ผู้คนคับคั่ง หนุ่มสาวอายุ 17 มาจากทั่วทุกสารทิศและต่อแถวกันยาวเหยียดแบบมองเห็นตึกที่ทำการลงทะเบียนอยู่ลางๆ ,ว๊ากกกก แถวมันจะยาวไปไหนฟร๊ะนี่รอมาสองชั่วโมงแล้วนะเฟ้ยย,
ใช่แล้ว ผมรอมาสองชั่วโมงแล้วครับ แล้วเวลาก็ผ่านไปอีก สี่ชั่วโมงจนผมเริ่มหิวข้าวแล้วเนี่ย เหอๆ และแล้วก็ถึงสักที
มาเรียเข้าไปสักพัก เอ่อ 10 นาทีมั้ง แล้วก็ถึงตาผม
ผมเข้ามาข้างในก็เจอกับ ตาลุงหน้าหนวดคนหนึ่งคงเป็นักเวทย์แหละมั้ง ผมยิ่งไม่ค่อยรู้เื่ชุดที่เขาใส่ด้วยสิ แบบว่าชุดคลุมสีขาว ปกคอสีทอง แถบเสื้อก็สีทองถือไม้เท้าอันใหญ่
“สวัสดีเ้าหนู” เขาเอ่ยถามผมหนวดยาวเกินมองไม่เห็นปาก หุหุ
“เอ่อ สวัสดีครับ”
“ช่วยจับนี่ไว้ แล้วก็ยืนอยู่เฉยๆล่ะ” เขายื่นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาด 4 คูณ 6 นิ้วให้กับผม มันเป็แผ่นใสๆ มีความหนาประมาณเซนครึ่งแล้วตาลุงหนวดก็ร่ายเวทย์ จากนั้นก็มีวงเวทย์ หมุนครอบตัวผมยี่สิบกว่าวงแล้วแผ่นใสๆก็เรืองแสงแล้วหายเข้าไปในตัวผม รู้สึกเย็นๆดีแฮะ
“เ้าชื่ออะไร” เขาถาม
“เอ่อ อตวสัตถาครับ” ผมตอบไป เอาชื่อนี้แหละครับ มันเท่?ดี
“แน่ใจนะ ว่าจะเอาชื่อที่แปลความหมายไม่ได้นี่” เขาพูดกับผมทั้งๆยังหลับตาอยู่
“ครับ แน่ใจสิครับ”
“อืม รอสักพัก ตอนนี้เวทย์กำลังทำการหานามสกุลให้เ้าอยู่”
“ครับๆ” ผมอยากรู้แล้วสิ ว่าจะได้นามสกุลอะไร
[เ้าหนู.......เ้าหนู] เสียงผู้ชายวัยกลางคนเรียกผมเบาๆ
[ห๊ะ เสียงใครฟระ]
[ข้าเอง เ้ายังไม่มีสายเืสืบทอดนามสกุลเ้าจะใช้ชื่อของข้าและลูกๆเป็นามสกุลไหม]
[ถ้าเป็แบบนั้นตั้งเองง่ายกว่าเยอะ]
[ไม่ได้ งั้นเอาชื่อข้าและลูกๆเป็นามสกุลก็แล้วกัน แล้วพบกันใหม่]
[เฮ้ย ลุง] และแล้วเสียงก็เงียบไป เหอๆ
“เวทย์ทำการหานามสกุลให้เ้าแล้วต่อไปก็รอเวทย์มนต์ทำการตรวจสอบค่าศักยภาพต่างๆของเ้า และมอบพรให้เ้ารวมถึงเวทย์มนต์ด้วย หากเ้าไม่มีนะ” และแล้วก็ผ่านไปห้านาทีวงเวทย์ก็หายไป
“เสร็จแล้วเ้าหนู ข้าขออธิบายเพิ่มให้เ้าฟังนะวัตถุสี่เหลี่ยมที่เข้าไปในร่างกายของเ้าเมื่อกี้มันเรียกว่า แฟลกไหนเ้าลองเรียกมันออกมาสิ เรียกโดยการนึกถึงวัตถุเมื่อกี้แล้วนึกให้มันมาอยู่ในมือเ้า” ผมก็ทำตามทันทีแล้วก็มีก้อนแสงสีขาวนวลลอยออกมา เมื่อมาถึงมือก็กลายเป็แผ่นสี่เหลี่ยมเมื่อกี้
