นี้เป็ลูกค้าเช่นกัน
“ หนุ่มน้อยเ้าอยากได้อันใดเล่า ” ท่านหมอหวังเอ่ยตามมารยาท
หลิงเฉินก้าวเท้าเข้าใกล้ท่านหมอหวังเพื่อสนทนา อย่างแรกที่หลิงเฉินทำก็คือการนำงานจำนวนหนึ่งชั้นยกขึ้นมาวางลงตรงหน้าของท่าหมอหวัง เขาทำเช่นนี้เพื่อให้ท่านหมอเชื่อว่าเขานั้นมีเงินอันจะจ่ายยาที่เขาจะซื้อ
ท่าหมอหวังหรี่ตาลงเล็กมองใบหน้าของหลิงเฉิน เงินหนึ่งชั่งนั้นไม่ใช่เงินที่น้อยๆเมื่อ
“ ข้าอยากจะขอซื้อยาเม็ดิญญาหน่อยขอรับท่านหมอ ” หลิงเฉินเข้าประเด็นอย่างไม่รีรอ ภายในใจของเขาก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าที่ร้านยาเล็กๆแห่งนี้จะมียาเม็ดิญญาที่เขา้าหรือเปล่า เพราะว่าของยาเม็ดิญญามิได้หาได้ง่ายๆสักเท่าไหร่
“ เ้า้าเท่าใด ” ท่านหมอหวังกล่าวกลับมาอย่างเรียบเฉย ราวกับว่าเขานั้นมีของที่หลิงเฉิน้า
“ ท่านขายเม็ดละเท่าไหร่หรือขอรับ ” หลิงเฉินถาม
“ เม็ดละ 50 ตำลึง ”
“ ข้าเอา 20 เม็ดรวมแล้วเป็เงินหนึ่งพันขอรับ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาเขามีเงินอยู่ตั้งหลายพันตำลึงเพียงแค่เงินหนึ่งพันตำลึงเขาใช้มันหมดไปก็เป็ไร อย่างไรเสียตอนนี้เขาจำเป็ใช้ยาเม็ดิญญาเพื่อเพิ่มพูนพลังิญญาภายในร่างกายของตนเองให้รวดเร็วที่สุด
“ นี่เ้าหนุ่มน้อยเ้าคงไม่คิดจะฆ่าตัวตายให้หรือไม่ การใช้ยาเม็ดพลังิญญาในการฝึกฝนมันไม่เป็ทางที่ดีนักหรอกน่ะ ” ท่านหมอหวังกล่าวออกมาด้วยความเป็ห่วง เขาเป็หมอในยุทธมานานจึงรู้เื่เกี่ยวกับการฝึกตนมากพอสมควร อีกอย่างเขาเป็หมอถ้าไม่รู้ผลดีหรือผลเสียของยาที่ขายก็กระไรอยู่
“ ท่านหมอไม่ต้องกังวลหรอกขอรับข้า้าซื้อทั้งหมดนั้นแหละ ” หลิงเฉินกล่าวพลางยกยิ้มที่มุมปากด้านขวาด้วยความมั่นใจ
จบตอน