1
ชีวิตคนเราช่างเดายาก ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตมักทำให้เราต้องทบทวนไปมา จนรู้สึกว่ามันถูกหรือมันผิดกันแน่ เพราะเราต้องตัดสินใจ ที่ต้องเดินต่อ เราจึงต้องไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเส้นทางของเรา เพื่ออนาคต จะมีอยู่จุดๆหนึ่งที่เราจะนึกได้ว่า ควรทำอย่างไรเมื่อเรานึกได้ ..
ความรู้สึกที่อยากจะหลุดพ้น ความหวัง เป็สิ่งที่ไคว่คว้ามาได้ยากเหมือนกับอากาศที่ไม่สามารถสำผัสมันได้แต่รับรู้ความรู้สึกนั้นได้
" ตริงตริ่งตริ้งง งง! ตริงตริ่งตริ้งงง งง!! " เสียงรอสายของคนโทรเข้ามาเวลา 9 โมงเช้าตรู่ ทำให้คนที่คลุกอยู่ในที่นอนนั้นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วคว้าโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างๆ ขึ้นมารับสาย
" ฮัลโหล ว่าไง มีอะไรรึเปล่า โทรมาแต่เช้าเลย "
" ตื่นได้แล้วว เขียนไข ถ้ายังไม่ตื่นละก็ ฉันจะไปหาเธอที่ห้องนะ! "
" โอเค ตื่นแล้ว ว.. ขอบใจนะที่โทรมาปลุก ฉันฝันร้ายอยู่พอดีเลย "
" เธอฝันร้ายอีกแล้วหรอ มาที่ร้านสิ่ จะได้คุยกัน "
" ได้ ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ไว้เจอกันที่ร้าน "
" ได้จ๊ะ เด็กน้อย เดินดีๆนะ ระวังหกล้ม คิคิ " ตรุ๊ด ดด.. แหมม เห็นฉันเป็เด็กรึไงกันน -3-
ระหว่างทาง .. มีถนนที่กำลังซ่อมแซม ทำให้มีหินมากมายเกลียกลายตามพื้น " โอ๊ย ยย!! "สายตาของฉันมัวแต่มองว่าเขาซ่อมแซมอะไรกันอยู่ จนฉันเดินสดุดก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า หกล้มเป็แผลเืไหล ฉันรีบพยุงตัวเองขึ้นแล้วเดินต่อไปจนถึงร้านคาเฟ่ของเพื่อนรักฉันทันที
ร้าน " คาเฟ่ วินเทลเลจ "
กรึ๊ง ง เสียงกระดิ่งเปิดประตูเข้าร้าน ดังขึ้น " ยินดีต้อนระ.. ว๊ายย!" พนักงานต้อนรับของร้านคาเฟ่ หรือก็คือเพื่อนรักของฉันเอง เหมียว เมื่อเธอเห็นสภาพของฉัน เธอก็รีบพยุงตัวให้มานั่งที่โซฟาใกล้ๆทันที
" เธอไปโดนอะไรมาเนี้ย!! รอนี่แปปนะ เดี๋ยวฉันไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ " ฉันพยักหน้าหนึ่งที ก่อนที่ร่างเล็กของเธอจะรีบวิ่งไปที่หลังร้าน เพื่อไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้กับฉันอย่างร้อนรน
ตึก ตึก ตึก " นี่ ฉันมาแล้วว!! " เธอรีบวิ่งมาที่ฉันเพื่อที่จะทำแผลให้ ก่อนที่ฉันจะเอ่ยปาก ว่าจะทำแผลเอง
" เขียนไข เธอแน่ใจ..? "
" อื้อ ได้.. " ฉันเปิดกล่องแล้วหยิบอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมา มือของฉันที่ถือสำลีชุบยาทำแผลอย่างสั่นๆ ทำให้เหมียวลุ้นว่าฉันจะทำแผลได้หรือไม่
จึบบ! " โอ้ย ยโยยย ซี๊ดด .." ฉันหน้าหงิกทันทีเมื่อฉันทาแผลแรงเกินไป
เหมียวส่ายหน้าไปมา " ไม่น่ารอด เดี๋ยวฉันทำเองดีกว่า " ฉันยื่นสำลีส่งต่อให้เธอทำทันที
ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนี้ ช่างแตกต่างอย่างฟ้ากับเหว " วิเศษไปเลย เธอทำแผลแล้วฉันไม่เห็นรู้สึกเจ็บสักนิด เธอทำได้ไง "
เธอยิ้มอย่างภูมิใจ " มันแน่อยู่แล้ววว ก็ฉันเพื่อนรักคนเก่งของเธอนี้นา คิ๊คิ๊ ^^ "
" เง๊อะ! -3- "
" 5555+ เธอนี่มันน่ารักจริงงจริ๊งง ดูหน้าซีดๆของเธอซะก่อนสิ่ ;p " สงสัยจะเป็เพราะฉันกลัวเื มันจึงทำให้หน้าและมือของฉันเห็นผลชัดเจนขนาดนี้
" คงเป็เพราะฉัน กลัวเื t.t "
เหมียวหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นอาการของฉัน " 555+ เธอเนี้ยน๊าา ใจเสาะจริงเชียว เด็กน้อยยจริงงจริ๊งง เหมาะกับพี่ชายฉันมากก เสียดายที่คนทำแผลไม่ใช่เขา แต่ดันเป็ฉันนี่สิ่ เห่ออ.."
