บทที่ 6
“เหรียญและหญ้าทั้งหมดนี้ต้องเป็ของผม”เสียงทรงกลดก้องกังวานไปทั่วบริเวณบ่งบอกถึงความมั่นใจ
พ่อค้าขี้โกงลอบยิ้มในใจในย่านนี้เขาเบอร์หนึ่งอยู่แล้วยากที่ใครจะเทียบได้ ยิ่งเด็กหนุ่มตรงหน้าดูแล้วอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบจะมีความสามารถแค่ไหนเชียว
“ได้เลยนายฉันรับคำท้า”อีเสะกล่าวด้วยความลำพองใจ งานนี้ชนะนอนมาเห็นๆ
“คุณลุงช่วยเป็พยานให้ผมหน่อยได้มั๊ยครับ”ทรงกลดหันไปถามชายชุดผ้าไหม
ชายคนนั้นหันไปกระซิบบางอย่างกับคนรับใช้ที่ติดตามมาหนุ่มคนนั้นก็วิ่งออกไป
“ขอบใจที่ให้เกียรติฉันงานนี้ฉันไม่ค่อยถนัด รอสักครู่ไอหนู”
สักพักใหญ่หนุ่มรับใช้ก็เดินนำคนผู้หนึ่งเข้ามา เป็ยายแก่ๆอายุน่าจะประมาณหกสิบห้าปี ยายคนนี้มีใบหน้าที่อิ่มเอิบไร้รอยย่นบ่งบอกถึงการผ่านการดูแลรักษามาอย่างดี
“มาแล้วเหรอครับป้าชู”ลุงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม กลุ่มฝูงชนต่างแหวกทางให้หลายคนโค้งตัวทำความเคารพ
ยายชูถือเป็ปรมาจารย์ด้านพืชพรรณแห่งเมืองด็องตูเป็บุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมาก งานไหนก็ตามที่ยายชูรับรองถือว่าเป็ผลสิ้นสุดทุกคนต่างยอมรับ
“ไอหนูทราบว่าเดิมพันสมุนไพรกันเหรอ”ยายชูพอทราบเื่ราวคร่าวๆจากหนุ่มรับใช้ที่เดิยตามมาข้างหลัง
“ครับคุณยาย”
“เหอเหอ เหอ ไอหนู เ้ามั่นใจแค่ไหนที่จัดการเช่นนี้”ยายชูยิ้มทักทรงกลดด้วยแววตาที่เมตตา
“เท่าที่ทำได้ครับคุณยายต้องรบกวนแล้วครับ”
ยายแก่หันไปรอบๆฝั่งพ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มกันมองมายังเด็กหนุ่มผู้บังอาจมาท้าหลายคนแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“พวกเ้าไม่ทำอาชีพสุจริตคิดจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่เรื่อย วันนี้คงเจอดีเข้าให้แล้ว เหอ เหอเหอ”ยายชูกล่าวเยาะเย้ย หลายคนต้องก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกตำหนิ ยายชูยังคงกล่าวต่อไป
“ฉันว่าพวกแกต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง”ยายหันไปมองกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าทีละคนฝ่ายนั้นได้แต่เงียบก้มหน้านิ่งหลบสายตา
“แล้วแต่คุณยายจะจัดการเถอะค่ะ”แม่ค้าคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวอย่างหวาดๆ
