
ในท้องพระโรงที่ประดับประดาด้วยปะการังหลากสี แซมด้วยไข่มุกและดอกไม้ทะเล เปลือกหอยต่าง ๆห้อยระย้า
าาองค์ใหม่แห่งอาณาจักรเงือกปุตรีดูยุงยิ้มร่าก่อนจะเอ่ยกับเ้าหญิงมูเทียร่าราชธิดาของอดีตกษัตริย์องค์เดิมที่เข้าเฝ้าตรงหน้าว่า
“ไม่ต้องเกรงใจเชิญองค์หญิงและผู้ติดตามนั่งก่อน”
“ขอบพระทัยฝ่าา”เงือกน้อยกับคณะจางไห่จูกล่าวพร้อมกัน
มูเทียร่าก็ลอยไปนั่งตรงที่ประทับด้านข้างท้องพระโรง
แล้วบุตรชายของาาองค์ใหม่ก็ลอยมากลางท้องพระโรงกล่าวกับองค์หญิงเงือกว่า
“ข้ารอเ้าหญิงกลับมานานแล้วเตรียมการไว้ในการอภิเษกกับท่าน มิทราบท่านจะรังเกียจข้าหรือไม่”
“ใครจะกล้ารังเกียจองค์ชายผู้ส่งศักดิ์เช่นท่านเล่าฮิว มาจัน[1]มีผู้ใดไม่ทราบกิตติศัพท์ความห้าวหาญของฉลามเสืออย่างท่าน”
เ้าชายหนุ่มก็ยิ้มอย่างตื่นเต้นมิคาดว่าจะได้ยินคำเยินยอจากปากของเชลยเงือกน้อย
“ส่วนเื่อภิเษกนั้นย่อมเกิดขึ้นได้แน่ เพียงแต่ข้ามีข้อเรียกร้องสองประการ” มูเทียร่ากล่าวขณะจ้องมองตาฉลามหนุ่ม
“ข้อเรียกร้องอันใดฤา”
“ข้อแรกขอให้ข้าได้พบเสด็จพ่อก่อน
ข้อสอง ต้องปล่อยตัวให้พ่อข้าได้ร่วมยินดีในงานอภิเษก”
เ้าชายฉลามเสือได้ฟังก็ยิ้มหน้าบานก่อนจะกล่าวว่า
“โธ่ นึกว่าเื่อะไรทำไมจะไม่ได้ล่ะ ข้ายิ่งดีใจเสียอีก ที่ท่าน้าเช่นนี้”
“ถ้าเช่นนั้นก็โปรดพาข้าไปพบท่านพ่อก่อน”
“ได้สิ ทหารพาองค์หญิงไปพบเสด็จพ่อของนาง”
เหล่าทหารกุ้งและปูก็พามูเทียร่าและจางไห่จูไปพบอดีตกษัตริย์ที่ถูกจองจำไว้ในเรือนจำที่ทำจากปะกะรัง
“วาลวิส [2] มีคนมาเยี่ยมแน่ะ ให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวนะ”ผู้คุมคุกกล่าวกับนักโทษ
“เสด็จพ่อ”เงือกน้อยร้องเรียกเงือกชราที่ถูกขังไว้ในคุก
“มูเทียร่า โอ้ลูกไปอยู่ไหนมาพ่อคิดถึงเ้าเหลือเกิน”
“ลูกกับเพื่อนออกไปเล่นบนผิวทะเลแล้วติดอวนของชาวประมง เพื่อน ๆ หนีรอดได้ แต่ลูกถูกจับไปขายให้พวกจัดงานตามวัดเคราะห์ดีที่พี่จางไห่จูช่วยให้รอดมาได้นี่ละค่ะ”
“ขอบใจท่านมากที่ช่วยลูกสาวข้าั้แ่แม่ของนางเสียไปขณะคลอด ข้าก็เลี้ยงดูมูเทียร่ามาคนเดียวข้ารักนางยิ่งกว่าชีวิตของข้าอีก”
“มิบังอาจเพคะแล้วเหตุใดพระองค์จึงมาอยู่ในนี้ได้”
“ั้แ่มูเทียร่าหายตัวไปข้าก็ไม่มีกะจิตกะใจจะบริหารบ้านเมืองใต้น้ำ จนถูกไอ้อำมาตย์ ฮิว ปูตี [3]กับฮิว มาจัน ลูกชายของมันยึดอำนาจแล้วจับมาขังไว้นี่แหละ”
