บทที่ 43 ลูกกอล์ฟกระแทกเข้าที่ข้อพับเข่าของเธอ
ฉู่ซือเจียวมองตามลูกกอล์ฟไป แล้วเบ้ปากพูดว่า “ก็แค่ระดับมือใหม่”
เธอตั้งใจจะทำให้หลีเกออับอาย จึงตีอีกลูกและลูกที่สองนี้ลอยไปไกลกว่าลูกแรก แต่เหงื่อก็เริ่มผุดขึ้นที่หน้าผากของเธอ เห็นได้ชัดว่าเริ่มเหนื่อยแล้ว
จริง ๆ แล้วการเล่นกีฬาชนิดนี้ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก ขอแค่โพสท่าถูกต้อง การเหวี่ยงแขนก็ทำได้ง่าย ๆ ยิ่งตีแบบผ่อนคลายเท่าไหร่ ลูกกอล์ฟก็จะยิ่งลอยไกลเท่านั้น
หลีเกอไม่สนใจคำยั่วยุของฉู่ซือเจียว หญิงสาวปรับท่าทางเล็กน้อยแล้วตีลูกกอล์ฟออกไปอีกลูก
ลูกกอล์ฟที่ลอยออกไปเหมือนจะหายไปในขอบฟ้า ไกลจนมองไม่เห็น
ฉู่ซือเจียวมองไม่เห็นลูกกอล์ฟอยู่พักใหญ่ จึงพูดจายียวนว่า “นี่ อย่าบอกนะว่ามันตกลงตรงหน้าเธอแล้วน่ะ?”
คำพูดของเธอยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงนกหวีดดังมาจากสนามหญ้าที่อยู่ไกลออกไป
“เธอ เธอตีลูกลงหลุมได้งั้นเหรอ?” ฉู่ซือเจียวเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อเลย “ฉันเล่นมาสองปียังแทบจะทำหลุมไม่ได้เลย เธอเป็นแค่มือใหม่ จะทำหลุมได้ยังไง?”
หลีเกอยิ้มเล็กน้อย “ฉันไม่เคยบอกว่าฉันตีกอล์ฟไม่เป็นนี่คะ คุณเองนั่นแหละที่คิดไปเอง”
ฉู่ซือเจียวกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างแรง
เสียงนกหวีดหมายความว่ามีคนตีลูกเข้าหลุมได้ ฟู่ซือเหยียนและคู่ค้าอีกสองสามคนก็ได้ยินเช่นกัน
ผู้ชายคนหนึ่งในนั้นหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่คิดเลยว่าคุณผู้หญิงคนนั้นจะเล่นกอล์ฟเก่ง แถมยังสวยอีกต่างหาก อยู่แผนกไหนในบริษัทของคุณฟู่เหรอครับ? แต่งงานหรือยัง?”
ชายคนนั้นจ้องมองไปที่หลีเกอตาไม่กะพริบ ดูเหมือนจะสนใจเธอมาก
ฟู่ซือเหยียนก็ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยคนนี้จะเล่นกีฬาแบบนี้ได้ เมื่อถูกถาม เขาจึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบว่า “เธอเพิ่งหย่าครับ ครอบครัวแตกแยก”
“ผู้หญิงสวยขนาดนี้ ยังมีคนไม่เอาอีกเหรอ?” ชายคนนั้นตกใจ แต่กลับยิ่งสนใจมากขึ้น “เธอนามสกุลหลีใช่ไหม? ผมอยากคุยกับเธอสักหน่อยน่ะครับ”
พูดจบชายคนนั้นก็ตะโกนไปทางหลีเกอ “คุณหลี คุยกันหน่อยได้ไหมครับ?”
ฟู่ซือเหยียนรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เขาพูดชัดเจนขนาดนี้คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จักถอย แต่กลับยิ่งสนใจมากขึ้น นี่มันจะมาจีบคนของเขา แล้วยังจะพากลับไปอีกเหรอ?
แต่ฟู่ซือเหยียนไม่ทันได้พูดอะไร หลีเกอก็เดินมาแล้ว
ชายคนนั้นแสดงความสนใจหลีเกออย่างเห็นได้ชัด เพื่อน ๆ ข้าง ๆ เขาก็รู้นิสัยของเขาดีจึงได้แต่ยิ้ม ๆ หลีเกอก็ไม่อยากปฏิเสธ จึงต้องคุยกับเขา
“คุณหลีอยากไปเที่ยวประเทศไหนมากที่สุดครับ?”
“เดนมาร์กค่ะ”
“เดนมาร์กเป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย ผมก็ชอบนะครับ ยายของผมเป็นคนเดนมาร์ก”
“...”
