35 2-2
ตอนที่56องค์หญิงอวี๋อิง (2)
ทว่าใครจะไปนึกวันดีคืนดีกลับมานังอัปลักษณ์ที่ไหนไม่รู้สาระแนเข้ามาช่วยเหลือ
“นังอสุรกายอัปลักษณ์นี่โผล่มาจากไหน?ในเมื่อสวรรค์มีทางให้เจ้าเลือกเดินแต่ไม่อยากเดิน เช่นนั้นคงเหลือแค่ประตูนรกแล้ว! กล้าเสนอหน้านัก เช่นนั้นก็ตายไปซะ!”
หนึ่งเสียงคำรามเดือดดุแส้ยาวโบกสะบัดฟาดเข้าหาเซียถงด้วยความโกรธจัด
มือข้างที่เคลื่อนไหวขององค์หญิงอวี๋อิงรวดเร็วอย่างยิ่งทว่าเงาร่างของเซียถงกลับเคลื่อนหลบเลี่ยงไวกว่า เพียงปลายชายเสื้อบางๆเท่านั้นที่โดนตวัดฉีกกระฉากออกไป
เหลือบสายตามองชายเสื้อที่ขาดเซียถงเลิกคิ้วมองเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อยระดมพลังลมปราณขุนใหญ่โคจรหมุนติ๊วไปทั่วกายา ผนึกกลายเป็นรัศมีลมปราณกระแสบางครอบคลุมร่างพุ่งพรวดเข้าไปคว้าแส้ยาวขององค์หญิงอวี๋อิงด้วยมือเปล่า ด้วยพละกำลังระดับชั้นขอบเขตเสาหลักฟ้าเซียถงเพียงออกแรงกระชากเบาๆ ก็ดึงร่างของอีกฝ่ายจนแทบล้มอาศัยใช้มืออีกข้างที่ว่าง พลิกฝ่ามือขึ้นกางเล็บทั้งห้าเข้าตะปบลำคอขององค์หญิงอวี๋อิงไว้แน่น
ทันทีที่องค์หญิงอวี๋อิงเห็นรัศมีแสงสีครามฟ้าบนร่างของเซียถงนางเองก็ตกใจมิใช่น้อย คิดไม่ถึงเลยว่านังอสุรกายอัปลักษณ์นางนี้จะเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลางคนหนึ่งพอลำคอตนเองโดนตะปบกำแน่น นางยิ่งโกรธเกรี้ยวหนักภายในใจมีแต่ความเกลียดชังอัดแน่นเต็มไปหมด เสี้ยวขณะอึดใจนางลอบควักบางสิ่งใส่ในกำมือ และสาดใส่หน้าของเซียถงโดยตรง
เซียถงรีบคลายมือผงะกระโดดเลี่ยงหลบผงสีแดงที่ตลบอบอวล เร่งตีระยะออกมาโดยไว สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วจมูกพึงทราบทันทีว่าผงดังกล่าวมีฤทธิ์เป็นพิษสูงแต่อย่างไรมืออีกข้างยังกำแส้ยาวในมือแน่น ชั่วขณะอึดใจ นางออกแรงกระชากอีกครั้งอย่างแรงทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันมาก ทำให้องค์หญิงอวี๋อิงรีบดึงสวนตามสัญชาตญาณ เสมือนชักกะเย่อสายยางยิ่งเหนียวนำแย่งกันดึงเท่าไหร่ แรงดีดที่ก่อเกิดก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เซียถงแสยะยิ้มมุมปากปล่อยมือออกจากแส้ที่ถูกขึงจนตึงในทันใดแส้ยาวสีดำดีดสวนเข้าใส่องค์หญิงอวี๋อิงโดยตรง ด้วยความเร็วแรงประดุจมังกรกลางห้วงเวหาสะบั้นโจมตี
อาศัยความเร็วปานนั้น องค์หญิงอวี๋อิงหลบไม่ทันถูกแส้ฟาดใส่แขนขวาลั่นดัง‘เปรี๊ยะ’แขนเสื้อยาวรุ่งริ่งเป็นเส้นเนื้อหนังฉีกแตกกลายเป็นแผลเหวอะสีแดงยาว เลือดรินไหลออกมาเป็นสายหนึ่งหยดลงพื้นต่อเนื่อง นางกรีดร้องระงมด้วยความเจ็ปบวดถึงขั้นทรุกตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น กลัดกุมแขนข้างนั้นเอาไว้
“องค์หญิงยังต้องการอีกสักแผลหรือไม่?”