“ถ้าเช่นนั้นลูกจะให้พี่อาจูช่วยแล้วเราหนีไปด้วยกันนะเพคะ”
“ไปไม่ได้หรอกลูกเอ้ย”
“อ้าวทำไมล่ะเพคะ”
“เพราะไอ้มาจันมันวางยาพิษให้พ่อกิน ทุก ๆ 7 วัน จะต้องได้รับยาถอนพิษจากมันไม่เช่นนั้นพิษจะกำเริบตาย พ่อจึงต้องอยู่กับมันจนตลอดชีวิต”
“โธ่ แล้วจะทำยังไงดีละเนี่ย”มูเทียร่าร้องไห้คร่ำครวญ
“ลูก ๆ พากันหนีไปเถอะไม่ต้องห่วงพ่อ”
“ไม่เพคะ เราต้องอยู่ด้วยกันถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน”
“ท่านทั้งสองอย่าเพิ่งวู่วามเราต้องหาวิธีเอายาถอนพิษจากมันมาให้เพียงพอ แล้วหม่อมฉันจะไปแกะสูตรดูว่า มันมีส่วนผสมตัวยาอะไรบ้างคงพอจะใช้ความรู้ด้านยาสมุนไพรปรุงยาแก้พิษให้ฝ่าาได้”
จางไห่จูเสนอความเห็น
“ไอ้มาจันเตรียมจัดงานแต่งงานของลูกกับมันเราจะฉวยโอกาสนั้นชิงยาถอนพิษแล้วหนีไปด้วยกันนะเพคะ” มูเทียร่ากระซิบกับพ่อ
“แต่มันซ่อนยาไว้ที่ไหนพ่อไม่รู้”
“หม่อมฉันจะช่วยค้นหาดู”อาจูกล่าว
“หมดเวลาเยี่ยมแล้ว”เสียงผู้คุมะโมาจากข้างนอก
“ลูกต้องไปแล้วไอ้มาจันรับปากลูกว่าจะปล่อยตัวเสด็จพ่อไปร่วมงานแต่งงานของลูกอดทนสักหน่อยนะเพคะ” มูเทียร่าปาดน้ำตาแล้วออกไปนอกห้องขังพร้อมจางไห่จู
เมื่อออกไปอยู่ในมุมส่วนตัวกับเ้าหญิงเงือกจางไห่จูก็ถามว่า
“ท่านคิดอย่างไรกับเื่งานอภิเษกและตัวมาจัน?”
“หนูไม่ได้รักเขาเลยเพราะรับนิสัยเขาไม่ได้ ั้แ่เด็กแล้ว เขาขี้โกงและทะเยอทะยาน ไร้เมตตาแล้วก็เห็นแก่ตัว
หลายปีก่อนคู่หมั้นของหนูถูกฆ่าตายใคร ๆ ก็ลือกันว่าเป็ฝีมือของมาจันนี่แหละ แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดมัน
ส่วนเื่แต่งงานนั้น หนูกำลังคิดว่าจะหาทางปฏิเสธเขาได้ยังไงแต่ยังเป็ห่วงเสด็จพ่อ ถ้าหนีไปไม่ได้ ก็ต้องจำใจอยู่”
“เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปสืบดู ว่ายาถอนพิษมันซ่อนเอาไว้ที่ไหน”
แล้วจางไห่จูก็แอบไปสำรวจห้องต่างๆ ในวังใต้สมุทร กระทั่งไปพบห้องหนึ่งเขียนว่าห้องพระโอสถ จึงออกอุบายกับผู้ทำงานห้องยาว่า
“พี่คะ ๆทางโน้นมีเงือกหมดสติอยู่ ไปดูหน่อยสิคะ”
เงือกผู้ดูแลห้องจ่ายยาก็ออกไปดูทิ้งห้องไว้ให้อาจูลอบเข้าไปค้นดูไหใส่ยาต่าง ๆ จนไปพบใบหนึ่งเขียนว่ายาถอนพิษหล่อนจึงแอบเทยามากำหนึ่งใส่กระเป๋าเสื้อแล้วรีบออกไปโดยไม่มีใครเห็น
เมื่อกลับไปหามูเทียร่าเ้าหญิงก็กล่าวกับจางไห่จูว่า
“ตอนที่พี่ออกไปคนของสำนักพระราชวังมาบอกว่า งานอภิเษกจะจัดขึ้นในอีก 3 วันข้างหน้า หนูสมควรทำยังไงล่ะพี่ใจไม่ดีเลย”