“ตาของคุณหลีสวยมาก ต้องเหมือนคุณแม่แน่ ๆ คุณแม่ของคุณหลีต้องสวยมากแน่ ๆ”
หลีเกอยิ้มเจื่อน ๆ “ค่ะ ฉัน…เหมือนแม่ค่ะ”
“คุณหลีครับ ถ้ามีเวลาว่างพวกเราไปเที่ยวเดนมาร์กด้วยกันไหมครับ?” ชายคนนั้นได้คืบจะเอาศอก “ตอนเด็ก ๆ ผมเคยอยู่เดนมาร์ก ผมพาคุณเที่ยวเดนมาร์กได้นะครับ”
“...”
ผู้ชายคนนี้พูดมากขนาดนี้ คิดจะจีบเธอหรือไงเนี่ย?
อยู่ ๆ ก็มีกาแฟครึ่งแก้วหกใส่หลีเกอ แต่ก็เลอะแค่ชายเสื้อของเธอเท่านั้น หลีเกอรีบลุกขึ้นยืนทันที
“ผมถือไม่ระวังเอง ขอโทษด้วย” ฟู่ซือเหยียนกล่าวขอโทษ “คุณไปเข้าห้องน้ำ จัดการชุดก่อนเถอะ”
“งั้นก็ขอบคุณประธานฟู่มากนะคะ” หลีเกอกัดฟันยิ้ม แล้วหันหลังไปเข้าห้องน้ำ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่พอใจกับวิธีการของฟู่ซือเหยียน แต่ก็ไม่ต้องคุยกับผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว
ฉู่ซือเจียวมองด้วยความโมโห
หลีเกอนังดอกบัวขาวนี่ ทำไมพอเจอใครก็คิดจะอ่อยทุกคนเลยหรือไง? ทำกาแฟหกใส่ตัวเองเนี่ยนะ ให้พี่เหยียนยื่นกระดาษทิชชู่ให้ แล้วยังยิ้มใส่เขาอีก?!
หลังจากที่หลีเกอจัดการเสื้อผ้าเสร็จแล้วกลับออกมา ฉู่ซือเจียวยิ่งมองเธอก็ยิ่งโมโห ตอนกระทืบเท้าเธอก็เผลอไปเตะโดนลูกกอล์ฟ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเธอ วินาทีต่อมาไม้กอล์ฟก็ฟาดใส่ลูกกอล์ฟ
ลูกกอล์ฟที่ใช้เล่นกอล์ฟนั้นมีน้ำหนักพอสมควร ครั้งนี้ถูกฉู่ซือเจียวตีอย่างแรงจนพุ่งเป็นเส้นตรง กระแทกเข้าที่ข้อพับหลังเข่าของหลีเกออย่างจัง
“โอ๊ย!” ความเจ็บปวดทำให้หลีเกอร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นเทา ไม่มีแรงยันตัวจึงล้มลงไปกองกับพื้น
สีหน้าของฟู่ซือเหยียนเปลี่ยนไป เขารีบลุกขึ้นไปประคองเธอทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
แม้ฟู่ซือเหยียนไม่ต้องถาม แต่สีหน้าของหลีเกอและลูกกอล์ฟที่กลิ้งอยู่ข้าง ๆ ก็บอกทุกอย่างแล้ว
“ฉู่ซือเจียว!” ฟู่ซือเหยียนเงยหน้ามองไปทางคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าบึ้งตึงน่ากลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อและนามสกุลของเธอ แสดงว่าเขาโกรธมาก
“ฉัน ฉันไม่ได้ดูทิศทางให้ชัดเจน” ฉู่ซือเจียวยืนห่อไหล่ ตัวสั่นด้วยความรู้สึกผิด “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ อีกอย่างเธอก็แค่โดนลูกกอล์ฟกระแทกนิดหน่อยเอง ก็ไม่เห็นเป็นอะไร”
“ถ้าไม่เป็นอะไร งั้นให้ฉันลองตีลูกกอล์ฟใส่เธอดูบ้างไหมล่ะ!” หลีเกอตะโกนด่า ถ้าไม่ใช่เพราะเจ็บจนลุกไม่ขึ้น เธอต้องตบหน้าฉู่ซือเจียวไปแล้วแน่ ๆ
เธอทนผู้หญิงที่เอาแต่ใจคนนี้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“ลุกขึ้นยืนได้ไหม?” ฟู่ซือเหยียนพยายามประคองหลีเกอให้ลุกขึ้น
ลูกกอล์ฟลูกนั้นกระแทกแรงเกินไป ไม่ต้องพูดถึงเรื่องยืนไหวหรือไม่ไหว แค่หลีเกอขยับตัวนิดเดียวก็ปวดไปทั้งตัว แม้กระทั่งดวงตายังแดงก่ำ
“ท่านประธานฟู่ คุณรีบพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ ถ้าไปช้าขาอาจจะมีปัญหาได้” หัวหน้าแผนกหลิวพูดอย่างร้อนรน “เดี๋ยวผมจะรับผิดชอบส่งแขกกลับไปเองครับ”
ฟู่ซือเหยียนพยักหน้ารู้ว่าไม่ควรจะชักช้า เขาจึงสอดแขนไปใต้หลังและขาของหลีเกอ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นในท่าอุ้มแนวนอน เมื่อเดินผ่านฉู่ซือเจียว เขาหยุดชะงักลง
ฉู่ซือเจียวบิดนิ้วด้วยความกังวลใจ เธอพูดอย่างร้อนรนว่า “พี่เหยียน ฉันรู้แล้วว่าฉันผิด ฉันผิดไปแล้ว”
“ฉันเคยบอกอะไรเธอไว้?” ฟู่ซือเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว! กลับไปเขียนรายงานสำนึกผิดมา 100 ฉบับ แล้วภายในสามวันนี้ห้ามออกจากคอนโด แม้แต่ครึ่งก้าว ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน!”
