ลมปราณคือพลังงานที่เล็กที่สุดในตัวของเราไร้ลมปราณ ก็ยากจะมีชีวิต ปราณในร่างแบ่งเป็สองสายทั้งสองต้องสมดุลสนับสนุนหรือควบคุมการทำงานซึ่งกันและกัน ร่างกายจึงจะแข็งแรง เจ็บป่วยก็จะหายไว
ธรรมชาติของปราณมีการไหลเวียนตลอดเวลาไม่หยุดนิ่งเพื่อให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานเป็ปรกติ การไหลเวียนมีสี่ทิศทาง นอกออกใน ในออกนอกบนลงล่าง และล่างขึ้นบน
ผู้ฝึกยุทธจะกำหนดการไหลเวียนของลมปราณในร่างได้ยิ่งฝีมือแก่กล้าปราณก็จะยิ่งเข้มข้นจึงมีวิชามากมายที่เน้นฝึกลมปราณและใช้พลังนี้เป็อาวุธโดยไม่ต้องใช้อาวุธจริงเลยก็ได้ วิชาปราณพิสดาร ที่ตกทอดมาจากปู่เหรินั้แ่ชาติก่อนก็เช่นเดียวกัน
ด้วยสถานะพ่อบ้านไม่สะดวกที่จะพกพาอาวุธเช่นดาบหรือกระบี่ พ่อบ้านในจวนส่วนใหญ่ต้องเป็คนอ่อนน้อมมือไม้อ่อน หากมีอาวุธติดกายก็ไม่ต่างอะไรกับพวกองครักษ์ แต่พ่อบ้านก็มีภัยได้และจำต้องมีวิชาติดตัว เพื่อปกป้องเ้านายเช่นกันปู่เหรินจึงคิดค้นสุดยอดวิชาที่เหมาะกับพวกเขาขึ้นมา
เรียกมันว่าปราณพิสดารระดับของการบรรลุมีสามระดับ
หนึ่งระดับต้น โคจรปราณระดับนี้ฝึกเพื่อใช้ประโยชน์ภายในควบคุมการไหลเวียนของปราณในร่างให้เร็วหรือช้า ให้ไปตามทิศทางที่ตนกำหนดเป้าหมายรักษาอาการเจ็บป่วยในร่าง บำรุงอวัยวะทุกส่วนให้แข็งแรงและให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ผลักพิษออกจากร่าง เป็ต้น ระดับนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายจะว่ายากก็ไม่เกินความสามารถ เหรินซวงอิ๋นสำเร็จขั้นนี้ั้แ่สิบขวบหลังใช้เวลาฝึกฝนอยู่สองปีเต็ม
สองระดับกลาง รวบรวมปราณ ระดับนี้คือการถ่ายทอดปราณเพื่อใช้ประโยชน์ภายนอกเช่น ตอนที่ให้ไออุ่นกับจ้าวจิงถิง ตอนซัดใต้น้ำทำให้หินกระจาย และตอนทำฟืนให้แห้งชาติก่อนเขาฝึกถึงระดับนี้ สามารถซัดปราณออกจากฝ่ามือได้แต่ยังไม่เก่งพอจะสามารถควบคุมสิ่งของแทนอาวุธได้ น่าเสียดายอีกอย่างคือบิดาจากไปอย่างกะทันหันจึงไม่ได้บอกวิธีฝึกระดับสูงไว้
สามระดับสูง ปราณตัดปราณ ระดับสุดท้ายยังเป็ปริศนาอยู่
เหรินซวงอิ๋นมีแต่ต้องคลำทางฝึกเองไม่แน่ชาตินี้เขาอาจฝึกจนมีปราณเข้มข้นขึ้น ควบคุมสิ่งของ เช่น ก้อนหิน ใบไม้หรือธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้กลายเป็อาวุธได้หรืออาจค้นพบความลับของระดับสุดท้ายได้เอง
ตราบใดที่ยังฝึกอย่างสม่ำเสมอก็ยังไม่หมดหนทางจะเข้าใกล้ความลับนั้น
