บทที่ 30 อาวุธศักดิ์สิทธิ์โบราณ กำไลสัตตมณี
"เปลี่ยนแปลงหรือ?" เฟิ่งชิงหร่านหมุนเวียนพลังิญญาในร่างกายทันที ดวงตาเป็ประกาย "ข้าอยู่ในขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสิบสองแล้ว! ข้า...ข้าไม่ได้บำเพ็ญมาเดือนหนึ่งแล้ว เหตุใดถึงได้เลื่อนขั้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน?"
"ศิษย์พี่เจ็ด ร่างกายของข้าผิดปกติหรือไม่?"
โม่จิงหงยกมือขึ้นเคาะหน้าผากของเฟิ่งชิงหร่าน มองนางราวกับมองคนโง่
"ศิษย์น้องเล็ก นอกจากออกไปตามหาคนแล้ว เวลาที่เหลือก็หลบอยู่แต่ในห้องบำเพ็ญอีกอย่าง เ้าคิดว่าชาที่เ้าดื่มไปนั้นไม่มีประโยชน์หรือ?"
เฟิ่งชิงหร่านตระหนักได้ทันที "เป็เช่นนั้นนี่เอง ศิษย์พี่เจ็ด ชาของท่านดียิ่งนัก ขอข้าสักสองจิน*[1] ได้หรือไม่?"
"ไม่ได้" โม่จิงหงปฏิเสธทันที
ศิษย์น้องเล็กผู้นี้คงไม่รู้ว่าตนเองกำลังดื่มชาอะไรอยู่!
"ศิษย์พี่เจ็ด ท่านช่างตระหนี่เหลือเกิน!" เฟิ่งชิงหร่านเบ้ปาก รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง
"หากเ้าสามารถบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานได้ภายในสองปี ข้าจะมอบมันให้เ้า" โม่จิงหงกล่าวเสียงเบา
เฟิ่งชิงหร่านยิ้มแย้มอย่างมีความสุขในทันที "ตกลง! ถ้าหากข้าบรรลุขอบเขตจินตานภายในสองปี ท่านจะให้ชาเพิ่มอีกสักสองสามจินได้หรือไม่?"
โม่จิงหงไม่ได้ตอบ เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินออกไป "ศิษย์น้องเล็ก พักผ่อนให้เพียงพอแล้วก็จงบำเพ็ญเถิด"
"นี่! ศิษย์พี่เจ็ด ท่านตระหนี่เกินไปแล้ว! ก็แค่ชาไม่กี่จินเท่านั้น" เฟิ่งชิงหร่านะโไล่หลังโม่จิงหง
โม่จิงหงอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากถ้ำไป
เฟิ่งชิงหร่านไม่ได้ไล่ตามไป แต่กลับหยิบยันต์สื่อสารออกมา เริ่มถามคำถามประจำวัน "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านท่องตำราได้กี่เล่มแล้ว? มีความคืบหน้าอะไรบ้างหรือไม่? รู้สึกว่าจะบรรลุแล้วหรือยัง?"
"ศิษย์พี่รอง วันนี้ท่านบำเพ็ญแล้วหรือยัง? อ่านตำราไปกี่เล่ม?"
"ศิษย์พี่สี่ ท่านเข้าใจอะไรบ้างแล้ว? ไม่ได้ี้เีใช่หรือไม่? ข้ากำลังจะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว หากท่านไม่รีบขยัน ข้าก็จะตามทันท่านแล้ว!"
…
หลังจากเฟิ่งชิงหร่านส่งสารไปยังทุกคนแล้วก็พลันถอนหายใจ "เฮ้อ ช่างยุ่งยากเหลือเกิน ถ้าหากมียันต์สื่อสารที่สามารถส่งสารถึงทุกคนพร้อมกันได้ก็คงจะดี"
"หยวนเป่า ในพื้นที่มิติของข้ามียันต์สื่อสารระดับสูงกว่านี้หรือไม่?"
"นายหญิง ไม่มี ในโลกเบื้องบน... เซียนขั้นสูงไม่ใช้ยันต์สื่อสารกัน"
หยวนเป่าโล่งใจในพื้นที่มิติ เกือบจะหลุดปากพูดออกไปแล้ว
เฟิ่งชิงหร่านหรี่ตาเล็กน้อย "แล้วพวกเขาใช้อะไรล่ะ?"
