ตอนที่ 137เจตจำนงของอดีตชาติ
คมดาบทั้งสองปะทะอย่างดุเดือดอย่างต่อเนื่องเสียงเหล็กยิ่งกระทบกันดังกังวานจนผู้คนต่างออกมาดูเบ็นพยายามพยุงคนที่บ้านเจ็บจากบ้านเขาออกมาจากจุดที่มีการต่อสู้ขึ้นคาเร็นน่าเห็นชายที่เธอรู้จักกำลังต่อสู้กับพี่ชายก็เป็นกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะพุ่งตัวไปอย่างสายไฟแลบจนกระทั่งถึงระยะประชิดจนเขาตวัดดาบขึ้นสูงดีแลนที่เห็นแบบนั้นก็ถอยหลังหนีออกไปเดวิคหอบหายใจอย่างรุนแรงเขาเกือบไม่ได้หายใจตลอดการต่อสู้นั้นทำให้เกือบขาดอากาศเล็กน้อย
“ลูกไม่เป็นไรนะ!”
“ไม่ครับ...ผม...สบายดี...แฮ่ก..แฮ่ก...” เดวิคหอบหายใจอย่างแผ่วเบาเพื่อให้การหายใจกลับเป็นปกติ
ฟีนีอุสเห็นก็รู้สึกไม่ดีก่อนจะหันไปหาลูกสาวอีกคน “คาเร็นน่าพาพี่ของลูกออกไปจากตรงนี้เร็ว!!”
“ค่ะ!?”
“พ่อ...” เดวิคเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่สั่งให้เขาหลบไป
“การต่อสู้นี้ปล่อยเป็นหน้าที่พ่อต่อเอง!!”
ฟีนีอุสจ้องมองฝ่ายตรงข้ามที่อยู่อีกทางผิวสีขาวซีดกับผมสีขาวซีดเหมือนปีศาจอีกฝ่ายคงยอมตกเป็นทาสของเทพไปหมดแล้วถึงอยู่ในสภาพนี้เขาสงสัยแฟนสาวของเขาที่ต้องเสียเพื่อนคนนี้จริง ๆแต่ว่าอีกฝ่ายมาโจมตีพวกเขาก็อย่าหาว่าเขาไม่เตือนแต่ว่าอีกฝ่ายก็เริ่มขยับตัวชูบางอย่างขึ้นเหนือหัวมันเป็นแท่งเหล็กหน้าตาแปลก ๆก่อนที่จะมีลำแสงสว่างขึ้นแล้วบาเรียปะทะกับลำแสงนั้นก็แตกออกทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องแล้ว
“ซวยแล้ว...”
“บาเรีย...พังแล้ว...” ฟีนีอุสขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจก่อนจะตะโกนเสียงดัง“ทุกคนเตรียมพร้อม!!ป้องกันการโจมตีครั้งใหญ่!!!”
คำสั่งของฟีนีอุสดังก้องไปทั้งบริเวณนั้นเหล่ามนุษย์กึ่งเทพหลายคนที่มีสติหลังจากโจมตีเมื่อกี้ก็เตรียมที่จะออกรบกันแต่ทว่าเสียงหัวเราะก็ฝ่ายตรงข้ามก็ทำให้ฟีนีอุสสนใจขึ้นมาในทันใด
“แก!! หัวเราะทำไม!?”
“หัวเราะให้กับความโง่เง่าของพวกแกนะสิ”
“โง่เง่างั้นเหรอ?”
“พวกแกยอมอยู่นี่ไม่ได้ยอมอยู่ข้างโพรทาเลีย?เกิดยัยนั้นเป็นอะไรขึ้นมา แต่ก็โง่ยิ่งกว่าอะไร”
“ฉันว่าไม่เกิดขึ้นอะไรกับเธอ...เพราะฉันไว้ใจเธอว่าเธอจะพาจุดที่เธออยู่ไปได้!!”
“แกคิดงั้น?” ดีแลนเอ่ยถามขึ้น
“คำพูดนั้นหมายความว่าไง?”
“เพราะถ้าแกอยู่นี่...ถ้าโพรทาเลียทำภารกิจสุดท้ายของเธอจบ...แกจะไม่ได้เห็นเธออีก!!”
ฟีนีอุสฟังแบบนั้นหัวใจของเขาตกไปอยู่ตาตุ่มคำว่าไม่เห็นอีกมันเหมือนว่าเธอจะหายไปจากที่นี่
“แก!!! รู้อะไรมา!!”
“หึ!!” ดีแลนหยิบดาบของเขาขึ้นมาตวัดลีลาก่อนจะวิ่งพุ่งตรงมาทางฟีนีอุส“คำทำนาย!!ที่แกจะไม่สามารถพบโพรทาเลียได้อีกไง!!”