“หม่อมฉันไปเอายาถอนพิษมาแล้วจำนวนหนึ่งคงพอเอาไปแกะสูตรได้ ถ้ากลับขึ้นไปบนบก รอวันงานให้บิดาท่านถูกปล่อยตัวออกมาแล้วเราค่อยหาทางหนีมันไปด้วยกัน”
“ต่อไปเรียกพี่กับน้องก็ได้ไม่ต้องใช้าาศัพท์ ขอบคุณพี่จูมากนะคะ ที่เสี่ยงภัยไปช่วยหนู”เงือกน้อยมองอาจูด้วยความซาบซึ้งใจ
คืนนั้น ขณะที่นอนพักผ่อนในห้องส่วนตัวเ้าหญิงเงือกก็ใตื่น เมื่อเ้าชายฮิว มาจัน บุกเข้ามาไม่ทันรู้ตัว
“ขอข้าหอมสักฟอดเถอะเ้าหญิงแสนสวย”
“ไม่ ปล่อยก่อนเพคะ อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้วถึงเวลานั้นน้องจะให้ทำเต็มที่เลย แต่วันนี้น้องยังไม่พร้อม”
“ทำไมล่ะ เ้าไม่รักข้าเหรอ”
“ถ้าไม่รักแล้วจะอยู่รอวันแต่งหรือเพคะแต่่นี้น้องมีประจำเดือนมา คงไม่เหมาะถ้าจะมี...”
“อ๋อ พี่ไม่ถือหรอก เื่แค่นั้นมาเถอะ” ฉลามเสือจอมหื่นพยายามจะเข้าเผด็จศึก แต่องค์หญิงเอามือดันคางไว้
“พี่ไม่ถือ แต่น้องถือถ้ารักน้องก็อย่าทำแบบนี้นะเพคะ”
“เอ้าก็ได้ ติดไว้ก่อนรอวันเข้าหอจะเอาให้หนำใจเลย”
มาจันว่าแล้วก็ลุกออกไปจากห้องปล่อยให้เ้าหญิงนอนตัวสั่นด้วยความกลัว
และแล้วงานอภิเษกสมรสระหว่างเ้าหญิงมูเทียร่ากับองค์ชายฮิวมาจัน ก็มาถึง
อาคารจัดเลี้ยงสไตล์โรมันขนาดกว้างใหญ่หลายเอเคอร์ถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ทะเลและปะการังสวยงามมีกุ้งปูเป็บริกรคอยเสริฟสาหร่ายทะเลปรุงรส และเครื่องดื่มเป็ไวน์ชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลกมีการเริงระบำโชว์โดยปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ จากหลายน่านน้ำ
แเื่ทยอยมา เป็เ้าสมุทรจากท้องทะเลทั่วโลกในชุดหรูหราโดยมีาาฮิว ปูตี องค์ชายฮิว มาจัน และมูเทียร่า คอยให้การต้อนรับอยู่หน้างาน
บรรดาเต่าทะเลและหอยก็ช่วยกันขนย้ายของขวัญที่ได้รับจากแขกไปเก็บในท้องพระคลัง
วาลวิส อดีตาาเมืองเงือกก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาเ้าหน้าที่คุมตัวไปนั่งยังพระเก้าอี้บริเวณโต๊ะจัดเลี้ยง
จางไห่จูจึงเข้าไปหาแล้วกล่าวทักทายพ่อของเงือกน้อย
“ขออนุญาตนั่งเป็เพื่อนได้ไหมเพคะฝ่าา”
“เชิญเลย กำลังอยากคุยด้วยอยู่ดี”
อาจูมองซ้ายมองขวาแล้วก็กล่าวกับวาลวิสว่า
“หม่อมฉันคุยกับเ้าหญิงแล้วเื่แผนการของเรา ก่อนเสร็จงานวันนี้ เราจะหนีไปด้วยกัน ขอให้ฝ่าาเตรียมตัวนะเพคะ”
