“ครืน!”
ทั่วทั้งเมืองเซี่ยถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกอันมืดสลัว
แม้แต่พื้นดินก็สั่นะเือย่างต่อเนื่อง
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตอานุภาพเทพ ช่างน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้!
“จุดจบของตระกูลเซี่ยมาถึงแล้ว...”
ไม่ไกลจากเมืองเซี่ย สมาชิกของสมาคมการค้าหงเฟิงที่กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี เมื่อมองกลับมายังสถานการณ์ในเมือง ปรมาจารย์หนีกู่ก็ได้แต่ยิ้มขมขื่นออกมา เขาและเซี่ยกว่างอวิ๋นนับว่าเป็สหายกัน ทว่าก็เป็เพียงสหายเท่านั้น เขาไม่มีความจำเป็ต้องอยู่ร่วมเผชิญกับความโกรธแค้นของเขาเมฆาขาวไปพร้อมกับเซี่ยกว่างอวิ๋น สมาคมการค้าหงเฟิงอาจจะไม่เกรงกลัวเขาเมฆาขาว แต่ตัวเขาต้องเกรงกลัว ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพาคนของสมาคมการค้าหงเฟิงหลบหนีไป นี่แหละคือสัจธรรมของมนุษย์
“เ้าคนโฉดเซี่ยฝูคุน ไสหัวออกมารับความตายเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้น เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเซี่ย
ตอนที่เสียงนี้ดังออกมา ชาวบ้านธรรมดาในเมืองเซี่ยบางส่วนถึงกับไม่อาจทนทานต่อแรงกดดันได้ พวกเขากระอักเืออกมาและล้มลงด้วยความอ่อนแรงทันที
“เ้าสำนักมู่อวิ๋นแห่งเขาเมฆาขาว เกรงว่าคงห่างจากขอบเขตอานุภาพเทพเพียงก้าวเดียวเท่านั้น... มิน่าเล่า ถึงไม่มีขุมกำลังใดกล้ายื่นมือเข้ามา...”
เซี่ยกว่างอวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้า เขารู้ว่ายอดฝีมือขอบเขตอานุภาพเทพนั้นแข็งแกร่ง แต่นึกไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งถึงระดับนี้ ดูท่าแล้วตอนอยู่ต่อหน้ามู่อวิ๋น ตัวเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับมดตัวเล็กๆ...
ทว่า—
เขาจำเป็ต้องยืนหยัดออกมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เขาก็ต้องก้าวออกมาเผชิญหน้า
“ผู้น้อยเซี่ยกว่างอวิ๋น คารวะาุโมู่อวิ๋น!”
ด้วยพลังระดับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดขั้นกลางของเซี่ยกว่างอวิ๋น เขาฝืนทำได้เพียงเหาะเหินเดินอากาศได้ชั่วครู่ ร่างของเขาลอยขึ้นเหนือจวนเ้าเมืองเซี่ย พลางประสานมือคารวะไปยังท้องฟ้า
“เซี่ยกว่างอวิ๋น? เ้าคือบิดาของเ้าคนโฉดนั่นรึ?”
บนท้องฟ้ายังไม่ปรากฏเงาร่างใดๆ แต่เสียงที่เอ่ยออกมาก่อนหน้านี้กลับทุ้มต่ำลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า
“เ้าช่างสั่งสอนบุตรได้ดียิ่งนัก สมควรตาย”
สิ้นเสียงนั้น แสงสีดำสายหนึ่งก็พุ่งพาดผ่านท้องฟ้า เข้าจู่โจมร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
และในวินาทีนั้นเอง
เงาร่างมหึมาสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
“หึ!”
เงาร่างนั้นเข้าขวางหน้าเซี่ยกว่างอวิ๋นไว้ ทันทีที่รับการโจมตีจากแสงสีดำนั้น มันก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินทันที
“ตูม!”
