“เด็กหนุ่ม… เ้าหยุดก่อน” ฮุ่ยโจที่เห็นหลางเทียน กำลังสืบฝีเท้าจากไป เขากล่าวพูดหยุดเด็กหนุ่มไว้ทันใด เด็กคนนี้มีค่าที่จะเสี่ยง พาเขาไปฝึกฝนขัดเกลาศักยภาพ หากแสงคริสตัล ปลดปล่อยพลังเป็ของจริง ทว่าชายหนุ่มนึกอย่างไร เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีเหตุใด จู่ๆ คริสตัลที่เปล่งแสง กลับเกิดการพังทลาย เสียดื้อๆ เช่นนี้
ก่อนฮุ่ยโจ เขาจะกล่าวพูดออกมาอีกครา ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เ้าผ่านการทดสอบแล้วหนุ่มน้อย หากเ้า้าไป คฤหาสน์เซียงหยาง จงตามข้ามา”
หลางเทียนลอบคลี่ยิ้มด้วยความยินดี ที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ ก่อนจะหมุนกายสืบฝีเท้า ประสานฝ่ามือคำนับ ฮุ่ยโจ ออกมาอย่างเป็มารยาท “เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว”
ฮุ่ยโจ สีหน้าเขาไม่ยินดียินร้าย เมื่อสะบัดฝ่ามือเรียกกระบี่มาได้ เขาก็พาตัวหลางเทียนขี่กระบี่บิน จากเมืองตะวันเรืองไปทันที หลางเทียนมีหลายๆ สิ่งอยากจะไต่ถาม แต่เขาต้องเก็บคำพูดเ่าั้ไว้ภายในใจ …ไม่ถึง3ชั่วโมงพวกเขาก็เดินทางมาถึง คฤหาสน์เซียงหยาง ที่นี่ราวกับเป็เมืองด่านหน้าย่อมๆ ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ดูครึกครื้นกว่าเมืองตะวันเรือง จนแทบเทียบไม่ได้ ตามตรอกซอกซอย เต็มไปด้วยสินค้าวางขายอย่างหนาตา แถมรอบตัวเมือง ยังแบ่งเป็เขตด้วยกำแพงสูงหนา ชั้นใน ชั้นนอกอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา
หลางเทียนที่เดินเบียดเสียดยัดเยียดผู้คน เข้าไปภายในกำแพงเมืองชั้นใน เหมือนว่าฮุ่ยโจ จะเป็คนดังของที่นี่ไม่น้อย สองข้างทาง ต่างก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยทักทาย ของหมู่ชนดังออกมาไม่ขาดสาย ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอาย เด็กหนุ่มหลางเทียน ยิ้มตาหยีออกมาน้อยๆ
ก่อนพวกเขาจะเดินทางมาถึง เขตกำแพงเมืองชั้นใน ที่ผู้คนไม่พลุกพล่านอีกต่อไป พร้อมยามผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูชั้นใน จะมองมาที่หลางเทียนอยู่แวบหนึ่ง ด้วยสายตาประหลาดใจเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใดออกมา
ฮุ่ยโจ เดินสืบฝีเท้าพาหลางเทียนเข้าไปยัง ค่ายทหารซอกหลืบหนึ่งของ คฤหาสน์เซียงหยาง ที่นั่นมีกลุ่มอนุชนเฉกเช่นเดียวกับตัวเด็กหนุ่ม ยืนรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็เป็ผู้มาใหม่ นำมาโดยเหล่าจอมยุทธ์ ขั้นพลังสะพานความทุกข์ยาก
ก่อนเฉียนหาญ ชายหนุ่มร่างกายกำยำ บึกบึนราวกับร่างหมีใหญ่ อายุราวๆ 26-27ปี แก่กว่าฮุ่ยโจ กล่าวไต่ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เหตุใดเ้าได้จอมยุทธ์ เมืองฟ่านฟู มาแค่คนเดียวเล่า ฮุ่ยโจ”
ชายหนุ่มส่ายหัวออกมาด้วยความจนใจ ก่อนจะผ่ายฝ่ามือให้หลางเทียน ไปรวมกลุ่มกับอนุชนคนอื่นๆ ร่วมๆ 20ชีวิต ทุกคนล้วนอยู่ใน่ อายุ9-11ปีแทบทั้งสิ้น
“เมืองฟ่านฟู ถูกคนของคฤหาสน์หยวนอู๋ ่ชิงไปก่อนเรานะสิ… ข้าที่ผ่านเมืองตะวันเรือง จึงได้เ้าเด็กหนุ่มนี่ มาแค่คนเดียว” ก่อนเสียงถอนลมหายใจออกมายาว ของฮุ่ยโจจะดังขึ้นมา พร้อมกล่าวพูดออกมาอีกครั้ง
“ข้าไปรายงานเื่นี้ ให้เ้าคฤหาสน์เซียงหยาง รับรู้ก่อนแล้วกัน… เฉียนหาญ ตรงนี้ต้องปล่อยให้ท่านจัดการเพียงลำพังแล้ว”