“หากไอหนูคนนี้ชนะ”ยายชูหยุดพูดเล็กน้อยส่งสายตามองไปรอบๆ แล้วลั่นประกาศิตออกมาว่า
“หญ้าบนแผงของพวกแกทุกคนจะต้องเป็ของไอหนูคนนี้”
เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นในหมู่ฝูงชนคนมุงไม่เว้นแม้กระทั่งลุงตงฟงลุงแกถึงกับอุทานออกมาดังอื๋อ
“ฉันไม่ให้พวกแกเสียเปรียบหรอกหากพวกแกชนะ ฉันอนุญาตให้ขึ้นไปหยิบสมุนไพรบนสวนฉันมาได้คนละต้น”
เท่านั้นหล่ะเสียงฮือฮาพลันดังกว่าเดิมสวนสมุนไพรของยายชูมีชื่อเสียงเลื่องลือไปใกลถึงฝั่งทะเลตะวันออกไกลทุกๆปีจะมีผู้นำประเทศหลายคนมาอวยพรวันเกิดยายชูพร้อมกับให้ของขวัญเพื่อแลกกับสมุนไพรของคุณยาย
ไม่นับรวมถึงบุคคลสำคัญในภูมิภาคนี้ที่หวังเป็ที่โปรดปราณของคุณยายเพียงเพื่อจะได้สมุนไพรมาสักต้น
ทรงกลดรู้สึกผิดความคาดหมายคุณยายคนนี้ใจดีและมีเมตตากับเขานัก ทั้งๆที่เคยพบหน้ากัน
“เอาหล่ะเมื่อตกลงกันได้แล้วเรามาเริ่มกันเถอะ”เสียงลุงตงฟงดังขัดจังหวะทุกคนต่างพากันเงียบ เพ่งความสนใจไปยังเด็กหนุ่มแปลกหน้า
ทรงกลดก้าวออกไปหน้าแผงสายตามองกำหญ้ากว่ายี่สิบชนิดบนแผง
“ผมขอเริ่มเลยนะครับ”ชายหนุ่มกล่าวด้วยความมั่นใจ
เขาหยิบหญ้ากำนึงขึ้นมาหมุนดูรอบๆ“นี่คือหญ้าแสวงจันทร์ จะขึ้นอยู่เฉพาะซอกหินตามหน้าผาในเมืองหนาวเท่านั้นดอกจะบานตอนพระจันทร์เต็มดวงต้องรีบเก็บดอกตอนนั้นแล้วนำไปอบแห้งทำกำยานหอมแก้ไข้หวัดคัดจมูกได้ดี ส่วนใบนี้ใช้บดกับน้ำค้างตอนเที่ยงคืนมีสรรพคุณแก้ร้อนในกับอาการเือุดตัน”
“เก่งมากไอหนูพูดได้ดี ชัดเจน”ยายชูยิ้มให้กล่าวชมเชย ถือเป็ผลตัดสินว่าทรงกลดบอกชื่อหญ้าในมือได้ถูกต้องเสียงปรบมือดังไปทั่วลาน
ชายหนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยรับเสียงปรบมือเขาหยิบหญ้ากำต่อมาทันที“นี่คือเจ็นมอส พบได้ทั่วไปในป่าร้อนชื้น เป็พืชน้ำชอบแสงรำไรลำต้นที่โตเต็มที่สามารถนำมาบดพอกแผลสดได้ผลดีนัก ทั้งยังใช้ดับกลิ่นคาวได้ดีแต่ต้นนี้ ยังอ่อนเกินไป ไม่เหมาะจะมาทำเป็ยาได้แค่ทิ้งไว้ตามซอกหลืบไล่พวกสัตว์เลื้อยคลานเล็กๆเท่านั้น”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบๆบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหลายคนถึงกับหลบแวบ ที่แผงพวกเขาก็มีวางขายเช่นกันแถมบางรายต้นยังอ่อนกว่าต้นนี้เสียอีก
ยายชูยิ้มด้วยความพอใจในที่สุดก็มีคนมาเปิดโปงความเ้าเล่ห์ของผู้ค้าหน้าเืเหล่านี้