ยามอรุโณทัยบนท้องฟ้าที่มืดมิดได้เวลาตื่นสีดำมืดเปลี่ยนเป็สีขาวสว่างเหรินซวงอิ๋นที่นั่งทำสมาธิรู้สึกถึงความสว่างของวันใหม่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาเขายังไม่ได้ลืมตาแต่เริ่มขยับตัว นิ้วทั้งห้ากางออกหันฝ่ามือเข้าหาท้อง กางข้อศอกวาดมือสองข้างในทิศทางที่สวนกัน พลิกฝ่ามือแล้ววาดมือใหม่ อีกรอบทำสลับกันซ้ายขวามือหนึ่งพลิกออกอีกมือพลิกเข้า
เมื่อรู้สึกถึงปราณที่เข้มข้นกว่าเดิมเ้าตัวดีใจที่การฝึกฝนในทุกเช้าของตนก้าวหน้าเสียทีลองควบคุมให้พลังงานนี้เคลื่อนไหวไปตามส่วนต่าง ๆ อย่างช้า ๆั้แ่เส้นผมจรดปลายเท้า แล้ววนมาที่ปลายเส้นผมทำอยู่หลายรอบจนรู้สึกเหนื่อยถึงหยุด ทำสมาธิต่ออีกหน่อยให้ร่างกายฟื้นตัว
เหรินซวงอิ๋นมีพลังมากขึ้นเขาโคจรปราณได้นานขึ้นไม่เหนื่อยง่ายเหมือน่แรก ร่างกายนี้ก็แข็งแรงขึ้นเขาค่อย ๆ เปิดเปลือกตา สิ่งแรกที่เห็นคือผิวพรรณของตน มันขาวผ่องสะท้อนกับแสงสีทองของแดดยามเช้ากลิ่นหอมอ่อนที่แผ่ออกจากร่าง ไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ ห่างไกลกับกลิ่นเครื่องหอมทุกชนิดมันชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นในเวลาเดียวกัน นับเป็ผลพลอยได้ของการฝึกวิชานี้
เมื่อได้เวลาหยุดก็ต้องหยุดการฝึกจะละโมบโลภมากไม่ได้ ใจร้อนไปย่อมไม่ดี ยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำ เช่นการจัดระเบียบคนรับใช้ในบ้านจ้าวหลายวันก่อนแม่สามีและคุณย่า้าให้เหรินซวงอิ๋นช่วยจัดระเบียบคนรับใช้ล้างระบบของพ่อบ้านฉายให้สะอาด เพื่อป้องกันไส้ศึกที่ยังแฝงตัวอยู่พรรคพวกของพ่อบ้านฉายไม่รู้มีอยู่เท่าไหร่ในตระกูลจ้าว
เขาจึงถือโอกาสทำอะไรใหม่ๆเพิ่มอีกหลายอย่างด้วย
ทำกิจวัตรยามเช้าเสร็จคนรับใช้ชายหญิงทุกคนก็ถูกเรียกตัวมารวมพลที่ลานบ้าน
“วันนี้คุณนายเล็กสั่งอะไรทุกคนก็ต้องจดจำและปฏิบัติตาม”
“ค่ะ/ครับ”
ทัพหน้าก็ยังทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติจ้าวหลันหรูเปิดทางให้คุณนายเล็กเต็มที่ ส่วนลูกสะใภ้ของเธอวิกตอเรียแค่มานั่งเพิ่มบารมีให้อิ๋นอิ๋นเท่านั้น เธอไม่มีหัวด้านการปกครองคนนิสัยของเธอเป็ปัจเจกอย่างมาก โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบสุงสิงกับใครทำให้งานบ้านเป็เื่ยากสำหรับเธอ งานที่ต้องสังเกตและสั่งการยิ่งไม่ใช่วิสัย
