หิ่งห้อยออกบินในเดือนกรกฎาคม ดวงอาทิตย์สาดส่องลงบนผืนแผ่นดิน ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ผู้คนฟุ้งซ่าน และเมื่อเคลื่อนไหวร่างกายก็พลันท่วมไปด้วยเหงื่อ
ภายในสำนักนายก ณ ตำบลกวนซาน
หลิวชิงหยู่ นั่งอยู่ที่เก้าอี้นายกอย่างเงียบๆ ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในใจของเขา
วันนี้เป็วันที่สองแล้วที่เขาถูกย้ายจากกองทัพและรับหน้าที่นายกเทศมนตรีอย่างเป็ทางการ เมื่อวานตอนบ่ายเขากับหลีโหย่วฝู รัฐมนตรีช่วยว่าการฝ่ายคณะกรรมาธิการบริหารพรรคประจำเทศมณฑลจิงหลิน ได้เดินทางมาถึงตำบลกวนซาน และ หลังจากทานอาหารเย็นกับนายกตำบลกวนซานเสร็จสิ้น หลี่โหย่วฝู ก็เดินทางไปประจำมณฑลในคืนนั้น
ในตอนนี้เป็เวลาสิบโมงเช้า หลิวชิงหยู่นั่งอยู่ในสำนักงานมากว่าสองชั่วโมง อย่างไรก็ตามั้แ่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครมารายงานอะไรเขา ไม่มีเอกสารหรือข้อมูลใดๆ ส่งมาให้เขา มันเหมือนกับว่าเขาเป็มนุษย์ล่องหนที่ถูกคนลืมเลือน
หลิวชิงหยู่ นั่งคิดอยู่สักพัก เขารู้สึกว่านี่คือหมากตาเล็กๆ ของเลขาธิการพรรคประจำตำบลกวนซาน นาม ซือเจิ้นเฉียง เพราะเขาพบว่าั้แ่ที่เขาถูกส่งมารับตำแหน่งโดยหลี่โหย่วฝู เลขาธิการพรรคประจำตำบลก็คอยจับตาดูเขา หรือไม่ก็หาโอกาสปลดเขา ในงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อคืนนี้ นอกจากฉินรุ่ยเจียรองเลขาธิการพรรคประจำตำบลกวนซานที่เข้ามาชนแก้วกับเขา ท่าทีของทุกคนก็ดู “คลุมเครือ” และทุกครั้งที่พวกเขาดื่มหรือพูดคุยกับเลขาธิการซือเจิ้นเฉียง ซือเจิ้นเฉียงก็จะเหลือบมองมาทางเขาราวกับจะเบ่งอำนาจที่ตนมีในตำบลนี้
หลิวชิงหยู่ นั่งบนเก้าอี้เงียบๆ ความคิดของเขาล่องลอยไปไกล แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เลขาธิการ ซือเจิ้นเฉียงถึงได้มุ่งเป้าเพ่งเล็งมาที่เขา เขาพึ่งจะมาถึงตำบลนี้ได้ไม่นาน จึงไม่ได้สร้างความบาดหมางไว้กับใคร แต่ซือเจิ้นเฉียง กลับแทรกแซงพยายามหาทางตัดแข้งตัดขาเขาเช่นนี้ อีกฝ่ายมีเจตนาอะไรกันแน่?
ในขณะที่หลิวชิงหยู่กำลังคาดเดาเจตนาของซือเจิ้นเฉียง ทางซือเจิ้นเฉียงก็กำลังพูดถึงเขา ในสำนักงานของซือเจิ้นเฉียง หู่กวนหยวน รองนายกและกรรมการพรรคประจำตำบล นั่งอยู่ตรงข้ามซือเจิ้นเฉียง ใบหน้าของเขาดูเศร้าหมอง เขามองไปยังซือเจิ้นเฉียง พร้อมกับกล่าวว่า “ท่านเลขาธิการฉือ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่านายกคนใหม่จะเป็แค่เด็กหนุ่มอายุ 22 ปี ผมสงสัยเกี่ยวกับพื้นเพต้นกำเนิดและภูมิหลังของเขามาก การที่เขาได้เป็นายกั้แ่อายุ 22 มันออกจะเร็วเกินไปจริงๆ บางทีเด็กคนนี้อาจเป็ลูกหลานผู้ทรงอิทธิพลไม่ก็ข้าราชการสืบทอดอำนาจใช่หรือไม่? ถ้าไม่ใช่เขาคงไม่มีทางได้เป็นายกั้แ่อายุวัยแค่นี้?”