" แล้วเธอรู้ได้ไงว่าพี่ชายเธอจะเหมาะกับฉันน่ะ "
เหมียวครุ่นคริดก่อนจะบอกฉันว่า " ก็เคมีทั้งสองคนดูเข้ากันจะตายไป ^3^ "
" - -+ ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี "
" เอาเถอะๆ เดี๋ยวพอเธอเจอเขาก็รู้เองแหล่ะว่าเข้าขากันได้ยังไง >< " ฉันล่ะงงกับความคิดเล็กน้อยของเธอจริงๆ เหมียว
" ว่าแต่เธอ ไปโดนอะไรมา ถึงได้สภาพเป็แบบนี้? "
" ฉันเดินสะดุดหินหกล้ม ระหว่างเดินทางมาที่ร้านเธอนั้นแหล่ะ พอเธอพูดแบบนั้นในโทศัพท์ฉันก็เลยเป็แบบนี้เลย"
" ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ฉันเป็ห่วงเธอนี่นา เห็นเธอซุ่มซ่าม ไม่ค่อยระวัง ฉันก็เป็ห่วงเพื่อนรักของฉันไม่ได้รึไง แบร่ ;P "
" เขาเรียกว่าพูดเป็ลางไง -+-"
" โอ๋ๆ เค้าขอโต๊ดดน๊าา ตะเองง เค้าผิดไปล้าววว TxT "เหมียว ทำหน้าซะอึกซะอื้นใส่ฉัน เอาตัวมาไซร์เหมือนลูกแมว มันคือลูกไม้ขี้อ้อนประจำตัวของเธอนั้นเอง
" ฮ่าๆ ๆ ไม่ได้โกธรอะไรเธอหรอก เป็ฉันต่างหาก ที่ซุ่มซ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีๆเอง จริงๆนั้นแหล่ะ "
" เห็นไหม เธอซุ่มซ่ามจริงๆ "
" - . -+.. ฉันแต่งนิยายต่อก่อนนะ "
" งั้นเดี๋ยวฉันเอานมสดคาราเมล ของชอบเธอมาให้นะ เธอจะได้คิดอะไรดีๆออก ^^ "
" ขอบใจนะ " ฉันพยักหน้า ก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมากางบนโต๊ะ และเปิดการใช้งานเครื่องคอม ระหว่างรอนั้น..
" มาแล้ววว ว นี้จ๊ะ คนสวย " เหมียววางแก้วนมสดคาราเมลไว้บนโต๊ะ ก่อนจะมานั่งกับฉัน
" ขอบใจนะ เหมียว "
"จ๊ะ ตั้งใจทำงานนะ สู้ๆ เป็กำลังใจให้ +^^ +++ " ฉันพยักหน้า ขอบคุณ แล้วยิ้มให้กับเพื่อนรัก เราสองคนเพื่อนรักต่างมอบความรักความห่วงใยให้ซึ่งกันและกันแบบนี้เสมอ.. ซึ่งมันคือความรักแห่งมิตรภาพที่ฉันเข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ มิตรภาพที่เคยคล้ายกัน เป็มิตรภาพที่ฉันเข้าใจมันอย่างดี..
ระหว่างนั้นก็มีลูกค้าเข้าร้านมาเรื่อยๆ เหมียวจึงไปทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าทันที เธอเป็ลูกเ้าของร้านสาขาคาเฟ่แห่งนี้ เธอมีคุณพ่อเป็เ้าของบริษัทผลิตภัณฑ์ชื่อดังทั่วโลก ส่วนคุณแม่ก็ดูแลธุรกิจคาเฟ่หลายสาขาเช่นกัน แถมพี่ชายสุดที่รักที่เป็ปริศนาของเธอก็ทำงานดูแลกิจการคาเฟ่นอกประเทศ นานๆทีจะเจอกัน ถ้าอยากไปเยี่ยมพี่ชายเธอก็ต้องบินไปหาเขา เพราะเขาดูยุ่งๆมากใน่เริ่มต้นงาน จึงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ รวมถึงหน้าที่ต่างๆอีกมากมายด้วย ที่ว่าพี่ชายปริศนา ก็คือ ฉันยังไม่เคยเจอพี่ชายของเขาเลยด้วยซ้ำ จะเจอก็แค่ในโซเชียลเท่านั้นแหล่ะ แต่ครอบครัวนี้มีพร้อมจริงๆ ทั้งหน้าตา ฐานะ และอื่นๆ รวมๆแล้วสุดติ่งกระดิ่งแมวไปเลยนะเนี้ย ต่างกับครอบครัวฉันแบบสุดขั้ววว ครอบครัวนี้ดูอบอุ่นมากๆ ถึงจะอยู่คนละที่ก็ยังดูมีความสุขในแบบของตัวเอง ห่วงกันมากๆ แต่เห็นเหมียวบอกว่า พ่อของเธอกับพี่ชายจะกลับมาจากประเทศย้ายมาอยู่ที่เดียวกัน คงคิดถึงกันสุดๆ เพราะห่างกันมานานแล้ว..
ฉันนั่งแต่งนิยายได้ประมาณแค่ 1 บรรทัด ก็ทำให้มือของฉันชะงักไป เพราะกำลังครุ่นคิดในความคิดของตัวเอง ที่จริงต้องคิดส่วนเนื้อหาของนิยายสิ่ แต่ทำไมฉันกลับมานั่งคิด ถึงเื่ราวในอดีตกันนะ.. คงเป็เพราะที่หกล้มเมื่อกี้ ฉันแค่กำลังคิดว่า.. แค่เจ็บตัวไม่กี่วันก็หาย แต่ไม่คิดว่าจะเจ็บหัวใจหลายปีผ่านไปคงไม่อาจลืมได้ลง...
คงเป็เพราะเื่ต่างๆที่ผ่านๆมา...
เมื่อหลายปีก่อน..
สมัยเรียน.. ณ ที่โรงเรียน
" นี่เธอ ลองตอบครูมาสิ๊ "
" คือว่า หนู.."
" ... . เธอ ตอบไม่ได้งั้นหรอ "
" . . ."
