"อั๊ก" หลี่เค่อปวดศีรษะอีกครั้งขณะเขาคิดหาคำตอบ
และเขาก็พบว่า เขาสามารถค้นพบความลับของป่าดำ
"หลอมกายเปลี่ยนิญญา... ทำการย้ายร่างจุติใหม่ เขาใช้วิธีนี้ทำให้มีอายุอยู่รอดมาได้เกิน 500 ปี ไม่แปลกเลยที่การกลืนิญญาของเขาจะสร้างปัญญาให้กับตัวข้า การกลืนิญญาของถังคังข้าใช้เวลาเพียงไม่กี่วันข้าก็ย่อยความทรงจำและความรู้ของถังคังได้อย่างสมบูรณ์ แต่พอเป็ 'ป่าดำ' จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่อาจจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ด้วยซ้ำ นอกจากชื่อปลอมที่เขาใช้ล่าสุด สมแล้วที่มีอายุอยู่มากได้มากกว่าห้าร้อยปี"
หลี่เค่อหยิบหน้ากากสีแดงขึ้นมา ความทรงจำที่ป่าดำเคยเป็ 'ทูตโลหิต' ปรากฏออกมาเล็กน้อย
และนั่นทำให้หลี่เค่อได้ข้อมูลอะไรบางอย่าง
ในอดีตป่าดำได้ไปถึงระดับ[5]รวมจิติญญาขั้นปลาย แต่เขาประสบปัญหาบางอย่าง เขาไม่อาจจะบรรลุระดับและขั้นใดๆ ที่สูงไปกว่านี้ได้อีก เคล็ดวิชาของเขาแย่เกินไป แม้เขาจะเป็ผู้หลอมโอสถระดับสูงก็ตาม ในยุคนั้นป่าดำมีอายุราว 100 ปี เขาเป็ผู้หลอมโอสถระดับสองขั้นสูง
และพอเขารู้ตัวว่าตัวเองไม่อาจจะก้าวหน้าได้อีก เขาก็เกิดความโลภ
อาจารย์ของป่าดำแข็งแกร่งมาก และเป็ถึงระดับ[6]ปราณ์ขั้นปลาย ด้วยการอยู่กับอาจารย์มานาน ป่าดำรู้ว่าอาจารย์ของตัวเองมีความลับบางอย่างของตัวเอง
เขามีสมบัติลับที่แสนวิเศษ นั่นคือกระถางเก้าิญญาที่ไม่สมบูรณ์นั่นเอง
ป่าดำวางแผนสังหารอาจารย์และชิงมันมาก ความลับของป่าดำก็คือ เขาศึกษาวิถีคำสาป นั่นจึงทำให้เขามีโอกาสในการลอบทำร้ายอาจารย์ของตัวเองได้ โดยวางแผนดึงเหล่าสำนักในดินแดนมนุษย์มาช่วย
เป้าหมายคือการฆ่าอาจารย์ของตัวเอง สุดท้ายป่าดำทำเสร็จ เขาฆ่าอาจารย์และชิงเคล็ดวิชาได้ โดยนับั้แ่นั้นมาเขาก็มีสองตัวตน
หนึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนมาร ส่วนอีกตัวตนหนึ่งเป็พ่อค้าอยู่ที่ดินแดนมนุษย์
แต่่ชีวิตของป่าดำตลอดห้าร้อยปีหลังฆ่าอาจารย์ก็ใช่ว่าจะเรียบง่าย มีขึ้นสูงและลงต่ำ
การหลอมกายเปลี่ยนิญญาไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด ป่าดำพบความทดถอยทางพลังิญญาและแก่นสารทางสายเื
นั่นจึงทำให้เขาถือกำเนิดและตายอีกหลายครั้งจนกระทั้งปัจจุบัน
โดยเขาเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในยุคสมัยหนึ่ง เป็ถึงตัวตนระดับ[7]ฟ้าดินเป็หนึ่ง แต่มันก็มี่รุ่งเรืองเพียง่สั้นๆ ไม่กี่ปี ก่อนเขาจะถูกรุมทำร้ายและจากนั้นเขาก็ไม่สามารถกลับคืนสู่จุดสูงสุดของตัวเองได้อีกเลยตลอดเวลาหลายร้อยปี
แต่นั่นก็ทำให้ป่าดำได้สะสมความรู้ไว้กับตัวเองมากมาย
"นี่ข้าฆ่าตัวประหลาดเฒ่าแบบนี้ไปเหรอเนี่ย ช่างน่าใ" หลี่เค่อนวดขมับ ขณะที่เขาได้รับความทรงจำของป่าดำเพิ่ม หลี่เค่อไม่้าความทรงจำของป่าดำเพิ่มอีกในตอนนี้ เพราะมันไม่จำเป็ นอกจากนั้นเวลาในการกลืนกินดวงิญญาของป่าดำก็ไม่มากจนหลี่เค่อทนไม่ได้ แม้มันจะยาวนานนับปีก็ตาม หลี่เค่อรอได้
แต่ข้อมูลที่ได้จากความทรงจำของป่าดำในครั้งนี้ ก็ทำให้หลี่เค่อได้รับอะไรดีๆ ไม่น้อย
