ต่อจ้า
รักร้อยยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็ชุดกระโปรงยาวกรุยกรายอย่างที่ชอบ แล้วโยนถุงยาที่รินลดาจัดให้ทิ้งถังขยะอย่างไม่ใยดี เื่อะไรจะเสี่ยงกินยาของยายนั่น ไม่รู้ว่าแอบจัดยาพิษให้เธอบ้างหรือเปล่า ร่างเพรียวเดินเรียดเท้าออกมายืนรับลมที่ระเบียง ให้ผมที่เพิ่งสระของตัวเองได้หายอับชื้น หลังเช็ดจนหมาดแล้วหาไดร์เป่าผมไม่เจอ ในยามเย็นไร่ดินเดียวอากาศดีจนคนที่ยืนอยู่อยากไปเดินเล่นผ่อนคลายความเครียด รักร้อยกางนิ้วสางผมให้คลายยุ่ง แล้วเดินตัวปลิวออกจากบ้านพัก เธอเปลี่ยนจุดหมายจากแปลงผักมาอีกฟากของไร่ที่ยังไม่สำรวจ นั่นก็คือแปลงปลูกดอกไม้ นายจุ่นกับนายจ้อยสายสืบของพ่อพัน นำแผนที่และอธิบายรายละเอียดทั้งหมดของไร่ดินเดียวให้เธอรู้ รักร้อยแค่อยากมาสำตรวจอีกครั้งด้วยตาตนเอง ก่อนจะจัดการทำตามแผนขั้นต่อไปของตัวเอง
“สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูดังขึ้นด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเพลินสะดุ้ง ก่อนจะรีบหันไปหาต้นเสียง
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวเข้มเดินเข้ามาทักทายเธอพร้อมร้อยยิ้ม ใบหน้าหล่อคมแบบหนุ่มไทยแท้ทำให้รักร้อยนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มตอบอย่างมีไมตรี
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อรักร้อยค่ะ”
หญิงสาวนำตัวเองให้อีกฝ่ายทราบชื่อเสียงเรียงนามโดยไม่ขัดเขิน รักร้อยมั่นใจว่าเขาคงเป็เ้าหน้าที่ทำงานในระดับที่สูงกว่าคนงานทั่วไป ดูจากการแต่งกายและคำพูดจึงผูกมิตรไว้เผื่อหาข้อมูล
“สวัสดีครับ ผมชื่อคันศรครับ เป็สัตวแพทย์ประจำที่นี่ เอ... ถ้าผมจำไม่ผิดคุณคือคู่หมั้นของนายหนึ่งใช่ไหมครับ เคยเห็นรูปน่ะครับ” คันศรแนะนำตัวเองบ้าง ก่อนจะชวนคุยตามประสาคนชอบคุย
“ค่ะ ฉันเป็คนที่คุณเอกดนูต้องแต่งงานด้วย”
“น่าอิจฉาเ้าหนึ่งจริง ๆ ได้ทั้งมรดกได้ทั้งภรรยาที่สวยน่ารักแบบคุณรักร้อย”
“ฉันว่าคุณหนึ่งเขาไม่อยากแต่งงานกับฉันหรอกค่ะ เขามีคนรักอยู่แล้ว คนที่เป็พยาบาลชื่อรินลดาอะไรเนี่ยแหละค่ะ” รักร้อยทอดถอนใจ ราวกับเหนื่อยหน่ายกับชีวิต
“โอย ... คุณรักร้อยเข้าใจผิดแล้วครับ สองคนนั่นเขาเป็เพื่อนกันไม่ใช่แฟนหรอกครับ ผมกับเ้าหนึ่งและยายดาเรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกัน เ้าหนึ่งน่ะไม่มีวันคิดอะไรแบบนั้นกับยายดาหรอกครับ” คันศรโต้แย้ง สัตวแพทย์หนุ่มพยายามอธิบายแทนเพื่อน เพราะกลัวหญิงสาวจะเข้าใจผิด โดยไม่รู้ว่านั่นเป็การเปิดโปงแผนการของเอกดนูโดยไม่รู้ตัว
“ก็เขาบอกกับฉันเองนี่คะ คุณดาเธอก็บอกว่าเธอเป็แฟนคุณเอกดนู เห้อ... ฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน ที่มาเป็มือที่สามทำให้คู่รักเขาต้องลำบากใจ”