แต่แม่สามีผู้นี้ก็มีข้อดีตรงที่เธอไม่ซับซ้อนมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอจะมีแผนการน่ากลัว ตรงข้ามกับคุณย่าที่ดูมีแผนการในใจอยู่ตลอด
“ผมอยากจะแบ่งกลุ่มคนของเราใหม่คุณย่ากับคุณแม่คิดว่ายังไงครับ”
จ้าวหลันหรูยิ้มแย้ม “ตามใจหลาน ย่าให้สิทธิ์เต็มที่”
เหรินซวงอิ๋นกล่าวขอบคุณเธอแล้วหันไปมองแม่สามี วิกตอเรียพยักหน้ายิ้ม ใบหน้างดงามของอดีตนางเอกดังยามนั่งต่อหน้าธารกํานัลเช่นนี้ ดุจสตรีสูงศักดิ์ก็ไม่ปาน
แต่จ้าวหลันหรูไม่คิดเช่นเดียวกันเธอบอกหลานสะใภ้ “แม่สามีเราไม่มีความเห็นหรอกเกรงว่าต่อให้ขอความเห็น อย่างมากหลานก็จะได้แค่รอยยิ้ม”
วิกตอเรียฟังแล้วไม่ได้โกรธกลับเพิ่มยิ้มบนหน้า “แหมคุณแม่จะชมว่าหนูยิ้มสวย ก็ชมมาเลยตามตรงเถอะค่ะ”
“ดูสิ ดูความมั่นใจของหล่อนมีเยอะเหลือเกินแล้ว”
วิกตอเรียปิดปากขำจ้าวหลันหรูวางท่าสักพักก็ผ่อนคลายลงและยิ้มปลงๆ ออกมาเหรินซวงอิ๋นดีใจที่สองสาวของบ้านไม่จ้องจะกินกันแล้วหมายถึงคุณย่าไม่ทำท่าจะกินหัวคุณแม่ตลอดเวลา เหมือนเมื่อก่อนเหล่าคนรับใช้เองก็แปลกใจไม่น้อย ที่พอมีคุณนายเล็กคุณนายกับคุณนายผู้เฒ่าเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย หรือจะเป็ฝีมือคุณนายเล็ก
นี่จะเก่งเกินไปหรือเปล่า
เหรินซวงอิ๋นหันมามองผู้คนที่ยืนตรงหน้าชายสามสิบ หญิงห้าสิบ เป็แปดสิบคน เหลือรอดจากการถูกไล่ออก
คนที่สนิทกับพ่อบ้านฉายถูกโละไปจากที่นี่โดยบอกเหตุผลว่าคนเยอะเกินไป ตระกูลจ้าวเลี้ยงไม่ไหว ให้เงินก้อนหนึ่งไปตั้งตัวไม่มีสักคนที่ขออยู่ต่อ อาจจะ้าเงินก้อน ไม่ก็คิดจะหนีอยู่แล้วก็ได้
“ทุกคนในที่นี้มีใครบ้างที่จำสิ่งที่ผมพูดในวันแรกที่เข้าตระกูลได้ ยกมือให้ผมดูหน่อย”
คนรับใช้แปดคนยกมือขึ้นแต่ละคนยื่นอยู่ในจุดที่ห่างกันไป แถวหน้าก็มี ตรงกลางก็มาก หลังสุดอีกสอง
“คนที่ยกมือก้าวขึ้นมา ป้าจูครับผมขอกระดาษกับปากกา”
“ได้ค่ะคุณนายเล็ก”
นายหญิงสองคนนั่งมองการกระทำของเหรินซวงอิ๋นด้วยความสนใจนอกจากสนใจ คนในแถวที่ไม่ได้ยกมือ ก็ยืดคอชะเง้อจนสุด อยากออกไปบ้างเผื่อได้รางวัลแต่ติดที่ความจำไม่ดี
“มีแค่นี้นะครับไม่มีใครจะออกมาเพิ่มแล้วใช่ไหม”
หนึ่งในหญิงรับใช้คนเก่าคนแก่กล่าวกับคุณนายเล็กแทนคนที่เหลือ “ก็อยากออกไปค่ะ แต่ว่าความจำของพวกเราไม่ดีเท่าไหร่ทำแต่งานใช้แรงก็แบบนี้ คุณนายเล็กอย่าถือสาเลยนะคะ”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มแต่ไม่ตอบคำเขาหันมาสั่งทั้งแปดคน “เขียนสิ่งที่พวกคุณจดจำได้ออกมาครับต่างคนต่างเขียน ห้ามอยู่ใกล้กัน ห้ามมองของคนอื่น”
