“เรื่องที่ดีและไม่ขัดกับหลักการ ฉันตอบตกลงได้” เจียงตั่วพูดขึ้นพร้อมกับพยายามดึงแขนที่เธอโอบกอดออกไปอย่างแนบเนียน
หมิงจูไม่ยอมปล่อยและแกล้งถามว่า “ถ้าอย่างนั้นการที่ฉันจะควงแขนสามีเดินเล่นก็คงจะไม่ขัดกับหลักการเหมือนกันใช่ไหมคะ?”
เจียงตั่วเห็นว่ามีคนเริ่มมองมาที่พวกเขาแล้วจึงพูดเสียงเบาว่า “ไม่ขัดแต่ต้องระวังสายตาคนอื่นด้วย”
หมิงจูถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเธอชอบแกล้งให้เขาพูดเรื่อง 'สายตาคนอื่น' อย่างจริงจังแบบนี้ มันน่ารักเกินไปแล้ว
“ฉันไม่รู้จักพวกเขา จะต้องสนใจสายตาพวกเขาทำไมคะ? ฉันโอบแขนสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ทำผิดกฎหมายนี่!” เธอกล่าวพร้อมกับกระชับแขนเขาให้แน่นขึ้นไปอีก
เจียงตั่วหมดหนทางกับหมิงจูที่‘ดื้อรั้น’ เช่นนี้
หมิงจูลากเขาไปเลือกซื้อหม้อใบใหญ่จากนั้นก็ใช้คูปองหลายใบแลกไข่และผักที่เก็บไว้ได้นานมาจำนวนมากบวกกับของสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียงที่เจียงตั่วหิ้วมา ข้าวของกองโตขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถนำขึ้นรถประจำทางได้
เจียงตั่วให้หมิงจูรอที่หน้าสหกรณ์ร้านค้าส่วนเขาไปที่สถานีขนส่งใกล้เคียงเพื่อเช่ารถม้าคันหนึ่ง
รถม้าวิ่งจากหัวหมู่บ้านไปยังบ้านของหมิงจูที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านผู้คนต่างมองตามมาตลอดทาง
ของสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียงนี้ทุกคนเคยได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่เคยมีใครครอบครองมันจริงๆไม่ว่าจะเป็นหญิงคนใดในหมู่บ้าน ต่างก็อดที่จะอิจฉาหมิงจูไม่ได้...
พร้อมกันนั้นก็รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆเจียงตั่วคนบ้านนอกนี่มาอยู่ในหมู่บ้านตั้งครึ่งปีทำไมพวกเธอถึงไม่คิดเลยว่าเขามีฐานะดีขนาดนี้กลายเป็นว่ายัยหมิงจูคนนั้นได้ไปเสียแล้ว!
เมื่อหมิงจูกลับถึงบ้านเธอก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ขณะที่เจียงตั่วกำลังขนจักรเย็บผ้าเข้าบ้านเธอก็สวมนาฬิกาเรือนใหม่ และปั่นจักรยานคันใหม่ไปทั่วหมู่บ้าน
ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดเลยแค่เพื่อคนที่เพิ่งจะจ้องเธอราวกับจะสาปแช่งให้ตายเมื่อครู่นี้เธอก็ต้องอวดสักหน่อย ให้พวกนั้นอิจฉาเล่น!
มื้อกลางวันเป็นฝีมือของป้าทั้งสามคนกินอาหารง่ายๆ หลังจากนั้นเจียงตั่วก็ออกไปถามชาวบ้านถึงวิธีทำอิฐดินดิบ
หมิงจูกลับเข้าห้องนอนเพื่อศึกษาการใช้จักรเย็บผ้าในยุคนี้
ผลปรากฏว่า...หลักการทำงานของมันก็เหมือนกับจักรเย็บผ้าไฟฟ้าที่เธอซื้อใช้ในยุคปัจจุบันเลยนี่นา!