รักร้อยถอนหายใจแรง ๆ เดินไปตามทางเดินเรื่อย ๆ เหมือน้าให้ตัวเองผ่อนคลายจากความเครียด ความจริงเธอก็เครียดจริง ๆ นั่นแหละ มาอยู่ที่นี่แค่สองวันทำเอาเสียพลังงานไปเยอะ หญิงสาวหันมายิ้มให้คุณหมอสัตว์อย่างอ่อนใจ
“อย่าคิดมากสิครับ เ้าหนึ่งมันคงทำไปเพราะไม่้ากลับไปรับมรดก การตายของพ่อแม่ของมันทำให้มันเกลียดปู่ของมัน มันเคยบอกผมว่าเพราะธุรกิจมืดพวกนั้น ทำให้พ่อกับแม่มันถูกฆ่าตาย มันไม่มีทางกลับสืบทอดกิจการพวกนั้นต่อจากปู่ของมันเด็ดขาด เ้าหนึ่งมันเป็คนมั่นคงในความคิดของตัวเองครับ คุณรักร้อยต้องพยายามทำความเข้าใจมันหน่อย”
การอธิบายยืดยาวของคันศร ทำให้รักร้อยเห็นใจเอกดนูขึ้นมา ธุรกิจมืดของเ้าสัวเกริกซึ่งได้ชื่อว่าเป็ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของวงการ ล้วนแลกมาด้วยชีวิตและเืเนื้อของใครหลายคน หากไม่แน่จริงไม่โหดพอ ไม่สามารถยืนอยู่ในวงการนี้มาได้ยาวนานถึงขนาดนี้ หญิงสาวนึกถึงเตโชขึ้นมาคนที่เหมาะสมจะเป็ผู้สืบทอดต่อจากเ้าสัวคือเตโช ท่านเ้าสัวคงมองเห็นแต่ยังหวงสมบัติไว้ให้หลานชายคนเดียวของท่าน จึงได้ตั้งเงื่อนไขการรับมรดกไว้แบบนี้
“ฉันมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของเ้าสัวค่ะ ถ้าฉันทำให้คุณเอกดนูยอมแต่งงานด้วยไม่ได้ คุณเตโชหลานชายอีกคนของท่าน จะได้เป็ผู้รับมรดกแทน และฉันคงต้องแต่งงานกับคุณเตโชค่ะ” รักร้อยถอนหายใจอีกเฮือก เมื่อคิดถึงคำสั่งเสียของท่านเ้าสัวขึ้นมา
“เธอต้องทำทุกอย่างให้เ้าหนึ่งเดียวมันยอมแต่งงานกับเธอ ฉันไม่อยากให้สมบัติของฉันต้องตกเป็ของไอ้เต้ แต่ฉันก็ทนไม่ได้หากมันจะตกเป็ของคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลาน นังกรมันจ้องจะฮุบอำนาจของฉันอยู่ทุกลมหายใจ ถ้าฉันตายเมื่อไหร่นังกรมันจัดการเ้าหนึ่งเดียวแน่”
“แล้วท่านเ้าสัวจะให้คุณเอกดนูกลับมาสืบทอดทำไมคะ ไม่กลัวคุณกรทำร้ายคุณเอกดนูเหรอคะ” รักร้อยไม่เข้าใจความคิดของท่านเ้าสัว
“ฉันรู้ว่าหลานชายของฉันคนนี้ มันไม่มีทางสืบทอดธุรกิจเถื่อนของฉันหรอก ถ้าเธอแต่งงานกับหลานชายฉัน ไอ้พันพ่อของเธอกับลูกน้องของมัน ต้องดูแลหลานชายฉันอย่างดี ไอ้พันคงไม่อยากให้ลูกสาวของเป็ม่ายก่อนวัยอันควร แล้วไอ้เต้ก็ไม่กล้าทำอะไรเ้าหนึ่งเดียวแน่ เพราะมันรักเธอ เธอจะเป็เกราะป้องกันอันตรายให้หลานชายฉันได้ ช่วยทีนะรักร้อย ช่วยดูแลเ้าหนึ่งเดียวด้วย”
“หนูร้อยสำคัญขนาดนั้นเลยหรือคะ ท่านเ้าสัว”
เ้าสัวหัวเราะ หึ หึ ในคอ จ้องหน้าของเธอนิ่ง “ใช่ เธอเป็คนสำคัญ เป็สิ่งดีๆ ที่ฉันจะมอบให้หลานชายของฉัน” พูดจบท่านก็ลูบศีรษะของเธอ ก่อนจะโบกมือให้ออกไป
รักร้อยรู้สึกสมเพชตัวเองที่ต้องทำตามคำสั่งของเ้าสัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่านมีบุญคุณกับเธอและครอบครัวมากมายนัก การตอบแทนพระคุณจึงต้องทำด้วยชีวิตและร่างกายของตัวเอง
