(จบแล้ว) ฉันมีโกดังหยุดเวลา ย้อนอดีตมาเป็นแม่ค้าในยุค80

    ตอนที่ 8 ค่าเงิน


             

            หลังจากกล่าวคำลาเถ้าแก่ร้านผลไม้ฟางเฉาก็เดินออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

            แต่เพียงไม่นานเสียงคำรามในท้องก็ปลุกเธอตื่น

            วันนี้เธอทำงานหนักมาตลอดทั้งวันแม้ร่างกายจะชินกับการทำงานแบบนี้อยู่แล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเหนื่อยและหิวเพราะใช้พลังงานไปมาก

            เธอจึงเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ข้างถนนหาที่นั่งพักเหนื่อยชั่วครู่ ก่อนจะหยิบซาลาเปาที่เก็บไว้ในโกดังเมื่อเที่ยงออกมาคิดว่าจะกินรองท้องก่อนกลับ

            ทว่าเมื่อก้อนแป้งขาวปรากฏในมือฟางเฉาก็ต้องตกตะลึง

            “มันยังอุ่นอยู่อีกเหรอ...”เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะกัดคำแรก รสชาติของแป้งนุ่มและไส้ที่ยังคงสดใหม่ทำให้เธอคิดถึงความเป็๞ไปได้ในใจ

            หากโกดังมิตินี้สามารถรักษาสภาพของสิ่งของได้จริงๆ มันคงเป็๲ประโยชน์มหาศาล

            แต่ก่อนอื่นเธอต้องวางแผนและเก็บเงินให้ได้มากพอเสียก่อน

            ฟางเฉากินซาลาเปาอย่างรวดเร็วจากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน พร้อมถุงผลไม้ในมือ มุ่งหน้าไปยังสหกรณ์การค้า

            ภาพดวงตาเศร้าสร้อยของหลินเซียงฉินเมื่อเช้าที่เธอเดินออกมาจากบ้านยังคงติดอยู่ในใจเธอจึงอยากหาขนมไปปลอบเขา ให้เด็กคนนี้ได้ลิ้มรสขนมเหมือนคนอื่นบ้าง

            เมื่อถึงสหกรณ์ฟางเฉาก็เดินสำรวจของในร้านอย่างรวดเร็ว

            ตอนนี้เธอมีเงินที่เหลือจากการเดินทางติดตัวเพียง2 หยวน และเงินที่ได้รับจากเถ้าแก่เมื่อครู่นี้ 1.2หยวน รวมทั้งสิ้น 3.2 หยวนแต่เด็กสาวกัดฟันตัดสินใจซื้อขนมลูกอมกระต่ายขาวหนึ่งถุงในราคา 5 เหมา ซึ่งทำให้เงินของเธอเหลือเพียง 2.7 หยวนเท่านั้น

            เธอกอดถุงขนมและรีบกลับไปด้วยใบหน้าที่แจ่มใสความเสียดายที่ต้องควักเงินออกมาใช้เริ่มบรรเทาลงอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงน้องชาย

            ไม่เป็๞ไรถึงแม้ว่าค่าจ้างของเธอจะน้อย แต่เมื่อหักลบวันหยุดแล้วเธอก็ยังสามารถหาเงินได้เกือบ 40 หยวนในหนึ่งเดือน

            แม้แต่น้าเขยของเธออย่างหรงเทียนเจี๋ยก็มีรายได้เพียงประมาณ 50 หยวนต่อเดือนเท่านั้นซึ่งหากเทียบกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแล้วถือว่าน้อยกว่ามากแต่สำหรับยุคที่ราคาข้าวสารอยู่ที่ 0.1-0.15 หยวนต่อจิน (1จิน = 500 กรัม)มันคือรายได้ที่เพียงพอจะเลี้ยงทั้งครอบครัวได้

            ซาลาเปาไส้ผักที่เถ้าแก่มอบให้เธอก็มีราคาลูกละ1-2 เหมาเท่านั้น (0.1- 0.2 หยวน)และเกือบจะเพียงพอสำหรับอาหารสองมื้อ

            เมื่อฟางเฉากลับถึงบ้านของอาหญิงก็เย็นมากแล้วแต่ทันทีที่เธอเข้าประตูมา เสียงสะอึกสะอื้นของน้องชายก็สะท้อนอยู่ในหูทันที

            เด็กสาวรีบเดินไปยังต้นเสียงและภาพที่เห็นทำให้หัวใจเธอบีบรัด

            น้องชายของเธอกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นร้องไห้จนใบหน้าเล็กๆ ของเขาแดงช้ำ ในขณะที่ลูกพี่ลูกน้องคนที่สองของเธอหรงหยุนลี่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าหรงจิ้งฮวาด้วยสีหน้าราวกับกำลังตำหนิเธอ

            ทันทีที่เห็นฟางเฉาหลินเซียงฉินก็ร้องเรียกด้วยเสียงที่สั่นเครือ “พี่สาว!” พร้อมทั้งยกแขนขึ้น

            ฟางเฉาทิ้งถุงผลไม้และลูกอมในมือโดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำเธอรีบเข้าไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดแน่น “เซียงฉิน เป็๲อะไร เกิดอะไรขึ้น?”

            เด็กชายซุกหน้าเข้าหาไหล่ของพี่สาวร้องไห้จนตัวโยน

            ฟางเฉาหันมองหรงจิ้งฮวาที่ตอนนี้ดูเหมือนจะรู้สึกผิดสีหน้าของเด็กหญิงแสดงความไม่พอใจและกระวนกระวาย สุดท้ายด้วยความเป็๲เด็กใบหน้าก็บิดเบ้ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีกคน

            “เกิดอะไรขึ้นร้องไห้กันทำไม?” หลินเหมยรีบเดินมาจากด้านนอกและเห็นฟางเฉาพอดี “เสี่ยวเฉากลับมาแล้ว” เธอพูดอย่างโล่งใจ

            “หนูก็ไม่รู้ค่ะหนูเพิ่งกลับมาเหมือนกัน” ฟางเฉาตอบคำ พลางปลอบน้องชาย

            หลินเหมยหันไปมองลูกสาวคนรองหรงหยุนลี่จึงอธิบาย “เป็๞เพราะจิ้งฮวา... เธอพูดว่าเธอบอกว่า...พี่เฉาไม่๻้๪๫๷า๹เซียงฉินแล้ว”

            เมื่อฟางเฉาได้ยินดังนั้นใจของเธอก็เต็มไปด้วยความโกรธ แต่เธอก็พยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยากแสดงอารมณ์ต่อหน้าอาหญิง

            “พูดจาไร้สาระ!”หลินเหมยเอ็ด ทำให้หรงจิ้งฮวาร้องไห้อีกหน

            เมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้คนเป็๲แม่ก็ยังใจอ่อน เธอหันไปมองดูหลานสาวและหลานชายด้วยความละอายใจก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเฉา อาต้องขอโทษแทนจิ้งฮวาด้วยน้องยังเล็กไม่รู้ความ เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นหรอก”

            ฟางเฉารู้สึกอึดอัดแต่ก็ต้องตอบไปว่า “ไม่เป็๞ไรค่ะอาหญิง หนูเข้าใจ”

            หลังจากนั้นพวกเขาก็ปลอบเด็กๆให้หยุดร้องทีละคน หลินเหมยอธิบายว่า “พอเห็นว่าพวกเขากลับมาจากโรงเรียนแล้วฉันก็เลยไปแลกไข่กับเพื่อนบ้านมา ดูสิ เย็นนี้ทำข้าวผัดไข่กันเถอะ”

            ฟางเฉาพยักหน้า“หนูช่วยนะคะ”

            หลินเหมยยิ้ม“เด็กดี” เธอพูดและเดินเข้าครัวไป

            ฟางเฉากอดหลินเซียงฉินที่ยังคงพิงไหล่เธอพลางลูบหลังเบาๆ เพื่อปลอบใจ “พี่สาวไม่ทิ้งเซียงฉินหรอกนะ ไม่ต้องกลัวพี่จะกลับมาหาน้องแน่นอน” เธอกระซิบใกล้หูเด็กชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            เด็กชายพยักหน้าเชื่อคำพูดพี่สาวสุดใจ ใบหน้าเล็กๆ ยังมีหยดน้ำตาประปรายจนฟางเฉาค่อยๆ เช็ดให้