ทรงกลดยังคงอธิบายหญ้าสมุนไพรไปทีละกำทีละกำ เขามาหยุดที่กำนี้ เหล่าคนมุงต่างยืนเงียบรอฟังว่า ต่อไปจะเปิดโปงอะไรอีก
สวนทางกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้า พวกเขาอยากให้จบไปเร็วๆ แค่นี้ก็แทบจะโดนประชาทันฑ์อยู่แล้ว
“นี่คือต้นกะเพราลำต้นแข็ง เหนียว ใช้ประโยชน์จากใบ ชาวตะวันออกนิยมนำมาทำอาหารแต่แถบบ้านเราชอบนำมาต้มเป็ยาแก้ร้อนใน ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียดแก้คลื่นเหียนอาเจียน สรรพคุณยังมีอีกเยอะ ใบที่ใช้ได้จะต้องเขียวสด แต่นี่”ชายหนุ่มหยุดชูกำกะเพราให้ทุกคนรอบๆดู ใบเหี่ยว สีคล้ำ บางใบก็เป็สีม่วง ทุกคนพอจะเดาออกของแบบนี้เอามาหลอกขายกันอีกแล้ว
หลายคนเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจจบงานนี้มีเช็คบิลกันแน่นอน
และมาถึงพืชตัวปัญหากำนี้กำที่เขาถูกกล่าวหาว่าโกง“ซินนี่ชาย มรกตแห่งเอเชียเป็พืชหายากสิบปีถึงจะมีให้เห็นสักต้น ใช้สารพัดประโยชน์ ที่โดดเด่นก็คือ ลำต้นนำมาสกัดเป็ยาอายุวัฒนะได้ ผู้ที่ใช้แล้วจะมีอายุยืนผิวพรรณจะผ่องใสดูอ่อนกว่าวัย คุณยายชูก็น่าจะใช้ซินนี่ชายอยู่ใช่มั๊ยครับ”
ยายชูยิ้มพร้อมพยักหน้าทรงกลดจึงกล่าวต่อ“แต่ด้วยเป็พืชหายาก จึงมักมีคนคิดโกงเอาพืชอีกชนิดหนึ่งมาผสมนั่นคือ ละอองดาว พืชที่มีลักษณะคล้ายกันมากถ้าไม่สังเกตให้ดีจะไม่เห็นข้อแตกต่างเลย”ชายหนุ่มมองหน้าอีเสะ พ่อค้าคู่กรณี“ทุกคนดูตรงนี้นะครับ ซินนี่ชายจะมีขนอ่อนๆ มันเลื่อมสะท้อนแสงได้ดี และนี่ละอองดาว” ชายหนุ่มแยกต้นออกมาพยายามหมุนรับแสงแดด ทำยังไงก็ไม่สะท้อนแสงผิดกับซินนี่ชายของแท้ แค่วางเฉยๆให้ได้มุม ก็จะสะท้อนแสงแวววับ
ความวุ่นวายอลหม่านเกิดขึ้นทันที หลายคนพุ่งเข้าหาเหล่าพ่อค้าหวังจะทุบตีตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องช่วยกันห้ามไว้
หากปล่อยให้ทรงกลดเฉลยชื่อพรรณพืชบนแผงอีกต่อไปความรุนแรงอาจจะมีมากกว่านี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างจึงยอมแพ้เสียแต่เดี๋ยวนั้น
ลุงตงฟงประกาศว่าทรงกลดเป็ผู้ชนะได้รับพืชพรรณมากมาย เหนือความคาดหมายของชายหนุ่มเขาสั่งให้โบอาจ้างลูกหาบขนพืชทั้งหมดไปลงเรือเล็กที่ท่าน้ำครั้งนี้เขาได้กำไรมากมาย เงินก็ไม่ต้องเสีย คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
ยายชูเดินยิ้มเข้ามาหา“ไอหนู เก่งมาก รู้จักหมดทั้งแผงจริงๆเหรอ”
“ก็...ไม่หมดหรอกครับคุณยายพวกยากๆ ผมว่าจะเอาไว้หลังๆ ค่อยวัดดวงเอา”