" เงียบหาประแสอะไรของเธอ ห๊ะ !!! ฉันบอกให้เธอตอบบ!! "
" คือ หนู ตอบไม่ได้ค่ะ ฮึก ก.. ฮึก "
" ยัยโง่!! เธอไม่ควรมาเรียนด้วยซ้ำ มาก็เปลืองเงินพ่อแม่เปล่าๆ มาเรียนทำไม๊ ห๊าา!! " คุณครูง้างมือสุดแรงทุบหลังฉัน ดัง ป๊าบบ!! พร้อมด้วยบิดหูของฉันจนม่วง
"หน๊ะ นะ ... หนู ขะ ขอ ... โทษ ค๊ะ ฮึกก ค่ะ! ฮือ ออออ" เด็กคนนั้นได้แต่ก้มหน้า พร้อมโดนทำโทษต่อหน้าเพื่อนๆ เธอรู้สึกขายหน้าทุกคนที่ตอบคุณครูไม่ได้
" ไปเอาไม้เดี๋ยว แค่นี้ไม่เข็ดหรอก การบ้านก็ไม่ค่อยจะส่งฉัน ซะด้วยนะ เด็กดื้อ รอเดี๋ยวว!!"คุณครูใจร้ายคนนั้นเดินไปห้องพักครูด้วยความโมโหเพื่อไปหยิบไม้ที่เพิ่งเหลามาใหม่ๆ
เด็กคนนั้นได้แต่ยืนท่อง คำว่า อย่าาทำหนูเลยๆ อยู่ซ้ำๆเบาๆ พรึมพรำอยู่คนเดียวหน้าชั้นเรียน ทำให้เพื่อนในชั้นต่างหวาดกลัวการกระทำของคุณครูคนนี้มากๆ
" ฉันมาแล้ว! หันหลัง !! " เด็กคนนั้นได้แต่ท่องคำขอโทษเดิมซ้ำๆ ที่เกิดมาเป็แบบนี้ เธอโดนตีจนบอบช้ำซ้ำไปซ้ำมา เหมือนโดนฆ่ามันทำให้รู้สึกเ็ปรวดราว ทั้งทางกายและทางใจของเด็ก การโดนทารุนอย่างรุนแรงในสถานศึกษา การกดขี่ข่มเหงในแหล่งการเรียนรู้สำคัญแก่เยาวชน ทุกอย่างจนมากเกิดกว่าเหตุ ทำให้เด็กคนนั้นรู้ว่า คำว่า "โรงเรียน" เป็ปมในใจของเด็กคนนั้นไปแล้วนั่นเอง..
ความบริสุทธิ์ที่อยู่ในวัยกำลังโตนั้น ไม่มีอีกต่อไป.. ความกลัว และความหวาดระแวง ถาโถมเข้ามามากมาย และเด็กคนนั้นก็คือ ฉันในวันนี้นั้นเอง..
่มัธยม..
" ไหน เธอตอบข้อนี้มาหน่อย?"
" หนูไม่รู้ค่ะ"
" เธอตอบไม่ได้ แค่นี้ก็อบไม่ได้แล้วเธอจะไปทำไรกิน คำตอบง่ายๆแค่นี้เนี้ยนะ กลับไปเรียนใหม่เถอะ"
" ฮึก ก ฮึก ก.."
"ร้องไห้อีกและ ครูยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยนะ ใจเสาะไปได้! "
" ฮึก ก.. หนะ หนู ขอโทษ คะ..ค่ะ ฮึก ก ฮืออ "
" ปลอบเพื่อนหน่อยสิ่ เพื่อนสนิทเธอร้องไห้อีกแล้ว "
"ค่ะ อาจาร์ย " เพื่อนฉันยื่นทิชชู่มาให้ฉันที่กำลังร้องไห้
" อย่าร้องๆ โอ๋ๆ เดี๋ยวก็หมดคาบแล้ว อดทนหน่อยนะ เขียนไข " ฉันหยักหน้า ก่อนจะเช็ดน้ำตาและตั้งสติกลับมา
สมัยที่ฉันยังอยู่มัธยม ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เธอ ทั้งฉลาดหลักแหลม หน้าตาดี จิตใจดี มีเมตตา มั่นใจในตัวเอง เธอชอบปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า แค่นั้นก็ทำให้ฉันได้เป็เพื่อนที่ดีต่อเธอ เพราะฉันอ่อนไหวง่าย จึงชอบร้องไห้บ่อยๆ และกลัวเสียงดัง ความรู้สึกกดดัน ฉันจะทนไม่ค่อยได้ จึงร้องไห้ออกมา หรือเมื่อยามที่ฉันไม่สบายใจเธอก็จะยื่นมือมาช่วยปลอบใจฉันเสมอ เพื่อนรัก ไม่ใช่สิ่ ต้องเป็เพื่อนที่เคยรัก.. " ซีซ่าส์ " แต่ทั้งหมดมันคือเื่หลอกลวงที่นางสร้างขึ้น เพื่อทำลายฉัน
หลังจากนั้นไม่นาน..
ฉันก็ได้เข้าใจลึกซึ้งถึงความมืดมิดที่กลืนกินในจิตใจของฉัน.. มันค่อยๆมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ...
ซีซ่าส์ เธอค่อยๆเปลี่ยนไปเป็คนละคน หลังจากที่ฉันได้เป็เพื่อนสนิทและรู้สึกไว้ใจและเชื่อใจเขามาก เธอเริ่มยกยอตัวเองให้ตัวเองสูงและดูดีอยู่ตลอดเวลา และมักทำเหมือนฉันเป็คู่แข่ง หลายครั้งที่ชอบทำไม่ดีใส่ฉัน ซึ้งนั้นทำให้ฉันไม่สบายใจเลย ฉันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกกดดัน ความตกต่ำ นี้มันไม่ใช่ความรู้สึกของคำว่าเพื่อนอีกต่อไป..
