เกตุแก้ว ยังไม่ทันได้ตอบคำถามของคุณหลวงธรรมธร ก็ต้องสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงใบไม้ทางด้านหลังไกลๆเมื่อหันไปมองก็เห็นคุณหลวงภัสดาที่มองมาด้วยแววตาขุ่นขวางก่อนเดินหันหลังจากไปเกตุแก้วรู้สึกสับสนในใจปนเปกันไปหมด ทั้งยังสงสัยว่าเหตุใดคุณหลวงภัสดาถึงไม่โมโหโวยวายเอาเื่เธอที่ลงมาคุยกับผู้ชายริมท่าน้ำ
หญิงสาวเกลียดความรู้สึกแบบนี้ยิ่งนักแต่ทิฐิก็ยังคอยย้ำเตือนว่าคุณหลวงภัสดาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องตาย เกตุแก้วสลัดความคิดอันยุ่งเหยิงออกไปแล้วตัดบทกับคุณหลวงธรรมธรโดยมิได้พูดเื่ที่คุณหลวงพูดค้างไว้ต่อ หญิงสาวขอตัวไปเข้าครัว หุงหาอาหารทำกับข้าวต้มแกง โดยมีแกงสายบัวรวมอยู่ในนั้นด้วยเพื่อยกไปเป็สำรับพิเศษให้กับคุณหลวงภัสดาและคุณลำเภาบนเรือน..
เมื่อขึ้นไปบนเรือนก็เห็นคุณหลวงนั่งเป็ประธานอยู่ที่โต๊ะสำรับแล้วโดยมีคุณลำเภา คุณหญิงเนื่องทอง และบัวทอง นั่งกันพร้อมหน้าสองคนสุดท้ายเพ่งมองมาทางเธอสายตาบ่งบอกว่าไม่ญาติดีด้วยอย่างแท้จริง
“สำรับมาแล้วเ้าค่ะ”เกตุแก้วบอกด้วยอาการที่อ่อนน้อม พร้อมกับวางสำรับลงบนโต๊ะขนาดใหญ่ขณะจะพูดต่อว่าวันนี้ทำอะไรมาให้กินบ้าง เสียงแหลมของบัวทองก็แทรกขึ้น
“คุณพี่เ้าคะวันนี้น้องทำอาหารทั้งคาวหวานมาให้คุณพี่ชิมรสมือน้องดูน้องตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะเ้าคะ” บัวทองพูดฉอเลาะแถมมีสีหน้าที่เป็ต่อส่วนคุณหญิงเนื่องทองผู้เป็แม่ก็ถือพัดโบกสะบัดเบาๆ เผยอยิ้มน้อยๆลำเภาจ้องมองสองแม่ลูกอย่างไม่ชอบใจในกริยาที่ทั้งสองแสดงออกมา
คุณหญิงเนื่องทองมองกับข้าวในสำรับของเกตุแก้วแล้วเบ้ปากแบบดูถูก'เชอะ.. กับข้าวแบบบ้านๆ'คุณหลวงภัสดาแม้จะไม่พอใจในกิริยานั้นของคุณหญิงเนื่องทองนัก แต่ก็มิได้พูดอะไรด้วยเพราะกำลังขุ่นใจเกตุแก้วชายหนุ่มยังมิรู้ว่าหล่อนตกลงกับหลวงธรรมธรว่าอย่างไรฤาหล่อนจะปลงใจกับหลวงธรรมธรนั่น...
