"หมายความว่ากระไร จำความมิได้" หลวงสาครเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย เพราะสายตาที่บุตรสาวคนเล็กมองเขาก็เหมือนดังเดิม คือสายตาที่มองว่าเขาเป็บิดาของนาง แต่พอฟังที่บุตรชายพูดจึงได้สับสน
"คือ…นอกจากชื่อของคุณพ่อ คุณแม่ พี่เมฆ พี่ดาวแล้ว ลูกก็จำเื่ราวที่ผ่านมาไม่ได้เลยเ้าค่ะ แม้แต่อินกับอ้นลูกก็จำไม่ได้เ้าค่ะ" จันทร์เอ่ยตอบกลับไป และไม่ลืมบอกไปด้วยว่าแม้แต่บ่าวคนสนิททั้งสองเธอก็จำไม่ได้ จะได้ไม่มีใครสงสัยถึงท่าทางที่อาจจะผิดแปลกไปจากแม่หญิงจันคนเดิม
"หรือว่าตอนตกน้ำหัวจะไปกระแทกกับอะไรเข้า ความทรงจำเลยหายไปเยี่ยงนี้ ไอ้ก้อน มึงไปเชิญท่านหมอที่โรงหมอมาตรวจแม่หญิงเสียหน่อยเถอะ" หลวงสาครพอได้ฟังที่บุตรสาวคนเล็กเอ่ยบอกก็คิดไปถึงสาเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น จึงรีบหันไปเอ่ยเรียกบ่าวคนสนิทให้ไปเชิญท่านหมอมาตรวจอาการ
"ขอรับออกหลวง" บ่าวชายที่อยู่ด้านหลังเอ่ยรับคำ แล้วรีบเดินไปยังท่าเรือ
"มาเถอะขึ้นเรือนไปพักผ่อนก่อน รอให้ท่านหมอมาตรวจอาการแม่จันว่าเป็กระไรรึไม่ แล้วค่อยมาพูดคุยกันอีกที" ออกหลวงเอ่ยบอกกับคนในครอบครัว เขาอยากให้แน่ใจว่าบุตรสาวคนเล็กแค่สูญเสียความทรงจำไปเท่านั้น มิได้มีอาการเจ็บป่วยหนักหนากระไรอื่นอีก
จันทร์ถูกพาขึ้นมาบนเรือน ซึ่งก็เหมือนเรือนไทยที่เคยเห็น แบ่งเป็โถงกลางเรือน เรือนหลัก เรือนรองอีกสองเรือน ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยชานเรือน ตามลักษณะการสร้างเรือนไทย และห้องของบุตรสาวทั้งสองจะอยู่ส่วนเรือนด้านใน โดยห้องของเธอก็อยู่ข้างกันกับห้องของพี่สาวคนรอง แต่มีแบ่งส่วนนั่งเล่นกันคนละฝั่งมีระแนงไม้กั้นแบ่งตรงกลางเอาไว้ เพื่อความเป็ส่วนตัวของแต่ละคน
"เป็เยี่ยงไรบ้างแม่จัน เรือนนี้งดงามดีหรือไม่ แลยังใหญ่กว่าเรือนเก่ามากโขเชียวล่ะ" ดาวเห็นน้องสาวมองสำรวจรอบเรือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจึงได้เอ่ยถามออกไป และพาน้องสาวมานั่งลงที่ตั่งไม้หน้าห้องของตนเอง ตอนแรกที่นางมาถึงก็ยังอดชื่นชมเรือนใหม่หลังนี้มิได้ ทั้งความงดงามและขนาดที่ใหญ่โตกว้างขวางกว่าเรือนเดิมที่เมืองบางกอกมากโข
"งดงามมากเลยเ้าค่ะ ว่าแต่คุณพี่ดาวเ้าขา น้องอยากรู้ว่าตอนที่อยู่เรือนเก่ามีเื่กระไรรึเ้าคะ ที่พี่ดาวพูดค้างไว้ตอนที่เราอยู่บนเรือ" จันทร์เอ่ยตอบกลับพี่สาวและนั่งลงข้างกัน ทั้งยังไม่ลืมเอ่ยถามถึงเื่ที่พี่สาวคนรองพูดค้างไว้ตอนอยู่บนเรือไปด้วย