“ทีนี้ก็คิดในใจว่าเปิดดูค่าศักยภาพ” ผมก็ทำตามก็ปรากฏข้อความแสดงเหมือนค่าสถานะของเกมออกมา เพียงแต่มันเป็อีกภาษาหนึ่งแต่ผมอ่านออกนะ แปลไทยน่าจะได้ดังนี้นะครับ
แฟลก[ค่าแสดงศักยภาพ]
ชื่อ[อตวสัตถา เคโรนอส เฮเมนิกส์] เผ่า[มนุษย์]
ชนชั้น[ชาวบ้าน] ระดับชั้น[เริ่มต้น] 0 ดาว ระดับ 1
อาชีพ[-] ตำแหน่ง[-]
พลังชีวิต[969,000/969,000]
พลังเวทย์มนต์[1,946,300/1,946,300]
พลังปราณ[997,900/997,900]
พลังจิต[2,763,000/2,763,000]
ความแข็งแกร่ง[474,120] พละกำลัง[679,000]
ความคล่องตัว[286,000] ความอึด[176,490]
ความโชคดี[999]
[เอิ่ม ทำไมมันเยอะจัง] ผมพูดในใจ
[ก็การวัดค่าพลังมันแตกต่างกันยังไงคะ] เฟิร์สตอบ
[แล้วค่าจริงๆละครับ]
[อย่าเรียกว่าค่าจริงๆเลยค่ะ ค่ามาตรฐานของระบบของนายท่าน ก็เอามาหารสองเองค่ะ]
[แต่ก็ถือว่าเยอะอยู่ดีนี่ครับ]
[ก็นายท่านไม่ได้เริ่มต้นใหม่นี่คะแถมพลังที่เหลือยังถูกอะไรไม่รู้ผนึกอีก มีแค่นี้ก็ยังน้อยไปค่ะ เพราะค่าตอนนายท่านออกมาจากเอ่อภพอสูรถ้านำมาเทียบก็ฟ้ากับเหวเลยนะคะ]
[เหอๆ ช่างมันเถอะครับเอาเป็ว่ารออีกสักสองสามปีผนึกก็คลายเองแหละครับ แล้วเราก็กลับกัน]
[ค่ะๆ ขอให้เป็อย่างนั้นนะคะ]
[ครับ อิอิ]
เอ่อแล้วอีกอย่าง นามสกุล เคโรนอส เฮเมนิกส์นี่มันชื่อเทพเ้าในนิยายที่ผมเคยอ่านมาชัดๆ เหอๆไม่นึกว่าจะเจอที่นี่ด้วย
เคโรนอส น่าจะเป็โครนอส เฮเมนิกส์น่าจะเป็ชื่อเฮเมร่ากับนิกส์ละมั้ง
“นั่นแหละคือค่าศักยภาพของเ้า ข้าขออธิบายเพิ่มเื่ เผ่า ชนขั้นระดับชั้น ดาว และระดับนะ
เผ่า เ้าน่าจะเห็นว่าของเ้าเป็เผ่าอะไรและสามารถเปลี่ยนเผ่าได้ขึ้นอยู่กับพิธีกรรมของแต่ละเผ่าและแต่ละเผ่าจะมีความสามารถแตกต่างกัน
ชนชั้นเป็ตัวบอกให้รู้ว่าเราอยู่ชนชั้นไหน หากชนชั้นสูงๆ ก็จะได้รับสิทธิพิเศษเยอะหน่อย การเลื่อนแต่ละชนชั้นจะแตกต่างกัน และสามารถเลื่อนข้ามชนชั้นได้ไม่เหมือนกับระดับชั้น ที่ต้องทำภารกิจ ทำผลงานต่างๆมากมาย
ระดับชั้นจะเพิ่มค่าศักยภาพให้เ้าได้อย่างมากมาย เริ่มจาก เริ่มต้นต่ำ กลาง สูง แม่ทัพ รัชทายาท าา ลอร์ด จักรพรรดิ และสูงขึ้นไปอีก
ดาว เป็ตัวบ่งบอกในแต่ละระดับชั้นยิ่งดาวสูงยิ่งเป็ที่้ามาก และระดับดาวถ้าสูงกว่าคนที่ระดับชั้นเดียวกันเราก็จะมีสิทธิ์มีอำนาจเหนือกว่าเขา การเลื่อนระดับดาว เ้าต้องทำภารกิจเลื่อนระดับก่อน โดยดาวแต่ละระดับชั้นจะมี 0 – 10ดาว