บัวทองจัดแจงสำรับอาหารทั้งคาวหวานโดยมีจำปีบ่าวที่เรือนของเธอจัดให้เกตุแก้ววางสำรับของตนลงข้างๆ แต่คุณหลวงภัสดาก็ทำเป็ไม่ตักไม่แตะต้องสำรับของเกตุแก้วเลย หญิงสาวแปลกใจตัวเองยิ่งนัก ที่การกระทำของคุณหลวงในครั้งนี้ทำให้เธอน้อยใจได้อย่างไรบัวทองเห็นคุณหลวงภัสดากินแต่สำรับที่ตนนำมาก็กระหยิ่มในใจ พูดขึ้นเสียงหวาน
“กับแกงที่น้องทำมาน้องทำเฉพาะของชอบคุณพี่ทั้งนั้นเลยนะเ้าค่ะ”คุณหลวงภัสดาพยักหน้ายิ้มๆ แล้วก็พูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
“อร่อยถูกปากทุกอย่างวันหลังน้องก็ทำมาอีกนะ ให้คนที่เรือนพี่ไปช่วยก็ได้เดี๋ยวน้องจะเหนื่อย” พูดจบก็หันไปกินข้าวสำรับของบัวทองโดยไม่ได้แตะต้องสำรับของเกตุแก้วเลยลำเภาที่นั่งอยู่ด้วยไม่ชอบใจยิ่งนักที่คุณพี่ของเธอทำเช่นนี้เธอหันไปมองเกตุแก้วอย่างรู้สึกเห็นใจเกตุแก้วเองก็ไม่เข้าใจที่คุณหลวงภัสดาดูเ็าถึงเพียงนี้แต่แล้วความคิดที่ว่าคุณหลวงเป็คนฆ่าพ่อกับแม่ของเธอก็ผุดขึ้นมาทิฐิมานะก็เกิดขึ้นทันทีเธอนั่งหน้าตึงไม่แยแส จะกินหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ทางด้านลำเภาพูดกับเกตุแก้ว
“พี่เกตุแก้วมีอะไรก็ไปทำเถอะตรงนี้มีบ่าวเยอะแล้ว” น้ำเสียงที่พูดกับเกตุแก้วมีเมตตาและอ่อนโยน
“เ้าค่ะ” เกตุแก้วรับคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ขณะที่กำลังจะลุกเดินออกไป คุณหลวงภัสดาก็รีบพูดดักเอาไว้
“หล่อนไม่มีสิทธิ์จะลุกไปไหนถ้าฉันไม่ได้สั่ง และอย่าเสียมารยาทผู้ใหญ่กำลังกินข้าวกันอยู่” น้ำเสียงเอาเื่ เริ่มพาลขึ้นมาอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่เกตุแก้วมองเขม็งไปทางคนพูด ทั้งโกรธทั้งน้อยใจผสมปนเปกันไปหมด
“อิฉันเป็คนบ้านนอกคอกนามิรู้จักว่าอะไรควรมิควร ถ้ารกหูรกตาก็ไล่อิฉันไปเสียเถิดเ้าค่ะเพียงแค่คุณหลวงเอ่ยปากอิฉันจะไปทันที” คนพูดพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่ชัดเจน หากคนฟังกลับรู้สึกไม่พอใจคิดว่าเกตุแก้วอยากจะไปอยู่กับหลวงธรรมธร จึงพูดเช่นนี้ออกมาชายหนุ่มกระแทกจานข้าวอย่างแรง ทำเอาลำเภา คุณหญิงเนื่องทอง บัวทอง และบ่าวไพร่สะดุ้งใกลัวไปตามๆ กัน คุณหลวงภัสดาลุกจากสำรับเดินออกมาเผชิญหน้ากับเกตุแก้วและตวาดด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยโทสะโดยไม่ทันยั้งคิด
“ลูกคนโกงแผ่นดินอย่างหล่อนใครรึจะกล้ารับไปอยู่ร่วมเรือนเดียวกัน!!”หากว่าเมื่อพูดจบ สติก็กลับมายังคนพูดทันทีเขาใมากที่พูดจาออกไปแบบนั้น หนำซ้ำยังพูดต่อหน้าสองแม่ลูกผู้มาเยือน จึงทำให้คุณหลวงภัสดาให้รู้สึกผิดยิ่งนักขณะที่คุณหญิงเนื่องทองกับบัวทอง หูผึ่งราวกับหูช้างที่กางบานออกทันทีกับสิ่งที่ได้รับฟังเมื่อสักครู่ปากไวกว่าความคิดเสียอีก
