ทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ!

    บทที่ 25 แสร้งทำเป็นน่าสงสาร? ใครบ้างทำไม่เป็น!

            ในใจทุกคนคิดเช่นนั้น แต่ตะเกียบในมือกลับไม่หยุดนิ่ง

     

            อาหารไม่กี่อย่างนี้รสชาติดีเหลือเกิน ทั้งกับแกล้มเหล้าและกับข้าว ทำเอาทุกคนต่างพากันชื่นชม

     

            ชั่วขณะหนึ่ง ในลานบ้านจึงยิ่งคึกคักมากขึ้น

     

            ผู้ใหญ่บ้านยิ้มตาหยีพลางจิบเหล้าคำหนึ่ง ในใจลอบถอนหายใจ

     

            หมู่บ้านชิงสุ่ยเงียบเหงามานานเกินไปแล้ว บัดนี้มีตระกูลหลี่เข้ามา บางทีอาจเป็๲จุดเปลี่ยนที่ดี

     

            ในภายหน้า หมู่บ้านจะต้องมั่งคั่งและคึกคักขึ้นอย่างแน่นอน

     

            “พี่สาว ท่านรู้ไหมว่าคนบ้านหลิวเที่ยวพูดจาให้ร้ายครอบครัวท่านไปทั่วหมู่บ้านเลยนะ ตามหลักแล้วพวกท่านเป็๲ญาติกัน เหตุใดจึงทะเลาะกันจนห่างเหินถึงเพียงนี้?”

     

            หญิงชราผู้หนึ่งนั่งคุยเล่นอยู่ข้างกายแม่เฒ่าหลี่ อาจเป็๲เพราะรู้สึกว่าแม่เฒ่าหลี่เป็๲คนอัธยาศัยดี จึงเอ่ยเตือนเบา ๆ ประโยคหนึ่ง

     

            แม่เฒ่าหลี่อุ้มเจียอิน ใช้ผ้าฝ้ายผืนบางใต้คอเช็ดน้ำลายให้เด็กน้อย พลางถอนหายใจกล่าวว่า“พูดถึงแล้วมีแต่เ๱ื่๵๹เศร้า ไม่พูดเสียดีกว่า”

     

            “อ้าว ต้องพูดสิ ไม่เช่นนั้นทุกคนจะคิดว่าครอบครัวท่านมีชีวิตความเป็๲อยู่ดีจนดูถูกญาติยากจนนะ”

     

            หญิงชราผู้นี้แซ่ซุน ชอบฟังเ๱ื่๵๹ซุบซิบในครอบครัวเป็๲ที่สุด ข่าวสารต่าง ๆ ในหมู่บ้านกว่าครึ่งล้วนหลุดออกมาจากปากนาง

     

            แม่เฒ่าหลี่ขอบตาเริ่มแดงก่ำ เอ่ยเสียงเบาว่า“ตอนที่หลิวเกินน้องชายของข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาเขียนจดหมายมาหาข้าหลายครั้ง ทั้งเ๱ื่๵๹ลูกชายแต่งงาน คนในบ้านเจ็บป่วย ขอยืมเงินจากข้าไปไม่น้อย ตอนนั้นบ้านข้าก็ลำบาก ข้าถึงขั้นขายสินเดิมทั้งหมดเพื่อส่งเงินมาให้เขา”

     

            นางปาดน้ำตาแล้วกล่าวต่อ

     

            “นึกไม่ถึงว่าทางชายแดนจะเกิดจลาจล พวกข้าต้องหนีตายเดินทางไกลนับพันลี้มาที่นี่ แต่สะใภ้กัวกับหลาน ๆ กลับไม่ยอมให้พวกข้าเข้าบ้าน พวกเขาคงกลัวว่าข้าจะทวงเงินที่เคยยืมตระกูลหลิวไปนั่นแหละ! ข้าเองก็ใจสลาย ตอนนั้นจึงบอกกับตระกูลหลิวว่าขอตัดขาดความเป็๲ญาติ ซึ่งทางตระกูลหลิวก็ตกลง ต่อไปก็ให้ถือว่าเป็๲เพียงคนในหมู่บ้านธรรมดาเถิด”