"เื่กระไรก็อย่าได้สนใจเลย เราย้ายออกมาแล้ว เ้าลืมไปก็นับว่าเป็เื่ดีที่สุดแล้ว" ดาวมองใบหน้าน้องสาวที่กำลังยิ้มแย้มอย่างอยากรู้อยากเห็นก็อดใจไม่คิดบอกเื่ราวครั้งเก่าก่อนให้อีกฝ่ายได้ฟัง เพราะกลัวว่าถ้าอีกฝ่ายเกิดจดจำเื่ราวขึ้นมาได้รอยยิ้มบนใบหน้าของน้องสาวจะหายไปเหมือนเมื่อก่อนอีก
"แต่น้องอยากรู้นี่เ้าคะ เผื่อมันจะทำให้น้องจำกระไรได้บ้าง" จันทร์ไม่ยอมแพ้ เอ่ยออดอ้อนคนเป็พี่สาวด้วยว่ารู้สึกสนิทสนมกับอีกฝ่ายเหมือนเป็พี่สาวของตนเองจริงๆ
"แต่พี่มิอยากเล่า มิอยากให้น้องจำเื่ราวพวกนั้นได้อีก อย่าอยากรู้เลยหนาน้องจันของพี่ ลืมมันไปเสียย่อมดีที่สุดแล้ว" ดาวได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนก็คล้ายจะใจอ่อน แต่พอได้เห็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานก็ใจแข็งขึ้นอีกครั้ง นางจะไม่ให้น้องสาวต้องจำเื่ราวพวกนั้นจนทำให้รอยยิ้มที่สดใสต้องหายไปอีกครั้ง
"ก็ได้เ้าค่ะ ว่าแต่เรือนของเรามีกันอยู่แค่นี้รึเ้าคะ" จันทร์เห็นว่าพี่สาวคงไม่ยอมเอ่ยปากเล่าเื่ราวในอดีตของแม่หญิงจันให้ฟังแน่แล้ว ก็เปลี่ยนไปถามเื่อื่นแทน พอได้เห็นเรือนหลังใหญ่โตขนาดนี้แต่กลับมีเ้านายอยู่แค่ห้าคนก็ดูจะน้อยเกินไป
"อืม เรือนเราก็มีกันแค่ห้าคนเท่านั้นแหละ แล้วก็พวกบ่าวไพร่ที่ติดตามมาด้วยอีกสิบกว่าคนเท่านั้น เ้าสงสัยกระไรรึ" ดาวเอ่ยตอบกลับน้องสาว เรือนของนางก็มีแค่บิดา มารดา และพี่น้องทั้งสามคนแค่นั้น ด้วยบิดาไม่ใคร่ชื่นชอบการมีเมียเล็กเมียน้อยให้ต้องวุ่นวายเหมือนเ้าคุณปู่ จึงมีมารดาเป็ภรรยาเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
"เปล่าเ้าค่ะ น้องคิดว่าพวกเราจะมีญาติพี่น้องมากมายเหมือนเรือนยายปริกน่ะเ้าค่ะ" จันทร์เอ่ยตอบกลับพี่สาว ด้วยสงสัยว่าครอบครัวนี้ยังมีปู่ ย่า ตา ยาย หรือญาติพี่น้องคนอื่นอีกหรือไม่
"ความจริงก็มีอยู่หรอก" ดาวเอ่ยตอบกลับน้องสาวด้วยท่าทางลังเล เพราะถ้าต้องพูดถึงเื่คนในครอบครัวก็อาจจะไปสะกิดความทรงจำในอดีตที่เคยเกิดขึ้นของน้องสาว แต่จะไม่เล่าก็คงจะไม่ได้ อย่างไรทางนั้นก็เป็ปู่ ย่าของพวกตน
"มีรึเ้าค่ะ แล้วอยู่ที่ใดกัน" จันทร์พอได้ฟังว่าครอบครัวนี้ยังมีญาติพี่น้องคนอื่นอีกก็รู้สึกสนใจ เพราะครอบครัวเดิมของเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว บิดากับมารดาล้วนเป็เด็กกำพร้า ซึ่งบิดาก็ใช้ความพยายามเป็อย่างมากกว่าจะได้ตำแหน่งเป็ถึงรัฐมนตรีอย่างในปัจจุบัน