“ต๊าย...! อะไรนะพ่อภัส พ่อแม่ของเกตุแก้วทำเื่น่าอับอายเยี่ยงนั้นเลยรึ?” แม้เสียงพูดจะดูใแต่สีหน้ากลับดูยิ้มเยาะอย่างร้ายกาจหากทว่าในเวลานี้คุณหลวงกลับรู้สึกชาไปทั้งตัว เขารู้สึกผิดต่อเกตุแก้วจริงๆใจเขาแทบอยากจะเดินไปขอโทษตรงหน้าหล่อนเสียเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ
ในตอนนี้แม้ว่าเกตุแก้วจะถูกพาดพิงแต่หญิงสาวกลับปั้นสีหน้าเรียบเฉย ยกเว้นแววตาที่จ้องมองคุณหลวงภัสดาน้ำตาคลอเบ้ามันฉายแววตัดพ้อและผิดหวังชัดเจน ชายหนุ่มชะงักทันทีเกตุแก้วเจ็บไปสุดขั้วหัวใจน้ำตาไหลอยู่ข้างในเป็ทางกระทำต่อกันได้ถึงเพียงนี้เทียวหรือหญิงสาวคิดในใจกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจหันหลังแล้วลงจากเรือนไปอย่างเงียบงันคุณหลวงภัสดาให้ใจหายยิ่งนัก
“หล่อน...”แต่ไม่ทัน
เมื่อเกตุแก้วเดินพ้นประตูเรือนไปคุณหญิงเนื่องทองกับบัวทองก็ถลาเข้าไปหาคุณหลวงภัสดาทันที
“เื่ราวมันเป็มายังไงพ่อภัสแสดงว่าที่น้าได้ยินเขาร่ำลือมาก็คงไม่ผิดสินะ แม่คนนี้มันลูกขี้ครอก” คุณหญิงเนื่องทองพูดด้วยอาการดูถูก ส่วนบัวทองก็ยิ้มพึงใจที่แท้นังเกตุแก้วก็แค่ลูกคนขี้ครอกขี้คุกเท่านั้นเองคุณหลวงภัสดาชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที
“กระผมขอให้คุณน้าและบัวทองกลับบ้านไปก่อนขอเชิญขอรับ” เสียงเข้มและนิ่งน่าเกรงขาม
“แต่คุณพี่เ้าคะ น้อง...” บัวทองรบเร้าขออยู่ต่อเพราะรู้สึกสนุกเมื่อได้รู้เื่อันน่าอดสูของเกตุแก้วแต่เมื่อสบตากับคุณหลวงภัสดา ก็ต้องถอยฉากออกมาทันที
“ขอให้พูดให้รู้ฟังพี่มีเื่ต้องทำ” วาจาไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น
แม้จะขัดใจที่ถูกไล่ซึ่งๆ หน้าแต่ทั้งคุณหญิงเนื่องทองและบัวทองก็ต้องพากันกลับแต่โดยดีเพราะเห็นได้ชัดว่าคนพูดหมายความตามที่พูดและไม่คิดจะไว้หน้าใครจริงๆเมื่อลงมาจากเรือน สองแม่ลูกก็ไม่วายซุบซิบนินทาแก่กัน
“สมน้ำหน้าอีนังเกตุแก้วลูกก็นึกว่าเป็ใครมาแต่ไหน ที่แท้พ่อแม่มันตายเพราะต้องอาญาแผ่นดิน ส่วนมันที่ซุกหัวนอนก็ไม่มีคุณพี่ก็เลยรับเลี้ยงไว้”บัวทองพูดเยาะขึ้นอย่างสาแก่ใจ คุณหญิงเนื่องทองรีบสนับสนุนขึ้นทันที
“ลูกแม่เหมาะสมกับหลวงภัสดาที่สุดทั้งชาติ ตระกูลสมหน้าสมตากันยังกับกิ่งทองใบหยกยังไงแม่ก็จะต้องทำให้ลูกได้ร่วมหอลงโรงกับหลวงภัสดาปรีชานุภาพให้ได้”ผู้เป็แม่พูดขึ้นเหมือนให้คำมั่นสัญญาจนบุตรสาวยิ้มออกมาอย่างได้ดั่งใจ
มืดค่ำแล้วทางด้านคุณหลวงภัสดาให้รู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งนักั้แ่เกิดเื่เกตุแก้วมิได้ขึ้นเรือนมารับใช้ลำเภาหรือว่ามาทำการงานใดๆบนเรือนอีกเลย เขาอยู่ไม่ถูกผุดลุกผุดนั่ง รอแต่ให้เกตุแก้วขึ้นมาบนเรือนเพราะเกตุแก้วต้องไปนอนเป็เพื่อนลำเภาอันเป็คำสั่งของเขานั่นเอง