ใบหน้าของซือเจิ้นเฉียง สงบนิ่ง เขารู้ว่า หู่กวนหยวนได้ถูกหลิวชิงหยู่ แย่งตำแหน่งนายกไป เด็กคนนั้นราวถูก์ถีบลงจากฟ้าแล้วตกลงบนเก้าอี้นายกพอดี ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก จึง้าปลอบใจอีกฝ่าย แม้ว่าตอนนี้เขาจะได้สกัดขาหลิวชิงหยู่ แต่เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นจะต้องมีเบื้องหน้าเื้ัที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
เขาพยายามตรวจสอบประวัติของหลิวชิงหยู่ นอกจากประวัติข้อมูลทั่วๆ ไป เขาไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่งนายกของหลิวชิงหยู่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาระแวงหลิวชิงหยู่ แม้เขาจะระแวงแต่ก็ไม่ได้เกรงกลัว เพราะเขายังมีผู้ว่าการประจำเทศมณฑลอย่างเสวี่ยเหวินหลงยืนอยู่ฝ่ายเดียวกัน แม้ว่าเสวี่ยเหวินหลงจะเป็แค่ผู้ว่าการประจำเทศมณฑล แต่เขาก็ได้วางรากฐานอำนาจในเทศมณฑลจิงหลินมานานหลายสิบปี ก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑลคนใหม่อย่าง เซี่ยเจิ้งเต๋อ ที่รับหน้าที่ได้เพียงปีเดียว ก็ถูกเสวี่ยเหวินหลง กดหัวจนประสบกับความลำบาก เห็นได้ชัดว่า เสวี่ยเหวินหลง เป็คนที่อาฆาตผูกพยาบาทอย่างมาก
ซือเจิ้นเฉียงที่มีเสวี่ยเหวินหลงคอยหนุน เขาย่อมไม่เกรงกลัวผู้ใด หนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็แค่เด็กหนุ่มอายุ 22 ปี แน่นอนตอนนี้เขารู้ดีว่าหู่กวนหยวนมาหาเขามีความ้าอะไร แน่นอนซือเจิ้นเฉียงเองก็คิดจะสนับสนุนตรงจุดนั้น แม้จะไม่ได้เล่นงานหลิวชิงหยู่โดยตรง แต่มันก็เป็ตัวหมากชั้นดีในการใช้ทดสอบอำนาจและอิทธิพลของ หลิวชิงหยู่
ซือเจิ้นเฉียงยิ้มแล้วกล่าวกับหู่กวนหยวน “ท่านหู่ ผมเองก็ได้อ่านประวัติหลิวชิงหยู่แล้ว เด็กคนนี้นับเป็อัจฉริยะจริงๆ ในประวัติระบุไว้ว่า เขาจบจากมหาวิทยาลัยชิงหวา ั้แ่อายุสิบสี่ปี และยังจบ วิทยาการคอมควบคู่กับการบริหารจัดการในระดับปริญญาตรีและโทด้วย นอกจากนี้ตอนเขาอายุ 17ปี กองทัพได้มีการเรียกตัวเขาเข้าประจำการ จนกระทั่งห้าปีต่อมา ซึ่งก็คือปีนี้ เขาได้ลาออกจากกองทัพ แต่ว่าสถานะตำแหน่งในกองทัพของเขา ผมเองก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ถ้าให้คาดเดา การที่เขาสามารถเข้ารับตำแหน่งนายกได้ในทันทีนี่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็คนที่มีอำนาจอิทธิพล ท่านหู่อย่าได้ประมาทเด็กคนนี้เป็อันขาด”
ซือเจิ้นเฉียงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของหู่กวนหยวน เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายดื้อรั้นหัวแข็ง ชอบทำอะไรตามอำเภอใจ สิ่งที่คนบอกว่าห้ามทำ เขาก็มักจะทำ