จนเธอค่อยๆเว้นระยะห่างจากฉัน และไปมีเพื่อนกลุ่มใหม่ ปล่อยให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกนินทาจากกลุ่มของเธอ ว่าคนไม่มีเพื่อนคบบ้าง คนไม่มีสังคมบ้าง จนทำให้ฉันนั้นรู้สึกแย่ในทุกวันที่ไปโรงเรียน ฉันมักกังวลเกี่ยวกับเธอ ว่าเธอจะทำอะไรลับหลังฉันไว้บ้าง หรือมีแผนอะไรต่อไปเพื่อทิ่มแทงความไว้ใจที่ฉันมีให้เธอไป..
ในวันนั้น กริ่งเลิกเรียน ดังขึ้น "กรี๊งงงงงงงงงง งง "
" นี้ .. ไปกินข้าวด้วยกันไหมจ๊ะ เขียนไข " ฉันหันหลังไปหา คนที่สะกิดไหล่ของฉันเบาๆ ฉันรู้สึกกลัวๆ กลัวว่าเขาคิดวางแผนจะทำอะไรฉันต่อ
ฉันพยักหน้า ตกลง เพราะปฏิเสธใครไม่ค่อยเก่ง หลังจากกินข้าวเสร็จ..
ฉันใช้โอกาศนี้แสดงความกล้าถามออกไปว่า
" คือว่านะ ซีซ่าส์.."
เธอหันมาหาฉัน " หืมม ว่าไง?.."
"ฉันแค่กำลังคิดว่า เธอเปลี่ยนไปนิดหน่อย .."
" อื้มม .. หรอ เราเปลี่ยนไปยังไงหรอ เขียนไข บอกเราหน่อยสิ่"
" เธอดูห่างเรามากขึ้น แต่เราไม่รู้ว่าเราคิดไปเองรึเปล่านะ บางทีเราอาจจะคิดไปเอง แต่ยังไงขออยู่ในกลุ่มด้วยได้ไหมฉันอยากอยู่กับเธอนะ.."
" ไม่! เธอคิดไปเองรึเปล่าน๊าา แต่ฉันว่าก็จริง เพราะฉันก็มีกลุ่มเพื่อนใหม่แล้วนี่ เธอเหมาะที่จะอยู่คนเดียว มันก็ถูกแล้วนิ่"
ฉันเริ่มน้ำตาคลอหลังจากที่ฟังเขาพูดแบบนั้น
" มันหมายความว่าไง ซีซ่าส์ที่เธอพูดมา เธอทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ"
ไม่นานกลุ่มเพื่อนสาวของซีซ่าส์ ก็ะโตามเรียกเธอ ก่อนเธอจะไปหา
" ขอโทษฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ขอโทษนะ เขียนไข " เธอทำหน้าเศร้าๆและเดินไป
แต่ฉันมองตามร่างของซีซ่าส์ ก่อนที่เธอจะนั่งอยู่ในหมู่เพื่อน และพูดเหมือนจงใจให้ฉันได้ยิน
" ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันทนอยู่กับยัยนั่นได้ ดราม่าอยู่นั่นแหล่ะ เสียอารมณ์จริงๆ แต่ฉันก็เก่งนะเนี้ยย ที่ทนมาได้ 5555+ "
" ใช่แกรรร เก่งมากอ่ะ ทำได้งัยย ฉันยังทำไม่ได้แบบแกรเลยนะ ยัยซีซ่าส์ "
" ก็แค่ คนตื้นๆ แป๊ปเดียวก็เอาอยู่แล้วย่ะ อ่านง่ายจริ๊งง พวกแกรร โฮ๊ะๆๆ ไปเถอะไปหาไอติมกินกันดีกว่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงพวกแกรรเอง "
"หู้ยย เธอสวยแล้วจิตใจยังดีงาม เอามงไปเลยคร้าา " กรี๊ดกราดๆๆ
"..."
"......"
"..........."
" ฮึก กก .. " ในตอนนี้ฉันน้ำตาไหลพราก มันไหลโรยรินลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจฉันไปแล้ว ตอนนี้ฉันไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ถูกเลย แล้วที่ผ่านมามันคืออะไรงั้นหรอ? มันคือละคร? หรืออะไร เธอเล่นตลกอะไร ทำไมเธอทำกับฉันแบบนี้ ..
นับแต่นั้นมา ฉันจึงคิดที่จะเงียบ ปลีกวิเวก เก็บตัว ไม่เข้าสังคม ไม่สุงสิงกลับใคร และหลบหน้าเธอเพราะเธอทำให้ฉัน ไม่มีความสุข และไม่ไว้ใจใครได้อีก มิตรภาพที่เธอมีให้มันมีแต่คำว่า มิตรภาพที่หลอกลวง เท่านั้นน!!
นี้คือตัวแทนของความไว้ใจทั้งหมด มันไม่ควรจบอย่างนี้.. มันไม่ควรจะเป็แบบนี้..
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเด็กใหม่ย้ายเข้ามาเรียนห้องเดียวกัน..
