เลอฉวีลอบถอนใจเมื่อวาตีวางสายเรียบร้อยพร้อมกับเอ่ยถามปลายสายอีกทางหนึ่งซึ่งประชุมสามสายเพื่อรับฟังการสนทนาระหว่างหล่อนกับวาตีั้แ่ต้นจนจบ!
“น้องพัดยังฟังอยู่หรือเปล่าจ๊ะ”
ปลายสายผู้ถูกเรียกชื่อถึงกับหัวเราะเบาๆลอดโทรศัพท์เข้ามา“ได้ยินชัดเจนทุกคำครับพี่ฉวี”
“พี่ละกลั๊ว กลัว ว่าวาจะจับได้แทบแย่นี่ถ้าพี่ไม่เห็นแก่น้องพัด พี่ไม่ยอมทำแบบนี้หรอกนะถ้าวารู้ว่าพี่แอบประชุมสายร่วมกับน้องพัดอีกคน รับประกันได้ว่าพี่คงถูกถอนหงอกจนไม่เหลือไว้ให้ย้อมสีม่วงอีกแน่”
“ผมต้องขอบคุณพี่ฉวีมากเลยครับที่เป็ธุระให้ทุกอย่าง”
“เื่เล็กน้อยน่ะค่ะน้องพัดว่าแต่ได้ฟังเวลาวาพูดถึงน้องพัดแล้วเป็ยังไงบ้างคะไม่โกรธใช่ไหมคะที่นักเขียนของพี่พูดตรงๆแบบนั้น”
“ไม่โกรธหรอกครับแต่ผมกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้คุณวาเธอลบอคติเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับเพื่อให้เธอเปิดใจมากขึ้นว่าตัวตนของผมจริงๆแล้วไม่ได้เป็อย่างที่ถูกเต้าข่าวสักนิด”
“พี่ยืนข้างเดียวกับน้องพัดนะจ๊ะ”
เลอฉวีทอดเสียงแ่เบาอย่างเห็นใจหล่อนรู้ว่าภูพัดเป็อย่างไร...ข่าวที่เกิดขึ้นจริงหรือเท็จและเขามีเหตุผลอะไรซุกซ่อนอยู่ถึงได้เจาะจงให้หล่อนเป็ผู้กำหนดทิศทางเลือกวาตีมารับหน้าเสื่อเป็นักเขียนนิยายเพื่อแก้ข่าวให้เขา
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ถ้ายังไงแล้วผมจะเลี้ยงข้าวพี่ฉวีเป็การตอบแทน”
บอกอสาวหัวเราะร่าทันใด“ข้าวมื้อเดียวเองเหรอไม่คุ้มเลยนะ”
“แล้วต้องแลกด้วยอะไรดีครับ”
เลอฉวีจึงเอ่ยถึงข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของวาตีซึ่งหล่อนได้เกริ่นไว้กับเขามาก่อนหน้านี้ “น้องพัดไม่เห็นต้องแลกอะไรเลยนี่จ๊ะเพราะถ้าสิ่งที่เราคุยกันประสบความสำเร็จ นอกจากน้องพัดจะพ้นมลทินจากข่าวบ้าๆพวกนั้นแล้วน้องพัดยังช่วยให้วาได้ลืมอดีตเกี่ยวกับคนรักเก่าอีกด้วยยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว”
“สองตัวที่ไหนครับพี่ฉวี”เสียงเขาซ่อนความยินดีเอาไว้ไม่มิด
“นั่นสินะ...นกตัวที่สามน้องพัดของพี่ก็จะได้สมหวังในความรักอีกด้วย”
นกตัวที่สาม! กับความรักที่ภูพัดปรารถนา...