แน่นอนหลังจากพูดคุยกันจบ หู่กวงหยวนก็ทุบหน้าอก พลางพูดว่า “ท่านเลขาธิการฉือ ไม่ต้องกังวล เฒ่าหู่คนนี้ดำรงตำแหน่งในแวดวงราชการมากว่ายี่สิบปี ผมอาบน้ำร้อนมาก่อนหลิวชิงหยู่ โอ้จริงสิ ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะวิเศษวิโสแค่ไหน เลขาธิการฉือ ผมได้กำชับให้ผู้อยู่ใต้สายงานของผมส่งเอกสารทั้งหมดมาที่ผม ห้ามส่งรายงานใดๆ ให้กับเขา ผม้าให้เขาอยู่เฉยๆ เท่านั้น เมื่อเขาอยู่ไปก็ไม่มีความหมาย ผมก็จะเข้ามารับทำหน้าที่แทน.” ซือเจิ้นเฉียง ไม่ได้กล่าวออกความเห็นอะไรเพียงเตือนเล็กน้อย “ท่านหู่ เราต้องให้ความสำคัญกับสหายหลิวชิงหยู่ผู้นี้หน่อย เขายังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ท่านที่เป็ขุนพลเก่าขุนพลแก่ในแวดวงควรจะช่วยสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่”
หู่กวงหยวนเข้าใจที่ซือเจิ้นเฉียง้าสื่อ ดังนั้นเมื่อได้ยินคำกล่าวของ ซือเจิ้นเฉียง เขาจึงตอบกลับในทันที “ท่านเลขาธิการไม่ต้องกังวล ผมจะช่วยสั่งสอนหลิวชิงหยู่ ให้เป็อย่างดี”
หลังจากสิ้นสุดประโยคนี้ จิ้งจอกเฒ่าทั้งสองก็ยิ้มขณะที่สบตากัน โดยไม่ได้กล่าวอะไรต่อ
……………………
ในสำนักงานนายก
หลิวชิงหยู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วน ใบหน้าของเขาก็ฉายความเ็าขึ้น เขาเตรียมตัวอย่างยากลำบากในการเข้ารับตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ใน กวนซาน ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งพ่อของเขาได้พูดกับเขาว่า “ฉิงหยู่ ลูก้าเข้าสู่เส้นทางการเมืองจริงๆ ใช่ไหม ความจริงแล้วด้วยสถานะในกองทัพของลูก หากลูกตัดสินใจอยู่ในกองทัพอนาคตจะต้องไปได้ไกลแน่”
หลิวชิงหยู่ยังคงจำได้ดีว่า ในเวลานั้นท่าทีของเขานิ่งสงบและตอบกลับไปด้วยความหนักแน่น “ผมรู้ แต่ผมตัดสินใจดีแล้ว เพราะผมมีความฝันั้แ่เด็กว่าจะเป็ข้าราชการที่ยอดเยี่ยม”
นึกถึงคำมั่นที่ให้ไว้ของตัวเอง หลิวชิงหยู่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ เขาคิดขึ้นในใจว่า เส้นทางนี้มันจะยากเย็นแค่ไหนกัน ในฐานะที่เป็หัวหน้าหน่วยรบปฏิบัติการพิเศษ เส้นทางนี้มันย่อมไม่ยากเย็นอะไร
หลิวชิงหยู่ สลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป เขาได้ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของตำบลกวนซานจากอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงแผนที่ โดยทำการตรวจสอบอย่างรายละเอียดถี่ถ้วน ในฐานะนายกของตำบลกวนซาน แม้จะเป็ตัวแทนเข้ารับตำแหน่ง แต่เขาก็ถูกแต่งตั้งจากรัฐสภาโดยตรง ด้วยภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมันจึงทำให้เขาคิดเสมอว่าเขาเป็นายกโดยชอบธรรม ดังนั้นเขาจึงทำการรวบรวมตรวจสอบข้อมูลตำบลกวนซานด้วยตัวเองั้แ่เมื่อวาน
