เฉียวซีฟื้นคืนสติ แตะใต้ข้อมือตงเยี่ยนซานอยู่นานก็ไม่ปรากฏสัญญาลักษณ์ธาตุขึ้นมา หล่อนพลิกข้อมือเขาให้น้องชายดูชัดๆ
“ไม่ใช่ เป็แค่คนหน้าเหมือนเท่านั้น”
“ว่าแล้ว ด้วยพลังที่หัวหน้ามี เขาไม่มีทางตายง่ายๆ เหมือนอย่างพวกเราหรอก”
“อืม อาหย่วน...ฉันได้ความทรงจำคืนมาแล้วนะ”
บอกไม่ถูกว่าโล่งใจหรือเสียใจมากกว่ากันที่สามีเ้าของร่างเป็คนหน้าเหมือนหัวหน้า แต่ไม่ใช่หัวหน้าในชาติก่อน
เฉียวซีได้แต่เลือกปล่อยวางความรู้สึกสับสนในใจลงชั่วคราว
หล่อนวางมือของตงเยี่ยนซานกลับลงบนเตียงไม้ไผ่ หันไปเอ่ยบอกเื่ที่ได้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมากับหลิวหย่วน
“เยี่ยม! ผมยังนึกว่าต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าความทรงจำชาตินี้ของพี่จะกลับมาซะอีก”
ชีวิตใหม่นี้ หากปราศจากความทรงจำก็เหมือนคนหลงทาง เพราะวิถีชีวิตต่างจากวันสิ้นโลกโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยได้ความทรงจำคืนกลับมา เขาจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงหล่อนมากนัก
“เอาล่ะๆ ไว้ค่อยคุยเื่นี้กันทีหลัง ตอนนี้นายพาลาไปเก็บที่ถ้ำบนูเาก่อน ฉันจะย้อนกลับไปลบรอยล้อเกวียน แล้วเอาเ้าอ้วนไปทิ้งทางลัดท้ายหมู่บ้านด้วย งานเสร็จเมื่อไหร่ พวกเราค่อยกลับมาเจอกันที่แปลงผักหลังบ้านนาย”
เวลาไม่เช้าแล้ว ต่อให้มีเื่มากมายที่ต้องหารือกันก็ควรเป็หลังจากลบร่องรอยทุกอย่าง เกี่ยวกับโจรที่พวกเขาฆ่าทิ้งอย่างหมดจดซะก่อน
“ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
หลิวหย่วนไม่กล้ารอช้า เห็นว่าพี่สาวได้ความจำคืนมาแล้วก็ไม่เสียเวลาบอกทางหล่อน วิ่งออกจากบ้านตรงไปปลดเกวียนจากหลังลา เร่งลากจูงลาขึ้นไปบนเขาด้านหลัง
เฉียวซีตามออกมาภายหลัง เพราะเสียเวลาลงกลอนหน้าต่าง และตรวจสอบประตูเข้าออกของบ้านว่าปิดแ่าดีแล้ว จึงก้าวออกจากบ้านมาเก็บเกวียนทั้งคันเข้าไปในพื้นที่มิติ
จากนั้นหล่อนก็เดินย้อนกลับไปยังเส้นทางที่นั่งเกวียนมา เริ่มต้นลบรอยเท้าและรอยล้อเกวียนจากหน้าบ้านไปจนถึงที่ที่ยิงเ้าอ้วนทิ้ง
ตรวจสอบอยู่หลายรอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีร่องรอยใดเล็ดลอดจากสายตาก็บ่ายหน้ามุ่งตรงไปยังทางลัดท้ายหมู่บ้าน โยนร่างเ้าอ้วนไว้ในทุ่งข้างทางในที่ที่สังเกตเห็นได้ง่าย
ตอนที่สองพี่น้องกลับมาพบกันที่แปลงผักบ้านพรานเฒ่าหลิว เวลาก็ใกล้เช้า ตะวันเกือบจะโผล่พ้นเหลี่ยมเขา
“พี่ใหญ่ เหลือแค่ฟักทองลูกนี้กับข้าวโพดสองฝัก”