“วันนี้เป็วันครบรอบที่ข้าต้องได้รับยาถอนพิษจากไอ้มาจันยังไงก็ต้องรอรับยาจากมันก่อน ค่อยไปได้ แล้วเ้าไปหายาถอนพิษมาแล้วหรือยังล่ะอาจูเอ้ย”
“หม่อมฉันไปเอามาแล้วจำนวนหนึ่งเพียงพอที่จะนำไปแกะสูตรเพื่อผลิตเพิ่มได้อีกเพคะ”
“อืม ถ้าเช่นนั้นก็เอามาให้ข้าสักสองเม็ดสิข้าจะกินเดี๋ยวนี้ เราจะได้ไม่ต้องรอไอ้มาจันมันอีก เมื่อพร้อมก็หนีกันไปได้เลย”
“เพคะ นี่เพคะ สองเม็ด”อาจูแอบยื่นยาสองเม็ดให้วาลวิสที่ใต้โต๊ะ อดีตาาเฒ่าก็หย่อนยาลงในถ้วยไวน์ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“บัดนี้ได้เวลาอันเป็มงคลแล้วขอเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นบนเวที และขอเรียนเชิญท่านเอ๋าก้วง าาัตะวันออกจากทะเลจีนใต้ประธานในพิธี ขึ้นกล่าวโอวาทแก่คู่บ่าวสาวด้วยขอรับ” พิธีกรซึ่งเป็ปลาหมึกั์กล่าวผ่านลำโพงที่ทำจากเปลือกหอยโข่ง
มูเทียร่าก็เดินตามฮิวมาจันขึ้นบนเวทียืนฟังโอวาทจากเล่งอ๋องแห่งทะเลตงไห่ในชุดฮ่องเต้สีน้ำเงินอมเขียว
“วันนี้อั๊วรู้สึกยิงลีมาก ที่ล่ายมาเป็งประธางจักงางแต่งงางให้หลางชายอั๊วฮิวมาจัน อั๊วกับพ่อของอีเป็งเพื่องกังมาั้แ่ยังหนุ่ม ๆ นี่เป็งกางจักงางครั้งแรกถ้าผิกพากยังงายก็ไปโทกผู้จักงางก็เลี้ยวกัง เอาไว้ครั้งหน้าค่อยแก้ตัวใหม่เอ้าไชโย ๆ ๆ”
บรรดาแขกในงานก็ยกแก้วไวน์ขึ้นกล่าวไชโยตามประธานมโหรีใต้สมุทรก็บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ มหาชัย ท่าฉลอม ตามด้วยเพลงมัจฉาเริงร่าอย่างไพเราะเสนาะหู
ตามแผนที่วางไว้ จังหวะที่แเื่ในงานกำลังสนุกสนานกับการเต้นรำกันเต็มฟลอนั้นจางไห่จูก็สะกิดาาวาลวิสให้เดินตามออกไปข้างนอกงานโดยอ้างกับคนรอบข้างว่าจะพาไปห้องสุขา จากนั้นก็ให้สัญญาณกับมูเทียร่าให้ตามออกไป
ฝ่ายเงือกน้อยเมื่อเห็นจางไห่จูกับพระบิดาออกไปนอกงานแล้วตนจึงบอกฮิวมาจันว่าขอตัวไปทำธุระหนักเบาที่ห้องน้ำ เ้าบ่าวก็พยักหน้าอนุญาตแล้วหันไปพูดคุยกับแขกตามโต๊ะต่าง ๆ
เ้าหญิงเงือกเมื่อตามมาถึงพวกจางไห่จูขณะกำลังจะขึ้นเรือลอยสู่ผิวน้ำนั้น าาวาลวิสก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่ทรวงอกเอามือกุมที่หัวใจไว้แล้วกล่าวว่า
“โอ้ย ยาที่อาจูเอามามันไม่ใช่ยาถอนพิษแต่เป็ยาพิษ เราหลงกลไอ้มาจันมันแล้ว พ่อคงไปกับลูกไม่ไหวแล้ว พวกเ้าหนีไปกันเองเถิดพ่อลาก่อน”