"ดูเหมือนว่าป่าดำจะเป็เ้าของ ‘หอราตรีรื่นรมย์’ เขาใช้ที่นี่ในการบ่มเพาะหลอมกายเคล็ดวิชา 'หลอมกายเซียนทอง' และ 'เวทย์ผนึกฟ้าดิน' ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเขาไม่รู้ชื่อเคล็ดวิชาจริงๆ ด้วยซ้ำ ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตไม่ต่างกับปีศาจร้าย เคล็ดวิชาทั้งสองทำให้เขาต้องหาหญิงสาวมาช่วยบ่มเพาะวิชาอยู่ตลอด ไม่งั้นเขาจะไม่มีความก้าวหน้า เขาจึงสร้าง ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ขึ้น นอกจากนั้นผู้คนใน ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ก็ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงป่าดำคือใคร เพราะป่าดำปลอมตัวอยู่ตลอดโดยการสมหน้ากากนั้น" หลี่เค่อมองไปที่หน้ากากโครงกระดูกที่มีเขางุม
"ดูเหมือนข้าจะหาวิธีฝึกฝนที่ไม่ลำบากใจเท่าไหร่ได้แล้ว..." หลี่เค่อพูดกับตัวเองสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ยินดียินร้าย แม้รู้ว่าตัวเองจะเริ่มบ่มเพาะร่างกายได้ในเวลาไม่นาน
...
ค่ำคืนมืดค่ำ จันทรายิ้มเพียงเสี้ยวเล็กๆ
ตรอกมืด แสงไฟส่องสว่างบนพื้นถนนมีระยะเว้นห่างไม่น้อย
ในส่วนที่มืด ทุกครั้งที่ก้าวเดินแทบมองไม่เห็นเท้าของตัวเอง
"วันนี้กลับบ้านดึกเกินไป" เสียงเฉินรุ่ยฟางบ่นน้ำเสียงน่าฟัง ขณะที่ขาวิ่งก้าวเหยาะๆ ไม่หยุด แต่ในขณะที่ใกล้ถึงบ้านของตัวเองเพียงวิ่งไปอีกไม่กี่ตรอก
เสียงชายที่คุ้นเคยดัง พร้อมกลุ่มคนเดินออกมาจากความมืด
"ไงยัยโง่ประหลาดใจไหมที่เจอกันที่นี่"
"ศิษย์พี่จางซิ่งท่านมาทำอะไรที่นี่คะ" ขณะเฉินรุ่ยฟางพูดนางมองไปที่แขนของจางซิ่ง พบว่าแขนกุดที่รอดออกมาจากแขนเสื้อนั้นไม่มีผ้าพันแผล นี่แสดงว่าเขาคงได้กินโอสถชั้นดีจึงรักษาาแหนักให้หายเร็วแบบนี้
เฉินรุ่ยฟางส่งยิ้มจางๆ นางยังใสซื่อคิดว่าการพบจางซิ่งเป็การพบหน้าธรรมดา
"ศิษย์พี่มาทำอะไรที่นี่คะ"
จางซิ่งหัวเราะ เขาขบขันกับความใสซื่อของเฉินรุ่ยฟางที่อ่านสถานการณ์ไม่ออก
เฉินรุ่ยฟางมีสีหน้าแปลกใจกับเสียงหัวเราะที่แผดดัง แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไร ขณะที่จะรีบเดินกลับบ้านต่อเพียง ขณะที่นางจะเดินกลับบ้านนั่น
จางซิ่งจับแขนนางไว้
"ศิษย์พี่ท่านมีอะไรจะพูดกับข้างั้นเหรอ"
"ใช่ข้ามีเื่จะพูดกับเ้าข้าจึงมาอยู่ตรงนี้ รู้ไหมยัยโง่เฉินรุ่ยฟาง สองสามวันมานี้ฉันคิดมาตลอดว่า สภาพของตัวเองที่เป็เช่นนี้นั่นเพราะใคร สุดท้ายก็ได้พบคำตอบว่าทั้งหมดก็เพราะได้รู้จักผู้หญิงโง่ๆ อย่างเธอ ในขณะที่ฉันต้องเสียแขนไปพร้อมกับสถานะในตระกูล แต่เธอคนที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้ฉันเป็แบบนี้กลับยังลอยหน้าลอยตาอย่างมีความสุขได้ เธอคิดว่าในโลกนี้ควรมีเื่ดีๆ กับยัยตัวซวยแบบเธองั้นเหรอ ดังนั้นฉันเลยคิดว่าเธอควรจะชดใช้อะไรบางอย่างให้ฉันบ้าง"
"ชดใช้ ชดใช้อะไรศิษย์พี่ ศิษย์พี่พูดเื่อะไร ข้าจะต้องชดใช้อะไรให้ท่าน ท่านก็รู้ข้าไม่มีเงิน"
"ใช้เ้าไม่มีเงิน แต่เ้ายังมีอย่างอื่นที่ชดใช้ได้และเหมาะสมกับยัยนางโง่เช่นเ้ามาก ข้ารู้ว่าในมหานครแห่งนี้มีกลุ่มพ่อค้าที่ชอบสะสมหญิงงาม พวกเขาจะเอาพวกนางไปขายเป็นางโลมในเมืองต่างๆ เ้าว่านี่ไม่เหมาะกับเ้างั้นเหรอ แม่ของเ้าก็เป็นางโลม ข้าคิดว่าเ้าก็เหมาะสมเช่นกัน ฮะฮาฮา" จางซิ่งหัวเราะเหมือนคนบ้า
เฉินรุ่ยฟางนางรับรู้ถึงอันตราย นางพยายามพลักร่างของจางซิ่ง แต่เรี่ยวแรงของเขามากกว่านาง นางจึงจะจับขวานใหญ่บิ่นๆ ที่ด้านหลังนางแต่...