เซียถงกดสายตาต่ำจับจ้ององค์หญิงอวี๋อิงที่ทรุดลงกับพื้นเค้นน้ำเสียงเย็นชาเคลือบจิตสังหารอันน่าสะพรึงขุมหนึ่งเอาไว้ตราบเท่าที่อีกฝ่ายยังไม่เข็ดหลาบนางก็ไม่รังเกียจเช่นกันที่จะสร้างบาดแผลเพิ่มให้ อย่างไรเสียองค์รัชทายาทไป๋หลี่เย่ นางก็เล่นเอาเจียนตายมาแล้ว กับแค่องค์หญิงอีกสักคนเซียถงหรือจะไม่กล้า?
“นังสารเลว! ข้าจะฆ่าแก!”
ไป๋หลี่อวี๋อิงเป็นถึงองค์หญิงแห่งจักรวรรดิตงหลี่มีที่ไหนเคยได้รับความคับข้องใจปานนี้? คิดได้ดังนั้นนางหยิบแส้สีดำขึ้นจากพื้นทันทีวาดแขนขึ้นเตรียมฟาดใส่ ในแก้วตาเสมือนพ่นไฟออกมาได้ระดมพลังลมปราณกระแสใหญ่ชักนำสู่แส้ในมือ เฆี่ยนใส่ทางเซียถงโดยตรง
เพียงยกมือกำลังหวดใส่สายตาคู่นั้นของนางก็บังเอิญสบเข้ากับสายตาคู่เย็นเยียบของเซียถงเบื้องลึกสุดใจพลันรู้สึกเย็นยะท้านทรวงโดยไร้เหตุผลแส้ในมือถึงกับแข็งค้างกลางอากาศ ทำไมกัน? เห็นได้ชัดแจ้งอีตัวตรงหน้าเป็นเพียงอสุรกายอัปลักษณ์ตัวหนึ่งแท้ๆแต่ไฉนองค์หญิอย่างข้าถึงต้องรู้สึกกลัวมันด้วย?
“นังสารเลว!รอก่อนเถอะ! ข้าจะขอให้เสด็จพ่อดูแลเจ้าอย่างดีเลยค่อยดู!!”
ปะทะสายตากับเซียถงสักครู่ไป๋หลี่อวี๋อิงลังเลใจ ก่อนในท้ายที่สุดจะถอนแส้ออกไปอย่างรู้งานกระทืบเท้าใส่อารมณ์ด้วยความโกรธจัดอยู่สองสามทีและจากไปทั้งความโหโหสุดขีดแบบนั้น
ดูเหมือนว่า องค์หญิงนางนี้จะไม่ใช่พวกโง่เง่าไร้สมองเลยซะทีเดียวอย่างน้อยก็รู้จักชั่งใจ ประเมินถึงความแข็งแกร่งของศัตรูและเลือกที่จะอดทนอดกลั้นและไปหาความช่วยเหลืออื่นเพื่อให้ตนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ
เหลือบสายตามองดูสระบัวธารโลหิตเหล่านั้นกระจายไปทั่วทั้งสระ ประหนึ่งว่าดอกบัวโลหิตเหล่านั้นได้ลิ้มรสเลือดสดจนยิ่งบานสะพรั่งโอนเอนพลิ้วไหวตามสายลม ทรงเสน่ห์สวยงามยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามแต่ใครบ้างจะรู้ว่าภายใต้สระบัวอันงดงามปานนี้จะมีกองกระดูกมนุษย์อยู่มากมาย!
เซียถงถอนหายใจเฮือกหนึ่งเดินจากสระบัวออกไป ขณะที่กำลังเดินข้ามสะพานกลับไปฝากเก่าก็พบไป๋หลี่หานที่กำลังยืนเชยชมสระบัวอยู่กลางสะพาน สองมือไพล่หลังยังคงมาในหน้ากากสีเงิน ประกายสายตาสว่างไสวใสบริสุทธิ์
เซียถงเหลือบสายตามองเล็กน้อยอย่างระแวดระวังก่อนจะเดินผ่านหลังเขาไป แต่ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นว่า
“เมื่อครู่เจ้าเฆี่ยนใครไปงั้นรึ?”