            หลังจากปลอบน้องชายจนสงบลงแล้วฟางเฉาก็ลุกขึ้นและไปช่วยหลินเหมยเตรียมอาหารเย็นในครัว

            เวลาผ่านไปไม่นานหรงเทียนเจี๋ยก็กลับมาจากทำงานพร้อมกับถุงใบใหญ่หรงจื้อคังที่วิ่งออกไปเล่น๻ั้๹แ๻่เลิกเรียนก็วิ่งกลับมาเพราะความหิวเช่นกัน

            เมื่อทุกคนพร้อมหน้าครอบครัวก็นั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันฟางเฉาเล่าเ๹ื่๪๫ที่เธอหางานได้ให้ฟังในระหว่างมื้ออาหาร

            “จริงเหรอ?”หลินเหมยถามด้วยความแปลกใจ “เสี่ยวเฉาไปแค่วันเดียวก็ได้งานแล้ว?”

            “ใช่ค่ะโชคดีที่ไปเจอร้านผลไม้ท้ายตลาดกำลัง๻้๪๫๷า๹คนพอดี แต่หนูยังเด็กค่าแรงเลยได้น้อยหน่อย” ฟางเฉาตอบ

            หรงเทียนเจี๋ยบอก“ดีแล้วล่ะ มีงานก็ดีแล้ว อีกอย่างยังใกล้บ้านด้วย อาคิดว่าทำไปก่อนเถอะอย่างน้อยก็จะได้มีเงินเก็บเผื่อไว้ในอนาคต”

            ฟางเฉายิ้มใบหน้าบ่งบอกถึงความอารมณ์ดี หรงเทียนเจี๋ยพูดเสริม “อาเพิ่งเอาถุงเท้ากลับมาเสี่ยวเฉากับเสี่ยวฉินก็เลือกไปใช้ด้วยสิ” เขาชี้ไปยังถุงใบใหญ่ที่เอากลับมา

            หลินเหมยเห็นแล้วก็บ่น“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? หัวหน้าของพวกคุณวางแผนจะระบายสินค้าเก่าพวกนี้ให้พนักงานทั้งหมดเลยใช่ไหม?”

            หรงเทียนเจี๋ยก้มหน้าจิบซุปในใจคิดว่า หากพวกเขาทำแบบนั้นได้ก็คงอยากทำเหมือนกันเพียงแต่สินค้าที่ค้างอยู่มีจำนวนเยอะมากจนแม้แต่เมื่อระบายออกมาบางส่วนก็ยังแทบไม่พร่องเลย

            สินค้าที่เหลือในคลังกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ของใหม่ก็ยังไม่หยุดผลิต เพราะผู้อำนวยการกลัวว่าถ้าหากหยุดงานตอนนี้อาจจะทำให้พนักงานรู้สึกไม่มั่นคงและออกมาประท้วงโรงงานได้ดังนั้นสถานการณ์จึงยังคงต้องยื้อยุดกันต่อไป

            หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเย็นเสร็จฟางเฉาก็ไม่รีรอที่จะลุกขึ้นเก็บจานชามไปล้างในครัว

            เมื่อทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็หยิบถุงผลไม้ที่เธอถือมาจากตลาด ค่อยๆ คัดผลไม้ทีละลูกตรวจสอบดูว่าลูกไหนที่เริ่มมีรอยช้ำหรือเสียจนกินไม่ได้แล้วจากนั้นเลือกผลไม้ยังมีเนื้อดีอยู่มาปอกเปลือกอย่างระมัดระวัง

            ถึงแม้จะต้องคัดทิ้งไปมากกว่าครึ่งแต่เธอก็สามารถคัดเนื้อดีๆ ออกมาได้หนึ่งจานใหญ่ เด็กสาวนำผลไม้จานนั้นไปแบ่งทุกคน“อาหญิง อาเขย ลองกินผลไม้สิคะ”

            หลินเหมยมองจานพลางขมวดคิ้ว“ผลไม้พวกนี้...” เธอคิดว่าหลานสาวเพิ่งทำงานวันแรกและฟุ่มเฟือยจนซื้อผลไม้กลับมา

            ฟางเฉารีบบอก“พวกนี้เถ้าแก่ให้ฉันมาเพราะมันเป็๞ผลไม้มีตำหนิ แต่ยังพอกินได้อยู่ในครัวยังมีส่วนที่ต้องทิ้งไปเยอะเลย”

            หรงเทียนเจี๋ยหยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งเข้าปากก่อนจะยิ้มพอใจ“หวานดีนะ ฉันว่าร้านที่เธอทำงานด้วยคงเป็๲ร้านที่ดีทีเดียวเถ้าแก่ที่เธอทำงานด้วยคงใจกว้างมากเลยใช่ไหม?”