“ผมกำลังจะไปฉีดยาให้ไอ้แรมโบ้ คุณรักร้อยอยากไปดูไหมครับ” เสียงของคันศร ปลุกคนที่ตกภวังค์ให้รู้สึกตัว
รักร้อยสลัดความคิดหดหู่ในหัวทิ้งไป หันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่คุณหมอสัตว์ชวน
“ไอ้แรมโบ้เป็ตัวอะไรเหรอคะ”
“มันเป็วัวพ่อพันธ์ครับ ตอนนี้มันได้รับาเ็อยู่ ผมต้องไปฉีดยาให้มัน” คันศรมองหน้าหญิงสาวอย่างชั่งใจ ว่าควรจะบอกดีไหมว่าเธอเป็คนขับรถชนไอ้แรมโบ้ จนมันได้รับาเ็
“น่าสงสารจังค่ะ ฉันขอเป็ผู้ช่วยคุณหมอนะคะ อยากลองรักษาสัตว์ดูสักครั้ง” รักร้อยอาสา
“ได้สิครับ ผมว่าเราขับรถไปจะไวกว่าเดินนะครับ ผมจอดรถไว้ตรงโน้นครับ” คันศรพาผู้ช่วยคนใหม่ของเขา ไปยังรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ไม่ไกล “เคยซ้อนรถช็อปเปอร์หรือเปล่าครับ ถ้าไม่เคยก็กอดเอวผมแน่น ๆ รถมันแรง”
“อย่าดูถูกกันสิคะ อย่าแต่ซ้อนเลยฉันก็เคยขี่ไอ้เ้าเบิ้มนี่เหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อให้ฉันเป็คนขี่ แล้วคุณเป็คนซ้อนก็ได้นะ” รักร้อยเห็นรถของคันศรแล้วนึกสนุก เธอชอบขี่มอเตอร์ไซค์แต่พ่อพันไม่อนุญาตให้ลูกสาวขี่เ้าสองล้อนี้ เลยต้องแอบเอาของเพื่อนมาขี่เล่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... พูดแบบนี้แล้ว อยากเป็สก๊อยซ้อนท้ายคุณรักร้อยสักวัน” คันศรหัวเราะชอบใจ
“ได้เลยค่ะ กุญแจมาสิคะ” รักร้อยแบมือขอกุญแจรถ เมื่ออีกฝ่ายยอมส่งให้โดยดี ก็จัดการโชว์ฝีมือเป็สิงห์สาวนักบิด โดยมีร่างสูงของคุณหมอสัตว์นั่งซ้อนท้าย
รถช็อปเปอร์คันโตส่งเสียงคำรามตามแรงบิดของหญิงสาว คันศรที่เคยเป็คนขับมาก่อน รู้สึกหวาดเสียวแกมตื่นเต้นเมื่อต้องกลายมาเป็คนซ้อนรถตัวเอง ั้แ่ขับมอเตอร์ไซค์เป็เขาไม่เคยซ้อนท้ายใครมาก่อน ครั้งนี้เป็ครั้งแรก แถมคนขี่ยังเป็ผู้หญิงอีก จะให้เรียกตัวเองว่าสก๊อยก็ฟังแปลก ๆ
“ลดความเร็วลงหน่อยก็ได้ครับ ผมสงสารคนงานแถวนี้ เขาจะหนวกหูเอา” คันศรบอกคนขี่เสียงสั่น
“ไม่เห็นมีใครอยู่แถวนี้สักคน ถนนในไร่นี้ทำซะดีเชียวราดยางซะเรียบ แถมยังไม่มีรถสวนมาสักคัน แบบนี้ขี่มันนักล่ะ” แทนที่จะลดความเร็ว รักร้อยกลับบิดเร่งเครื่องเพิ่มความเร็วขึ้นจนทุลุหลักร้อย เล่นเอาคนซ้อนผวากลัวตกจนต้องเกาะขอบเหล็กท้ายรถไว้แน่น จะกอดเอวก็ไม่กล้ากลัวโดนข้อหาลวนลาม
รถแล่นมาถึงหน้าคอกวัวโดยสวัสดิภาพ แต่สภาพของคนซ้อนเยินจนน่าขำ ผมของเขาโดนลมพักจนชี้ฟูยุ่งเหยิง หน้าถูกลมตีจนชาไปหมด คนขับอยู่ในสภาพดีกว่าเล็กน้อยผมยาวสลวยแห้งเพราะโดนลมเป่า ทิ้งตัวยาวระแผ่นหลัง แต่กระโปรงผ้ายาวกรุยกรายของเธอเปื้อนคราบฝุ่นจนเลอะเทอะ เ้าตัวสวมกระโปรงควบรถช็อปเปอร์ช่างกล้าหาญนัก
“ไปดูเ้าแรมโบ้กันเถอะค่ะ” รักร้อยเดินนำเข้าไปด้านใน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่า เ้าแรมโบ้ที่ว่าเป็ตัวไหน