ตำบลกวนซาน มีหมู่บ้านภายใต้เขตการปกครองทั้งหมด 25 หมู่บ้าน และมีประชากรอาศัยอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 8,000 ครัวเรือน ประชากรเฉลี่ยมีอยู่ประมาณ 31,000 คน พื้นที่ทั้งหมดของตำบลมีขนาด 61.8 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 28,000 ไร่ กวนซานตั้งอยู่ในพื้นที่ช่องเขา มีลักษณะเป็พื้นที่ราบลุ่ม ห่างจากตัวตำบลไปราวๆ สองกิโลเมตรจะมีอ่างเก็บน้ำอยู่ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็สิ่งที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านตำบลกวนซานในการดำรงชีวิต เนื่องจากตำบลกวนซานตั้งอยู่ในช่องเขา ทำให้เส้นทางการคมนาคมมีความยากลำบาก ดังนั้นการดำเนินชีวิตย่อมประสบความลำบาก หากคนทั่วไป้าจะกินเนื้อจำเป็จะต้องรอให้ถึงวันหยุดเท่านั้น
หลังจากได้ข้อมูลเหล่านี้ ใจของหลิวชิงหยู่ก็รู้สึกหนักอึ้ง ในขณะที่ตรวจสอบแผนที่เขาก็คิดว่าเขาจะแก้ไขปรับปรุงพัฒนาชีวิตความเป็อยู่ให้พลเมืองได้อย่างไร สำหรับมุมมองของหลิวชิงหยู่ คนที่เป็นายกควรเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านให้มีชีวิตที่ดีจึงจะคู่ควรกับการเป็นายก
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ดวงตะวันนอกหน้าต่างกำลังจะลาลับ มันถูกแทนที่ด้วยเมฆดำซึ่งเคลื่อนมาจากทางตะวันตก ไม่ช้าท้องฟ้าเหนือตำบลกวนซานก็ถูกแทนที่ด้วยความมืดที่แสนจะน่ากลัว
หลิวชิงหยู่ที่กำลังทำความเข้าใจเกี่ยวกับตำบลกวนซาน เมื่อสังเกตเห็นว่าแสงภายในห้องมืดลง เขาก็หันไปดูท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่าง จากนั้นใบหน้าของเขาก็ดำดิ่งสู่ห้วงความคิด เป็เวลาสองวันแล้วที่เขาได้เข้ามาอยู่ในตำบลกวนซาน เขารู้สึกว่าอากาศมีความชื้นสูงเกินไป เมื่อบวกกับความร้อนมันจึงทำให้อากาศร้อนอบอ้าวราวกับอยู่ในห้องซาวน่า และพอนึกถึงเขื่อน อ่างเก็บน้ำด้านนอกตำบลกวนซาน หลิวชิงหยู่ ก็ขมวดคิ้วแน่น
พอตระหนักถึงเื่นี้ หลิวชิงหยู่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหาเบอร์ของเฉินเทียนเจี๋ย ที่เป็เพื่อนรวมชั้นในสมัยมหาวิทยาลัยและโทรออกไปในทันที เนื่องจากอีกฝ่ายทำงานในกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่ออีกฝ่ายรับสายเขาก็กล่าวขึ้นโดยไม่อ้อมค้อม “เห้ เ้าผีอุตุ ช่วยฉันหน่อย ช่วยประเมินสภาพอากาศ ของตำบลกวนซาน และ เทศมณฑลจิงหลิน อีกไม่กี่วันหลังจากนี้หน่อย”
เฉินเทียนเจี๋ย และหลิวชิงหยู่ต่างเข้ามหาลัยชิงหวา ั้แ่อายุ 14 ทั้งคู่เรียกวิทยาการคอมเช่นกัน แต่เฉินเทียนเจี๋ยสนใจ ในงานด้านกรมอุตุฯ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไปเรียนสาขาเฉพาะด้านควบคู่ไปด้วย ในเวลาว่างเขามักจะมานั่งวิเคราะห์พยากรณ์สภาพอากาศ หลิวชิงหยู จึงเรียกเขาว่าผีอุตุ ตอนนี้เขาอายุ 22 แล้ว และเขาก็ได้กลายเป็กระดูกสันหลังของหน่วยงานกรมอุตุนิยมวิทยา