“ไอหนูเป็คนที่ไหนเหรอ”ยายชูไต่ถามอย่างสนใจ
“เฟิร์สคลาสครับคุณยาย”
“หืมเฟิร์สคลาส” ลุงตงฟงทำหน้าฉงน “รู้จักกรีนแลนด์มั๊ย”คราวนั้นกรีนแลนด์ถูกก่อวินาศกรรม คนตายมากมาย ข่าวโด่งดังไปทั่วโลก
“บ้านผมเลยครับลุง”
“เหรอรู้จักนู๊พสาดมั๊ย”ลุงถามต่อ น้ำเสียงกะตือรือล้น
“แหะแหะ ไม่เคยเห็นเลยครับลุง”
“ลุงชอบเทพปีศาจนู๊พสาด เขาช่วยเหลือคนไว้มาก ปราบผู้ก่อการร้ายได้ด้วย”
ข่าวก็ยังคงเป็ข่าวสำหรับเมืองด็องตูฮีโร่แห่งเมืองกรีนแลนด์กลายเป็เทพหลุดจากความเป็มนุษย์ไปเสียแล้ว
“ไอหนูถ้ายังพอมีเวลา แวะไปสวนยายก่อนดีมั๊ย”
“ขอบคุณครับคุณยาย คงต้องขอตัว ผมมีธุระสำคัญต้องทำ”
ทุกคนพากันอึ้งปฏิเสธการไปสวนยายชู คนแรกเลยนะนี่ถ้าข่าวนี้ถูกแพร่งพรายออกไปชื่อเสียงเด็กคนนี้คงโด่งดังเข้าไปอีก
“เหอเหอ เหอ ไม่เลว ไม่เลว ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมาได้ทุกเมื่อนะไอหนู”ยายชูหันหลังเดินจากไปเสียงหัวเราะในลำคอยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พึงพอใจเป็ที่สุด
ทั้งหมดต่างอำลาแยกย้ายกันทรงกลดยังคงเดินวนเวียนอยู่ในตลาดหาซื้อสิ่งของจำเป็ที่ต้องใช้ในการสกัดยาชายหนุ่มตื่นเต้นมาก เมื่อได้ของครบแล้วเขารีบกลับขึ้นเรืออย่างรวดเร็วคิดอยากจะลองสกัดยาดูเสียหน่อย
ได้เวลาใกล้ค่ำ เรือสำเภาลำใหญ่จอดทอดสมอนิ่งอยู่ในลำน้ำตรงหน้า ทุกอย่างดูเงียบผิดปกติ
เมื่อชายหนุ่มขึ้นเรือเห็นโบอากับซิตงยืนมองด้วยความกังวล พวกเขาดีใจที่เห็นชายหนุ่มกลับมา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอพี่โบ พี่ซิ แล้วนั่นหน้าไปโดนอะไรมา”
“คุณหนูถูกจับตัวไปครับนายน้อย”ซิตงกล่าวเสียงร้อนรน มือกุมหน้าซีกซ้าย เขาคงเจ็บแผลไม่น้อย“เฮียรุนกำลังตามไปช่วย”
“เกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่?”
“ประมาณบ่ายสามครับนายน้อยพวกมันมากันเยอะมาก ล้อมเรือเราไว้ จี้บังคับแล้วฉุดคุณหนูไป”
น่าแปลกใจที่ซิตงแค่โดนทำร้ายพวกมันคงแค่อยากจับตัวผู้หญิงแล้วปล่อยให้ผู้ชายตามไปช่วยเป็เกมส์การทรมานที่เหล่าโจรสลัดถนัด เรียกว่า ท้าทายให้ตามไปถิ่นมัน
“เป็พวกโจรสลัดคราวนั้นครับนายน้อย”โบอากล่าวเสริมพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้
“พี่ซิออกเรือ เราจะไปคิดบัญชีกับพวกมัน”ทรงกลดมองแผนที่ในมือกล่าวเสียงเย็นเยียบ