สุดท้ายระดับเป็ตัวสำคัญที่จะเพิ่มค่าศักยภาพให้เ้า การเลื่อนระดับต้องทำภารกิจหรือสังหารสัตว์อสูร เพราะตอนนี้เ้าได้รับพรแล้ว สามารถเก็บระดับจากสัตว์อสูรได้และตอนนี้เ้าก็จะมองเห็นระดับของสัตว์อสูรอีกด้วย โดยระดับในแต่ละดาว มี 1-100หากครบร้อย ก็จะเลื่อนเป็สองดาวเอง
“แค่นี้แหละ มีอะไรจะถามอีกไหม”
“เอ่อไม่ทราว่าเห็นค่าศักยภาพของผมหรือเปล่าครับ” ผมค่อยๆถาม
“ถ้าเ้าตัวไม่อนุญาตให้ดูก็มองไม่เห็นหรอก”
“แล้วค่าศักยภาพเริ่มต้นแต่ละคนนี่มีประมาณเท่าไหร่เหรอครับ”
“อืม ก็อยู่ที่แต่ละคนนะ บางคนก็ร้อยสองร้อยสูงสุดก็เป็พันแหละ มีอะไรเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับว่าแต่ผมไปได้หรือยังครับ”
“อืม ไปได้แล้วล่ะ เสร็จแล้ว เออแล้วอย่าลืมเข้าไปเรียนโรงเรียนเวทย์มนอานีเชียร์ล่ะ ไปสมัครด้วย”
“ครับๆ ผมไปละนะ”
เมื่อผมเดินออกมาก็เจอกับมาเรียที่รอผมอยู่อีกฝั่งหนึ่งจากนั้นเธอก็ชวนผมไปสมัครเรียนโรงเรียนอานีเชียร์ โดยการสมัครก็แค่แสดงแฟลกและสมัครเรียนฟรี และเล่าเรียนฟรีปีแรกปีสองเป็ต้นไปต้องจ่ายเงินเอง เมื่อผมกับมาเรียสมัครเสร็จแล้วก็รออีกหนึ่งวันเพื่อไปรายงานตัว และทำการเลือกหอพักตามธาตุ ผมเลยชวนมาเรียเดินสำรวจเมือง และผมคงต้องซื้อเสื้อผ้าให้เธอแล้วล่ะ แต่ปัญหาหลักคือเงินผมคิดว่า หากขายเนื้อหมูป่าน่าจะได้พอซื้อเสื้อผ้าให้เธอแหละ เอ่อ ซื้อให้ผมด้วยเพราะชุดผมมันก็ขาดนะสิ
ผมเดินเข้าไปในตลาดเพื่อหาร้านค้าเนื้อ เพื่อที่จะเอาเนื้อไปขายก็เจอร้านค้าเนื้อร้านหนึ่งดูใหญ่โตพอสมควร ผมก็ไปติดต่อทันที ส่วนมาเรียนะเหรอ เธอเดินชมตลาดอยู่ครับ
“สวัสดีครับลุง” ผมทักลุงท้วมๆที่กำลังหั่นเนื้อตรงหน้า
“เอ้า สวัสดี มีอะไรเหรอพ่อหนุ่ม” เขาตอบมาด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตร
“คือผมจะเอาเนื้อมาขายครับ ไม่ทราบว่าลุงจะรับหรือเปล่า”
“หืม เอามาสิเดี๋ยวข้าพิจารณาให้”ลุงเขาวางอุปกรณ์ลงและเช็ดมือ จากนั้นก็เชิญผมเข้าไปในร้าน
ภายในร้านนะเหรอ มีแต่เนื้ออะไรไม่รู้ครับ เหอๆกลิ่นก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
เมื่อผมเข้าไปด้านใน ผมก็นำเนื้อหมูป่าออกมาก้อนหนึ่งวางไว้ตรงหน้าเขา
“ไม่ทราบว่าเนื้อนี่ราคาเท่าไหร่เหรอครับ” แล้วก็ทำการตรวจสอบ
“หืม นี่มันเนื้อหมูป่าั์นี่ เป็เนื้อที่หายากพอสมควรเลยนะ”
“เห จริงเหรอครับ”
“จริงสิพ่อหนุ่ม เพราะหมูป่านี่มันจะอยู่ในป่าลึกอยู่กันเป็ฝูงประมาณ สิบถึงยี่สิบตัว การจัดการก็ยากเพราะต้องใช้อาวุธระดับสี่ดาวขึ้นไปจัดการแต่กว่าจะฟันหนังของมันได้ต้องฟันซ้ำๆหลายครั้งเลยล่ะแถมพละกำลังมันยังมหาศาลอีกด้วย อีกอย่างมันต่อสู้กันเป็ฝูง เรียกได้ว่าจัดการยากเข้าไปอีก แต่เนื้อของมันนั้น นุ่ม และอร่อยอย่างมากส่วนหนังของมันก็เป็ที่้าของตลาด เพราะจะนำไปทำเป็ชุดเกราะหนังแถมยังราคาแพงมากเลยนะ”
,อืมมม จัดการยาก ต้องใช้อาวุธสี่ดาว แต่ผมฟันฉับเดียวก็มิดด้ามเนี่ยนะเหอๆ แล้วระดับดาวอะไรก็ไม่รู้จักด้วย รู้แต่ว่ามีดที่ผมฟันมันเป็มีดระดับ Sก็พอ,
“งั้นถ้าผมจะขายก้อนนี้จะได้เท่าไรเหรอครับ”
“เนื้อนี่ลุงรับซื้อกิโลละ 2 เหรียญทอง จะขายไหมพ่อหนุ่ม”
“ขายครับ แล้วสองทองนี่มีค่าแค่ไหนเหรอครับ”
“เห เ้าไปอยู่ไหนมาเนี่ย ทำไมถึงไม่รู้เื่พวกนี้ เอาๆข้าจะอธิบายให้ฟัง”
ค่าเงินที่นี่จะแบ่งเป็สามแบบ คือเหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง
โดย 100 เหรียญทองแดงเท่ากับ 1เหรียญเงิน
10 เหรียญเงินเท่ากับ 1 เหรียญทอง
โดยอาหารหนึ่งมื้อจะใช้ประมาณ 20เหรียญทองแดง
“พอเข้าใจไหมพ่อหนุ่ม”
“ครับๆ เข้าใจแล้วครับว่าแต่ถ้าผมจะขายเป็จำนวนมากล่ะ รวมถึงหนังด้วยจะได้ไหมครับ”
“ได้สิ ข้ารับไม่อั้นอยู่แล้ว”
จากนั้นผมก็เทเนื้อ หนังรวมไปถึงเครื่องในเกือบทั้งหมดขายไห้แก่พ่อค้าซึ่งเมื่อเขาเห็นจำนวนเนื้อและหนังก็ตาลุกวาว และทำการชั่งแบ่งชนิดทั้งหมด
“เนื้อ 14,674 กิโล 29,348 เหรียญทอง
หนัง 8,704 กิโล คูณ 25 เหรียญทอง เท่ากับ 217,600 เหรียญทอง
รวมทั้งหมด 246,948 ฉันให้ 247,000เหรียญทองเลยแล้วกัน “
“ขอบคุณครับ” แล้วเขาก็จัดการนับเงินมาให้ผมถุงใหญ่เลยผมก็รับแล้วเก็บใส่กระเป๋ามิติ และพ่อค้าก็เดินมาส่งผมแถมยังบอกอีกว่าเมื่อมีเนื้อมาขายก็เชิญที่นี่ได้เลย
เหอๆ พอผมออกมาผมก็นำเนื้อหมูป่าั์ที่เหลือเอาออกมาก้อนเล็กๆไปลองขายให้พ่อค้าอื่นดู ปรากฏว่าได้กิโลละ 1 เหรียญทอง 8 เหรียญเงินเนื้อนั่นหนัก 15 กิโล ผมได้เงินมาอีก 27 เหรียญทอง รวมเป็เงินทั้งหมดที่ผมมีอยู่247,027 เหรียญทอง ไม่รวมเงินของอีกโลกนะครับ
แล้วผมก็เดินตามหามาเรียก็ไปเจอเธอหน้าร้านขายเสื้อผ้าร้านหนึ่ง
“อยากได้เสื้อผ้าแบบนั้นเหรอครับ”
..........................................................
จะเป็ยังไงต่อนะ//