"ก็อยู่ที่เรือนเดิมที่เมืองบางกอกนั่นแหละ คนที่ได้ย้ายมาเมืองอยุธยามีแค่พวกเราห้าคนเท่านั้น" ดาวเอ่ยตอบอย่างขอไปที พอคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนที่ครอบครัวตนเองจะย้ายมาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีกครั้ง
"ที่นั่นมีใครบ้างรึเ้าคะ น้องจำใครไม่ได้เลย" จันทร์เห็นท่าทางของพี่สาวดูแปลกไป แต่ไม่รู้สาเหตุจึงยังเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้
"จำไม่ได้ก็ดีแล้ว" ดาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา เพราะไม่อยากจะเอ่ยถึงคนเ่าั้ให้น้องสาวได้ฟัง
"คุณพี่ดาวว่ากระไรรึเ้าคะ" จันทร์ได้ยินพี่สาวเอ่ยพึมพำออกมาเสียเบา แต่ตนเองฟังไม่ได้ยินก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
"ไม่มีกระไร…ที่เรือนเดิมยังมีคุณปู่ คุณย่าใหญ่ และมีครอบครัวของคุณลุงเหล็ก ครอบครัวของคุณอาทอง ทั้งสองคนเป็พี่ชายและน้องชายของคุณพ่อ แต่คนละแม่กับคุณพ่อของเรา คุณลุงเหล็กท่านมีตำแหน่งเป็ออกหลวงไมตรี มีภรรยาสามคน บุตรชายสามคน บุตรสาวสองคน ส่วนคุณอาทองมีตำแหน่งเป็หมื่นรังสรรค์ มีภรรยาสองคน บุตรสาวสามคน และบุตรชายอีกหนึ่งคน นี่ยังไม่ได้นับรวมไปถึงพวกลูกเมียที่เป็บ่าวอีกนะ เป็เยี่ยงไรจำกระไรได้รึไม่เล่าแม่จัน" ดาวเอ่ยบอกถึงคนในครอบครัวให้น้องสาวฟัง โดยล่ะการเอ่ยชื่อของบุตรชายบุตรสาวของทั้งสองครอบครัวไปเสีย
"สงสัยคงเพราะมิได้เห็นหน้าจึงจำใครมิได้เลยเ้าค่ะ" จันทร์พอได้ฟังว่ายังมีใครอยู่บ้างก็ใจนตาโต แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าคนในยุคนี้ยังนิยมมีหลายภรรยา ขนาดปู่ของแม่หญิงจันก็น่าจะมีภรรยามากกว่าสองคนแล้ว ยังมีลุงกับอาที่มีภรรยาหลายคนเช่นกัน แต่พอคิดได้ว่าบิดาของแม่หญิงจันมีภรรยาเพียงคนเดียวก็อดรู้สึกภูมิใจขึ้นมามิได้
"เอาเถอะจำไม่ได้ก็ไม่ต้องไปจำ เื่จะได้เจอกันคงยากถ้าคนพวกนั้นไม่ขึ้นมาที่นี่" ดาวเอ่ยปลอบน้องสาว และเอ่ยถึงความเป็ไปได้ที่จะได้เจอกัน ถ้าพวกเธอไม่กลับไปที่เมืองบางกอกซึ่งบิดาคงไม่มีทางที่จะกลับไปอีกแล้ว ก็คงจะต้องเป็คนพวกนั้นที่จะมาที่นี่เท่านั้นถึงจะเจอกันได้
