ท่ามกลางความมืดมิดของคืนที่ลมทะเลทรายพัดกรรโชกประหนึ่งเสียงหวีดร้องของิญญาที่หลงทางเสียงกระแสลมที่ปะทะกับผืนผ้าใบของกระโจมหลังใหญ่ดูจะเบาไปทันทีเมื่อเทียบกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าปนด้วยความเ็ป และเสียงเตียงไม้เก่าๆที่สั่นคลอนโยกไหวอย่างรุนแรงภายใต้ร่างหนาหนักของจาร์กัลหัวหน้ากองโจรผู้โเี้
“อย่า... ได้โปรด... ฮึก... ฮือออ อย่าทำฉันเลย”หญิงสาวผู้น่าสงสารร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนน้ำตาอาบแก้มจนนองพื้นเตียง เสื้อผ้าของเธอถูกกระชากจนขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดีเศษผ้าหยาบกร้านกรีดลงบนผิวเนื้อนวลเนียนจนเป็รอยแดงซ่านประหนึ่งรอยแผลเป็ที่ตอกย้ำความอัปยศ
จาร์กัลหาได้แยแสต่อคำอ้อนวอนนั้นไม่ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความกระหายดิบเขากระชากร่างของเธอให้คว่ำหน้าลงกับที่นอนที่ส่งกลิ่นอับมือหนาหยาบกร้านราวกับหนังแร้งกดท้ายทอยของเธอลงจนใบหน้าจมลงไปกับหมอนเก่าๆก่อนจะรั้งสะโพกมนขึ้นมาอย่างแรง
“หุบปากซะ! ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก” จาร์กัลเค้นเสียงต่ำข้างใบหูเธอ
โดยไม่มีการเร้าอารมณ์หรือความอ่อนโยนใดๆตัวตนที่ขยายใหญ่และแข็งขึงราวกับท่อนเหล็กของเขาก็กระแทกพรวดเข้าไปในกายสาวที่ยังไม่พร้อมอย่างป่าเถื่อนความคับแน่นที่บดเบียดเข้าสู่ความอ่อนนุ่มทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาดออกจากกันในพริบตา
“อ๊ะ อ๊าาาาา! เจ็บ... ฉันเจ็บ! อื้อออออ...” เธอหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงร่างกายกระตุกเกร็งจนปลายเท้าจิกเกร็งลงกับพื้นเตียงสุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานอำนาจดิบได้ปลดปล่อยเสียงร้องแห่งความเสียวซ่านที่ปนเปไปกับความเ็ปรวดร้าวออกมาอย่างไม่อาจกั้น
“อ๊าาาา! อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊าาา!” เสียงกรีดร้องที่ผสมปนเปไปด้วยความระทวยและแรงอารมณ์ที่ถูกยัดเยียดดึงออกมาจากลำคอระหงเธอต้องรองรับบทเพลงกามที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและไร้ซึ่งความเมตตาของเขา
“พอ... พอก่อนท่าน... อึก... ฉันเจ็บจนจะตายอยู่แล้ว...อ๊ายยย!” เธอพยายามประคองสติที่เริ่มเลือนรางแต่จาร์กัลกลับยิ่งโหมกระหน่ำแรงกายเข้าใส่ไม่หยุดหย่อนจังหวะการกระแทกกระทั้นนั้นหนักหน่วงและรุนแรงประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำแรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาหัวใจเธอแทบจะหยุดเต้น
“คับมาก อ๊าาา ของใหม่มันต้องอย่างนี้สิวะ!ตอดข้าเข้าไปอีก! ฮา ฮ่า!” เขาคำรามอย่างผู้ชนะสลับกับเสียงซูดปากด้วยความเสียวซ่านเืสาวที่ซึมออกมาปนกับน้ำรักส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งกระโจม
ปึก... ปึก... ปึก!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วพื้นที่สลับกับเสียงสะอื้นไห้และเสียงครางกระเส่าอย่างไม่อายฟ้าดินชายร่างกำยำผู้มีรอยแผลเป็พาดผ่านใบหน้าเหี้ยมเกรียมกำลังตักตวงความใคร่จากร่างที่สั่นเทาราวกับลูกนกในพายุมือหนาบีบขยำผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่บัดนี้ขึ้นรอยเขียวช้ำเป็จ้ำๆ จากน้ำมือของเขาเขาไม่ได้มองเธอเป็มนุษย์ที่มีหัวใจแต่เป็เพียงภาชนะรองรับอารมณ์สัตว์ป่าที่ต้องถูกบดขยี้ให้จมเขี้ยว
“อ๊า... โอ๊ววว... ท่าน... อ๊าาา!” เธอร้องเรียกเขาด้วยความรู้สึกที่สับสนไปหมด ทั้งเจ็บ ทั้งหวาดกลัวและทั้งซ่านเสียวอย่างที่ไม่เคยพบเจอ
จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย จาร์กัลเร่งเร้าจังหวะจนเตียงไม้แทบจะพังลงมาลำเนื้อใหญ่ยาวกระแทกเข้าไปจนสุดดุ้นอย่างรุนแรงซ้ำๆ
“อ๊าาาา! ข้าจะออกแล้ว! รับน้ำของข้าไว้!” เขาคำรามลั่นก่อนจะกระแทกครั้งสุดท้ายจนสุดแรงและกระชากออกพร้อมกับน้ำรักขุ่นข้นที่ฉีดรดราดร่างกายของเธอจนเปียกเหนอะหนะ
หญิงสาวนอนนิ่งหายใจรวยริน ร่างกายกระตุกเกร็งเป็ระยะความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้เธอจุกจนไม่กล้าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่น้อยได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสายขณะที่ต้องทนรับพายุอารมณ์ที่โถมเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า
จาร์กัลกระชากผมยาวสลวยของเธอให้แหงนใบหน้าขึ้นมาเพื่อรับจูบที่ดุดันและคาวเื
“จำรสชาตินี้ไว้... เพราะแกต้องอยู่รับใช้ข้าไปอีกนาน”เขาเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะคำรามออกมาด้วยเสียงอันกึกก้องที่แสดงถึงความสะใจในรสกามที่เพิ่งสิ้นสุดลง
เขาลุกขึ้นจากร่างที่แทบไร้สติและสะบักสะบอมนั้นอย่างไม่ใยดีทิ้งร่างที่สั่นเทาไว้บนเตียงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบความป่าเถื่อนจาร์กัลกระชากผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาพาดบ่าอย่างลวกๆ แล้วก้าวเท้าหนาหนักออกมานอกกระโจมสมุนคู่ใจสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรีบก้มหัวให้ด้วยความยำเกรงผสมกับสายตาที่มองเข้าไปข้างในด้วยความหิวกระหาย
"อารมณ์ดีขึ้นไหมครับนาย? ท่าทางจะจัดหนักน่าดูเลยนะครับ"สมุนคนหนึ่งเอ่ยประจบพลางชะเง้อมองผ่านช่องว่างของผืนผ้าใบแอบเห็นร่างบางที่นอนหอบหายใจโรยรินอยู่ข้างใน
จาร์กัลแค่นยิ้มเย็น ั์ตาสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกายอำมหิต
"ก็แค่ของแก้ขัด ผิวพรรณหยาบกร้านไปหน่อยไม่เจริญตาเลยสักนิด แต่ความแน่นนี่พอใช้ได้"
เขากวาดสายตามองไปที่ขอบฟ้าทิศตะวันออกที่กำลังจะถูกย้อมด้วยสีเื
"อาทิตย์หน้าจะมีงานประมูลใหญ่ที่โอเอซิสสีเืข้า้าของเกรดเอที่จะมาบำเรอข้าและปล่อยขาย คราวนี้เศรษฐีใหม่มากันเยอะไปพวกแก! เตรียมคนให้พร้อม เราจะไปกวาดต้อนพวกผู้หญิงจากขบวนคาราวานหน้าใครที่หน้าตาพอดูได้เอามาให้หมด ใครขัดขืนฆ่าทิ้งให้เรียบ อย่าให้เสียชื่อกองโจรจาร์กัล!"
เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของเขาดังกลบเสียงลมทะเลทรายทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความสิ้นหวังในกระโจมที่ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มแ่เบาลงเรื่อยๆพร้อมกับรอยตราประทับแห่งความอัปยศที่ไม่มีวันลบเลือน
ภายในกระโจมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์ ร่างบางขยับกายอย่างยากลำบากความเจ็บแปลบแล่นพล่านจากจุดกึ่งกลางกายไปทั่วทุกอณูขุมขนเธอพยายามจะพยุงตัวขึ้นแต่เรี่ยวแรงกลับเหือดหายไปสิ้นหยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับไหลรินออกมาอีกครั้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำบนต้นขาและหน้าท้องของตนเอง
"ทำไมต้องทำกับข้าอย่างนี้ อือ อือ ข้า ข้าอยากตาย"ดาเรียพึมพำเสียงแ่หายไปกับสายลมที่ลอดผ่านรูโหว่ของกระโจม
ทันใดนั้น ผ้าม่านหน้ากระโจมก็ถูกเลิกขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่จาร์กัลเป็บาร์คสมุนร่างั์ที่มีแววตาหิวกระหายไม่ต่างจากผู้เป็นายมันก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารเก่าๆ ที่มีเพียงขนมปังแข็งๆ และน้ำเพียงนิดเดียวแต่ั์ตาของมันกลับไม่ได้มองที่ถาดอาหาร แต่มันจ้องเขม็งไปที่ทรวงอกอิ่มที่โผล่พ้นเศษผ้าขาดวิ่นของหญิงสาว
"นายน่ะอิ่มแล้ว แต่พวกข้ายังหิวนะสาวน้อย"บาร์คเลียริมฝีปากพลางวางถาดลงอย่างลวกๆ แล้วขยับเข้าหาเตียง
"อย่า อย่าเข้ามานะ!" หญิงสาวถอยกรูดจนหลังชนพนักเตียงไม้เธอพยายามรวบรวมเศษผ้ามาปิดบังร่างกายที่สั่นเทา
"นิ่งๆ เถอะน่า ถ้าแกยอมข้าดีๆข้าอาจจะแอบเอาอาหารดีๆ มาให้แกกินบ้าง" มันไม่พูดเปล่าแต่มือหยาบโลนกลับเอื้อมมาขย้ำที่ข้อเท้าของเธอแล้วลากร่างบางลงมากลางเตียงอีกครั้งความหวาดกลัวครั้งใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวเสียงกรีดร้องที่แ่เบาถูกมือของสมุนโฉดปิดปากไว้แน่นก่อนที่พายุความใคร่ครั้งใหม่ที่ไม่จบสิ้นจะโหมกระหน่ำซ้ำเติมร่างที่บอบช้ำให้แหลกลาญลงไปอีก
ภายนอกกระโจมจาร์กัลยืนมองลูกน้องที่ทยอยเข้าไปหาความสุขจากเหยื่อที่เขาเพิ่งทิ้งมาอย่างเ็าสำหรับเขา ความรุนแรงคืออำนาจและความทรมานของผู้อื่นคือเครื่องหล่อเลี้ยงิญญาโฉดใต้แสงจันทร์ทมิฬดวงนี้
***********************************
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่มองเห็นวิวสวนลุมพินีแบบพาโนรามาสภาพห้องตอนนี้เหมือนเพิ่งผ่านาเสื้อผ้าแบรนด์เนม!