แปลงผักหลังบ้านไม่กว้างมาก เดินวนรอบเดียวหลิวหย่วนก็พบเถาฟักทองลูกไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ลูกหนึ่งกับต้นข้าวโพดเหี่ยวๆ หนึ่งต้นท่ามกลางผักชนิดอื่นที่ขาดน้ำแห้งตาย
เพราะเ้าของร่างเดิมกับน้องชายฉี่รดต่างน้ำอยู่ทุกวัน ผักสองชนิดนี้จึงยังรอดอยู่มาได้
ในยุคสมัยที่น้ำไม่พอกิน พืชผักเหี่ยวแห้ง ขืนยังมัวรังเกียจฉี่ตัวเองก็คงต้องดื่มลมตะวันตกแทนแล้ว
“ดีกว่าไม่มี”
เฉียวซีรับฝักข้าวโพดแห้งๆ แก่ๆ มาแกะเมล็ดออกกำไว้ในมือ ตั้งใจใช้พลังทำให้มันโตโดยไม่ลังเล
ลังเลมากไปไม่ดี จะยิ่งทำให้คาดหวัง
ในตอนที่พบความจริงอันโหดร้ายที่ว่าหล่อนไม่สามารถทำให้พืชชนิดอื่นเติบโตได้นอกจากข้าวสาลี คาดหวังมากไปจะกลายเป็ผิดหวังไม่ได้ดังใจ
ลำพังแค่สามารถทำให้เมล็ดข้าวสาลีเติบโต ได้ผลผลิตมาถึงยี่สิบชั่งก็ดีตั้งเท่าไหร่แล้ว คาดหวังมากไปกว่านี้ไม่ดีแน่
วูบ!
ไม่คาดหวังย่อมไม่ผิดหวัง แต่เมื่อไหร่ที่ได้ยิ่งกว่าหวัง ใครบ้างจะไม่ตื่นเต้นยินดีเจียนคลั่ง
พริบตาที่เมล็ดข้าวโพดในมือเติบโตสูงใหญ่ขึ้นๆ แล้วออกฝักทิ้งตัวร่วงกลิ้งลงกองบนพื้น สองพี่น้องก็หวีดร้องกระโจนเข้ากอดกัน ะโไปรอบๆ แปลงผัก
“พี่ใหญ่ พวกเรารอดแล้ว!”
หลิวหย่วนเดี๋ยวๆ หัวเราะฮ่าๆ เดี๋ยวๆ ร่ำไห้สะอึกสะอื้นท่าทางเหมือนคนเสียสติ
จากความทรงจำของร่างเดิม ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการเอาชีวิตรอด่ภัยแล้งมาเยือนเป็อย่างดี
ยังจำได้ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่เขาถูกเด็กหมู่บ้านอื่นเข้ามารุมต่อยตีจนเจ็บหนักไปหลายวัน เพียงเพราะเด็กเ่าั้้าแย่งชิงรากไม้แค่หยิบมือเดียวที่เขาขึ้นเขาไปขุดหามาด้วยความยากลำบาก ตั้งใจจะนำกลับมาบดเป็ผง ต้มโจ๊กให้น้องชายกินประทังหิว
แต่ตอนนี้ ไม่เพียงจะมีทั้งข้าวสาลียี่สิบชั่ง ยังมีข้าวโพดและ…อาจจะมีพืชผักอีกหลายอย่างที่สามารถกักตุนไว้เป็เสบียงเพิ่ม
เขาไม่ดีใจจนเป็บ้าไปก็ดีเท่าไหร่แล้ว!
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งรีบดีใจไป นี่ไม่ใช่ว่าเป็วันใหม่แล้วเหรอ?”
เพราะไม่มีนาฬิกา เฉียวซีจึงไม่ทราบว่า่เวลาที่สร้างกองข้าวสาลีขึ้นมาเป็คืนของเมื่อวานหรือวันนี้
ถ้าเป็คืนเมื่อวานก็เท่ากับว่าข้าวโพดยี่สิบชั่งตรงหน้าเป็ขีดจำกัดของเมื่อวาน ไม่ใช่หล่อนสามารถทำให้พืชผักต่างชนิดเติบโตขึ้นมาเกินขีดจำกัดของพลังยี่สิบชั่งต่อวัน
“ยังมีฟักทองอยู่อีกลูก พี่ใหญ่รีบลองเร็วเข้า!”
รอยยิ้มของหลิวหย่วนแข็งค้าง หันไปคว้าฟักทองยื่นส่งให้คนเป็พี่อย่างคาดหวัง