"พวกเขาสามารถย่นระยะทางได้ จะไปที่ไหนก็ไปได้ในพริบตา ไม่จำเป็ต้องใช้ยันต์สื่อสาร" หยวนเป่าไม่รู้ว่ามันได้ตกหลุมพรางของเฟิ่งชิงหร่านโดยไม่ตั้งใจ
เฟิ่งชิงหร่านร้องอ๋อเบา ๆ ในหัวนึกถึงคำถามอื่น "หยวนเป่า เพียงแค่เป็ผู้บำเพ็ญก็สามารถทำพันธสัญญากับเ้าได้ใช่หรือไม่?"
"ไม่ได้ หากคนอื่นทำพันธสัญญา พวกเขาจะทำได้เพียงกับกำไลหยกเท่านั้นและได้รับเพียงพื้นที่มิติ ผู้ที่สามารถทำพันธสัญญากับข้าได้มีเพียงนายหญิงเท่านั้น อีกทั้งหากผู้อื่นทำพันธสัญญากับกำไลหยก พวกเขาจะสามารถเข้าถึงได้เพียงชั้นที่สามเป็อย่างมาก"
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างมิติว่างเปล่ากับมิติเก็บของ คือมิติว่างเปล่าสามารถสร้างโลกใบหนึ่งขึ้นมาได้ หากรวบรวมวัตถุต้นกำเนิดครบ
ในขณะที่มิติเก็บของไม่มีทางยกระดับเป็มิติว่างเปล่าได้เลย อย่างมากที่สุดก็แค่ยกระดับเป็มิติ์และพิภพเท่านั้น
ภายในมิติว่างเปล่าของ์และพิภพ หากมีพลังิญญาเพียงพอ ก็สามารถบรรจุสัตว์ิญญาและปลูกพืชิญญา รวมถึงผลไม้ิญญาได้
เฟิ่งชิงหร่านคลายความกังวลในใจ หากเป็เช่นนี้นางทำพันธสัญญากับหยวนเป่า ก็จะไม่มีความเกี่ยวพันใด ๆ กับซูเยียนหรานอีกต่อไป
หยวนเป่านึกถึงซูเยียนหรานที่คอยจ้องจะเอากำไลหยกของนายหญิงอยู่ตลอด "นายหญิง กำไลหยกเป็เพียงภาชนะบรรจุมิติว่างเปล่าเท่านั้น มันไม่สำคัญนัก หากท่าน้า ท่านสามารถใส่มิติว่างเปล่าลงในภาชนะใดก็ได้"
"แต่มันเป็สิ่งที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้า" เฟิ่งชิงหร่านลังเลเล้กน้อย
"ท่านแม่ของนายหญิงมีระดับพลังเท่าใดหรือ?" หยวนเป่าไม่สามารถรับรู้เื่ภายนอกได้เมื่อยังไม่ได้ทำพันธสัญญากับเฟิ่งชิงหร่าน
"นางไม่มีพลัง เป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง" ความทรงจำเกี่ยวกับท่านแม่ของเ้าของร่างเดิมนั้นเลือนรางมาก นางจำได้เพียงว่าเป็สตรีที่อ่อนโยนมาก
"เป็ไปไม่ได้ที่จะเป็สิ่งที่มารดาของท่านทิ้งไว้ให้! กำไลหยกบนมือของนายหญิงเรียกว่ากำไลิญญาคู่เป็อาวุธป้องกันระดับศักดิ์สิทธิ์ มันสามารถป้องกันการโจมตีถึงตายของผู้บำเพ็ญที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตพ้นพิบัติได้ทั้งหมด กำไลหยกสามารถช่วยนายหญิงขจัดอันตรายได้"
"ส่วนการโจมตีถึงตายของผู้บำเพ็ญระดับขอบเขตพ้นพิบัติ มันสามารถป้องกันได้เพียงครั้งเดียว แต่ทั่วทั้งทวีปนี้ยังไม่มีผู้บำเพ็ญที่บรรลุขอบเขตพ้นพิบัติ นายหญิงจึงไม่ต้องกังวลเลย"
"อย่างไรก็ตาม กำไลิญญาคู่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยพลังิญญาเท่านั้น ไม่สามารถขจัดอันตรายนอกเหนือจากจิติญญาได้ ดังนั้นนายหญิงต้องให้ความสำคัญกับการบำเพ็ญจิติญญาอย่างมาก"
"นายหญิงก็ทราบดีว่า บนทวีปจิ่วโจวไม่มีช่างหลอมศาสตราคนใดสามารถหลอมอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ หาก้าได้อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์จำเป็ต้องบุกเข้าไปในดินแดนลับและผู้ที่สามารถบุกเข้าไปในดินแดนลับได้ต้องเป็ผู้บำเพ็ญ..."