"ทำไมล่ะเ้าคะ" จันทร์ได้ฟังก็เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย และคิดว่าเื่นี้น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับการที่พี่สาวไม่อยากให้เธอจดจำเื่ในอดีตของแม่หญิงจันได้เป็แน่ ความจริงถึงแม้อีกฝ่ายจะเล่าออกมา แต่เธอก็จำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะไม่ใช่ความทรงจำของตัวเธอเอง
"เ้าอย่ามาหลอกถามเลย พี่มิบอกดอก และถึงแม้การลืมความทรงจำของตนเองจะทำให้คนว่าเ้าได้ว่าเป็คนพิกลพิการ แต่พี่ก็ยังยินดีที่เ้าลืมเื่ราวพวกนั้นไปเหลือเกินแม่จัน พี่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเ้ามานานเพียงใดแล้ว จำเื่ราวเก่าก่อนมิได้ก็ช่างมันเถอะ มาจดจำเื่ราวใหม่ๆ ที่นี่ ที่มีความสุขดีกว่าหนาเ้า" ดาวได้ยินที่น้องสาวถามพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ไม่ได้เห็นมานาน ก็ได้แต่ส่งยิ้มปลอบใจกลับไปให้ แล้วเอ่ยความคิดของตนเองให้น้องสาวฟัง นางชอบน้องสาวในตอนนี้ที่มีรอยยิ้มสดใสมากกว่าใบหน้าอมทุกข์ตลอดเวลาแบบนั้น
"เ้าค่ะคุณพี่ดาว" จันทร์เห็นสายตาห่วงใยที่ส่งกลับมาก็ไม่คิดเอ่ยถามอะไรอีก ถึงได้รู้หรือไม่ได้รู้ก็คงไม่เกิดอะไรขึ้นกับเธออยู่ดี เพราะเธอไม่ใช่แม่หญิงจันตัวจริง
"คุณหนูดาว คุณหนูจัน ท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ" บ่าวมีอายุคนหนึ่งเดินมาเรียกพวกเธอ
"มาเถอะ ให้ท่านหมอตรวจเ้าดูสักหน่อยว่ามิได้เจ็บป่วยที่ใด ทุกคนจะได้วางใจ" ดาวเองพอได้ยินว่าท่านหมอมาแล้วก็ลุกขึ้นพาน้องสาวเดินกลับไปที่ชานเรือนด้านหน้าหาบิดา มารดา เพื่อจะได้ให้ท่านหมอตรวจดูอาการน้องสาว
จันทร์เดินตามพี่สาวคนรองออกไปที่หน้าเรือน ก็เจอบิดา มารดา และพี่ชายคนโต กำลังนั่งคุยกับชายชราคนหนึ่ง อีกฝ่ายสวมใส่ชุดเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป แต่ที่ไหล่สะพายย่ามมาด้วย มีเด็กชายอายุไม่น่าจะเกินสิบห้าปีติดตามมาด้วยอีกหนึ่งคน
"แม่จันมาแล้ว นี่ท่านหมอกล้า จะมาช่วยตรวจดูอาการให้ มานั่งกงนี้เถอะ" ออกหลวงสาครเห็นบุตรสาวทั้งสองเดินมาถึง ก็เอ่ยเรียกบุตรสาวคนเล็กให้มานั่งลงข้างกัน บ้านเขามิได้มีธรรมเนียมให้บุตรต้องคลานเข่าเดินเหมือนบ้านอื่น ด้วยกลัวจะาเ็ที่หัวเข่า อย่างมากก็แค่ค้อมตัวลงเพื่อไม่ให้ดูมีกิริยาข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่เท่านั้นก็พอ ส่วนคนอื่นจะมองเยี่ยงไรเขามิได้สนใจ