"สวัสดีครับ ผมชื่อ ' เซียน ' ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ^.^"
" กรี๊ดดดด ว๊ายยยยย หล่อสุดๆไปเลยแกรร "
"เขายิ้มให้ฉันด้วยยย อร๊ายยยยย!! "
คนในห้องต่างฮือฮาโดยเฉพาะกลุ่มสาวซีซ่าส์ เพราะความแปลกกว่าใครของเขา รวมถึงหน้าตาและสายตาเ้าเล่ห์ดูเพลยบอยนั้นน ก็กินขาดผู้ชายในห้องคนอื่นๆมาก
แปะๆ เสียงอาจาร์ยตรบมือ ทำให้ยุติความวุ่นวายได้ในทั้งห้อง
" อะแห่มม นักเรียนนั่งให้เรียบร้อยได้แล้ว ส่วนเด็กใหม่ เลือกที่นั่งได้เลย"
"ครับ อาจาร์ย^^"
เด็กหนุ่มกำลังเดินเข้าไปเลือกโต๊ะที่จะนั่ง ก็เห็นซีซ่าส์กวักมือให้มานั่งข้างๆเธอ สายตาของเขาเลือกที่จะไปนั่งข้างๆ ทุกคนมองตามไปที่เขา ในระหว่างที่เขากำลังจะมานั่ง สายตาของเขาก็มองตรงมายังที่ฉันนั้นก็มองเขาไม่เลิกเช่นกัน เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน ทำเอาฉันเขินไปไม่ถูกเหมือนกัน _/// _ ฉันได้แต่มองตาเขาไม่กระพริบ จากนั้นเขาก็หันไปทักทายซีซ่าส์ และทักทายทำความรู้จัก เพราะพวกเขานั่งข้างกัน
จนเวลาผ่านไป.. เซียนก็เหมือนอยากเข้าใกล้และเข้าใจฉันมากขึ้น ไม่ว่าตอนไหนที่ฉันเดือดร้อน เขาก็จะเข้ามาช่วย เช่นสอนการบ้าน หรือช่วยยกของ ชอบแอบมองฉันและคอยดูแลฉันอยู่ห่างๆ
ณ ห้องสมุด
" ฮึบบ " ฉันหยิบหนังสือไม่ถึง จึงพยายามเอื้อมไปคว้ามันจากชั้นบนสุด แต่ก็มีมือใหญ่อีกมือมาหยิบมันไว้ก่อนที่จะยื่นมาให้ฉัน
" นี่.. อ่ะ เธอจะเอาเล่มนี้ใช่ไหม "
ฉันก้มหน้างุด " ขอบใจนะ " และก็รีบเดินออกไป
"เดี๋ยวว.. ฉันอยากคุยกับเธอ " ฉันได้แต่เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาคว้าแขนของฉัน พวกเราเดินไปยังเก้าอี้แถวๆนั้นเพื่อที่จะได้นั่งคุยกันได้สะดวก
" เธอเหมือนจะชอบฉันนะ ใช่ไหม? " เอิ่มม ไปไม่ถูกแล้วว ฉันนน -///-
" ฉันก็ชอบเธอ เราลองคบกันดูไหม? " ฉันอึ้งไปสักพัก แต่ในใจของฉันมันตื่นเต้นโครมครามไปหมด ฉันหน้าแดงแน่ๆในตอนนี้
"เธอหน้าแดงใหญ่เลย ^^ "เขาขำกับความน่าเอ็นดูของฉัน ฉันทำตัวไม่ถูกจริงๆนั้นแหล่ะ
ฉันคิดว่า่ที่ผ่านมาฉันดูเศร้าและก็ปวดใจ ฉันควรหาอะไรแปลกใหม่ดูบ้างก็คงไม่เสียหาย
" ดะ ได้.."ฉันรวบรวมความกล้าที่จะบอกเขาไปตรงๆแบบนั้น
" หืมม ว่าไงนะ? " เขาแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินฉันใช่ไหมเนี้ยย
"ได้!!" ฉันะโสุดเสียง จนคนอื่นในห้องสมุดใมองมาที่ฉัน กันหมด
"ชู่วว รู้แล้วว คึกคึก^3^"เขาขำอีกแล้วว
" ถถถT3T "
เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ความสัมพันธ์์แแ่ยิ่งขึ้น จนมันพัฒนาไปเร็วมาก ฉันเริ่มที่จะไว้ใจเขา เขาก็คอยชี้แนะนำฉัน เราต่างคนต่างรู้ใจกัน คิดว่านะ..
คนอื่นๆในชั้นเรียน รู้ว่าความสัมพันธ์ลึกซึ้งของฉันกับเขามันมากกว่าคำว่า เพื่อน ตอนนี้ในชั้นเรียนก็เป็ประเด็นที่ชอบแซวกันไปใหญ่แล้ว
" หวีดหวิ้ววว อิจฉาคู่นี้จริงๆๆๆ หวานในโรงเรียนเลยดูแลกันไม่ห่างเลยนะ " เพื่อนๆต่างพากันแซวเราทั้งคู่ ตอนนี้เรานั่งข้างกันเพราะฉันรบกวนให้เขาสอนการบ้านที่ฉันไม่เข้าใจ"
ส่วนกลุ่มสาวซีซ่าส์ก็นั่งจับกลุ่มเมาท์คุยกัน
"ฉันหมันไส้หล่อน ไปสั่งสอนนางเลยดีมะ ทำมาอวดดีกับพวกเรา แถมไปโปรยเสน่ห์ใส่เซียนอีก รับไม่ด้ายยย ไปเลยยัยซีซ่าส์ ฉันหมดความอดทนกับมันละ ไปจัดการมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ปะ.."