“พี่เหยียน!” ฉู่ซือเจียวน้ำตาคลอเบ้า “ฉันรู้แล้วว่าฉันทำผิดไป ฉันไม่อยากโดนทำโทษ”
“ไสหัวไป!”
ฉู่ซือเจียวไม่เคยโดนฟู่ซือเหยียนด่าแบบนี้มาก่อน สีหน้าบึ้งตึงของเขาทำให้เธอตกใจจนร้องไห้ออกมาทันที เธอร้องไห้สะอื้นวิ่งออกจากสนามกอล์ฟไป
รถตู้จอดอยู่ที่ลานจอดรถกลางแจ้ง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมหมวกเบสบอล สวมเสื้อยืดเผยให้เห็นผิวสีแทนสุขภาพดี กำลังยืนพิงรถตู้ ดูเหมือนกำลังพักผ่อน
หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้า กวนชิงเฟิงก็ลืมตาขึ้นทันที
เขาเห็นหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนในคนรูป กำลังร้องไห้และวิ่งมาทางนี้จึงรีบเปิดประตูหลังรถ “คุณหนูฉู่”
“คุณหนูบ้าบออะไร! หุบปากไปเลย!” ฉู่ซือเจียวด่าเขายับหลังจากเธอขึ้นรถแล้วก็กระแทกประตูปิดเสียงดัง ถ้ากวนชิงเฟิงมือไม่ไวพอนิ้วมือคงต้องขาดแน่
กวนชิงเฟิงสบถในใจ 'โคตรแย่'
ตอนแรกเขาคิดว่าการรับงานแทนเพื่อนเป็นบอดี้การ์ดให้กับคุณหนูเอาแต่ใจที่ได้เงินเดือนตั้งสองหมื่นต่อเดือนเป็นเรื่องง่าย ๆ สบาย ๆ ที่ไหนได้ คนที่ต้องปกป้องดันเป็นคุณหนูเรื่องมากขนาดนี้
“มัวทำอะไรอยู่ ยืนโง่อยู่ได้ ขับรถสิ!” ฉู่ซือเจียวปิดประตูดังปัง
“...”
หลีเกอตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามกัดฟันอดทน แต่น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ทำให้เสื้อเชิ้ตของฟู่ซือเหยียนเปียกไปครึ่งตัว
ฟู่ซือเหยียนปลอบโยนว่า “อดทนหน่อยนะ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว”
เมื่อมาถึงลานจอดรถกลางแจ้ง ฟู่ซือเหยียนวางหลีเกอไว้ที่เบาะหลัง เมื่อหลีเกอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นรถตู้คันหนึ่งขับผ่านไปบนถนนเล็ก ๆ ข้างหน้า คนขับเป็นชายหนุ่ม
นั่นชิงเฟิงหรือเปล่านะ?
ใบหน้าด้านข้างที่คุ้นเคยผ่านไปแวบเดียว ทำให้หลีเกอลืมความเจ็บปวด เธอชะเง้อมองออกไป แต่รถตู้ก็ขับออกไปไกลแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น?” ฟู่ซือเหยียนถาม เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้
หลีเกอเจ็บเกินกว่าจะพูด เธอจึงได้แต่ส่ายหัว เธอคิดว่าเธอคงตาฝาดไปเมื่อครู่นี้ โรงเรียนของชิงเฟิงเป็นโรงเรียนประจำแบบปิด แล้วตอนนี้ก็เป็นเวลาเรียน เขาจะออกมาข้างนอกได้ยังไงกัน