“เสด็จพ่อ อย่าเพิ่งเป็อะไรนะเพคะพี่จูช่วยด้วย ทำยังไงดี”
“ฝ่าา ๆ ทำใจดี ๆ ไว้เพคะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้พวกโง่ พวกแกโดนข้าหลอกจนได้คิดจะหนีข้าไปเหรอ จงตายเป็ผีเฝ้าทะเลที่นี่แหละ” เสียงของฮิว มาจัน ที่ติดตามพวกมูเทียร่าออกมานั่นเอง
“เสด็จพ่อสิ้นแล้ว พี่อาจู ฮือ ๆๆ” มูเทียร่ากอดศพพ่อไว้แน่น
“เฮ้ยทหารจับไอ้พวกนี้ไปปะาให้หมด” มาจันออกคำสั่งพวกทหารที่ติดตามมาก็รุมล้อมจะเข้าจับกุม แต่จางไห่จูใช้แส้ฟาดใส่พวกนั้นแตกกระเจิงบังเลาะกับอาเฉินก็ช่วยกันต่อสู้กับเหล่าไพร่พลเงือกชุลมุนอยู่ครู่ใหญ่
เมื่อสมุนร่อยหรอลงเหลือแต่เ้าชายฉลามเสือยืนกับองครักษ์สองตนอาจูก็ะโเข้าใส่
“แกไอ้ทรราช อย่าอยู่เลย ข้าจะส่งแกไปนรก” ว่าแล้วขุนโจรมุกทะเลก็ใช้พลังกระเบนพรากิญญาโบกมือใส่ฉลามเสือฮิว มาจัน จนร่างะเิตายอยู่หน้างานแต่งนั่นเอง
“พวกแกฆ่าลูกชายฉันเหรอทหารเอาตัวพวกมันไปปะา”าาฉลามขาว ฮิว ปูดี โกรธจัดเมื่อเห็นราชบุตรถูกฆ่าตาย
“ข้าจะสงเคราะห์ให้พ่อลูกได้ไปอยู่ด้วยกันเพคะ”อาจูกล่าวก่อนจะโบกมือถวายกษัตริย์ปูดีไปปรโลกอีกตน
บรรดาทหารในสังกัดของพ่อลูกตระกูลฮิวตามมาเห็นเหตุการณ์ก็พากันปรึกษาว่าจะทำยังไรต่อไปกับราชบัลลังก์ในที่สุดก็พร้อมใจกันกล่าวต่อมูเทียร่าว่า
“ในเมื่อาาฮิว ปูดีและองค์รัชทายาทสิ้นไปแล้วพวกหม่อมฉันปรึกษากันและเห็นตรงกันว่า สมควรอัญเชิญองค์หญิงมูเทียร่าขึ้นครองราชย์เป็สมเด็จพระราชินีมูเทียร่าแห่งราชอาณาจักรใต้สมุทรปุตรีดูยุงต่อไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”
“ขอบใจพวกท่านมากแต่เราขอเปลี่ยนชื่อเมืองให้ท่านผู้อ่านเรียกง่ายกว่านี้หน่อยนะ ต่อไปขอให้เมืองของเราชื่อว่าSagara ซันยาร่า มาจากภาษาซุนดาว่าSagara laut ซันยาระ ลาอุทแปลว่ามหาสมุทรที่น่าพึงใจ หรือ นันทสมุทรนั่นเอง” (ผู้อ่านบอกยังจำยากเหมือนเดิม-*-)
และแล้วงานอภิเษกสมรสก็กลับกลายเป็งานเถลิงถวัลยราชสมบัติของเ้าหญิงมูเทียร่า
จางไห่จูได้รับเกียรติเป็ผู้สวมมงกุฎให้ราชินีเงือกองค์ใหม่
เมื่อเสร็จสิ้นงานฝังพระศพของอดีตาาวาลลิสที่ท้องมหาสมุทรแล้วราชินีมูเทียร่าก็พาไพร่พลติดตามขึ้นมาส่งพวกจางไห่จูที่ผิวน้ำใกล้เกาะซึ่งไปจอดเรือไว้