ระหว่างรอผลงาน เขาสังเกตทั้งแปดคนนี้ชายสาม หญิงห้า ชายสามคนมีคนหนุ่มสอง วัยกลางคนอีกหนึ่ง หญิงห้าคนมีหญิงสาวสองหนึ่งในนี้คือหยาหยา ที่เหลือคือหญิงวัยกลางคน ทุกคนกำลังวังชาไม่เลวท่าทีคล่องแคล่ว และอ่านออกเขียนได้ทุกคน เขาค่อนข้างพอใจ
ไม่ถึงสามนาทีทุกคนก็เขียนเสร็จเขากล่าวชม “รวดเร็วดีมากถ้าผมอ่านของใคร ขอให้คนนั้นก้าวขึ้นมา นะครับ”
ทุกคนขานรับเหรินซวงอิ๋นหยิบแผ่นแรกมาอ่าน
“ให้รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด”
อ่านแล้วหันไปมองเ้าของผลงานเป็ชายหนุ่มหน้าตาดี ดวงตาใสซื่อ พอเขามองก็รีบประสานมือไว้ตรงหน้า หลบสายตามองพื้นทันที
“บอกชื่อแซ่ ตำแหน่งและระยะเวลาที่คุณเข้ามาทำงานกับตระกูลจ้าว” สุดหล่อเงยหน้าขึ้นตอบ “ผมแซ่ซ่งชื่ออานครับ ตอนนี้เป็คนงานในสวน เพิ่งเข้ามาได้เก้าเดือน”
“ขอบคุณมาก แผ่นต่อไป ลายมืออ่านง่ายบอกว่า ทำดีมีรางวัลทำผิดลงโทษ”
“ของดิฉันเองค่ะ” หยาหยาก้าวออกมาไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมเกินไปนัก “ชื่อหยาหยาค่ะ ตอนนี้ทำงานรับใช้บนคฤหาสน์รับใช้ตระกูลจ้าวมาแล้วเจ็ดปีค่ะ”
เหรินซวงอิ๋นทำแบบนี้จนครบทุกคนคนที่เหลือได้แก่
หูอู๋เจ๋อเป็คนหนุ่มรูปร่างท้วมท่าทางธรรมดาไม่โดดเด่น เป็คนที่จำคำพูดของเขาได้เกือบทุกคำปัจจุบันทำงานในสวน เข้ามาทำงานได้สองปีแล้ว
อู่ซีห่าวชายวัยกลางคน รูปร่างสมส่วนแววตาอ่านยาก จำคำพูดของเขาได้ทุกคำเช่นกัน ปัจจุบันทำงานรับใช้บนคฤหาสน์เข้ามาทำงานได้เจ็ดปีเท่าหยาหยา
ฝั่งผู้หญิงที่เหลือมีตันหยงหญิงสาวท่าทีฉลาดมีไหวพริบ คำพูดที่เธอเขียนมาไม่ตรงกับที่เขาพูดแต่ความหมายก็ไม่ต่างกัน ปัจจุบันทำงานในเรือนผู้เฒ่า เข้ามาทำงานได้ห้าปี
ฮุ่ยหนี่ว์หญิงวัยกลางคน หน้าดุคำพูดที่เธอจำได้ไม่ถูกต้อง แต่ความหมายก็ใกล้เคียง ปัจจุบันทำงานในสวนเข้ามาทำงานได้สี่ปี
เซียงเถา หญิงวัยกลางคนเอกลักษณ์คือเสียงดัง คำพูดถูกต้องแต่ไม่ครบ ปัจจุบันทำงานในครัวเข้ามาทำงานได้สี่ปีเช่นกัน
คนสุดท้าย อินฝู หญิงวัยกลางคนท่าทีเข้มงวด คำพูดครบถ้วน ลายมือเป็ระเบียบ ปัจจุบันทำงานรับใช้บนคฤหาสน์เข้ามาทำงานได้แปดปี เป็คนที่ทำงานมานานที่สุดในบรรดาคนทั้งแปด