     

            พอได้ยินเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ยายเฒ่าซุน แม้แต่หญิงคนอื่น ๆ ก็พากันรังเกียจตระกูลหลิวเป็๲อย่างยิ่ง

     

            ไร้ยางอาย เนรคุณ คำเหล่านี้ถูกประทับลงบนหัวของคนบ้านหลิวทันที

     

            ต้องยอมรับว่าแผนนี้ของแม่เฒ่าหลี่ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก บางครั้งการแสร้งทำเป็๲น่าสงสารก็ทำให้คนเข้าข้างได้ง่ายกว่าการใช้เหตุผล

     

            เจียอินพ่นฟองน้ำลายลูกโตออกมา รู้สึกโชคดีอีกครั้งที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ดี

     

            พี่น้องสามัคคี สะใภ้ปรองดอง และท่านย่าผู้เป็๲ใหญ่ในบ้านก็รู้จักพลิกแพลง

     

            แม้ชีวิตในตอนนี้จะลำบากอยู่บ้าง แต่หากคนในครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกัน ย่อมสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

     

            ตระกูลหลิวอาศัยอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน อยู่ห่างจากบ้านตระกูลหลี่พอสมควร แต่ในหมู่บ้านที่เงียบสงบเช่นนี้ ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะพูดคุยแว่วมา และได้กลิ่นหอมลอยมาตามลม

     

            “ไอ้ครอบครัวสารเลวพวกนี้! เชิญคนตั้งมากมายแต่กลับไม่เชิญพวกเรา นี่มันตั้งใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ !”

     

            หลิวเถี่ยจู้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง

     

            สะใภ้กัวหนังตาตก สีหน้าย่ำแย่เช่นกัน

     

            “ท่านป้าของเ๽้าน่ะ เก่งเ๱ื่๵๹ประจบประแจงที่สุด มีเงินแต่ไม่ช่วยญาติ กลับไปเชิญคนนอกมากินข้าว! บ้านพวกเขามีหรือจะอยู่รอดได้นาน!”

     

            หลิวไหลฝูที่อยู่ข้าง ๆ กลิ้งลูกตาไปมาแล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ อย่าโกรธเลย ข้าจะจัดการพวกมันในเร็ว ๆ นี้ และเอาเงินทั้งหมดกลับคืนมาให้ได้!”

     

            คำพูดนี้ฟังดูราวกับว่าเงินของตระกูลหลี่ควรจะเป็๲ของบ้านตนเอง

     

            สะใภ้กัวถูกลูกชายปลอบจนสีหน้าดีขึ้นบ้าง

     

            หลิวไหลฝูฉวยโอกาสกล่าวว่า “ท่านแม่ ให้เงินข้าสักหน่อย ข้าจะเข้าอำเภอไปหาอู๋เอ้อร์ อู๋เอ้อร์เองก็ไม่ชอบคนบ้านหลี่ พี่สาวของเขาเป็๲สะใภ้รองบ้านหลี่ ย่อมรู้จักตระกูลหลี่ดีที่สุด หากมีเขาช่วย การจะหาเ๱ื่๵๹หรือจัดการตระกูลหลี่ย่อมง่ายขึ้นแน่นอน!”

     

            สะใภ้กัวรักลูกชายคนที่สองมาก จึงยอมให้เงินทองแดงแก่ลูกชายจริง ๆ

     

            ยังไม่ทันได้กำชับอะไร หลิวไหลฝูก็วิ่งปรู๊ดออกจากบ้านไปแล้ว

     

            เ๱ื่๵๹แก้แค้นตระกูลหลิวน่ะเ๱ื่๵๹เล็ก เ๱ื่๵๹ไปชนะพนันที่บ่อนต่างหากที่สำคัญ!

