ชายหนุ่มมองไปยังท่าทียอมจำนนแสนเชื่อฟังอันน่าพึงพอใจของมู่อันเหยียนพลางคิดไปถึงสิ่งที่จีอู๋ซวงพูดในวันนี้ เขาไตร่ตรองอยู่เป็นนานสุดท้ายก็นำสัญญาออกมาจากอกเสื้อแล้วมองอย่างละเอียด นี่คือสัญญาที่ลงนามกับมู่อันเหยียนนั่นเอง
มู่อันเหยียนเมื่อสี่ปีก่อนเขาปราศจากความคิดที่จะใส่ใจนางทว่ามู่อันเหยียนสี่ปีถัดมากลับปลุกปั่นอารมณ์โทสะที่เคยสงบนิ่งไม่หวั่นไหวมานานปีของเขาได้สำเร็จเขาคิดว่ามู่อันเหยียนฉลาดแกมโกงราวสุนัขจิ้งจอก ในรอยยิ้มของนางซ่อนคมมีด แต่เขาคาดไม่ถึงจริงๆว่านางจะมีด้านที่เปี่ยมคุณธรรมสง่างามเยี่ยงนี้ด้วย
ดังนั้นเขาจึงเหลือทางรอดให้นางหนึ่งสาย
เพื่อเห็นแก่ความจงรักภักดีและสายเลือดตระกูลมู่
ทว่ามู่อันเหยียนอย่าได้มีคราหน้าอีกเล่า มิเช่นนั้น...
ตี้หลิงหานหมุนกายกลับด้วยสีหน้าเย็นชาเขาวางสัญญาในมือไว้บนไฟเทียนไข สัญญาพลันลุกไหม้ เปลวไฟสว่างวาบ เพียงชั่วครู่กระดาษในมือก็ถูกเผาจนกลายเป็นขี้เถ้าสัญญาหนี้จำนวนสามล้านตำลึงถูกทำลายลงเช่นนี้เอง
แสงเทียนดับลงแสงสุดท้ายที่ตกกระทบบนใบหน้าของตี้หลิงหาน ส่องความเย็นชาและเมินเฉยทว่ากลับงดงามหล่อเหลาราวกับเทพเซียน
อั้นจิ่วยืนเงียบอยู่ตรงมุมห้องเขาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นฉากนี้ เหตุใดนายท่านจึงเผาสัญญาที่สามารถควบคุมคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้นั้นเล่า?หากวันพรุ่งคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่นำเงินมาแลกเปลี่ยนกับสัญญาแล้วนายท่านมิอาจนำมันออกมาได้ เช่นนั้นจะมิเป็นไรหรือ? ตระกูลมู่หาใช่ตระกูลที่รับมือได้ง่ายดาย
“นายท่าน นี่พระองค์...”
“เตรียมเสื้อผ้าเปิ่นกงต้องการจะอาบน้ำ”
ทว่าเขาไม่ให้โอกาสอั้นจิ่วได้พูดจนจบชายหนุ่มออกคำสั่งทันที พลางหมุนกายเดินออกไปจากห้องหนังสือ
อั้นจิ่วตกตะลึงชั่วครู่แล้วจึงเดินไปปฏิบัติตามคำสั่งนั้น มิกล้าที่จะคาดเดาจิตใจของเจ้านาย
...
ณ จวนไท่จื่อจันทราเปล่งประกายสะท้อนแสง ทิวทัศน์ยามค่ำคืนงดงามยิ่งประกายไข่มุกยามราตรีเปล่งแสงเจิดจ้า
ฮวาเหยียนซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่หลีกเลี่ยงองครักษ์ที่ลาดตระเวนอย่างระมัดระวัง
นางทราบดีว่าตี้หลิงหานมีองครักษ์เงาซ่อนอยู่ใต้ความมืดคนที่นางพบเห็นบ่อยที่สุดคืออั้นจิ่วและอั้นปา ส่วนคนอื่นๆนั้นล้วนปิดบังซ่อนเร้นตัวตนอยู่ในเงามืด ฮวาเหยียนจึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งแม้แต่ลมหายใจของตนก็ไม่กล้าเปิดเผยแม้สักนิด
จวนไท่จื่อในยามดึกสงบเงียบยิ่งนักอากาศร้อนแห้ง ได้ยินเพียงเสียงแมลงเท่านั้น
เวลานี้ฮวาเหยียนกำลังซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและบทสนทนาที่ดังขึ้นว่า “ท่านอั้นจิ่วข้าน้อยเตรียมเครื่องแต่งกายขององค์รัชทายาทเสร็จแล้ว และกำลังจะนำไปวางข้างบ่อน้ำพุร้อนขอรับ”
“มิต้องนำมาให้ข้า ส่วนเจ้าถอยออกไปเถิด!”
ฮวาเหยียนรู้ว่าเสียงนั้นคืออั้นจิ่วผู้มีใบหน้าเย็นชาราวกับเป็นอัมพาต
“ขอรับ”
จากนั้นเสียงฝีเท้าก็ถอยห่างออกไป
ดวงตาของฮวาเหยียนหรี่ลง บ่อน้ำพุร้อน? องค์รัชทายาท?