อนุชนพวกนั้นครั้นรับรู้ หลางเทียนมาจากเมืองตะวันเรือง พวกเขาต่างก็ทำสีหน้ารังเกียจ ในตัวหลางเทียน ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนบรรยากาศ จะน่าอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อเสียงตบฝ่ามือ เฉียนหาญดังขึ้นมา ราวกับฟ้าผ่าฟาด ปัง!! พร้อมกลุ่มคน ภายในกระโจมทั้ง 10หลังบริเวณค่ายทหาร จะเผยตัวออกมาสู่ครรลองสายตา
“ที่นี่ไม่ได้อยู่สบายอย่างที่พวกเ้าคิด” ก่อนชายหนุ่มร่างกายกำยำ บึกบึน จะชี้นิ้วมือไปด้านในส่วนลึก ค่ายทหารเก่า บริเวณลานกว้างมุมมืดหนึ่ง เห็นร่างเด็กหนุ่มสาว อนุชนอีกร่วม20ชีวิต อยู่บริเวณแห่งนั้น แม้ร่างกายพวกเขาจะซูบผอมไปบ้าง ทว่าสายตา พวกเขาดุดันแข็งกร้าว เต็มเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็กลุ่มอนุชน ที่มาก่อนพวกหลางเทียน
เฉียนหาญ คลี่ยิ้มบาง ครั้นเห็นสีหน้าของเหล่าอนุชนผู้มาใหม่ ฉายประกายความหวาดกลัวออกมา เขากล่าวพูด พรางอธิบายออกมาอีกครั้งทันที “เ้าเห็นกระโจมทั้ง10 จากเด็กหนุ่ม เด็กสาวที่ทั้ง10อันดับหรือไม่… หากเ้า ท้าประลอง แย่งกระโจมที่พักพวกเขามาได้ เ้าจะได้ทรัพยากร ในการบ่มเพาะปราณพลังทุกๆ 5วัน มากกว่าคนภายนอกเท่าตัว
พร้อมกับอาหาร 2มื้อส่งตรงเข้าไปภายในกระโจมที่พักในทุกทุกวัน แล้วแน่นอนว่า อันดับยิ่งสูงยิ่งได้ของล้ำค่ามาก หนึ่งวัน จะท้าประลองได้เพียงหนึ่งครั้ง”
“ส่วนคนภายนอก จะมีเพียงอาหารมื้อเดียวเท่านั้น การทดสอบจะถูกประเมินทุกๆ 5เดือน... หวังว่าพวกเ้า จะไม่ถอดใจยอมแพ้เสียก่อนล่ะ” ก่อนเฉียนหาญ ชายหนุ่มร่างกายกำยำ บึกบึนราวกับร่างหมีใหญ่ จะสืบฝีเท้าจากไป พร้อมเหล่าอนุชนต่างก็ใบหน้าบูดเบี้ยวไม่น่ามอง
เห็นได้ชัด พวกเขาอยากให้ต่อสู้ แย่งชิงอภิสิทธิ์ กระโจมทั้ง10หลัง ก่อนพวกเขาจะปรายตาไปมอง บริเวณหน้ากระโจมที่พักทั้ง10อันดับ พวกเขาบางคน เผยอายสังหารเหี้ยมออกมาข่มขู่ บางคนก็สายตาเ็า ไม่ปรายตามองอนุชนผู้มาใหม่ แต่ก็มีบางคนสายตาไม่ยินดียินร้าย ก่อนพวกเขาจะสืบฝีเท้า เข้าไปภายในกระโจมที่พัก
อนุชนผู้มาใหม่ ต้องยอมรับว่ามีบางคนเืร้อน พวกเขาต่างก็เป็ความภาคภูมิใจ ของคนภายในตระกูล กันแทบทั้งสิ้น หลางเทียน นั่งแคะขี้มูก ดูอนุชนเืร้อนเ่าั้ ท้าสู้ประลอง กับคนกระโจมลำดับที่8 ในมือเด็กหนุ่มผู้นั้น ถือมีด เผยอายสังหาร ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
พวกเขาต่างก็อยู่ในขั้น เปิดชีพจร สองดาวถึง สี่ดาว กันแทบทั้งสิ้น ถือว่าห่างแค่ขั้นพลังย่อย หากเอาตามจริง เกรงว่าจะวัดกันที่ศักยภาพ เสียมากกว่าบัดนี้
ก่อน เสียง เคร่ง!! เคร่ง!! เป้ง!! ต่อสู้ดังไม่นาน อนุชนผู้มาใหม่ เขาก็เริ่มมีท่าที ล่าถอยฝีเท้า เมื่อเจอท่วงท่าวิชาเคลื่อนที่บางอย่าง เหมือนกับนักฆ่าเป็อย่างยิ่ง ทำให้เกิดเสียงฉัวะ!! มีดเฉือนหัวไหล่อนุชนผู้มาใหม่ จนเืสาดกระเซ็น ในเสี้ยวพริบตา ที่เด็กหนุ่มลงมือ ร่างผู้มาใหม่กลิ้งคลุกฝุ่น ด้วยความอดสู ก่อนจะถอยรามือจากไป
“บัดซบ!!” พร้อมเสียงสบถด่า ดังออกมาไม่ขาด จากปากของเขา หากเด็กหนุ่มถือมีดลงมือ จริงๆ เกรงว่าผู้มาใหม่ จะต้องาเ็หนักกว่านี้เป็แน่
เด็กหนุ่มปรายตามองผู้มาใหม่ อย่างโอหัง ก่อนเขาจะสืบฝีเท้า เข้าไปภายในกระโจมที่พัก ไม่สนใจอนุชนผู้มาใหม่อีกต่อไป