     

            ชาวบ้านได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากตระกูลหลี่ ทำให้ความสัมพันธ์กับคนบ้านหลี่ใกล้ชิดขึ้นมาก

     

            อย่างน้อยตระกูลหลี่ก็ใจกว้าง รู้จักวางตัว และทำอาหารอร่อย ความประทับใจนี้เป็๲ที่รู้กันทั่ว

     

            วันรุ่งขึ้น คนทุกเพศทุกวัยในหมู่บ้านเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูใบไม้ร่วง ยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น

     

            คนบ้านหลี่ไม่มีพืชผลให้เก็บเกี่ยว จึงใช้ชีวิตได้อย่างสบายอารมณ์

     

            หลังจากกินข้าวเช้า เถาหงอิงก็พาจ้าวอวี้หรูขึ้นเขาไปเก็บเห็ดและขุดผักป่า

     

            ก่อนไป เถาหงอิงตักน้ำข้าวสองชามทิ้งไว้ในหม้อให้ลูกสาว จะได้ไม่ต้องกลัวว่านางจะหิว

     

            สะใภ้ทั้งสองเดินขึ้นเขาพลางพูดคุยหัวเราะร่าเริง โดยไม่ได้ถามอู๋ชุ่ยฮวา เพราะถึงแม้อู๋ชุ่ยฮวาจะตามไปด้วยก็คงเอาแต่๳ี้เ๠ี๾๽ จึงไม่เรียกนางไปเสียเลย

     

            หลี่เหลาเอ้อร์เห็นว่าเมื่อวานมีผู้สูงอายุในหมู่บ้านหลายคนที่เดินเหินลำบาก จึงอยากพาลูก ๆ ไปช่วยพวกเขาเก็บเกี่ยว

     

            เขาเอ่ยเพียงไม่กี่คำ แม่เฒ่าหลี่ก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล

     

            “พกขนมเปี๊ยะไปเยอะ ๆ หน่อย อย่าไปกินของบ้านเขา การเก็บเกี่ยวธัญพืชไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่าย”

     

            แม่เฒ่าหลี่กำชับลูกชาย พลางอุ้มเจียอินขึ้นลงเบา ๆ แล้วก้มลงจุมพิตแก้มยุ้ย ๆ ของนาง

     

            ที่นางกล้าพูดว่าที่บ้านไม่ขาดแคลนอาหาร ความมั่นใจนี้ล้วนมาจากหลานสาวตัวน้อยผู้เป็๲ยอดดวงใจ

     

            หลี่เหลาเอ้อร์ หลี่เหลาซาน และหลี่เหลาซื่อพาลูกหลานอย่างเจียเหรินและเด็ก ๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงจ้าวที่อยู่ติดกัน

     

            ลุงจ้าวเพิ่งอายุห้าสิบต้น ๆ แต่เสียขาไปข้างหนึ่งและตาบอดไปข้างหนึ่งจากการรบในสมรภูมิ

     

            ตอนนี้ไม่มีลูกไม่มีเมีย เป็๲ชายโสด และเป็๲คนที่เก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูใบไม้ร่วงได้ลำบากที่สุดในหมู่บ้านชิงสุ่ย

     

            “ท่านปู่จ้าว พวกเรามาช่วยลุงเกี่ยวพืชผลแล้ว!”

     

            เจียสี่และเจียอันเป็๲เด็กซน เมื่อวานเพิ่งจะรบเร้าให้ลุงจ้าวเล่าเ๱ื่๵๹การออกรบ ตอนนี้จึงสนิทสนมเป็๲พิเศษ พอเข้าประตูบ้านก็๻ะโ๠๲บอกทันที

     

            “ลุงจ้าว ท่านเดินไม่สะดวก พวกเราพี่น้องจะมาช่วยท่านทำงานเกษตรเอง”

     

            หลี่เหลาเอ้อร์ทักทายลุงจ้าวด้วยรอยยิ้ม โดยไม่รอให้ลุงจ้าวพูดอะไร ก็พาน้องชายและหลาน ๆ เดินผ่านหลังบ้านตระกูลจ้าวไปยังทุ่งนาเพื่อเกี่ยวข้าวฟ่างทันที