ชายหนุ่มปลายสายอมยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับชวนสนทนาต่อ “แล้วพรุ่งนี้พี่ฉวีคิดว่าคุณวาเธอจะไปตามนัดหรือเปล่าครับ”
“ไปสิจ๊ะ...วาเป็คนที่ตรงต่อเวลานะทำงานกับพี่มาหลายปี พี่รู้จักนิสัยใจคอกันพอสมควร ถ้าเป็เื่งานเขียนนอกจากวาจะเป็คนมุ่งมั่นจริงจังแล้ว วาไม่เคยผิดนัดพี่เลยสักครั้ง”
บอกอคนเก่งออกปากเป็มั่นเป็เหมาะรับรองนิสัยและการันตีฝีมืออีกเป็ชุดก่อนจะวกกลับเข้ามาถามเื่งานของวันพรุ่งนี้
“น้องพัดจ๊ะ...พี่ถามเื่งานวันพรุ่งนี้หน่อยสิตกลงคุณเอบีเขาทราบแล้วใช่ไหมว่าน้องพัดจะทำนัดให้นักเขียนของพี่ไปพบ”
ภูพัดอุทานเสียงเบา“โอย...ผมยังไม่ได้แจ้งกับพี่เอบีเลยครับลืมไปสนิท แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการบอกพี่เอบีเอง พี่ฉวีสบายใจได้”
“นี่แสดงว่าคุณเอบียังไม่รู้เื่ที่น้องพัดตกลงจะให้พี่เขียนแก้ข่าวชีวิตของน้องพัดในรูปแบบนิยายอีกหรือจ๊ะ”
เขาหัวเราะแหะๆรับสารภาพเสียงอ่อย...
“พี่เอบียังไม่ทราบเลยครับแต่ผมเชื่อว่าพี่เอบีไม่มีปัญหาแน่ เชื่อมือผมเถอะครับ”
เมื่ออีกฝ่ายตอบรับแข็งขันเลอฉวีจึงเบาใจอยู่บ้าง เพราะหล่อนรู้กิตติศัพท์ชื่อเสียงเรียงนามของนักปั้นมือทองรายนี้ดีถ้าเป็เื่คิวงานของดารานักแสดงในสังกัดแต่ละคนที่ดูแลเื่ผลประโยชน์ตอบแทนนั้นมักจะมาก่อนเสมอเพราะมันหมายถึงเปอร์เซ็นต์การแบ่งค่าหัวคิวที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยหลังจากหักภาษีเรียบร้อย
ดังนั้นผู้จัดการดารานามว่าเอบีรายนี้นอกจากจะมีข่าวเื่ ‘ฉกเด็ก’ เป็ว่าเล่น เอบียังขึ้นชื่อเื่เขี้ยวลากดินไม่ยอมให้เม็ดเงินกระเด็นหายไปจากค่าเหนื่อยแม้แต่บาทเดียว
หล่อนไม่ค่อยเชื่อข่าวลือนี้เท่าไหร่...ถ้าไม่ได้เห็นภาพถ่ายพร้อมคำสัมภาษณ์ของนักปั้นคนดังลงนิตยสารซึ่งมีภาพของเอบีนั่งอยู่กลางโซฟาตัวยาวแนววินเทจสีแดงเพลิงรายล้อมไปด้วยเด็กในสังกัดนับสิบชีวิต พร้อมกับกระเป๋า
แบรนด์ดังสนนราคาใบหนึ่งไม่น้อยกว่าหกหลัก วางเรียงกันร่วมสามสิบใบ!
ถ้าเอบีไม่เขี้ยวจริง...คงไม่เจียดเงินที่ได้จากการหักหัวคิวไปซื้อกระเป๋ากองพะเนินได้เยอะขนาดนี้หรอก!
นึกถึงเอบีปุ๊บภาพ ‘กระเป๋าถุงปุ๋ย’ ก็ลอยมาทาบอยู่ตรงหน้า พลางนึกต่อไปอีกว่า...ขอให้วันพรุ่งนี้การนัดพบของวาตีกับภูพัดเป็ไปอย่างราบรื่นทีเถอะ
คิดดังนั้นจึงลอบถอนใจบางเบาก่อนจะวางโทรศัพท์รุ่นพระเ้าเหาลงบนโต๊ะทำงาน แล้วทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้สายตาเลื่อนไปจับแฟ้มสีดำที่รวบรวมข้อมูลเซเลบทั้งหมดพลางหยิบมันขึ้นมาเปิดพลิกดูเอกสารข้างในทีละแผ่น
ได้แต่ภาวนาในใจขอให้งานแพ็กคู่ชิ้นนี้ดังเป็พลุแตกสมใจด้วยเถิด
//////////////////////////////////////////////////จบบทที่ 5