เธอร้อยด้ายแล้วนำผ้าที่ตัดแบ่งไว้สำหรับเย็บชุดป้าเมื่อบ่ายวานนี้มาลองเย็บดู
บอกได้เลยว่าใช้งานง่ายมาก
เสื้อผ้าที่ปกติแล้วต้องใช้เวลาเย็บด้วยมือทั้งบ่ายตอนนี้ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็เสร็จแล้ว
เธอนำเสื้อผ้าไปให้หมิงชุนนีที่กำลังจะออกไปทำงานเพื่อลองขนาด
หมิงชุนนีมองเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยความประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ จิตใจของเธอกลับมาแจ่มใสอย่างประหลาดและเธอก็พบว่า... หมิงจูดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจริงๆ
เวลาเธอทำของหายหมิงจูก็จะหามาให้ เวลาเธอหิวน้ำ หมิงจูก็จะชงน้ำไท่สุ้ยให้ดื่ม เวลาเธอหิวหมิงจูก็จะทำอาหารให้กิน และตอนนี้ยังเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธออีก...
นับตั้งแต่แม่เสียไปไม่มีใครดีกับเธอขนาดนี้มานานหลายปีแล้ว!
หมิงชุนนีตาแดงก่ำ“จูจู เก็บไว้ใส่เองเถอะ... ป้ามีเสื้อผ้าป้าแต่งออกไปก็คงถูกไล่กลับมา จะเอาหลานสาวมาลำบากด้วยไม่ได้”
“ลำบากอะไรกันคะ คุณปู่คุณย่าก็ไม่อยู่แล้ว พ่อแม่ของหนูก็... ป้าคะหนูมีแค่ป้าเท่านั้น ห้ามพูดแบบนี้อีกนะคะ หนูเสียใจนะ”
หมิงจูไม่ชอบบรรยากาศที่หวานซึ้งเลี่ยนๆแบบนี้ มันทำให้เธอคิดถึงพ่อแม่และพี่ชายทั้งสองคนเหลือเกิน
ดังนั้นเธอจึงยื่นเสื้อให้หมิงชุนนีสวมหลังจากตรวจดูรอบๆ ก็พบว่าพอดีตัวมาก!
เขาว่ากันว่าหลานสาวคล้ายป้าหมิงจูหน้าตาสะสวย หมิงชุนนีก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
ปีนี้หมิงชุนนีอายุเพียงสามสิบหกปีซึ่งเป็นวัยที่คนในยุคปัจจุบันบางคนยังไม่แต่งงานเลยด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะเลือกแต่งงานผิดคนเธอก็คงไม่เสียเวลาเกือบสิบปีไปอย่างเลื่อนลอยเช่นนี้
เห็นว่าช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ด้วยการบำรุงของน้ำพุวิเศษ สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นเรื่อยๆหมิงจูรู้สึกดีใจกับเธอจากใจจริงและหวังว่าเธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เหลืออยู่ได้
“ดีแล้วค่ะ ป้าอย่าเสียดายเลย เสื้อผ้าใหม่มีไว้ให้ใส่หนูคิดเรื่องช่องทางทำเงินได้แล้วค่ะ ต่อไปชีวิตของเราจะมีแต่ดีขึ้นนะคะ รู้ไหม?”
หมิงชุนนีจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหมิงจูที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวอยู่เนิ่นนานก่อนจะถามขึ้นกะทันหันว่า “เธอคือจูจูจริงๆ เหรอ?”
หมิงจูชะงักไปครู่หนึ่ง
หมิงชุนนีพูดต่อกับตัวเอง“ฉันรู้สึกว่าจูจูดูไม่เหมือนเมื่อก่อน!จูจูคนปัจจุบันดีกว่าเมื่อก่อนมาก เหมือนดวงอาทิตย์ อบอุ่นมาก”
หมิงจูไม่คิดเลยว่าคนแรกในโลกนี้ที่ค้นพบว่าเธอไม่ใช่คนเดิมจะเป็นคนที่ปกติแล้วมีสติไม่สมบูรณ์ที่สุด
เธอยิ้มออกมา“หนูเคยใจร้ายกับคนอื่น และไม่ดีกับป้าด้วยต่อไปหนูจะไม่ทำแบบนั้นแล้วค่ะ ป้าไม่ต้องกลัวนะ หนูโตและแต่งงานแล้วตอนนี้เรามีที่พึ่งแล้วค่ะ หนูกับเจียงตั่วจะปกป้องป้าเอง”
เจียงตั่วที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกเมื่อได้ยินคำพูดนี้ขณะยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว เขาก็หยุดชะงัก
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่หมิงจูพูดว่า...เขาคือที่พึ่งของเธอ
เธอคงจะยอมรับเขาจริงๆจากจิตใต้สำนึก และคิดว่าเขาสามารถปกป้องพวกเธอได้ใช่ไหม?