คุณหลวงวิตกกังวลไปต่างๆ นาๆและส่วนลึกชายหนุ่มก็กลัวเกตุแก้วจะโกรธจนคิดจะไปอยู่กับหลวงธรรมธรคุณหลวงภัสดาดาหน้าเครียดทันทีเขาจะไม่มีวันยอมเกตุแก้วจะต้องอยู่กับเขาคนเดียวเท่านั้น ขณะที่กลุ้มใจไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นพลันสายตาก็มองเห็นหญิงสาวที่กำลังคิดถึงอยู่ขึ้นเรือนมาพอดีคุณหลวงดีใจมากที่ได้เห็นหน้าเกตุแก้วเขาปราดเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“หล่อนไปไหนมา?” ถามอย่างคาดคั้นแต่คนถูกถามกลับเงียบเดินผ่านหน้าคุณหลวงไปประหนึ่งไม่เห็นใครอยู่ตรงหน้าคนถามยิ่งรู้สึกหวั่นใจรีบเดินไปดักหน้าเอาไว้แต่ว่าหญิงสาวก็ทำท่าจะเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งแต่คราวนี้คุณหลวงภัสดากลับถือวิสาสะดึงร่างหญิงสาวมากอดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยฝ่ายเกตุแก้วใกับการกระทำของคุณหลวงยิ่งนัก หล่อนดิ้นรนไปมาแกะมือของอีกฝ่ายแต่ไม่เป็ผล หญิงสาวนึกในใจคนอะไรมือเหนียวยังกะตุ๊กแก
“ปล่อย” คนถูกกอดพูดขึ้นอย่างมีโมโหแต่คุณหลวงภัสดากลับยิ้มร่าเริง
“ยอมปริปากคุยกับฉันแล้วรึ?”แทนที่จะปล่อยคุณหลวงกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิมทว่าเกตุแก้วกลับนิ่งเฉยหญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เหมือนกับว่าการกระทำของคุณหลวงมิได้มีผลใดๆ กับเธอ คุณหลวงเองรู้สึกได้ถึงอาการนั้นจึงคลายอ้อมกอดลงเมื่อเกตุแก้วเป็อิสระหญิงสาวก็รีบเดินหนีไปทันที แต่คุณหลวงภัสดาไม่ยอมง่ายๆ
“หล่อนคงมิอยากใส่ใจใครเท่าหลวงธรรมธรเ้าของเรือนริมน้ำฝั่งตรงข้ามกระมัง” และได้ผลเมื่อพูดจบเกตุแก้วก็ชะงักไปทันทีหล่อนหันมาสายตานิ่งสนิทหากแฝงไว้ด้วยรอยของความดื้อรั้นไม่ยอมคนด้วยความที่หญิงสาวเพิ่งโดนคุณหลวงพูดถึงปมในใจที่ต้องมาอยู่กับเขาต่อหน้าธารกำนัลมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบใจจึงต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นมัว
“เพราะคุณหลวงธรรมธรมิได้ฆ่าคุณพ่อคุณแม่อิฉันให้ตายตกไปตามกันเยี่ยงคุณหลวง” แม้จะรู้ดีว่าที่เกตุแก้วพูด คงจะโกรธที่เขาพูดทำร้ายหล่อนก่อนในตอนเที่ยงแต่คุณหลวงหนุ่มก็อดน้อยใจในคำพูดของหญิงสาวไม่ได้เกตุแก้วเองก็รู้สึกไม่ดีนักที่พูดออกไปเช่นนั้นแต่ปากหนักเกินกว่าจะกล่าววาจาขอโทษขอโพย
“ในสายตาหล่อน ฉันคงเลวมากกระมัง”คุณหลวงภัสดาพูดขึ้นด้วยความน้อยใจอย่างแท้จริง
“ต่อให้ต้องขอโทษเป็พันเป็หมื่นครั้งกับเื่ที่ฉันไม่ได้ตั้งใจก่อขึ้นหล่อนก็คงไม่ให้อภัย” น้ำเสียงนิ่งสายตาส่อแววน้อยใจชัดเจน
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะพยายามอยู่ให้ไกลจากหล่อน”และมิได้พูดแต่ปากหากเดินหันหลังออกมาแล้วเข้าห้องส่วนตัวไปในที่สุด เกตุแก้วยืนนิ่งงัน ปลงตกทั้งที่คุณหลวงพูดทำร้ายน้ำใจเธอก่อนแต่เธอกลับรู้สึกผิดเสียอย่างนั้น ใครกันแน่เทียวที่ต้องเป็ฝ่ายขอโทษเขาหรือเธอแล้วเธอเป็อะไรไปทำไมต้องมากังวลกับเื่แค่นี้ทำไมต้องมาใส่ใจในอาการของคนที่เธอสัญญาว่าจะเกลียดแม้ชีวิตจะหาไม่ เกตุแก้วถอนหายใจช้าๆหล่อนพูดในสิ่งที่ไม่คิดจะพูดให้คุณหลวงภัสดาได้ยินแม้แต่ครั้งเดียว
“ขอโทษเ้าค่ะ…”