เพี๊ยะ
จางซิ่งตบใบหน้าเฉินรุ่ยฟางร่างละล่อง
"ข้าจะร้องให้คนช่วย ศิษย์พี่ท่านก็รู้บ้านเมืองมีกฏหมาย ท่านซือฉีอ๋องปกครองดินแดนนี้อย่างทรงธรรม"
"ฮะฮาฮา ช่างสมเป็ยัยโง่ เ้าอยากร้องก็ร้องไป แต่ดูนี่ ดูที่มือข้า นี่คือยันต์อาณาเขตกั้นเสียง ก่อนที่ข้าจะลงมือกับเ้า ข้าก็ได้ใช้ยันต์เก็บเสียงนี่ไปแล้ว ดังนั้นต่อให้เ้าะโจนคอแห้ง ก็ไม่มีใครได้ยิน พวกเ้าไปจับตัวนางมาให้ข้า จากนั้นก็มัดปากนาง ข้าจะพานางไปที่สงบสงบ จากนั้นให้นางได้ชดใช้บางส่วนให้ข้าด้วยร่างกายของนาง ต่อจากนั้นพวกเ้าจะทำอะไรกับนางก็ทำ เพียงแต่อย่างทำให้นางนี้ร่างช้ำมากนัก ตอนข้านำนางไปขายจะได้ยังมีราคาดีอยู่"
กลุ่มชายร่างใหญ่ใบหน้ากักฬขะโค้งกายให้จางซิ่งก่อนจะพูดขอบคุณนายน้อยอย่างพร้อมเพียง
ชายร่างใหญ่เดินช้าเข้าหาเฉินรุ่ยฟาง
เฉินรุ่ยฟางมองรอบด้าน ก่อนนางจะกลั้นใจพยายามวิ่งไปอีกด้าน
แต่นางก็พบว่ามีชายร่างใหญ่พุ่งตัวเร็วมาดักนางไว้ มันต่อยเข้าที่ท้องนางอย่างแรง
"อา คนที่ข้าพามาพบน้องเฉินรุ่ยฟางต่างเป็นักรบเดนตายของตระกูลข้า พวกเขาต่างเป็ระดับ[2]ผนึกธาตุทั้งหมด น้องเฉินรุ่ยฟางดิ้นรนไปก็เท่านั้น"
เฉินรุ่ยฟางมองจางซิ่งใบหน้าขมขื่น ทำไมเธอจึงรู้จักชายเช่นนี้ได้
แป๊บ แป๊บ แป๊บ เสียงตบมือดัง
จางซิ่งและพวกหันไปตามเสียง ก่อนจางซิ่งจะแผดเสียงดังว่ามีไอ้โง่หน้าไหนกล้าเข้ามาในอาณาเขตกลั้นเสียง ช่างวอนตาย มีชีวิตอยู่ดีๆ กับทำเื่คิดสั้น
"คิดสั้น คิดสั้นงั้นเหรอ ใครกันแน่ที่คิดสั้น..." ในความมืดมิด หลี่เค่อเดินช้า ก่อนจะเดินไปถึงที่มีจุดให้แสงไฟอาบร่าง
แสงไฟอาบร่างหลี่เค่อช้าๆ ทำให้มองเห็นใบหน้าชราของชายผมขาวของหลี่เค่อได้เป็อย่างดี
ร่างจางซิ่งสั่นสะท้าน
ความหวาดกลัวกัดกินจิตใจเขา