หมิงจูรู้สึกว่าแสงจากด้านหลังสลัวลงไปเล็กน้อยเธอถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วยื่นหน้าออกไป ก็เห็นเจียงตั่วที่ยืนอยู่ตรงประตู
จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างร่าเริงแล้วดึงแขนป้าออกมาพร้อมกับหัวเราะและถามว่า “เจียงตั่วดูสิคะ เสื้อผ้าใหม่ที่ฉันเย็บให้ป้า สวยไหม?”
เจียงตั่วพยักหน้าให้หมิงชุนนี“สวยดีครับ”
หมิงจูเอาศอกชนหมิงชุนนี“เห็นไหมคะ เจียงตั่วก็ว่าสวยป้าของหนูแค่แต่งตัวนิดหน่อยก็กลายเป็นสาวงามไร้เทียมทานแล้วพระถังซำจั๋งมาเจอเข้ายังเคลิ้มเลย”
หมิงชุนนีหน้าแดงก่ำเพราะหมิงจูพูดแซวเธอยกมือขึ้นมาปิดหน้า รีบถอดเสื้อผ้าชุดใหม่และรีบร้อนออกไปทำงาน
หลังจากที่ป้าออกไปแล้วเจียงตั่วก็มองหมิงจูอย่างจนใจ “เธอไปล้อป้าทำไมป้าอายุมากแล้วนะ...”
“ป้าของฉันเพิ่งจะอายุสามสิบหกปีเอง ยังอยู่ในวัยที่แต่งงานใหม่ได้ค่ะแก่ตรงไหนคะ?” เธอเบะปาก แล้วไม่ลืมที่จะเปรียบเทียบ“คุณก็เด็กกว่าป้าไม่กี่ปีเองนี่คะ”
เจียงตั่วได้ยินคำพูดนี้ก็ขมวดคิ้วแน่นเขาสังเกตเห็นความหมายแฝงในคำพูดนั้น
“เธอรังเกียจที่ฉันอายุมากเหรอ?”
หมิงจู“...”
“ฉันจะกล้ารังเกียจคุณได้ยังไงกันคะฉันแค่อยากจะบอกว่าป้ายังสาวอยู่ต่างหาก”
"วันนั้น เธอเรียกฉันว่าคุณอา..."
หมิงจูคิดในใจ‘ผู้กองเจียงต้องจริงจังและเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้เลยหรือ?’
ดังนั้นเธอจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วถามกลับว่า “จริงเหรอคะ?”
เจียงตั่วตอบอย่างจริงจังว่า“จริงสิ เธอบอกว่าคุณอาที่อายุมากกว่าเอาใจใส่ดีกว่า”
หมิงจูได้ยินคำพูดเดิมๆที่เจียงตั่วพูดออกมา เธอก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน เขายังจำได้ชัดเจนขนาดนี้ไม่ใช่ว่าเก็บมาคิดหลายวันแล้วหรอกหรือ?
ทันใดนั้นเธอก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นหันข้างไปโอบแขนเจียงตั่ว เงยหน้ามองเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า“ผู้กองเจียง คุณนี่หัวโบราณจังเลยนะคะ ฉันเรียกว่า คุณอามันคือสีสันชีวิตคู่ต่างหาก ทำไมคุณถึงเอาจริงเอาจังขนาดนี้ล่ะคะ? ถ้าอย่างนั้นต่อไปฉันเรียกคุณว่า... พี่ชายดีไหมคะ?”
น้ำเสียงออดอ้อนของหมิงจูบวกกับรอยยิ้มสดใสจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ทำให้เจียงตั่วรู้สึกเกร็งที่หน้าท้อง
ทันใดนั้นเขาก็พลิกกายก่อนดันร่างเล็กของเธอไปติดที่วงกบประตูเก่าๆร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงที่ส่องมาจากด้านหลังจนหมด...