"ยัยแมว! แกจะเอาชุดชีฟองพริ้วๆไปทำอะไรในทะเลทรายยะ?" อริสาเพื่อนสนิทหน้าสวยสไตล์คุณหนูจ๋าะโถามพลางมองเพื่อนรักที่กำลังพยายามยัดกระโปรงบานๆ ลงในกระเป๋าเดินทางใบั์
มนัสวี หรือ แมว นักเขียนนิยายรักคอมเมดี้เ้าของนามปากกาแมวเซาหาวนอนหันมายิ้มแฉ่ง
"อ้าวแก ไปทะเลทรายนะไม่ได้ไปรบ ฉันก็ต้องมีช็อตสะบัดผ้าเก๋ๆ ถ่ายรูปลงเพจเรียกยอดไลก์บ้างสิเผื่อนายพรานป่าคนไหนมาเห็นจะได้ตกหลุมรักนักเขียนไส้แห้ง เอ๊ยนักเขียนสายเปย์อย่างฉันบ้าง"
อริสาถอนหายใจยาวพลางมองไปที่นาฬิกาบนข้อมือเพื่อน
"ฉันละห่วงแกจริงๆ ทะเลทรายนั่นมันทั้งกันดานทั้งอันตราย แดดก็ร้อนจนไข่สุกได้เลยนะแก ลำบากขนาดนั้นจะไปทำไม"
แมวชะงักไปนิด ก่อนจะหันไปแซะเพื่อนรักด้วยแววตาขี้เล่น
"โถๆ คุณหนูอริสาขา ที่แกไปไม่ได้เนี่ยเพราะแกกลัวไม่มีแอร์นอน กลัวส้นสูงจมทรายหรือกลัวคุณพ่อคุณแม่จะอกแตกตายที่ลูกสาวสุดที่รักไปสมบุกสมบันกันแน่จ๊ะ?"
"ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ!" อริสาเถียงกลับ
"แล้วแกล่ะ ทำเป็ซ่าแกมันก็หลานสาวท่านประธานบริษัทอสังหาฯ เชียวนะยัยแมวถึงจะให้คุณลุงดูแลธุรกิจแทนพ่อกับแม่ แต่เงินปันผลที่แกได้รับในแต่ละปีเนี่ยซื้อทะเลทรายได้ครึ่งผืนเลยมั้ง!"
“เวอร์ไปละนังสา”
มนัสวีนึกถึงชีวิตที่แสนสบายของเธอั้แ่พ่อกับแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ่ที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยชีวิตเธอก็ไม่ได้ลำบากเลยเพราะเงินประกันชีวิตจำนวนมหาศาลและหุ้นในบริษัทที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้โดยมีพี่ชายผู้แสนดีของพ่อช่วยบริหารจัดการให้อย่างดี เธอจึงมีสถานะเป็คุณหนูว่างงานที่ใช้ชีวิตไปกับการเขียนนิยายตามใจชอบ
"เงินน่ะมันกินไม่ได้ถ้าใจมันไม่ฟู" แมวเดินเข้าไปกอดไหล่เพื่อน
"แกก็รู้ว่าฉันอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดลุงเอกเขาก็ดูแลเื่เงินให้ดีจนฉันไม่ต้องทำอะไรเลย ชีวิตมันน่าเบื่อจะตายฉันแค่อยากไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เขียนนิยายให้จบเื่ก็แค่นั้นเอง"
"แกยังมีฉันนะ" อริสากอดตอบเพื่อนแน่น
"รู้จ้า ถึงแกจะขี้บ่นเหมือนแม่คนที่สองแต่ฉันก็ซึ้งใจนะเนี่ย" แมวผละออกมาพลางทำท่าปาดน้ำตาทิพย์
"เอาน่า! เชื่อมือมนัสวีเถอะฉันมีเงินติดบัญชีไว้เปย์โจร เอ๊ย ไว้ดูแลตัวเองได้สบายๆ เห็นหน้าบานๆ แบบนี้แต่ฉันน่ะ แมวเก้าชีวิตนะจ๊ะ!"
มนัสวีหัวเราะร่าเริง รอยยิ้มของเธอดูสว่างไสวเสียจนอริสาเริ่มเบาใจโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่า การเดินทางไปหาแรงบันดาลใจครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของคุณหนูมหาเศรษฐีอย่างเธอไปตลอดกาล