"เดี๋ยวสิ่ ของอร่อยต้องรอปิดท้ายถึงจะได้รู้รสชาติยังไงล่ะ หึ "
- - "ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เอาใหม่ๆนะ.."ฉันเกาหัวงุนงง กับคำถามในการบ้านที่อาจาร์ยให้มา
"ได้ๆ เดี๋ยวสอ.."เขาชะงักหลังจากที่มีใครอีกคนยื่นหนังสือตรงหน้ามาให้
"นี้.. เซียน สอนฉันให้ด้วยสิ่ " ฉันก้มหน้างุดทันทีที่เธอมองค้อนมาหาฉัน
"อ่อ.. ได้ๆ เขียนไข เธอลองแก้โจทย์เองไปก่อนนะ " ฉันพยักหน้ารับ ก่อนที่จะก้มหน้าทนต่อไป
"นี้!! เซียนมาสอนฉันบ้างๆๆ "แก๊งกลุ่มสาวของซีซ่าส์ เดินเข้ามาลุมล้อมให้เซียนสอนให้ ในขณะนั้นเองซีซ่าส์ก็เดินออกมาจากความวุ่นวายในวงนั้น ก่อนที่จะเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างหน้าฉัน
" อย่าทำเป็ได้ใจไปหน่อยเลย เขาก็แค่เห็นเธอเป็ของเล่นแก้เซงก็เท่านั้นแหล่ะ ฉันจะแย่งเขาออกจากเธอด้วยตัวของฉันเอง หึ ไปล่ะ" ก่อนที่เธอจะเดินไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเธอ ฉันได้แต่ทำหน้าอึน กับคำที่เธอบอกแบบนั้น ทำให้ฉันนั่งครุ่นคิดอยู่ซักพัก เซียนก็กลับมานั่งใกล้ฉัน
"มา ต่อจากเมื่อกี้นะ.."
" อะ อ้อ อื้มมม" มันหมายความว่ายังไงกันนะ ฉันไม่เข้าใจเลย นี่เธอจะบอกอะไรฉันกันแน่ ซีซ่าส์
วันวาเลนไทน์
- หลังเลิกเรียน
ฉันกำลังควักเอาช็อคโกแลตในกระเป๋าที่เตรียมไว้ให้กับเขา "เดี๋ยวก่อน เขียนไข นี้.. ฉันให้นะ.."เขายื่นช่อดอกกุหลาบมาให้ฉัน ฉันรู้สึกดีใจมากก ก
"ขอบใจนะ ฉันก็เตรียมมาเหมือนกัน อ่ะนี้.. ให้นะ "ฉันยื่นว็อคโกแลตให้กับคนตรงหน้า
เขากอดฉันทันที นั้นทำให้ฉันเขินและอึ้งมาก "ขอบใจนะ ^^" เขาคลายอ้อมกอดแล้วยิ้มให้กับฉันอย่างอบอุ่นอีกครั้ง.. มันเหมือนกับครั้งแรกที่เราเจอกัน
"หู้ยยยยยย กอดกันในห้องเรียนไม่อายคนอื่นเลยยย หวิดหวิ้วววว ๆ " เพื่อนๆในห้องต่างพากันแซวพวกเรา
ส่วนกลุ่มซีซ่าส์นั้นก็คุยกันซุบซิบนินทาฉัน.."ระวังเถ๊อะะ จะเลี่ยนความหวานจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากจะอ้วกก อุแหว๊ะๆๆ "
"เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนเอง^^*"
ในเย็นวันหนึ่ง ทุกคนออกจากห้องเรียนกันเกือบหมด ฉันที่กำลังจะออกจากห้องเรียนไป ระหว่างนั้นซีซ่าส์ก็เดินดักหน้าฉัน
และพูดว่า " น่าสงสารจัง ได้เสียใจทีหลังแน่ หึ "ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้าห้องไป
ฉันรู้สึกคาใจคำๆนั้นมาก ฉันไม่อยากให้มันเกิดเื่แย่ๆแบบนั้นอีก ฉันไม่ได้ทำอะไรให้ใครทำไมๆ เธอต้องทำไม่ดีกับฉันด้วย เธอมันแย่ แย่มากก แย่ที่สุดด!!
ฉันเดินออกมาจากตึก ทันใดนั้นฉันก็พึงนึกได้ว่าลืมสมุดการบ้านไว้บนห้องจึงกลับขึ้นไปอีกครั้ง..
ฉันได้ยินเสียง.. เสียงนั้นมัน..
" เธอก็รู้นี่ ว่าฉันรักเธอ ซีซ่าส์อย่างอนเลยนะ คนดี "
"ก็เซียน ชอบทำให้ฉันหึงนี้นา "
"ฉันแค่หาอะไรแก้เซงทำเอง เธอก็อย่าหงุดหงิดไปเลยนะ ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่หรอ เธอน่ะตัวจริงส่วน เขียนไขน่ะก็แค่ ของเล่นแก้เครียดยังไงล่ะ คนสวย"และทั้งคู่ก็ค่อยๆจูบกันอย่างดูดดื่ม
นั้นทำให้ฉันจุก และแทบจะอาเจียนกับสิ่งที่กำลังได้รับรู้ในตอนนี้ ฉันรีบวิ่งหนีมาจากที่นั้นให้เร็วที่สุด ตอนนี้ฉันไม่อยากรับรู้อะไรมันแล้ว ..