“ผมขอชื่นชมทุกคนที่กล้าออกมาเื่คำพูดของผม จดจำได้หมดก็ดี จำไม่ได้ก็ช่าง อย่างน้อยทั้งแปดคนก็มีความกล้าส่วนเื่ที่จะถูกหรือผิดเป็เื่รองลงมาั้แ่นี้ต่อไปจะไม่ใช้การปกครองสองระบบแบ่งแยกอีก ไม่มีคนงานในสวนหรือคนงานบนคฤหาสน์ แต่จะแบ่งกลุ่มคนที่เหลือออกเป็แปดตำแหน่งรับผิดชอบแต่ละหน้าที่ ต่างกันออกไป มีหัวหน้าตำแหน่ง คือทั้งแปดคนนี้”
คนที่ไม่ได้ออกมาแต่อยู่มานานกว่าเริ่มมีปากเสียง
“คุณนายเล็กคะที่ป้าไม่ออกไปเพราะป้าเขียนหนังสือไม่เป็”
เหรินซวงอิ๋นมองไปที่ป้าคนนั้น เขาถาม
“ตอนแรกที่ผมถามไม่ได้บอกว่าต้องออกมาเขียนหนังสือ แต่ป้าไม่ออกมาเองถูกหรือไม่ก่อนที่จะให้ทั้งแปดคนเขียน ผมก็ถามย้ำแล้วว่ามีใครอีกบ้าง ป้าก็เงียบนี่ครับ”
คุณนายเล็กหันไปมองคนที่เหลือแล้วกล่าวลอยๆ “โอกาสมันไม่ได้อยู่รอตลอดเวลาหรอกคิดว่าทุกคนคงเข้าใจในข้อนี้”
ป้าคนนั้นก้มหน้ายอมรับ ทุกคนในแถวเสียใจที่ไม่กล้าออกไปส่วนคนทั้งแปดยิ้มแย้มดีใจ ที่ตัดสินใจไม่ผิด
ก่อนจะพูดอะไรต่อคนรับใช้ชายคนหนึ่งเสียงดังขึ้น
“แต่ว่าให้พวกเขาเป็หัวหน้าแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ พวกเราในแถวบางคนก็อยู่มานานกว่าบางคนเป็หัวหน้าอยู่แล้ว แบบนี้ก็โดนลดตำแหน่งแค่จำคำพูดของคุณนายเล็กไม่ได้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาแต่วันนั้นหลายคนก็ตื่นเต้นจะได้เจอคุณนายเล็ก ไม่มีแก่ใจมาจำอะไรหรอกครับ”
“ใช่ๆ ถูกต้อง”
“พูดถูกต้อง”
''พูดมีเหตุผล"
คุณย่าและคุณแม่ไม่ได้เข้ามาช่วยพวกเธอแค่จิบชา รอชมว่าคุณนายเล็กของบ้านจ้าว จะจัดการความเห็นต่างนี้อย่างไรพวกคนรับใช้ก็แบบนี้ ให้สร้างผลงานกลับนิ่งเงียบ แต่พอเสียประโยชน์ก็โวยวาย
หากไม่เด็ดขาดหรือฉลาดพอจะเอาคนพวกนี้อยู่ได้ยังไง อย่างดีก็แค่กำราบได้ต่อหน้าลับหลังจะไปรวมตัวปลุกปั่นอะไรบ้างไม่รู้
“ทุกคนฟังผมให้จบก่อนเื่นี้ผมคิดไว้แล้ว ว่าคนที่ไม่ออกมาแต่อยากได้ตำแหน่งต้องมีไม่น้อยแน่”พอเขาพูดตรงขนาดนี้ คนที่กำลังจะอ้าปากรีบกลืนคำลงคอ เสนอหน้าพูดไปอีกไม่กลายเป็คนอยากได้อยากมีเกินงามเหรอ
“ลูกน้องของทุกตำแหน่งสามารถตรวจสอบหัวหน้าได้ หากพวกเขาทำอะไรผิด ก็ให้มาแจ้งผมจะเป็คนตรวจสอบด้วยตัวเอง หากผิดจริง สถานเบาตัดเงินเดือนครึ่งเดือนตามจำนวนครั้งที่ทำผิด เกินสามครั้งไล่ออก สถานหนักไล่ออกทันทีคนที่แจ้งความผิดจะได้ขึ้นเป็หัวหน้าตำแหน่งนั้นแทน”