ในคอกวัว ถูกดูแลสะอาดกว่าที่คิด บนพื้นปูด้วยฟางแห้ง ไม่มีขี้วัวให้เห็นสักก้อน คงจะดูแลทำความสะอาดเป็อย่างดี รักร้อยเดินเข้าไปเรื่อยๆ โดยมีคันศรเดินเคียงข้างพร้อมกล่องเก็บอุปกรณ์รักษาโรค สัตวแพทย์หนุ่มเดินเข้าไปหาวัวตัวโตที่นอนอยู่มุมคอกเพียงตัวเดียว มันผงกหัวขึ้นมอง ก่อนจะหายใจฟืดฟาดแรง คล้ายรำคาญใจ
“คุณแรมโบ้ครับ หมอมาดูอาการให้ครับ” คันศรพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเ้าวัวั์ ขณะเปิดกล่องหยิบอุปกรณ์การรักษาออกมา
รักร้อยหยุดเมียงมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ จนคันศรกวักมือเรียกนั่นแหละเธอถึงเดินเข้าไปหา
“คุณแรมโบ้ครับ นี่คุณรักร้อยเป็ว่าที่เมียของคุณหนึ่งเ้านายของคุณ ฝากเนื้อฝากตัวกับเขาไว้สักหน่อย เขาจะได้เมตตา”
คันศรหันไปบอกเ้าแรมโบ้ พร้อมกับแนะนำว่าที่นายหญิงคนใหม่ให้มันรู้จัก เ้าวัวั์ผงกหัวขึ้นจ้องหน้าหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องเสียงดัง
“มออออ!!!”
รักร้อยสะดุ้งโหยง ผงะถอยกรูด เมื่อเห็นูเาลูกย่อมๆ ขยับลุกขึ้นเดินมาหาเธอ
“อย่าทำอะไรฉันนะ อ๊าย อย่า!” หญิงสาวหลับปี๋ ยกไม้ยกมือขึ้นห้าม
จนรับรู้ถึงอะไรอุ่นๆ ลื่นๆ ััหนักหน่วงที่แก้มนวล เมื่อลืมตาขึ้นมองก็พบใบหน้าของเ้าแรมโบ้ ซุกซบอยู่บนเนินอกอิ่มของตัวเองมันแลบลิ้นเลียแก้มเธอแผลบ ๆ
“คุณแรมโบ้ ท่าทางจะชอบคุณรักร้อยนะครับ เค้าไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่หนูนา หรือยายดาก็ไม่เคยเข้าใกล้ สงสัยจะถูกชะตากับคุณรักร้อยเป็พิเศษ”
คันศรยิ้มขำ มองอาการออดอ้อนของเ้าวัวั์อย่างหมั่นไส้ ไม่รู้ไปติดใจอะไรกับหญิงสาวนัก มันถึงได้คลอเคลียเลียแก้มเธอแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ปกติมันเกลียดผู้หญิงอย่างกับลิงเกลียดกะปิ นอกจากวัวตัวเมียแล้วเ้าแรมโบ้ไม่เคยให้ความสนใจสัตว์หรืุ์เพศเมียอย่างอื่นอีกเลย
“โบโบ้ หนูชอบแม่ร้อยหรือจ้ะ”
รักร้อยค่อยคลายความหวาดกลัว เมื่อเห็นท่าทีออดอ้อนออเซาะของเ้าแรมโบ้แล้วเกิดความเอ็นดูขึ้นมา หญิงสาวขยับห่างจากมันนิดหนึ่งลูบหัวมันเบา ๆ แล้วเกาคางเล่นเหมือนที่ชอบทำกับแมว เล่นเอาเ้าแรมโบ้ถึงกับเคลิ้ม หลับตาหายใจฟืดฟาด
“คุณรักร้อยเกาคอมันไปเรื่อยๆ นะครับ ผมจะฉีดยามันสักหน่อย”
สัตวแพทย์หนุ่มถือโอกาสที่เ้าวัวขี้อ้อนกำลังเคลิ้ม จัดการฉีดยาให้มัน จนดึงเข็มออกมาเ้าแรมโบ้ยังไม่รู้สึกตัว ไม่มีเสียงร้องสักแอะ ปกติเวลาเขาฉีดยาให้ มันจะส่งเสียงดังลั่นจนหูแทบแตก
“เสร็จแล้วครับ แหมวันนี้มันไม่ร้องเลย สงสัยจะเคลิ้มจนลืมเจ็บ”