พื้นดินสั่นะเืจนเกิดเป็หลุมลึกขนาดใหญ่จากการกระแทกของเงาร่างมหึมานั้น
สีหน้าของเซี่ยฝูคุนเคร่งเครียดถึงขีดสุด เขาคาดไม่ถึงว่ามู่อวิ๋นจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แม้ร่างจริงจะยังไม่ปรากฏ เพียงการโจมตีธรรมดาๆ ก็สามารถสยบวานรเทพจ้าวพลังลงได้ เมื่อััถึงสภาพภายในร่างกายของวานรเทพจ้าวพลัง เซี่ยฝูคุนก็รู้ว่าการโจมตีเช่นนี้ วานรเทพจ้าวพลังคงรับได้อีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แม้ในใจจะหวาดหวั่น แต่เซี่ยฝูคุนก็ต้องจำใจฝืนยืนหยัดออกมา
เขาทะยานร่างขึ้นไปยืนเคียงข้างเซี่ยกว่างอวิ๋น จ้องมองไปยังกลุ่มเมฆดำเหนือศีรษะ
“คิดจะฆ่าบิดาของข้า เ้าเป็ตัวอันใดกัน?”
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนมาปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เซี่ยกว่างอวิ๋นก็อ้าปากค้าง สิ่งที่อยากจะเอ่ยออกมากลับกลายเป็เพียงรอยยิ้มขมขื่น
“ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ ดี! ดีมาก!”
ตอนที่เห็นเซี่ยฝูคุนปรากฏตัว เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ดังออกมาจากกลุ่มเมฆดำ จากนั้น เงาร่างที่ดูชราสายหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากเมฆดำนั้น
“เ้าเด็กเหลือขอ ข้าไม่อยากพูดกับเ้าให้มากความ เ้าสังหารหลานชายข้า ข้าก็จะให้คนทั้งเมืองเซี่ยต้องตายตกไปตามกันเพื่อสังเวยแก่หลานข้า!”
เซี่ยฝูคุนรู้ทันทีว่าชายผู้นี้คือมู่อวิ๋น และทันทีที่มู่อวิ๋นพูดจบ กลิ่นคาวเือันรุนแรงก็เริ่มคละคลุ้งไปทั่วเมืองเซี่ย
เซี่ยฝูคุนขมวดคิ้วแน่น และเพราะเขากำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ เมื่อก้มมองลงไปจึงเห็นว่ายอดฝีมือจากเขาเมฆาขาวเ่าั้เข้ามายังเมืองเซี่ยได้อย่างไรก็ไม่รู้
พวกเขาไม่สนใจว่าชาวบ้านในเมืองเซี่ยจะเป็ผู้บริสุทธิ์หรือไม่
ขอเพียงเป็สิ่งมีชีวิตที่ยังหายใจ ล้วนถูกสังหารโดยไม่มีข้อยกเว้น...
นี่คือ...
การล้างบางเมืองเซี่ยด้วยเื!
เมื่อได้เห็นภาพสยดสยองนี้ เซี่ยฝูคุนก็กัดฟันแน่นจนเสียงดัง “กรอดกรอด” ดวงตาแทบจะพ่นไฟออกมาด้วยความโกรธแค้น
“ข้าเป็คนทำเพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น เหตุใดเ้าต้องลากผู้บริสุทธิ์เข้ามาพัวพันด้วย!”
เซี่ยฝูคุนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีผู้บริสุทธิ์มากมายต้องมาเสียชีวิตเพราะเขา ในเวลานี้ จิตใจของเขาแทบจะพังทลายลงอยู่รอมร่อ
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยฝูคุน มู่อวิ๋นกลับมีท่าทีเฉยเมย ราวกับว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเป็เพียงเื่ธรรมดาสามัญ
“มิใช่เพียงพวกมันเท่านั้น”
มุมปากของมู่อวิ๋นบิดเบี้ยวเป็รอยยิ้มที่น่าสยดสยอง เขาเอื้อมมือออกไปคว้าคราหนึ่ง ร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นก็ถูกพลังดึงดูดเข้าหาและไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา
“นอกจากคนพวกนั้นแล้ว ข้าจะให้เ้าได้เห็นกับตาว่าคนที่เ้ารักที่สุดต้องตายอย่างทรมานเพราะเ้าอย่างไร ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เ้าหาเื่ใส่ตัวทั้งสิ้น”
เมื่อมู่อวิ๋นพูดจบ ร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นก็แข็งทื่อ ก่อนจะเริ่มเหี่ยวเฉาลงไปทีละน้อย
“ท่านพ่อ!”