หัวใจที่ดำดิ่งสู่หลุมลึก ฉันไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งใดได้อีก
ฉันไม่อยากที่จะเจอคนหลอกลวงพวกนั้นอีกต่อไป ปล่อยฉันออกไปจากที่นี้ซะที
วันต่อมาฉันทำใจทุกอย่าง ก่อนที่จะบอกออกไป
"เราเลิกกัน! ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก.. "
" เธอ เป็อะไรน่ะ ใจเย็นๆค่อยๆคุยกันสิ่ เขียนไข ทำไมต้องทำแบบนี้"
"ใครกันแน่ที่ทำ!! ฉันรู้หมดทุกอย่างแล้ว อย่ามาโกหกอีกเลย นายมันคนหลอกลวง จับปลาสองมือ คบกับฉันแล้วยังคบกับซีซ่าส์อีก นายมันไม่มีจิตใจ เราจบกัน แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีกกก!! "เขายืนนิ่งและยิ้มอย่างภูมิใจ
" หว๊าาา พลังอดทนต่ำจัง แต่แบบนี้ก็จบง่ายดี น่าเบื่อแฮะ เซ็งงง " เซียนทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินไปหา ซีซ่าส์
"ฉันล่ะ ยินดีด้วยที่นายจบมาน่าเบื่อ แต่ฉันยินดีกับตัวเอง เพราะฉันก็สนุก โฮ๊ะๆๆ "
เซียนยิ้ม " ถึงผลจะเป็ยังไง ก็ไม่สำคัญเท่าใจเธอ หรอกกกจ๊ะ ที่รักกก"
"เลิกพูดคำนั้นได้แล้วมั๊ง มันจบบทไปนานแล้ว อย่าเหริงนักสิ่ ฉันละสะเอียนกับนายจริงๆ "
" ใจร้ายจัง คนสวยย แต่ฉันก็ชอบนะ ดูยากดี คนแบบเธอเนี้ยย ทายใจไม่ถูกนี้สิ่สเป็คฉันเลยยย ไม่มีเบื่ออ"
"ชมหรือด่า หืมมม ฉันไม่มีทางชอบคนแบบนายหรอก ไปไกลๆชิ้วๆ นายได้จูบฉันฟรี ก็บุญแล้ว แต่มันก็นะ.. หึหึ ของดีที่สุดควรคู่ควรกับฉันจริงๆนั้นแหล่ะ"ซีซ่าส์ยิ้มกับแผนการที่คาดการณ์ไว้อย่างดีใจ
ั้แ่นั้นมา... ฉันปรึกษาเื่ทุกข์ใจให้พ่อกับแม่ฟัง ในตอนแรกพ่อก็ไม่ค่อยเข้าใจฉัน เพราะพ่อเป็คนอารมณ์ร้อน ส่วนแม่ก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากฟังพ่อเท่านั้น ฉันกลายเป็เด็กมีปัญหาทางอารมณ์ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรนิดหน่อยก็หวาดระแวง และเริ่มที่จะใช้ความรุนแรงใส่คนอื่นๆ และรวมถึงทะเลาะกับคนในครอบครัว พ่อกับแม่ของฉันรู้สึกแย่มาก เมื่อฉันป่วยใจ หมอบอกว่าเมื่อฉันเครียดกับเื่เลวร้ายทั้งหมดนั้นมันก็จะทำให้ฉัน กลายเป็ ' โรคซึมเศร้า ' ไปแล้ว ไม่ว่าจะเื่ สภาพแวดล้อม การเรียน สังคม ทำให้ฉันมีปัญหาในชีวิต และต้องค่อยๆเป็ค่อยๆไป ฉันคิดว่าไม่สามารถกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีกต่อไป ฉันไม่สามารถทำใจได้กับสิ่งที่ผ่านมา.. ฉันรู้สึกทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ฉันให้ความเชื่อใจต่อคนอื่น ความใสซื่อ บริสุทธิ์ของฉันมันถูกหลอก และกลายมาเป็แบบนี้ ฉันไม่อาจวางความทุกข์นี้ได้ หรือยกมันออกไปจากจิตใต้สำนึกของฉันไปได้เลย ฉันพูดคำเดียวได้แค่ว่า เ็ปเหลือเกิน
หลังจากนั้นมา..
ฉันได้ปรึกษากับคุณหมอจิตแพทย์ คุณหมอบอกว่า ฉันไม่ควรที่จะต้องแบกรับความเ็ปเพียงคนเดียว ฉันควรที่จะระบายความในใจนั้น ไม่ว่าต่อสิ่งใดก็ตามล้วนเป็ไปตามธรรมชาติ คุณหมอให้คำปรึกษาฉันหลายอย่างมากมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจมากขึ้นมานิดหน่อย เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เื่ต่างๆฉันกลับมานั่งคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาวนหลายรอบแล้วว่า ฉันควรที่จะปลงได้แล้ว การทำใจ ปล่อยวาง อาจจะยากแต่เราสามารถค่อยเป็ค่อยไปกับมัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมัน เราควรมีสติและไตร่ตรอง จากในตัวเราว่ามันควรหรือไม่ เราไม่ได้มีเพียงคนเดียวบนโลกแต่มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่ต้องทุรนทุราย ไม่ว่าเป็หรือตาย สุดท้ายผลก็เป็สิ่งที่ทำออกมา มันคือสัจธรรมของธรรมชาตินั้นเอง..
และฉันเข้าใจมัน..
..มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะรักษาเยียวยาจิตใจของคนเราได้..
ต่อมา..
เมื่อโตขึ้นฉันมีงานทำคือ ' นักแต่งนิยาย ' อาการป่วยของฉันดีขึ้นมากจนไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป.. ฉันสามารถมั่นใจที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงขอพ่อกับแม่และพี่ชายของฉันว่า ขอออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองคนเดียว เพราะยังไงพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด ฉันต้องดูแลตัวเองให้ได้ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจโลกข้างนอกก็ตาม มีอยู่่หนึ่งที่ฉันทะเลาะกับพ่อ เพราะพ่อใจร้อนมาก พ่อด่าว่าฉันที่ทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตแน่ๆ แต่ดันอยากออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว พ่อไม่เข้าใจที่ฉันสื่อสารในวันนั้นเอง ฉันรู้ว่าพ่อเป็ห่วงฉันก็ยังโกธรเขาที่เขาไม่เข้าใจในตัวฉัน หลายครั้งที่เขาทำแบบนี้จนเป็ปัญหาใหญ่ในครอบครัว มีปากเสียงกันรุนแรง ฉันรีบวิ่งหนีฝ่าฝนออกจากบ้านทันทีเพราะความโทสะ เป็เพราะที่ฉันทะเลาะกับพ่อ..
ฉันหนีออกมาจากบ้านมาไกล..
แฉะ แฉะ เสียงเท้าเปล่ากระทบกับน้ำ ฮึกก ฮึกก.. ซิก ฉันวิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่หน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง
ฉันได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ซักพัก จู่ๆก็มีคนมาสะกิดไหล่ฉันเบาๆ
" เธอ.. เป็ไรไหมคะ "ผู้หญิงน่ารักตัวเล็กบอบบางที่ดูจิตใจดีคนหนึ่ง มานั่งข้างๆฉันและปลอบปะโลมฉันอย่างอ่อนโยน
" ฉะ ฉะน ฮึกก "ฉันได้แต่นั่งสะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น
"เข้าข้างในก่อนนะ เดี๋ยวไม่สบายเอา แย่เลย ปะ"ฉันพยักหน้ารับเบาๆอย่างอ่อนแรง เธอโอบกอดและค่อยๆพยุงฉันเข้าไปในร้าน ซึ่งตอนนี้ฉันไม่ต่างอะไรกับลูกหมาเปียกน้ำเลยจริงๆ
" ไม่ต้องห่วงนะ ฉันรู้ว่าเธอคงเจอเื่แย่ๆมา ไปอาบน้ำ เช็ดตัวให้สะอาดก่อนมอมแมมหมดแล้ว เดี๋ยวไม่สวยนะ "
" มะ ไม่ดะ"เธอพูกแทรกขึ้นมาทันที
" ไม่เป็ไรเลยย ฉันก็พักที่ร้านนี้แหล่ะ นี้ก็ร้านของฉัน มันอยู่ในความดูแลของฉันทั้งหมดนะจ๊ะ แม่สาวน้อยตกบ่อน้ำ ปะ.. ไปอาบน้ำกัลล ^3^"
ก่อนที่เธอจะพาฉันลากขึ้นไปบนห้อง เพื่อให้ฉันใช้ห้อง เปลืองเสื้อผ้า ทำความสะอาดตัว
" ถ้าอาบเสร็จแล้วยังไง บอกฉันนะ ฉันเปิดน้ำอุ่นให้แล้ว และเดี๋ยวฉันเตรียมชุดไว้ให้ เธอน่าจะลองใส่มันดูนะ น่าจะใส่ได้แหล่ะ" ฉันพยักหน้าน้อยๆให้ก่อนจะ ไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และอาบน้ำจนเสร็จภารกิจ
ฉันค่อยๆก้าวลงมาจากบรรไดอย่างช้าๆ ชุดที่เธอให้มามันช่างน่ารักและสวยงามในเวลาเดียวกัน จนฉันรู้สึกแปลกใจเลยตอนที่ลองส่องกระจกดู
" ลงมาแล้วหรออจ๊ะ ว้าวววววว เธอเพอรืเฟคชินอลลมากกก มันน่ารักเหมาะกับเธอมากเลยนะ >.,< "
" ขะ ขอบใจนะ เกรงใจเธอจัง "
" ไม่ต้องเกรงใจ ฉันรู้เธอเป็คนที่ดี ไม่งั้นฉันคงทึ้งเธอไปแล้ว อิอิ อ่ะล้อเล่นๆ >..< "
". ."ฉันก็ยังเกรงใจอยู่ดี
"ถือว่าเราเป็เพื่อนกันแล้วนะ ฉันอยากรู้จักเธอ อยากมีเพื่อนดีๆแบบเธอนะ ฉันชื่อเหมียว ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ แล้วเธอล่ะชื่ออะไรหย๊อออ"
" .///. เราชื่อ เขียนไข นะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน " ฉันรู้สึกดีใจและอบอุ่นแปลกๆ กับเธอคนนี้ อาจจะเป็นาฟ้ารึเปล่านะ *0*
คืนนั้น เหมียวก็แนะนำกับฉันว่า ถ้าฉันทำใจให้สบายแล้วพวกเราจะไปหาครอบครัวฉันด้วยกัน เพื่อไปเคลียร์อธิบายสิ่งต่างๆและปรับความเข้าใจใหม่ ถ้าไม่ได้เหมียวฉันคงยึดหลักชีวิตยากแหงๆ เธอคือเพื่อนแท้สำหรับฉันแบบบริสุทธิ์ใจจริงๆ T^T
หลังจากนั้นทั้งหมดคือเื่ราวต่อมาของมิตรภาพ
ตุบ! ฉันสะดุ้งใหลังจากที่ เหมียวตบบ่าฉันจากข้างหลังเพื่อแกล้ง นั้นจึง ..เรียกฉันออกจากภวังค์ได้..
"เธอเหม่ออ ละละ ลอยยย เลยนะ คิดถึงเื่เดิมอีกแล้วหรอ ั้แ่เธอบอกฉันคำว่า ' ฝันร้าย ' ก็วนอยู่ในหัวฉันหลายรอบ จนฉันเป็ห่วงเธอจะแย่ ให้ฉันไปนอนกอดถึงที่ห้องเลยดีไหมจ๊ะ "
" งิ๊ ฉันโอเคแล้ว -w- "
" ดีมากก สิ่งที่เราเจอมา ก็คือชะตาที่เราเปลี่ยนไม่ได้ แต่เราทำวันนี้ให้ดีได้ ทุกอย่างจะอยู่ในมือเราขึ้นอยู่ที่หัวใจของเรานั้นเอง ถ้าเราเชื่อมั่น จงเชื่อมั่นนน จุ้ปปิ๊ Q3<"
"จุ๊ปปิ๊ 03<"
" ใช่! ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่ใจของเรา ไม่ว่าอย่างไรยังก็ยังมีสิ่งสวยงามรอทุกคนอยู่.. <3 "
คำสั้นๆกำลังใจเล็กน้อยจากผู้แต่ง ^^