กว่าเ้าแรมโบ้จะยอมกลับไปนอนได้ รักร้อยต้องลูบหัวเกาคอมันอยู่เกือบชั่วโมง คันศรพาหญิงสาวกลับมาส่งที่บ้านพักโดยเขาเป็คนขอเป็ขี่รถมอเตอร์ไซค์เอง พอรถจอดก็พบเอกดนูยืนกอดอกมองพวกเขาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ข้างกายมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
“เป็ไงบ้างรักร้อย”
เตโชเดินเข้ามาหาหญิงสาว เขามองหน้าซีด ๆ ของเธออย่างเอ็นดู คงใที่เห็นหน้าเขาหรือว่าดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มแอบคิดเข้าข้างตัวเอง
“คุณเต้” รักร้อยเอ่ยทักเสียงแ่ ยิ้มเจื่อน ๆ ให้หลานชายอีกคนของเ้าสัวเกริก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้ามาถึงที่นี่
เอกดนูมองท่าทีของสองหนุ่มสาวแล้วรู้สึกคันยิบๆ ในหัวใจ เขาเห็นสายตาอ่อนเชื่อมของลูกพี่ลูกน้องตัวเองมองคู่หมายของเขาไม่ละสายตา ยังจะไอ้หมอคันศรที่แอบไปรู้จักสนิทสนมกันตอนไหน ถึงกับพากันซ้อนมอเตอร์ไซค์มาส่ง นี่เ้าหล่อนคิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนที่พบหรือไง เ้าของไร่หนุ่มคิดอย่างพาลๆ
“ขอโทษทีว่ะไอ้หนึ่ง ที่พาคุณรักร้อยมาส่งช้า ก็ไอ้แรมโบ้น่ะสิ มันไม่ยอมให้คุณรักร้อยออกมา” คันศรพยายามอธิบาย หลังจากเห็นสายตาของเพื่อนสนิท
“ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่” เอกดนูเอ่ยเสียงขรึม
เขาเดินมายืนข้างๆ รักร้อย ปัดสายตามองเตโชนิดหนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายสู้สายตาก็นึกเคือง แหม ... หน้าด้านจริง รู้ทั้งรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็คู่หมายของเขา ยังมาทำตาเล็กตาน้อยใส่อีก เอกดนูหันไปมองหน้ารักร้อย พบว่าหญิงสาวมองหน้าเขาอยู่ ตาสบตาเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเกินทนไหว จึงวาดแขนโอบไหล่บางรั้งให้แนบชิดตัวอย่างถือสิทธิ์
“หนูร้อยจ้ะ หายปวดหัวหรือยัง” เขาพูดเสียงอ่อนหวานผิดปกติ ขณะแตะหลังมือบนหน้าผากเนียน ทำท่าวัดอุณหภูมิ “ตัวรุม ๆ อยู่เลยไม่น่าจะไปตากลมข้างนอกแบบนั้น มาผมจะพาไปกินยานะ”
เอกดนูโอบประคองร่างบางที่ยืนทื่อ ทำอะไรไม่ถูกพาเดินกึ่งหิ้วเข้าไปในบ้านพักปล่อยให้แขกไม่ได้รับเชิญสองคนยืนบื้ออยู่ตรงนั้น
“ผมว่าเรากลับกันก่อนดีไหมครับ ผมเกรงว่าเวลานี้ คุณรักร้อยคง้าพักผ่อน” คันศรหันไปคุยกับเตโช หลังจากหายอึ้ง
“ฝากบอกรักร้อยด้วย ว่าพรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”
เตโชสะบัดเสียงตอบ เขาเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ สตาร์ทเครื่องแล่นออกไปด้วยความเร็วสูง ไม่บอกก็รู้ว่าอารมณ์ในตอนนี้ ร้อนยิ่งกว่าลาวาูเาไฟ
“ไอ้หนึ่งเอ้ย ปากบอกว่าไม่เอา ๆ แต่ดูแกทำสิ มันยิ่งกว่าอยากเอาเขาอีก”
คันศรส่ายหน้า มองตามหลังเพื่อนที่พาคู่หมายหายลับเข้าไปในบ้านแล้ว ไม่อยากเดาว่าเหตุการณ์ข้างในจะเป็ยังไง สงสัยติดเรตเด็กห้ามดูแน่
///
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา