@คฤหาสน์วิจิตรเวช
ในที่สุดไอศูรย์ก็พาหนูตุ่นมาถึงบ้านใหญ่ ในขณะที่สาวน้อยต้องขยับแว่นตาอันหนาเตอะแล้วมองทุกอย่างที่อยู่รอบตัวอีกครั้ง เธอได้มาบ้านใหญ่เป็ครั้งแรก แต่หนูตุ่นกลับไม่มั่นใจเลยว่ามันเป็บ้านจริงๆหรือว่าวังกันแน่ นี่พ่อของเธออยู่บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้เลยหรอเนี่ย....?
"ไม่เป็ค่ะคุณป้า เดี๋ยวตุ่นถือเอง"
หนูตุ่นรีบบอกเมื่อมีแม่บ้านคนหนึ่งมาช่วยเธอถือกระเป๋าดป้ใบโปรดที่หญิงสาวหอบติดตัวมา กระเป๋าใบนั้นพ่อซื้อให้เธอเป็ของขวัญวันเกิดนั่นเอง.
"ให้แม่บ้านเอาไปเก็บให้น่ะดีแล้ว"
เสียงของผู้เป็พ่อดังขึ้นพร้อมกับเดินออกมารับหญิงสาวหน้าบ้าน หนูตุ่นถึงรีบยกมือไหว้ท่าน พ่อกับลูกห่างเหินกันอยู่พอสมควรเพราะหลังๆมานี้ถ้านับก็เกือบจะสามสี่ปีได้กระมังที่เธอไม่ได้เจอพ่อเลย จะมีก็เพียงแต่ของขวัญที่พ่อส่งมาให้ในโอกาสต่างๆเป็ตัวแทนของท่านเท่านั้น
แม่บอกเธออยู่ตลอดเพื่อไม่ให้หญิงสาวน้อยใจว่าพ่อกำลังงานยุ่งจึงไม่มีเวลาขึ้นไปหาเธออีก แต่หนูตุ่นคิดว่าที่พ่อมาหาเธอไม่ได้เพราะแม่ใหญ่ไม่้าให้ท่านมามากกว่า หนูคุณแอพเข้าดูในเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมของไอยเรศอยู่บ่อยครั้ง เธอก็เห็นไอยเรศชอบอัพรูปตอนไปเที่ยวกับพ่อและแม่ใหญ่อยู่ตลอด เธอไม่กล้าแอดเพื่อนหรือกด Follow ให้ไอยเรศรู้หรอกว่าเธอแอบดูพวำกเขาอยู่
ความจริงความสัมพันธ์ของแม่กับพ่อนั้นคงจบไปนานแล้วหากไม่มีหนูตุ่นบนโลกใบนี้ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็เมียน้อยของพ่อ เพียงแต่ตอนนั้นท่านรักพ่อจริงๆและแม่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าพ่อมีครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว แต่ทว่าตอนนั้น....ในตอนที่แม่รู้ความจริงมันก็สายไปเสียแล้วเพราะแม่กำลังตั้งท้องเธออยู่ แม่จึงจำใจต้องตกอยู่ในสภาพเมียน้อยั้แ่นั้นมา
แต่แม่ของเธอก็ยังเป็คนรักศักดิ์ศรีอยู่มาก ท่านตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อให้เหลือเพียงหน้าที่พ่อและแม่ของหนูตุ่นเท่านั้น แม่ยอมใช้ชีวิตเป็ชาวสวนชาวไร่ต่อไป ท่านไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆจากพ่อทั้งนั้นนอกจากค่าเลี้ยงดูที่เป็ส่วนของหนูตุ่น อีกทั้งครอบครัวของแม่ก็ไม่ได้ยากจนเท่าไหร่นัก คุณตากับคุณยายเป็ครอบครัวฐานะปานกลาง กินอยู่อย่างพอเพียง หนูตุ่นจึงได้เติบโตมาอย่างติดดินและมองโลกในแง่ดีเสมอมาเพราะเธอมีคุณตาคุณยายค่อยอบรมอยู่นั่นเอง.
"โตเป็สาวขึ้นเยอะแล้วนี่"
พ่อเอ่ยทักเธอพลางสังเกตลูกสาวคนเล็กที่ยังอ้วนจั้มม่ำ ร่างกายสมบูรณ์มาั้แ่แรกคลอดจนถึงบัดนี้.
"ค่ะ"
หนูตุ่นพยักหน้าน้อยๆ ความจริงเธอดีใจมากที่ได้เจอพ่อในรอบหลายปีมานี้ หญิงสาวอยากเข้าไปกอดท่านให้หายคิดถึงเหมือนตอนเด็กด้วยซ้ำ แต่เพราะความเคร่งขรึมของพ่อที่เป็แบบนี้มาตลอดทำให้หนูตุ่นกลัวและไม่กล้าทำอย่างที่ใจคิด.
"ไอศูรย์ พ่อขอบใจแกมากนะที่ไปรับน้องมาให้พ่อ" เ้าสัวอำนวยหันไปพูดกับลูกชาย
"ครับพ่อ ยังไงยัยตุ่นก็เป็น้องสาวคนหนึ่งของผมเหมือนกัน" ไอศูรย์หันไปส่งยิ้มให้หนูตุ่นที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่
"เอาล่ะๆ เดินทางกันมาเหนื่อยก็ไปอาบน้ำอาบท่าซะจะได้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน"
"ยัยไอย์ก็คงกำลังกลับจากมหาลัยแล้ว" เ้าสัวอำนวยพูดถึง.ไอยเรศลูกสาวอีกคน
"นังแต" ท่านหันไปพูดกับสาวใช้ที่เดินตามหลังหนูตุ่นมาั้แ่ลงจากรถ.
"พาหนูตุ่นไปห้องที่เตรียมไว้ด้วย" ท่านสั่งสาวใช้.
"ค่ะท่านเ้าสัว"
"เชิญทางนี้ค่ะคุณหนู"
.
หนูตุ่นเดินเข้ามาให้ห้องที่สาวใช้บอกว่ามันจะเป็ห้องส่วนตัวของเธอ ภายในห้องถูกตกแต่งทาสีด้วยสีฟ้ากับสีขาวดูแล้วสบายตาเพราะหนูตุ่นชอบสีฟ้าอยู่แล้ว พี่แต่เล่าให้ฟังว่าพ่อสั่งคนมาตกแต่ง ทาสีห้องนี้ใหม่ก่อนที่เธอจะมาที่นี่ั้แ่อาทิตย์ก่อนทำให้หนูตุ่นอดที่จะดีใจไม่ได้ พ่อตั้งใจตกแต่งห้องนี้ไว้ให้ตามที่เธอชอบ
"ถ้าคุณหนู้าอะไรก็เรียกใช้พี่แตได้เลยนะคะ" สาวใช้บอกเธอก่อนที่จะขอตัวออกไป
หนูตุ่นจึงทิ้งตัวลงบนเตียงนอนด้วยความรู้สึกเพลียกับการเดินทาง
"คิดถึงแม่จัง"
สาวน้อยพูดขึ้นแล้วเผลอหลับไป กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนพี่แตมาเคาะประตูเรียกนั่นแหละ....
"มีอะไรหรอคะพี่แต"
หนูตุ่นลุกจากเตียงไปเปิดประตูให้พลางขยี้ตาอย่างงัวเงีย
"ท่านเ้าสัวให้มาตามคุณหนูลงไปกินข้าวค่ะ"
"แต่เอ๊ะ! นี่คุณหนูยังไม่ได้อาบน้ำอีกหรอคะเนี่ย" นางแตขมวดคิ้ว
"ตุ่นเผลอหลับไปนะสิคะ เอ่อ....งั้นตุ่นขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วเดี๋ยวจะรีบลงไปนะคะ" หนูตุ่นเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างรีบร้อนโดยมีเสียงพี่แตะโตามหลังมา
"รีบๆนะคะคุณหนู ตอนนี้ทุกคนกำลังรอคุณหนูอยู่ค่ะ"
.