"เ้าค่ะ" จันทร์เอ่ยรับคำบิดา เมื่อนั่งลงแล้วจากนั้นท่านหมอก็ขอให้เธอส่งมือไปให้ พร้อมกับอีกฝ่ายเอาผ้ามาวางพาดที่ข้อมือเพื่อจับชีพจร จากนั้นก็ตรวจดูการตอบสนองของดวงตา สุดท้ายก็ใช้นิ้วมือกดจุดไปตามศีรษะด้านหลัง เมื่อไม่พบจุดใดที่ผิดปกติก็แจ้งแค่ว่าเธออาจจะแค่ใจึงทำให้ลืมความทรงจำไป กินยาสงบใจกับพักผ่อนให้มาก อีกไม่นานความทรงจำก็คงจะกลับมาเอง จากนั้นอีกฝ่ายก็ขอตัวกลับไป
"ในเมื่อไม่มีกระไรน่าเป็ห่วงก็แยกย้ายไปพักผ่อนเถอะ แม่จันดูอ่อนเพลียแล้ว ประเดี๋ยวตอนสำรับเย็นค่อยมาพูดคุยกัน" ออกหลวงสาครเมื่อได้ฟังว่าบุตรสาวไม่ได้เจ็บป่วยที่ใดก็ให้วางใจ ส่วนเื่ความทรงจำที่หายไปบุตรสาวจะกลับมาจำได้หรือไม่ได้เขาก็ไม่สนใจเช่นกัน แต่ลืมได้ก็ดีเขาไม่ได้เห็นบุตรสาวคนเล็กยิ้มแย้มมีความสุขแบบนี้มานานนับปีแล้ว
"ถ้าเยี่ยงนั้นกระผมขอไปเรือนออกหลวงศรียศสักประเดี๋ยวนะขอรับคุณพ่อ ท่านส่งบ่าวมาตามเมื่อเช้าว่าถ้าว่างให้แวะไปหาที่เรือน" หมื่นไกรเมฆาเอ่ยบอกกับบิดา เมื่อทุกอย่างดูจะเรียบร้อยดีแล้ว
"อืม ไปเถอะ แล้วฝากเรียนออกหลวงท่านด้วยว่าอีกสามวันหลังจากจัดการเื่ในเรือนเรียบร้อย พ่อจะพาทุกคนในเรือนไปไหว้" ออกหลวงสาครพยักหน้ารับคำบุตรชาย และไม่ลืมจะฝากความไปบอกอีกฝ่าย เื่ไปเยี่ยมเยียนทำความรู้จัก ครั้นจะไปตอนนี้ภายในเรือนก็ยังมิเรียบร้อยดี
"ขอรับคุณพ่อ ลูกไปก่อนขอรับคุณแม่ พี่ก่อนนะแม่จัน แม่ดาว" หมื่นไกรเมฆาเอ่ยตอบบิดา และเอ่ยลามารดากับน้องสาวทั้งสองคนก็ลุกขึ้นแล้วเดินลงเรือนไปพร้อมกับบ่าวชายคนสนิท
"เอาล่ะ แม่ดาว พาแม่จันกลับไปพักเถอะ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว" แม่นายแก้วมองส่งจนบุตรชายลงเรือนไปแล้วก็หันมาหาบุตรสาวทั้งสอง แล้วก็เอ่ยปากบอกให้ทั้งสองคนกลับไปพักผ่อน วันนี้บุตรสาวคนรองต้องตื่นั้แ่เช้าเพื่อไปรับน้องสาว ตัวน้องสาวเองก็ดูยังอ่อนเพลียอยู่มาก
"เ้าค่ะ" ดาวเอ่ยตอบรับคำมารดา พร้อมกับยกมือไหว้ลาบิดาและมารดา
จันทร์เห็นแบบนั้นก็ทำตามแล้วก็ลุกขึ้นเดินกลับหอนอนของตนเองพร้อมพี่สาวคนรอง พอกลับมาถึงห้องบ่าวสองคนก็มาช่วยเธอเช็ดหน้าเช็ดมือแล้วก็พาขึ้นไปนอนพักบนเตียง จันทร์ที่ก็รู้สึกอ่อนเพลียอยู่แล้วจึงหลับไปในทันที
************
ไรต์ : มาแล้วค่ะ ป่วยไปสามวันเต็ม วันนี้ดีขึ้นก็รีบมาปั่นส่งเลย กลัวจะรอนานกันรึเปล่า…
ปล. เื่นี้แนวเรื่อยๆ นะคะ มีปมเล็กน้อย ถ้าใครอยากเจอแม่หญิงสายฟาดต้องกราบขออภัยด้วย