ที่แท้ตี้หลิงหานมิได้อยู่ในวังหรอกหรือ? พี่ใหญ่และบิดาของนางส่งจดหมายมาบอกว่าต้องปรึกษาหารือกันทั้งคืน ลำบากถึงปานนั้นทว่าองค์รัชทายาทกลับมีใจแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน? ช่างเยี่ยมยอดนักเจ้าสารเลวผู้นี้มีฐานะเป็นถึงองค์รัชทายาท ทว่ากลับไม่สนใจชีวิตของปวงประชาเป็นที่ตั้งด่านอวี้สิงถูกตีจนแตกพ่าย ชายแดนโกลาหล มีทหารจำนวนมากที่ไร้เสบียงและต้องสู้กับศัตรูจนตัวตายในสนามรบทว่าองค์รัชทายาทกลับดื่มด่ำอยู่กับการแช่บ่อน้ำพุร้อนหรือ?
เยี่ยมนักเยี่ยมจริงๆ!
วันนี้อากาศร้อนแห้งนักเป็นธรรมดาที่ควรแช่น้ำพุร้อนเพื่อคลายความร้อนให้ออกจากร่างกาย
ฮวาเหยียนสบถด่าตี้หลิงหานว่าสารเลวในใจ
องค์รัชทายาทไร้ประโยชน์จิตใจโหดร้าย ไร้ยางอาย อำมหิต เย็นชา เหลี่ยมจัด และตอนนี้ต้องเพิ่มคำว่าไร้ความปรานี ไร้คุณธรรม ไร้ความรู้สึก และโหดเหี้ยม!
ฮวาเหยียนนำคำผรุสวาทที่นางคิดออกโยนใส่หัวของตี้หลิงหานทั้งหมด
องค์รัชทายาทเป็นเช่นนี้แล้วมีสิทธิ์อันใดที่พี่ชายรองของนางต้องแลกชีวิตให้ในสนามรบ มีสิทธิ์อันใดถึงให้บิดาและพี่ใหญ่ของนางสาบานว่าจะจงรักภักดีจนตัวตาย!
มีสิทธิ์อันใด!มีสิทธิ์อันใด!
ฮวาเหยียนระเบิดโทสะภายใต้แสงของจันทรา ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมล้นด้วยความโกรธเปล่งประกายจนทำให้คนหวาดผวา!
นางตัดสินใจแล้ว!!!
ไม่ใช่แค่ขโมยสัญญาแต่นางจะขโมยของมีค่าทั้งหมดในจวนของตี้หลิงหานด้วย!
ช่างน่ารังเกียจเกินไปแล้ว
ฮวาเหยียนเป็นเหมือนแมวเสือดาวยามราตรีนางหลอมรวมเข้ากับความมืดมิด ความสามารถในการซ่อนตัวตนของนางทรงพลังยิ่งเมื่อรวมเข้ากับการที่ตี้หลิงหานกำลังอาบน้ำในบ่อน้ำพุร้อนด้านหลังภูเขา องครักษ์เงาทั้งหมดของเขาย่อมอยู่ที่นั่นด้วยกลับกลายเป็นการอำนวยความสะดวกให้ฮวาเหยียนเดิมทีองครักษ์ลาดตระเวนก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของฮวาเหยียนอยู่แล้วดังนั้นนางจึงแอบเข้าไปในห้องนอนของตี้หลิงหานได้อย่างรวดเร็ว
ห้องนอนของตี้หลิงหานใหญ่โตมโหฬารมีเทียนสองเล่มจุดไฟให้แสงสว่าง ทำให้ฮวาเหยียนมองเห็นทิวทัศน์ภายในได้อย่างชัดเจน
เวลาไม่รอท่าฮวาเหยียนเองก็กลัวว่าตี้หลิงหานจะกลับมาในเร็วๆ นี้เช่นกัน นางไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมความงามในห้องนอน ดังนั้นจึงเริ่มค้นหาสัญญาอย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ใต้หมอนไม่มี...
ใต้เตียงในลิ้นชัก ห้องลับหลังผนัง...
ฮวาเหยียนเสาะหาอย่างละเอียดดวงตาของนางประเดี๋ยวมืดครึ้มประเดี๋ยวเปล่งแสงส่องหาทุกมุมห้องไม่ปล่อยให้รอดสักจุด แต่อย่างไรก็ค้นหาไม่พบไม่ว่าที่ใดล้วนไม่มีทั้งสิ้น...
นั่นทำให้ฮวาเหยียนโมโหยิ่งแม้กระทั่งในห้องนอนยังไม่มี เช่นนั้นก็ต้องอยู่ในห้องหนังสือแล้ว
ฮวาเหยียนกวาดสายตามองรอบห้องนอนหึ แจกันกระเบื้องเจ็ดสีก็ไม่เลว ดูแล้วมีค่ายิ่ง ขโมย!ภาพวาดวิวด้านข้างหุบเขาธารา ดูไปแล้วมีคุณค่ายิ่ง ขโมย! ชุดถ้วยชาล้อแสงเจ็ดสีดูไปแล้วก็ไม่เลวเช่นกัน...