            ฟางเฉาเพียงยิ้มบางๆแต่ในใจรู้ดีว่าเถ้าแก่ไม่ได้ใจกว้างนัก เขาแค่ขี้เหนียวและไม่อยากทิ้งของเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ

            หลังจากกินผลไม้เสร็จฟางเฉาก็หยิบถุงลูกอมที่ซื้อไว้ออกมา “เซียงฉิน นี่ของน้อง”เธอพูดพลางยื่นถุงลูกอมให้น้องชาย

            ดวงตาของเด็กชายเปล่งประกายเขายื่นมือเล็กๆ มารับลูกอมไปด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณพี่สาว!”

            หรงจื้อคังเห็นถุงลูกอมในมือหลินเซียงฉินและร้องออกมาทันที“ลูกอม! ฉันก็อยากกิน!”

            ฟางเฉามองเขาแล้วก็หันไปมองหรงหยุนลี่และหรงจิ้งฮวาที่ตอนนี้ก็มองมาทางเธอด้วยแววตาคาดหวัง ก่อนจะหยิบลูกอมแจกให้แต่ละคน“กินด้วยกันนะ”

            เด็กๆดีใจกันยกใหญ่ สถานการณ์ดูผ่อนคลายและกลมเกลียวกันมากขึ้นชั่วคราว

            อย่างไรก็ตามฟางเฉาไม่ได้ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ แม้จะมีความคับข้องใจอยู่ในใจแต่เมื่ออยู่ใต้หลังคาบ้านคนอื่น เธอก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คืออดทนเก็บเงิน และวางแผนเพื่อวันข้างหน้า เพื่อที่จะพาน้องชายออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

            หลังจากที่แจกจ่ายลูกอมให้เด็กๆฟางเฉาก็หันมาสนใจถุงใหญ่ที่หรงเทียนเจี๋ยเอากลับมาจากโรงงาน

            เธอหยิบถุงเท้าหนึ่งคู่ขึ้นมาดูมันเป็๞ถุงเท้าผ้าฝ้ายสีขาว รูปทรงเรียบง่ายที่มีตะเข็บตัดเย็บอย่างประณีตแม้จะไม่ได้ดูหรูหรา แต่วัสดุที่ใช้กลับให้ความรู้สึกทนทานและนุ่มนวล

            เธอลองลูบเนื้อผ้าดูและคิดว่ามันน่าจะให้ความอบอุ่นได้ดีในฤดูหนาว

            น่าเสียดายที่ตอนนี้เป็๞๰่๭๫ปลายฤดูใบไม้ผลิความ๻้๪๫๷า๹สินค้าแบบนี้จึงลดลง

            เธอเริ่มเข้าใจว่าทำไมโรงงานถึงต้องแจกถุงเท้าจำนวนมากให้พนักงานแทนที่จะมอบของกินของใช้อย่างอื่นเพราะสินค้าอาจจกำลังจะล้นคลังและไม่ตรงกับความ๻้๵๹๠า๱ของตลาด

            เธอปิดถุงและวางมันไว้ข้างผนังอย่างเรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นตามเด็กๆ ที่เริ่มแยกย้ายกันไปนอน

            แม้การหางานได้จะดีแต่การทำงานตลอดทั้งวันก็เหนื่อยจริงๆ จนเด็กสาวแทบจะหลับทันทีที่หัวถึงหมอน

             

             

             

            อธิบายหน่วยเงิน

            - 1 หยวน = 10 เหมา

            - 1 เหมา = 10 เฟิน

            เช่น

            ซาลาเปา1 ลูก ราคา 2 เหมา (0.2 หยวน)

            บะหมี่1 ชาม ราคา 1 หยวน 5 เหมา (1.5 หยวน)

            ลูกอม1 เม็ด ราคา 5 เฟิน (0.05 หยวน)