“ขอให้พี่อาจูและกองพลจงโชคดีรอให้น้องสะสางราชกิจให้เข้าที่เข้าทางก่อน น้องจะส่งกองกำลังเงือกไปช่วยพี่รบกับโจรสลัดนะคะพี่จงเก็บสิ่งนี้ไว้ มันคือกระดิ่งวิเศษ ให้พี่เอาไปผูกข้างเรือ เวลามีภัยกระดิ่งของน้องก็จะดังเช่นกัน แล้วน้องจะไปช่วย แต่ห้ามใครเขย่าเล่น ถ้าล้อเล่นแค่ครั้งเดียวเราจะไม่ไปช่วยอีกเลย”
“ขอบพระทัย เอ้ย ขอบใจน้องหญิงมากแล้วพบกันใหม่”
ต่างฝ่ายก็โบกมือร่ำลากัน แล้วราชินีมูเทียร่าก็ขี่ปลาวาฬกลับใต้ท้องทะเลไปฝ่ายกองพลของจางไห่จูก็ออกเดินทางกลับ
ระหว่างทางที่ผ่านหมู่เกาะชวาเรือแล่นเข้าใกล้เกาะการูด้า ซึ่งชาวเรือต่างร่ำลือกันว่าเป็ดินแดนลับแลทางทะเลเพราะไม่ค่อยมีใครจะได้พบเห็นเกาะนี้ นอกเสียจากคนที่โชคร้ายหลงเข้าไปเท่านั้น
“ตุ๊บ” เสียงดังบนดาดฟ้าเรือของจางไห่จู
เป็ชายคนหนึ่ง มีปีกขนาดใหญ่ที่แผ่นหลังเหมือนที่คนชวารู้จักกันในนามการูด้าหรือไทยเรียกว่าครุฑนั่นเอง เขาได้รับาเ็นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ บรรดาลูกเรือก็ใกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ มีแต่ขุนโจรมุกทะเลที่เดินเข้าไปแล้วนั่งลงไปประคองชายนั้น
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง ไปโดนใครทำร้ายมาหรือ”
“ข้าชื่อจาฮาย โดนพี่ชายต่างมารดาทำร้ายมันไล่ล่ามาจากเมืองของข้าบนเกาะการูด้านี่แหละ มันคิดชิงราชสมบัติจากข้าเพราะเสด็จพ่อของข้าซึ่งเป็าาครุฑเพิ่งตได้ไม่นาน ข้ารับสืบทอดราชบัลลังก์แล้วยังมิทันจะทำการอภิเษก เพราะยังอยู่่ไว้ทุกข์ให้พ่อ พวกมันก็คิดการร้ายแล้ว และคงตามมาถึงในไม่ช้านี่แหละ”าาครุฑกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ตูม ๆ” เสียงะเิดังขึ้นหลายครั้งบนเรือหลายลำ
เหล่าคนมีปีกนับร้อยบินมาทิ้งลูกะเิใส่หมู่เรือของจางไห่จูจนลำนาวาเสียหาย เกิดเพลิงลุกไหม้ ควันไฟลอยคละคลุ้งไปตามแรงลมทะเล
“เอาปืนยาวยิงสกัดไว้ก่อนนะเดี๋ยวฉันจะเรียกลมเรียกพายุก่อน” อาจูสั่งลูกเรือก่อนจะร่ายคาถา
ทันใดก็มีพายุไต้ฝุ่นพัดมาขับไล่พวกกองทัพครุฑให้กระเจิดกระเจิงหายไปหมดความสงบสุขจึงกลับมาสู่กองเรือมุกทะเลอีกครา แล้วอาจูก็กล่าวกะาานกว่า
“มันไปหมดแล้วท่านก็อยู่รักษาตัวกับพวกเราก่อนนะ แล้วค่อยคิดการกลับไปชิงบัลลังก์คืน หรือท่านคิดอ่านประการใด”
“ขอขอบใจท่านมากข้ารักษาตัวคงไม่นาน แต่การจะไปตามชิงราชสมบัติคืน คงจะยากสักหน่อยเพราะมันกุมอำนาจทางทหารไว้หมด”
“ฉันเชื่อว่ามันต้องมีช่องโหว่ให้เราเข้าถึงได้สักทางแหละน่า”