คำพูดที่เหลือไม่จำเป็ต้องให้หยวนเป่าพูด เฟิ่งชิงหร่านเข้าใจดีว่าผู้ที่สามารถบุกเข้าไปในดินแดนลับและนำอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์กลับมาได้ ย่อมต้องเป็ผู้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน
เฟิ่งชิงหร่านล้มเลิกความคิดที่จะถอดกำไลหยกในทันที
อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์นั่นเป็สมบัติล้ำค่าที่ผู้แข็งแกร่งมากมายใฝ่ฝันอยากได้มา!
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน อาวุธแบ่งเป็ระดับหนึ่งถึงสิบสองระดับ
ระดับเซียน ระดับศักดิ์สิทธิ์ ระดับจักรพรรดิ ระดับเทวะ และอื่น ๆ
ส่วนระดับจักรพรรดิและระดับเทวะนั้นแทบไม่มีอยู่บนทวีปจิ่วโจวแล้ว อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ถือเป็ระดับสูงสุด หากนำสิ่งนี้ออกมาขาย เกรงว่าทั้งทวีปจิ่วโจวคงต้องปั่นป่วนเป็แน่
"หยวนเป่า ไม่ต้องย้ายแล้ว ให้วางมิติว่างเปล่าไว้บนกำไลหยกเลย"
ในขณะนั้นเอง…
เสียงแหลมใสที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเฟิ่งชิงหร่าน "ช่างไม่มีวิสัยทัศน์เสียจริง! แค่อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น"
"ใครกำลังพูดอยู่?" จิติญญาของเฟิ่งชิงหร่านกวาดมองไปทั่วมิติและพบว่าไข่สีดำที่หายไปครั้งก่อนได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ข้าง ๆ ไข่ดำมีกำไลที่แกะสลักอย่างประณีตวางอยู่ กำไลนั้นใสกระจ่างแวววาว แต่ไม่เหมือนหยก กลับคล้ายกับผลึกเจ็ดสีโบราณที่ไหลเป็ประกายตามที่บรรยายไว้ในตำราโบราณ
ภายในกำไลหยกดูเหมือนจะมีภาพวาดทิวทัศน์ูเาและสายน้ำ
แสงสีเขียวไหลริน แสงสีแดงพาดผ่านเป็เงา หมอกเซียนลอยวน ูเาและแม่น้ำทอดยาวหมื่นลี้ราวกับความฝันและภาพลวงตา งดงามจนไม่อาจบรรยายได้หมด
เฟิ่งชิงหร่านยื่นมือออกไป กำไลปรากฏขึ้นในมือของนาง เฟิ่งชิงหร่านยิ่งมองยิ่งชอบ ไม่อยากปล่อยมือจากมัน "หยวนเป่า ข้า้าย้ายมิติว่างเปล่ามาที่นี่!"
หยวนเป่า “...”
นายหญิง ท่านลืมสิ่งที่ท่านพูดอย่างมั่นใจเมื่อครู่นี้แล้วหรือ?
"นี่คือของขวัญขอบคุณที่ข้านำออกมาให้เ้า อาวุธศักดิ์สิทธิ์โบราณ กำไลสัตตมณี อีกทั้งของพวกนั้นก็ไม่มีพลังแห่งความตายและความแค้นแล้ว เ้าสามารถนำไปขายเอาเงินได้" เสียงเด็กดังขึ้นอีกครั้ง
[1] จิน เป็มาตราวัดน้ำหนัก 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม