“ส่งห่อผ้าและม้าของเ้ามา”
“ไม่มีม้าข้าจะเข้าเมืองได้อย่างไร” คาเรียลเอ่ยถามทั้งที่ปลายดาบยังตรงพร้อมจะตัดหลอดลมของเขา
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ตายเสียเถอะ”
มือใหญ่ง้างขึ้นเพื่อจะฟาดฟันลงมา คาเรียลกระตุกม้าและหมอบตัวหลบทว่าลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งตรงเข้าใส่ท่อนแขนของชายชุดดำจนเืสีแดงสดสาดกระจายไปทั่ว
“เฮ้ย! มันไม่ได้มาคนเดียวนี่”
ใครคนหนึ่งะโโหวกเหวกและพากันชักม้าหนีหายไปกับลมทะเลทรายที่พัดมาคาเรียลหันไปมองทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้า”คาเรียละโตอบแล้วลงจากมา
“่นี้มีโรคระบาดคร่าชีวิตชาวเมืองไปมาทำให้มีพวกโจรเพิ่มขึ้นด้วย” เสียงนั้นเอ่ยเหมือนบ่นงึมงำกับตนเองเขาหยิบตะกร้าที่บรรจุพืชสมุนไพรซึ่งวางไว้ข้างกายขึ้นบ่าแล้วจูงม้ามาทางคนแปลกหน้า
“ข้าคาเรียล-ขอขอบคุณท่านอีกครั้ง”
“ข้ามิใช่ชาวเมืองซัคคาราหรอกท่าน”
ชายหนุ่มเพิ่งพินิจใบชายตรงหน้าซึ่งอายุอานามคงพอๆกับเขาชายหนุ่มขยับผ้าโผกศีรษะที่คลุมหน้าตาออกแม้จะมีใบหน้าคมโเี้แต่ดวงตาแลดูอ่อนโยนยิ่งนัก
“ถึงเช่นนั้นก็ขอทราบชื่อผู้มีพระคุณของข้าด้วยเถิด”คาเรียลรู้สึกว่าชายผู้นี้ไว้ใจได้
ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจก่อนเอ่ยเรียบๆ“ข้าชื่อดังชี”
“ดังชี” คาเรียลทวนคำ“ใช่ดังชีที่มาพร้อมท่านหมอเลจูหรือไม่”
ชายหนุ่มตวัดสายตาเพ่งมองอีกฝ่ายพร้อมกระชับกริชที่แหนบเอวแต่คาเรียลหัวเราะออกมาเสียก่อนไยปวงเทพจึงเข้าข้างเขาเช่นนี้คนที่ตามหาก็พบเจอได้ไม่ยากนัก
“เ้าเป็ใครกัน”
“อย่าระแวงข้าเลย” คาเรียลยิ้ม“ข้ามีข่าวจากอังค์เนส”
“อังเนส! อังค์เนสเป็อะไรไปแล้วเ้าเป็ใครไยรู้จักน้องสาวข้า!”
ดังชีปราดเข้ามากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายดวงตาถมึงทึงใส่แทบจะกินเืกินเนื้อ
“ข้าว่าเราหาที่นั่งคุยเถิดเพราะข้าคงมิอาจเล่าให้ท่านฟังอย่างสั้นๆ กลางแดดร้อนระอุเช่นนี้”
ดังชีพิจารณาคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนพยักหน้ารับเขากระโดนขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็วและพาม้าเดินนำหน้าแม้จะไม่เอ่ยอะไรคาเรียลก็รู้หน้าที่ว่าต้องรีบขึ้นมาตามมา แม้เขาจะพบดังชีเป็ครั้งแรกแต่เพียงแวบเดียวก็มองออกแล้วว่าชายผู้นี้มิได้มีสายเืเดียวกับอังค์เนส
ดังชีพาคาเรียลเข้ามาที่กระท่อมเพื่อนสนิทของท่านปู่เลจูซึ่งบัดนี้มันได้กลายเป็ที่พักของดังชีและท่านปู่เลจูที่กำลังทำการรักษาโรคระบาดอย่างเงียบๆ
“เ้าพาใครมาหรือดังชีคงไม่ใช่คนป่วยหรอกใช่ไหม”เลจูเอ่ยทักเมื่อเห็นดังชีพาบุรุษแปลกหน้าเข้ามาในกระท่อม
“เขาผู้นี้อ้างตัวว่ามีข่าวอังค์เนส”ดังชีรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วอกเขาแทบไม่เคยห่างไกลหญิงสาวที่แสนซุกซนนั่นเลยสักครั้ง
“ข้า-คาเรียล”คาเรียลค้อมศีรษะให้ผู้าุโ
เลจูเพ่งพิศดูชายหนุ่มตรงหน้าเขาััได้ถึงความจริงใจและความเ้าเล่ห์ซึ่งมีอยู่เหลือบล้ำเท่ากัน“อังค์เนสมิได้อยู่ที่หมู่บ้านใช่หรือไม่”
“อะไรนะ จริงหรือท่านปู่เลจู”ประโยคที่เลจูเอ่ยทำให้ดังชีหน้าซีดทันทีเขาตวัดสายตามองคาเรียลแล้วกระชากคอเสื้อเขามาใกล้พร้อมคู่ตะคอก“ข้าไม่น่าช่วยเ้าเลย”
“หากเ้ามิช่วยข้า-เ้าก็จะไม่ได้ข่าวจากแม่หญิงอังค์เนสเลย”คาเรียลเอ่ยอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ดังชีปล่อยชายผู้นั้นเสีย” เลจูโบกมือห้ามเหมือนรำคาญ“หากทุกสิ่งเป็ชะตาที่ปวงเทพกำหนดเราก็มิอาจขัดขืนได้”
ดังชีปล่อยมือออกอย่างขัดเสียมิได้“ท่านปู่พูดราวกับรู้ดีอยู่แก่ใจ”
“ข้าพยายามบอกเ้าแล้วนี่ดังชี”เลจูยังคงบดส่วนผสมของสมุนไพรเข้าด้วยกันอย่างสงบ “ตอนนี้นางคงสบายดี”
“แม่หญิงอังค์เนสอยู่ในความคุ้มครองของเ้าชายเนเฟอร์คาเร”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับบอกเล่าเื่ธรรมดาสามัญ
ประโยคของคาเรียลมันบาดคมหัวใจดังชีแทบฉีกขาด “ทำไมถึงเป็เช่นนั้น”
“เ้าชายเนเฟอร์คาเรเชิญแม่หญิงอังค์เนสเข้าวังเผื่อถวายการรักษาองค์ฟาโรห์เตติ”คาเรียลสังเกตกล้ามเนื้อที่เกร็งของดังชี ในขณะที่หมอเลจูยังคงใส่ส่วนผสมในการบดยาอย่างนิ่งสงบ
“โรคระบาดงั้นหรือ” เลจูเอ่ยถาม
“แล้วท่านหมอคาดว่าเป็เช่นใดเล่า”คาเรียลหยังเชิง
“สถานการณ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อพลิกเปลี่ยนแผ่นดินใหม่”เลจูเอ่ยอย่างไม่เกรงว่าจะมีผู้ใดได้ยิน
“ความคิดของท่านหมอเลจูน่าสนใจยิ่งนัก” คาเรียลเหลียวมองหาที่นั่งแล้วมือเหี่ยวย่นของเลจูก็ชี้ไปที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง
“ดังชี...ข้าสอนเ้านับครั้งไม่ถ้วนใช่หรือไม่ใครมาเยือนควรต้อนรับด้วยน้ำดื่ม”
“ข้าทราบแล้วท่านปู่”ดังชีรับคำสั้นๆ แต่ยังลังเลที่จะออกไป
“ดูแลม้าของเขาด้วย”เลจูสั่งแล้วยิ้มที่มุมปาก “ท่านผู้นี้คงมิได้เดินเท้ามาหรอกใช่ไหม”
ดังชีถอนหายใจหนักๆแล้วรีบผลุบหายออกไปเพื่อจัดหาน้ำดื่มมาให้คาเรียล แม้ว่าเขาอยากจะบีบคออีกฝ่ายให้ตายคามือก็เถอะ
“ทำไมท่านจึงกล้าเอ่ยเื่ที่คร่าชีวิตของท่านได้” คาเรียลเอ่ยถามเมื่อเหลือเพียงเขาและผู้เฒ่าเลจูเท่านั้น“ท่านจะจงรักภักดีกับฝ่ายใด”
“เ้าถามเช่นนี้ข้าจะกล้าเอ่ยชื่อผู้อื่นหรือ”เลจูหัวเราะเสียงแหบพร่า
“ทุกสิ่งล้วนถูกปวงเทพกำหนดให้เกิดขึ้นข้าเป็เพียงมนุษย์ต่ำต้อยคงไม่อาจหาญต่อกรกับเหล่าเทพเ้า”
“ท่านกำลังจะบอกว่าโรคระบาดพวกนี้เกิดตามธรรมชาติใช่หรือไม่” คาเรียลลุกคำถามต่อทันทีเขาลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ เขาทั้งหิว, กระหายและเหนื่อยอ่อนอยากพักผ่อนเพียงใดแต่เพื่อเ้าชายเนเฟอร์คาเรและแผ่นดินอียิปต์แล้วเื่เท่านี้ถือว่าเล็กน้อยเท่านั้น
“ไม่ว่าจะเป็เทพอเมนราหรือไอซิสต่างก็ไม่ทอดทิ้งชาวอียิปต์ให้ทุกข์ทรมานหรอก”ผู้เฒ่าเลจูเหลือบตามองคาเรียลเล็กน้อยแล้วกระตุกยิ้ม“และเ้าก็รู้ดีว่าไม่มีการศึกใดที่จะนำพาความวินาศมากเท่าการศึกระหว่างสายโลหิต”
“ถ้าเช่นนั้นมีคนเจตนาให้ซัคคาราอยู่ในความวุ่นวาย” คาเรียลปะติปะต่อเื่ราว
“โรคระบาดที่เกิดขึ้นเราเรียกว่า‘โรคห่า’ เป็โรคท้องร่วงร้ายแรงและระบาดได้รวดเร็วแพร่กระจายได้ทางแหล่งน้ำซึ่งในซัคคารนี้ผู้คนใช้แหล่งน้ำร่วมกันและยังมีผู้คนมากมายจากทั่งสารทิศที่ถูกเกณฑ์มาสร้างมหาปิรามิด”
“แสดงว่ามีคนอาศัยสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยโรคนี้ทำให้มันแพร่ระบาด”
“นั่นเป็เื่ของเ้าที่ต้องปะติดปะต่อเื่ราวเอาเอง”เลจูถอนหายใจเบาๆ“ข้าเองถึงจะเป็หมอแต่ก็ทำสิ่งใดไม่ไดมากนัก”
“ท่านสามารถยับยั้งโรคนี้ได้หรือไม่”
“การรักษาที่ดีที่สุดคือการไม่ใช้โรคร้ายแพร่กระจายออกไป”
“ถ้าเป็เช่นนั้นจริงก็ไม่ยากนัก”คาเรียลยิ้มออกมา“ได้ยินว่าเวลานี้โมเรส-แม่ทัพคนสนิทคู่พระทัยเ้าชายเนเฟอร์คาเรมาดูแลแถบนี้ข้าจะขอความช่วยเหลือจากเขาเอง”
“นั่นเป็เื่ที่ท่านต้องทำโดยไม่ต้องแจ้งข้าก็ได้” เลจูยิ้มบางๆ “หลานข้าเป็เช่นไรบ้าง”
“แม่หญิงอังค์เนสใช่หลานของท่านหรือเปล่า”คาเรียลยิ้มเ้าเล่ห์
“เด็กทุกคนที่เติบโตในความดูแลของข้าย่อมนับเป็หลานข้าทั้งสิ้น”
การตอบอย่างชาญฉลาดของเลจูทำให้คาเรียลหัวเราะเบาๆ“แม่หญิงสบายดี”
“วังหลวงไม่ใช่ปลอดภัยสำหรับนางเช่นเดียวกับแม่ของนางนั้นแหละ”
คราวนี้คาเรียลไม่อาจหัวเราะออกมาได้“แม่หญิงอังค์เนสไม่ใช่คนธรรมดาใช่ไหม”
“อังค์เนสเป็คนธรรมดาไม่ใช่ผู้วิเศษจากที่ไหนหรอก” เลจูระบายลมหายใจเบาๆ“เพียงแต่ความงามของเธอนำพาภัยร้ายมาสู่ตนเองเช่นเดียวกับที่แม่ของเธอเคยเจอ”
ดังชีรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆมาจุกที่อกจนปวดร้าวไปหมด มือที่ประคองถาดใส่น้ำดื่มและขนมปังนั้นสั่นระริกเขาใช้ผนังกระท่อมเป็ที่พยุงตัวให้สามารถทรงตัวยืนได้
สิ่งที่เขาปกป้องและห่วงแหนมากที่สุดอาจไม่ใช่เขาที่จะคุ้มครองเธอได้อีกแล้ว.