.
ไม่นานหนูตุ่นก็เดินลงมาที่โต๊ะอาหาร ทุกคนรอเธออยู่จริงๆอย่างที่พี่แตบอก ที่สำคัญแม่ใหญ่กับไอยเรศก็นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารด้วย
หนูตุ่นค่อยๆเดินมานั่งลงข้างๆไอศูรย์ โดยมีสายตาของคุณหญิงปรียามองอยู่.
"มาวันแรกก็ต้องให้ทุกคนรอซะแล้ว" นางเอ่ยตำหนิหนูตุ่น.
"ขอโทษค่ะคุณแม่ใหญ่"
หนูตุ่นสำนึกผิด แต่ด้วยมารยาทเธอก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ทั้งแม่ใหญ่และไอยเรศที่เพิ่งจะได้เจอหน้ากัน
"หนูตุ่นเพิ่งเดินทางมาถึงก็คงจะเพลียๆน่ะครับแม่" ไอศูรย์เอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจ.
"แหม ออกตัวแทนน้องสาวคนใหม่จังเลยนะคะ" ไอยเรศเริ่มประชด
"เอาล่ะๆ ทานข้าวกันได้แล้ว"
แต่ทุกอย่างก็ต้องจบลงด้วยคำสั่งของเ้าสัวอำนวยที่สองแม่ลูกไม่สามารถต่อว่าอะไรหนูตุ่นไดอีกจนกระทั่งทุกคนเริ่มอิ่ม
"พรุ่งนี้ไปเรียนวันแรก พ่อฝากน้องด้วยนะยัยไอย์"
เ้าสัวอำนวยเอ่ยขึ้นอีกครั้งโดยฝากฝังหนูตุ่นกับไอยเรศเพราะตนให้ไอศูรย์จัดการให้หนูตุ่นเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับหล่อน พลางคิดว่ามันคงทำให้หนูตุ่นเบาใจอยู่ไม่น้อยหากมีพี่สาวเรียนอยู่ที่นั่นด้วยแถมยังเรียนอยู่ในคณะเดียวกันอีก.
"ค่ะ"
ไอยเรศรับปากอย่างเซ็งๆ ในขณะที่หนูตุ่นเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
"แต่ตุ่นยังไม่มีชุดนักศีกษาเลยนะคะคุณพ่อ" เธอรีบโพล่งออกมา เครื่องแบบมหาวิทยาลัยใหม่หนูตุ่นยังไม่เห็นเลยว่าหน้าตามันเป็ยังไง.
"อย่าห่วงไปเลยหนูตุ่น พี่จัดการให้หมดแล้วน่า"
"ส่วตารางเรียนทั้งหมดของเธอเดี๋ยวพี่ค่อยส่งให้ในไลน์" ไอศูรย์บอกหญิงสาว
"พรุ่งนี้ก็รีบๆตื่นหน่อยละกัน อย่าให้ต้องรอเหมือนวันนี้อีก"
"ฉันมีเรียนตอน8โมงครึ่ง" ไอยเรศเอ่ยขึ้นพลางวางแก้วน้ำลง
"ค่ะพี่ไอย์"
.
.
.
"
เช้าวันต่อมา....
หนูตุ่นตื่นมานั่งรอไอยเรศั้แ่เจ็ดโมงเช้าเพราะกลัวว่าจะทำให้หล่อนไปเรียนสาย ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นไอยเรศก็เดินบันไดลงมาพร้อมกับชุดนักศีกษากระโปรงทรงเอผ่าหน้าแบบรัดติ้วสมส่วนกับรูปร่างของหล่อน.
"โห พี่ไอย์หุ่นดีจัง"
หนูตุ่นมองไอยเรศด้วยความรู้สึกชื่นชม แล้วหันกลับมาที่ตัวเองซึ่งอ้วนฉุ พยายามจะลดเท่าไหร่ก็ลดไม่ลงเพราะแพ้ตบะกับอาหารอร่อยๆที่คุณยายทำมาให้กินอยู่ตลอด
"มองอะไรยะ"