หลังจากรับสายของ หลิวชิงหยู่ เฉินเทียนเจี๋ย ก็ไม่กล่าวอะไรไร้สาระ เขาเปิดผังข้อมูล สภาพอากาศขึ้นมา เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นก็กล่าวกับ หลิวชิงหยู่ว่า “ลูกพี่หลิว สภาพอากาศในตำบลกวนซานซับซ้อนอย่างมาก จากข้อมูลสภาพอากาศ มีแนวโน้มว่าตำบลกวนซาน และ เทศมณฑลจิงหลิน จะเผชิญกับฝนฟ้าคะนองติดต่อกันเป็เวลาสามวัน แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ แค่มีโอกาสความเป็ไปได้เท่านั้น เชื่อว่าสถานีพยากรณ์อากาศในพื้นที่ของนาย คงจะมีการส่งรายงานมาให้ เท่าที่ดูข้อมูลพวกเขาระบุไว้ในรายงานว่าจะมีพายุฝนตกระยะสั้นในบางพื้นที่ แต่ข้อมูลนี้มีโอกาสเป็ไปได้น้อย”
หลิวชิงหยู่ได้ยินก็ใ ถึงแม้เฉินเทียนเจี๋ยจะบอกว่ามีโอกาสเป็ไปได้เท่านั้น แต่มันก็มีความเป็ไปได้ที่จะเกิดฝนตกหนัก และเขาก็รู้ว่า การพยากรณ์สภาพอากาศของหมอนี่แม่นยำอย่างมาก เพราะตอนที่อยู่ในมหาลัย สภาพอากาศที่เขาทำนายว่าจะเกิดขึ้น แม้จะเป็เพียงการคาดเดาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมแต่มันก็เกิดขึ้นจริง ดังนั้นหลิวชิงหยู่จึงเริ่มเกิดความวิตกกังวล เพราะเขารู้ว่าหากเกิดพายุฝนในจิงหลิน อ่างเก็บน้ำย่อมต้องประสบปัญหา ปัญหาอาจรุกรามจนกระทั่งเขื่อนแตก และนี่จะทำให้ตำบลกวนซานกลายเป็เมืองทะเลสาบที่จมอยู่ใต้น้ำ และประชากรก็จะได้รับความเดือดร้อนสูญเสียครั้งใหญ่
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลิวชิงหยู่ ก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป เขาหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปยัง เลขาธิการซือเจิ้นเฉียงแล้วกล่าวขึ้นว่า “เลขาธิการซือ เพื่อนร่วมห้องของผมที่ทำงานในกรมอุตุของหยางจิง รายงานว่า จะเกิดฝนตกหนักที่กวนซานติดต่อกันเป็เวลาสามวัน ผมเห็นว่าเราควรมีการเรียกประชุมเพื่อหาทางป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมจากอ่างเก็บน้ำและเขื่อนตามแนวชายฝั่งตำบลกวนซาน”
เมื่อได้รับสายของหลิวชิงหยู่ ซือเจิ้นเฉียงที่กำลังเล่น QQ Fight the Landlords [1] บนคอมของเขา และกำลังจะชนะเกม เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่ เขาก็รีบคลิกเข้าไปที่หน้าพยากรณ์อากาศของเทศมณฑลจิงหลิน และเห็นว่ามันระบุเพียงว่า มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ พรุ่งนี้และมะรืนนี้จะมีเมฆก่อตัวมากขึ้นเท่านั้น ซือเจิ้นเฉียงเคลื่อนเมาส์ไปจัดการวางไพ่ แล้วพูดขึ้นผ่านทางโทรศัพท์ว่า “เสี่ยวหลิว ผมดูจากพยากรณ์อากาศ พวกเขาบอกว่ามีฝนตกหนักเป็ระยะในบางพื้นที่ของเทศมณฑลจิงหลินเท่านั้นไม่ได้ระบุไว้ว่า