“ขอถามคุณชายค่ะ ถ้ามีการกลั่นแกล้งกันแล้วมีการไล่คนออกไป จะรับมาเพิ่มหรือเปล่าคะ”
“ถามเช่นนี้ไม่ไว้ใจการตรวจสอบของผมใช่หรือไม่”
“ปะ..เปล่าค่ะ”
“ไม่เป็ไร คุณแซ่ซูสินะอดีตหัวหน้าแม่บ้าน รู้หรือเปล่าทำไมผมไม่ให้คุณออก”
แม่บ้านแซ่ซูหน้าซีดรีบก้มหัว “คุณนายเล็กดิฉันไม่มีเจตนาล่วงเกินคุณแค่สงสัยเท่านั้นค่ะ หน้าที่ในบ้านมีเยอะ ถ้าคนลดลง พวกเราที่เหลือก็เหนื่อยขึ้นแต่ค่าจ้างเท่าเดิม ขอคุณได้โปรดอย่าถือสา ที่ดิฉันคิดอะไรตื้น ๆ แค่นี้เลยนะคะ”
เหรินซวงอิ๋นเดินไปใกล้เธอหญิงคนนั้นก้มหน้าลงจนคางแทบชิดอก คงไม่ได้กลัวบารมีของเขาแต่น่าจะกลัวถูกไล่ออกมากกว่า
“ผมถามว่าคุณรู้หรือเปล่าทำไมผมไม่ให้คุณออก”
“ไม่ ไม่ทราบค่ะ”
เสียงของคุณนายเล็กดังก้อง เข้มแข็งและน่าเกรงขาม จนทุกคนรู้สึกได้ว่า คนผู้นี้ ไม่ใช่คนที่ใจดีหรือจะต่อรองได้ง่ายเขากล่าว
“อย่างที่ทุกคนรู้ดีก่อนหน้านี้บ้านเรามีการคัดคนออกไปหลายคน สาเหตุคืออะไรคุณย่ากับคุณแม่คงแจ้งแล้วแต่ที่ทุกคนยังอยู่ตรงนี้ เพราะยังเป็คนที่ทำงานดี เป็คนที่พวกเราไว้ใจ”
ทุกคนรู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดขณะที่คุณนายเล็กกล่าวต่อ
“คุณซูคุณเองก็เคยเป็หัวหน้าคน คงทราบดีลูกน้องที่ไว้ใจได้ มีความอดทน หายากแค่ไหน ผมจึงอยากใช้โอกาสนี้เลี้ยงดูทุกคนให้ดี ก่อนจะคิดเื่หาคนใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าทำงานได้เื่ไหมสู้เลี้ยงคนเก่าให้ดีที่สุดก่อนไม่ดีกว่าเหรอ"
"เื่เงินเดือนใครว่างานบ้านจ้าวหนักเงินน้อย ไม่พอใจ ก็ก้าวออกมา ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ หากไม่ออกมาแล้วผมได้ยินประโยคนี้ภายหลัง จะไล่ออกทันที ไม่จ่ายเงินชดเชย”
“.....” เงียบ
จ้าวหลันหรูกับวิกตอเรียสบตากันแล้วมองนายหญิงคนใหม่ของบ้าน ยิ้มเบาใจ ต่อไปพวกเธอก็สบายใจได้แล้ว
“ดี งั้นก็ตั้งใจฟัง”
………………..
เื่ปราณที่อธิบายตอนต้นบทไรต์เอามาจากความรู้เื่ซี่ หรือลมปราณ ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน จากหนังสือ BasicTraditional Chinese Medicine :กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก;กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ลอกมาทั้งประโยคนะคะ อ่านแล้วเอามาเรียบเรียงตามความเข้าใจของไรต์อีกทีส่วนวิชาปราณพิสดารของคุณปู่เหริน ไรต์คิดขึ้นมาเองค่ะ เป็วิชาที่ไม่มีอยู่จริง