ในห้องโถงด้านข้างกระบี่ถูกแขวนไว้บนผนัง ฝักกระบี่ปกคลุมด้วยอัญมณีหลากสีสันเพียงมองแวบแรกก็ทราบได้ทันทีว่ากระบี่นั้นไม่ธรรมดา ฮวาเหยียนก้าวไปข้างหน้าหยิบกระบี่ออกจากที่แขวนบนผนังอย่างระมัดระวัง มือของนางปัดเบาๆ บนตัวกระบี่จนปรากฏลวดลายที่ซับซ้อนเก่าแก่และเผยอัญมณีล้ำค่าฮวาเหยียนชักกระบี่ออกมา คมกระบี่ล้อแสงฉายประกายเย็นยะเยือกใต้แสงเทียน
นี่คงจะเป็นกระบี่ของตี้หลิงหาน
ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจนางอยากนำกระบี่ที่ไม่ธรรมดาเล่มนี้ไป หากมอบให้บิดาหรือพี่ใหญ่ตระกูลมู่คาดว่าคงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งแต่นางเกรงว่าจะเป็นการหาเรื่องใส่ตน โดยเฉพาะที่บิดาและพี่ใหญ่เป็นผู้เปี่ยมความยุติธรรมย่อมไม่ยอมรับกระบี่ที่ถูกขโมยมาอย่างแน่นอน แม้นางเองจะไม่กล้าพูด ทว่าหากนางต้องการมอบของกำนัลให้พ่อลูกตระกูลมู่สักชิ้นเช่นนั้นก็ต้องมอบให้ด้วยความสง่าผ่าเผย...
ดังนั้นฮวาเหยียนจึงดึงกริชออกจากเอวกริชนั้นทำจากเหล็กดำอายุนับพันปี ทั้งคมและแข็งแกร่งจากนั้นภายใต้แสงเทียนที่สาดส่อง หญิงสาวนั่งยองๆขุดอัญมณีราคาแพงทั้งหมดในกระบี่ออกมา
นางลุกขึ้นและโยนอัญมณีนับสิบเข้าไปในพื้นที่พิเศษของไข่มุกทองมังกรคะนองน้ำในใจของนางเบิกบานขึ้นไม่น้อยทีเดียว
นางใช้สายตากวาดมองทุกสิ่งในห้องนอนอีกครั้งทว่ากลับหาสัญญาไม่พบจริงๆ ฮวาเหยียนขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อห้องนอนไม่มีเช่นนั้นต้องเป็น...ห้องหนังสือ!
ดังนั้นฮวาเหยียนจึงทำตัวราวกับแมวเตรียมเผ่นออกทางหน้าต่างแต่เพียงหมุนศีรษะก็พบหมอนหยกวางอยู่บนเตียง เฮอะ ตี้หลิงหาน บุรุษผู้นี้ช่างร่ำรวยนักกระทั่งหมอนก็ยังทำด้วยหยก นางใช้ฝ่ามือลูบไล้ รู้สึกเย็นเล็กน้อย เป็นของดีนำกลับไปด้วยแล้วกัน ดังนั้นหมอนหยกเองก็ถูกนางจับยัดใส่ในไข่มุกทองมังกรคะนองน้ำด้วยเช่นกัน
ฮวาเหยียนซ่อนซ้ายหลบขวามุ่งตรงไปยังห้องหนังสือของตี้หลิงหาน
ห้องหนังสือนับเป็นสถานที่สำคัญเวลานี้มีข้ารับใช้เพียงสิบสองคนปฏิบัติหน้าที่ในลานจวน หากนางย่องเข้าห้องเงียบๆย่อมไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญคือถ้านางต้องการพลิกแผ่นดินหาก็ต้องเกิดเสียงดังอย่างแน่นอนเป็นเช่นนั้นย่อมไม่ดีแน่ หากนางถูกจับได้แล้วต้องการเผ่นหนี ก็คงเป็นการยากแล้ว
ฮวาเหยียนตรวจสอบโดยรอบในความมืดมิดไม่มีผู้ใด มีเพียงคนสิบกว่าคนที่กำลังจะเปลี่ยนเวร ถ้าจำนวนเท่านี้ย่อมง่ายนักฮวาเหยียนหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมาพลางหาทิศทางของต้นลม เสร็จแล้วจึงเปิดฝาขวดออกฝุ่นผงเล็กๆ ลอยไปตามทิศทางของลม ปลิวเข้าไปในสวน
ไม่ช้าเหล่าทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ก็ค่อยๆหาวออกมาทีละคน สุดท้ายพวกเขาก็หลับตาลงอย่างรวดเร็วท่าทางเข้าสู่ห้วงนิทราหลับลึกไปทั้งเช่นนั้น
ฮวาเหยียนหยักรอยยิ้มโค้งโอสถสูญจิตวิญญาณยังคงมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม แม้จะไม่มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแต่แค่ใช้กับทหารรักษาการณ์ไม่กี่คนย่อมเพียงพอแน่นอน...