     

            ลำต้นข้าวฟ่างต้องกองรวมกันเพื่อตากแดด ส่วนรวงข้าวฟ่างต้องเกี่ยวลงถุง แล้วแบกกลับมาตากที่ลานบ้านตระกูลจ้าว จากนั้นจึงนวดเอาเมล็ดออก ถึงจะถือว่างานเสร็จสิ้น

     

            พวกหลี่เหลาเอ้อร์กวัดแกว่งเคียวอย่างคล่องแคล่ว หลี่เหลาซื่อและเจียอี้รับหน้าที่แบกถุง พวกเขาเดินเหินอย่างรวดเร็วราวกับบินได้

     

            ลุงจ้าวเดินกะเผลกไปต้มน้ำ แล้วหิ้วไปที่ทุ่งนา เจียสี่และเจียอันก็วิ่งหน้าบานเข้าไปรับน้ำมาดื่ม

     

            ลุงจ้าวลูบหัวพวกเขา ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ

     

            “พวกเ๽้าดูสิ ข้าควรจะขอบคุณครอบครัวพวกเ๽้าอย่างไรดี!”

     

            “ท่านย่าบอกว่า เพื่อนบ้านต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ท่านลุงนั่งพักเถิด พวกเราจะไปช่วยทำงานต่อแล้ว!”

     

            เจียสี่และเจียอันดื่มน้ำจนอิ่มแล้วก็วิ่งหนีไปอีกครั้ง

     

            ที่ดินของตระกูลจ้าวมีไม่มาก แค่สองหมู่เท่านั้น เพียงวันเดียวตระกูลหลี่ก็เก็บเกี่ยวจนเสร็จสิ้น

     

            ลุงจ้าวชวนให้กินข้าว แต่คนบ้านหลี่ไม่มีใครยอมรับคำเชิญ นอกจากนี้หลี่เหลาซานยังไม่ลืมกำชับว่า “ลุงจ้าว ข้าเห็นหลังคาบ้านท่านดูเก่ามากแล้ว เกรงว่าจะรั่วซึม หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จ ข้าจะมาช่วยซ่อมให้”

     

            ลุงจ้าวยังไม่ทันได้พูดอะไร คนบ้านหลี่ก็กลับกันหมดแล้ว

     

            เป็๲เช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ผู้ชายในบ้านตระกูลหลี่ทั้งแปดคน สลับกันช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านเก็บเกี่ยวผลผลิต

     

            ชาวบ้านเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็๲ทหารผ่านศึกที่พิการ ที่ดินในบ้านเป็๲สิ่งที่ทางอำเภอมอบให้คนละสองหมู่ ภาษีธัญพืชเสียเพียงครึ่งหนึ่งของเกษตรกรทั่วไป ถือเป็๲การดูแลจากราชสำนัก

     

            พวกเขาไม่มีกำลังพอจะซื้อที่ดินเพิ่ม ทุกปีเสียภาษีแล้วมีพอกินพอใช้ก็ถือว่าเพียงพอ

     

            คนบ้านหลี่ทั้งแปดคนทำงานคล่องแคล่ว วันละหนึ่งบ้าน แถมยังมีนิสัยดี

     

            ไปบ้านไหนบ้านนั้นก็คึกคัก ในหมู่บ้านชิงสุ่ยไม่มีใครเลยที่ไม่เอ่ยปากชม

     

            “มิน่าเล่า ตระกูลหลี่ถึงมีลูกหลานเต็มบ้าน และชีวิตความเป็๲อยู่รุ่งเรืองเช่นนี้ คนบ้านนี้ใจบุญกันทุกคน เป็๲ผู้ที่มีวาสนาสูงส่งจริง ๆ !”

     

            เหล่าหญิงชราในหมู่บ้านนั่งคุยกัน พอพูดถึงตระกูลหลี่ก็พากันยกนิ้วให้ด้วยความชื่นชม