“ขอให้จริงดังเ้าว่าหากข้าคืนบัลลังก์ได้ จักไม่ลืมบุญคุณเ้าเลย ไม่ทราบนางชื่ออะไร”
“ฉันชื่อจางไห่จูนำกองเรือกลับจากไปส่งเ้าหญิงมูเทียร่าที่แดนเงือกทะเลอินเดียแล้วก็มาพบท่านนี่แหละ”
“อ๋อ มูเทียร่าเหรอเป็เพื่อนกับข้าสมัยเด็ก ๆ ข้าชอบไปไล่จับปลาทูน่าแถวทะเลอินเดียมากินเ้าหญิงนั่นก็เอาเปลือกหอยไล่ปาใส่ข้า เพราะหวงปลาบริวารของตัวเอง คิดแล้วก็ขำดีแล้วนางสบายดีเหรอ”
“นางก็มีชะตากรรมคล้ายท่าน อำมาตย์ชิงราชสมบัติของราชบิดา พวกเราเข้าไปช่วยแต่พ่อของนางถูกยาพิษตเสียก่อน เมื่อเราฆ่าอำมาตย์กับลูกตายแล้วเ้าหญิงก็ขึ้นเป็ราชินีคนใหม่”
“โอ้ น่าสงสารจริงนะ แต่โชคดีที่ได้ท่านไปช่วยไม่รู่ว่าข้าจะมีโชคเช่นเ้าหญิงหรือไม่”
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยท่านพักผ่อนเสียก่อนเถิด เดี๋ยวฉันจะไปเอายามาใส่แผลให้”
“บังเลาะกับอาเฉินให้คนหาน้ำหาผลไม้มาดูแลคนเจ็บด้วยนะ”
“ครับผม”
ณ วังพญาครุฑเกาะการูด้า
“ทำไมให้ไปฆ่ามันแค่นี้ พวกแกถึงทำไม่สำเร็จ”าาครุฑนั่งกระทืบเท้าบนบัลลังก์ หน้าตาเกรี้ยวกราด ขณะที่บริวารก็นั่งก้มหน้าหมอบกับพื้นท้องพระโรง
“พวกเราไล่ตามไปทันแล้วพะย่ะค่ะมันได้รับาเ็จนตกลงไปที่เรือของพวกโจรสลัด เรายังถล่มลูกะเิใส่เรือของมันแต่หัวหน้าโจรบันดาลพายุไต้ฝุ่นมาไล่พวกเราแตกกระเจิง มันร้าย จริง ๆ พระเ้าข้าขอรับ”
“แล้วหัวหน้าของมันเป็ใครวะ”
“ข้าน้อยไม่ทราบชื่อ แต่ดูเหมือนจะเป็ผู้หญิงพะย่ะค่ะขอรับ”
“อืม หาโอกาสไปตามล่ามันใหม่อย่าให้รอดไปได้ ไม่เช่นนั้นพวกแกนั่นแหละ ต้องโดนปะาเจ็ดชั่วโคตร”
“ทราบด้วยเกล้าพะยะค่ะ”
ค่ำคืนอันมีดวงดาวเกลื่อนนภา
จางไห่จูนอนดูดาวอยู่บนดาดฟ้าเรือในใจก็หวนคิดถึงฮาซัน ผู้ให้ชีวิตใหม่และเป็ที่รักของหล่อน แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ภายในใจยังปวดร้าว พาให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม นางเฝ้ารอวันที่จะได้แก้แค้นคนที่ฆ่าพี่ชายทำให้แม่ตาย และคนที่พรากฮาซันไปจากเธอ
“หนูต้องแก้แค้นให้บังให้ได้หนูสัญญา”
จบตอนที่ 11โปรดติดตามตอนที่ 12 ศึกชิงบัลลังก์พญาครุฑ
หมายเหตุ
[1] Hiumacan ฮิว มาจันภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า ฉลามเสือ
[2] Walvis วาลวิส ภาษาดัตช์ แปลว่า ปลาวาฬ
[3] Hiu Putih ฮิว ปูตี ภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า ฉลามขาว