“ใครล้ำเส้นข้ามันผู้นั้นควรชดใช้!”
เซียถงยังคงเดิมหน้าต่อไปไม่หยุด
“นางเป็นถึงธิดาคนโปรดของฝ่าบาทเชียว”
ไป๋หลี่หานกล่าวขึ้นอีกครา
“อ่ะห่ะแล้วอย่างไร?”
เซียถงหาได้สนใจไม่เลยในเมื่อนางกล้าทำถึงปานนั้นและยังกล้าทำในอีกหลายสิ่งอย่างมากกว่านี้แล้วมีเหตุผลอะไรที่นางยังต้องกลัวสาวน้อยเอาแต่ใจนั่น?
“แล้วสำหรับคนที่เคยช่วยเจ้าล่ะ?จะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรรึ?”
ชายที่ทยืนอยู่เบื้องหลังเอ่ยขึ้นอีกครั้งน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ฝีเท้าของเซียถงหยุดชะงักนิ่งเหมือบสายตามองย้อนกลับไปยังไป๋หลี่หาน
“ข้าช่วยเจ้ามาสองสามคราแล้วกระมัง?แต่ก็ยังคิดที่จะฆ่าแกงกันอยู่รึ?”
ไป๋หลี่หานหันศีรษะมาเข้าสบตากับเซียถง
เมื่อเห็นแววตาเป็นประกางดงามของชายคนนั้นนางก็นึกถึงวันนั้นที่อีกฝ่ายเคยช่วยเอาไว้ แต่นางดันเข้าใจผิดคิดไปเองว่าอีกฝ่ายมีแผนต้องการจะขโมคัมภีร์วรยุทธลับ สีหน้าของเซียถงคลายอ่อนลงเล็กน้อยเงยมองดวงตาคู่ใสบริสุทธิ์กล่าวว่า
“ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าในไม่ช้าก็เร็วย่อมชดใช้คืนให้แน่นอน ขอลา”
กล่าวจบนางก็หมุนตัวเดินจากซุ้มประตูออกไป
“เจ้าชดใช้คืนให้ข้าแล้ว”
ไป๋หลี่หานคลี่ยิ้มอ่อนตะโกนไล่หลังกลับไป
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซียถงหยุดมองอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง เลิกคิ้วเล็กน้อยเจือแววสงสัย
ไป๋หลี่หานส่งยิ้มอ่อนกลับไปให้เรียวสายคู่เรียวยาวระหง ทันใดนั้นพลันหรี่แคบกล่าวน้ำเสียงจริงจังขึ้นหนึ่งส่วนว่า
“จุดตันเถียนของเจ้าเพิ่งฟื้นคืนได้ไม่นานแต่ไฉนระดับลมปราณถึงเพิ่มขึ้นพรวดพราดปานนี้? หรือเป็นไปได้ไหมว่า...มีคนนอกคอยให้ความช่วยเหลือเจ้าจริงๆ?”
คำกล่าวของเซียถงต่อฝ่าบาทในครานั้นรู้กันแค่เฉพาะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ณ วันนั้น แต่หลายคนก็ยังมีข้อสงสัยมากมายอยู่ภายในใจเกี่ยวกับเฒ่าประหลาดท่านนั้นที่เป็นถึงเซียนโอสถในตำนาน?
นี่เป็นความจริงแน่รึ?
เซียถงหรี่ตามองสวนคืนกลับไปเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่งารู้ทันกล่าวว่า
“หากตอบคำถามนี้ก็ถือว่าชดใช้หนี้บุญคุณแล้วกระมัง?”
ไป๋หลี่หานพยักหน้า
“ได้!”
เซียถงพยักหน้าตอบริมฝีปากปริออกเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า
“มี”
ไป๋หลี่หานไม่กล่าวอันใดต่อแต่นัยน์ตายังคงสั่นไสว เห็นได้ชัดว่า เขายังไม่เชื่อที่นางพูดมา