เซี่ยฝูคุนเห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไป เขารีบพุ่งเข้าไปหาเซี่ยกว่างอวิ๋นทันที
ทว่ายังไม่ทันจะเข้าถึงตัว ร่างของเขาก็ถูกพลังมหาศาลเข้าปะทะจนกระเด็นออกไปไกลหลายสิบเมตร
เืไหลซึมออกจากมุมปาก เมื่อมองภาพเซี่ยกว่างอวิ๋นที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ตรงหน้า เซี่ยฝูคุนก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน...
“เ้าเด็กเหลือขอ อย่าได้พยายามทำเื่ไร้ประโยชน์อีกเลย อีกประเดี๋ยวเ้าก็จะได้ตามพวกมันลงไปแล้ว เพียงแต่ว่า เ้าจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่าพวกมันหลายเท่านัก”
สีหน้าของมู่อวิ๋นกลายเป็ดุร้ายน่าเกลียด
เมื่อเห็นว่าเซี่ยกว่างอวิ๋นกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว เซี่ยฝูคุนก็สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะแผดเสียงร้องะโออกมา
“ท่านราชครู หากท่านยังไม่ลงมือ เซี่ยฝูคุนก็คงทำได้เพียงะเิตัวเองเพื่อช่วยบิดาแล้ว!”
ราชครู?
เมื่อได้ยินเซี่ยฝูคุนพูดขึ้น มู่อวิ๋นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้ เสียงหัวเราะแ่เบาก็ดังขึ้นมาจากด้านข้างของเขา
“ข้าก็นึกว่าเ้าหนุ่มที่กล้าฆ่าหลานชายของมู่อวิ๋นจะมีดีสักแค่ไหน ที่แท้ก็นับว่าธรรมดายิ่งนัก”
ทันทีที่เสียงหัวเราะนี้แว่วมา มู่อวิ๋นก็พบว่าพลังที่เขาใช้ควบคุมเซี่ยกว่างอวิ๋นนั้นสลายไป ร่างของเซี่ยกว่างอวิ๋นกลับไปปรากฏอยู่ข้างกายเซี่ยฝูคุนอีกครั้ง
จากนั้น เงาร่างสามสายก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา
เมื่อได้เห็นราชครูผู้เป็ผู้นำกลุ่ม คิ้วของมู่อวิ๋นก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
“ท่านราชครู คิดจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ยุ่งยากนี้อย่างนั้นรึ?”
“หึๆ”
ราชครูก้าวเดินบนอากาศอย่างมั่นคงจนมาหยุดอยู่ข้างกายเซี่ยฝูคุน ก่อนจะปรายตามองไปยังมู่อวิ๋น
“มู่อวิ๋น เ้ามิต้องมาข่มขู่ข้า วันนี้ เมืองเซี่ยแห่งนี้ ข้าจะปกป้องเอง”
“แล้วเซี่ยฝูคุนเล่า”
มู่อวิ๋นหรี่ตาลง บุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน เขาอาจจะยอมถอยให้บ้างในบางเื่ แต่สำหรับเซี่ยฝูคุน เขาจำเป็ต้องสังหารให้ได้
“ข้าก็จะปกป้องเช่นกัน”
ราชครูยิ้มออกมาบางๆ
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากราชครู สีหน้าของมู่อวิ๋นก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
“เขาเมฆาขาวกับตระกูลเซี่ยเป็ศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ท่านราชครูคิดจะพาอาณาจักรหย่าสือหลานทั้งอาณาจักรมาเป็ศัตรูกับเขาเมฆาขาวอย่างนั้นรึ?”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว”
ราชครูส่ายหน้าช้าๆ
“เขาเมฆาขาวของเ้าเป็เพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักรหย่าสือหลานของข้า มิอาจเรียกว่าเป็ศัตรูกันได้ อีกอย่าง...”
ราชครูเหลือบมองมู่อวิ๋น
“ข้าไม่เคยเห็นเ้าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย”
เมื่อพูดจบ กลิ่นอายพลังทั่วร่างของราชครูก็ะเิออกมาอย่างเต็มที่
เป็ที่ประจักษ์ชัดว่า...
ความแตกต่างระหว่างขอบเขตอานุภาพเทพ และขอบเขตครึ่งก้าวอานุภาพเทพนั้น ถูกแสดงออกมาให้เห็นในพริบตาเดียว...