เป็ตำบลกวนซานสักหน่อย และต่อให้เป็ฝนตกหนักหากมันตกแค่่เวลาสั้นๆ ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำกวนซานของเรา ผมดีใจที่คุณกระตือรือร้นในการทำงาน แต่เราก็ควรให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้วย ดังนั้นผมไม่คิดว่ามันมีความจำเป็จะต้องเรียกประชุมอะไรหรอก เอางี้ก็แล้วกัน ผมจะโทรบอกให้เ้าหน้าที่ผู้ดูแลอ่างเก็บน้ำคอยจับตาดูสถานการณ์ให้ดีๆ โอเคไหม แค่นี้นะ ตอนนี้ผมกำลังยุ่งมาก” ซือเจิ้นเฉียง กดตัดสายทันทีหลังจากพูดจบ เขาไม่สนใจคำพูดของหลิวชิงหยู่แม้แต่น้อย ในใจของเขาเพียงคิดว่า เด็กคนนี้ตื่นตระหนกเกินไป อ่างเก็บน้ำกวนซานสร้างมานานนับทศวรรษ พายุฝนแบบไหนบ้างที่ไม่เคยประสบ ต่อให้เป็ฝนตกหนักสามวันติด อย่างมากก็แค่อ่างเก็บน้ำเต็ม เด็กรุ่นใหม่ช่างใจร้อนจริงๆ แค่ได้ยินเื่ลมฝนก็แตกตื่นซะได้?
เมื่อได้ยินเสียง ตื๊ด จากการตัดสาย หลิวชิงหยู่ก็ข่มความโกรธและวางโทรศัพท์ลงด้วยความขมขื่น เขาไม่ได้ยินเสียงวิตกกังวลหรือร้อนรนใดๆ จาก ซือเจิ้นเฉียงเลย แน่นอนว่าเื่นี้มันทำให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่น อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะคำนึงถึงผลกระทบสำคัญที่จะตามมา หากอ่างเก็บน้ำตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต
สำหรับ หลิวชิงหยู่ คิดว่าเื่นี้มันสำคัญอย่างมาก แม้เขากับหัวหน้าคณะกรรมาธิการพรรคประจำเทศมณฑลจะไม่เคยพบกัน แต่เขาก็จำเป็ต้องรายงานเื่นี้ให้อีกฝ่ายได้รับทราบ ดังนั้นเขาจึงโทรหาเซี่ยเจิ้งเต๋อ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อเซี่ยเจิ้งเต๋อได้ เขาจึงต้องโทรหาเสวี่ยเหวินหลง ผู้ว่าการประจำเทศมณฑล เมื่ออีกฝ่ายรับสาย เขาก็ได้รายงานทุกอย่างกับเสวี่ยเหวินหลง เสวี่ยเหวินหลงเองก็รู้ข่าวที่หลิวชิงหยู่เข้ามารับตำแหน่งนายกตำบลกวนซาน แต่หลิวชิงหยู่กับไม่เคยมาแวะมาคารวะเขาเลย และพอได้ยินว่าอีกฝ่ายติดต่อมาเพื่อจะรายงานเื่งาน เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงได้ข้อมูลจากคณะหน่วยงาน แต่พอได้ยินว่าเขาได้ข้อมูลจากเพื่อนร่วมชั้นเื่ฝนตกหนักในเทศมณฑลจิงหลิน เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นเขาจึงกล่าวตอบไปว่า “เข้าใจแล้ว ผมรู้แล้ว แค่นี้นะ” แต่ก่อนจะวางสายไปเขาก็บ่นพึมพำขึ้นมาว่า “เพื่อนร่วมชั้นงั้นหรือเขาจะอายุเท่าไหร่กันเชียว นี่คุณเชื่อที่เพื่อนร่วมชั้นพูดด้วยงั้นหรือ เห็นสถานีพยากรณ์อากาศที่นี่เป็อะไร ขนาดเลขาธิการก็ยังไม่เห็นพูดอะไรสักคำ คิดว่าเป็นายกแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้อย่างนั้นหรอ ช่างไม่รู้จักกาลเทศะ!
[1] QQ Fight the Landlords เกมไพ่สลาฟของจีน