ฟีนีอุสไม่ชอบคำพูดอีกฝ่ายที่กล่าวแบบนั้นออกมาก่อนที่เขาจะพุ่งตรงดิ่งไปอย่างไม่สนใจอะไรเสียงดาบทั้งสองกำลังกระทบกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟเล็ก ๆกระจายทุกครั้งที่พวกเขาต่อสู้กัน สองแฝดที่เห็นพ่อของตนเองกำลังต่อสู้พวกเขารอไม่ช้าก็ออกไปโจมตีพวกปีศาจมากมายพวกเขาต้องรีบจัดการพวกมันเพื่อรีบตรงดิ่งไปเขาโอลิมปัสเพื่อช่วยแม่ของพวกเขาจากชะตากรรมที่พัวพันไปถึงชีวิตที่อาจจะไม่มีทางได้กลับมาอีกครั้ง
ทางด้านเขาโอลิมปัส ณ โคลอสเซียม
โพรทาเลียวิ่งตรงไปโรงตีเล็กขนาดเล็กที่ถูกสร้างชั่วคราวพวกเธอหยุดมองมาสักระยะก่อนที่เธอจะเข้าไปแต่ต้องสะดุดเมื่อคนข้างหน้าหยุดจนเธอเข้าไปไม่ได้น้องสาวเธอก็กำลังจะปล่อยมือนั้นเลยมีคำถามว่าทำไมถึงไม่เข้าไปด้วยโฟกัสเลยอธิบายว่าเธอไม่เหมือนพี่สาวที่พลังป้องกันความร้อนนั้นทำให้โพรทาเลียเข้าใจ ก่อนจะจับมือเธอแล้วส่งพลังของเธอให้อีกฝ่ายโฟกัสรู้สึกถึงพลังที่มีความอบอุ่น โฟกัสมองมือของเธอที่มีสัญลักษณ์ของเฮเฟตัสอยู่
“พี่!!”
“ฉันให้ยืมพลังชั่วคราวเพราะเราต้องเข้าไปพร้อมกัน เราต้องระดมความคิดสร้างอาวุธพวกนั้นกัน เข้าใจไหม!?”
“พี่...ค่ะ!!”
โฟกัสขานตอบทันใดโพรทาเลียยิ้มอย่างดีใจก่อนที่จะพาน้องสาวเข้าไปข้างในที่ทั้งร้อนและไม่ควรมีใครเข้ามาตอนนี้ทั้งสองเดินกันเข้ามาจนพวกที่อยู่ข้างในต่างมองเล็กน้อยทุกคนไม่เข้ามาห้ามพวกเธอเพราะพวกเขารู้ว่าพวกเธอนั้นมีความสามารถที่จะเข้ามาในนี่โพรทาเลียมองหาชายคนหนึ่งที่เธอต้องการจะเจอก่อนจะเจอคุณลีโอที่กำลังเดินมาพวกเธอ
“คุณลีโอ”
“หาพ่องั้นเหรอ? พี่สาว?”ลีโอเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างให้เกียรติเพราะเขารู้ว่าเด็กคนนี้ในอดีตเป็นพี่สาวคนหนึ่งของเขา
“ใช่...เขา...” โพรทาเลียไล่สายตามองก่อนจะเห็นคนหน้าคุ้นๆ “อ๋อ...เจอล่ะ...”
“อ๊ะ!กำลังจะบอกเชียว...เธอเคยเจอเขา....ในรูปลักษณ์นั้นเหรอ?”
“ใช่ ตอนเด็กของฉัน เขาชอบอยู่ในรูปลักษณ์นั้นขอบคุณที่มีน้ำใจจะบอกว่าเขาอยู่ไหน”
“แหม ๆ ผมยังไม่ได้บอกเลยนะ”
โพรทาเลียได้แต่ยกยิ้มแต่เธอก็ก้าวขาไปข้างหน้า แต่เสียงข้างนอกยังดังตลอดเธอเป็นห่วงทุกคนมาก ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ เธอเดินตรงมายืนตรงหน้าของชายตรงหน้า
“ท่านเฮเฟตัส!!”
“ท่านพ่อ?” เฮเฟตัสพูดคำเรียกตนเองระหว่างตีเหล็ก
โพรทาเลียได้ยินก็ทำหน้าเหยเกอย่างไม่ชอบใจที่โดนให้เรียกแบบนั้นแต่ก็ต้องยอม ถ้าเธอจะขออะไรให้อีกฝ่ายช่วยไม่งั้นไม่ยอมช่วยเธอแน่ ๆ
“ท่านพ่อ!!”
“ว่าไง ลูกรัก” เฮเฟตัสเงยหน้าขึ้นมาแล้วหันไปมองเจ้าหญิงน้อยของเขา
“ช่วยลูกหน่อย ลูกต้องการยืมสถานที่นี้!!”
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ลูกต้องการสร้างศาสตราวุธจัดการแซเทิร์น!!”
“จัดการแซเทิร์น? เจ้ามีแผนงั้นเหรอ?”
“ไม่เชิงเป็นแผนแต่เป็นคำพยากรณ์ยาวนาน...ลูกว่า...มันอาจจะเป็นหนทางที่ลูกจะสามารถจัดการกับชายที่พรากชีวิตที่ลูกเคยอยู่มีความสุขกับท่าน!!”
“งั้นเริ่มเลย!!” เฮเฟตัสกล่าวอนุญาต
เด็กทั้งสองก็ยิ้มแก้มปริก่อนจะมองหน้ากัน “ขอบคุณค่ะ!!”
ทั้งสองคนเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่พวกเธอต้องสร้างขึ้นและนับจากนี้อีกสามสิบนาทีจะได้รู้ผลของโลกใบนี้ว่าจะผ่านพ้นไปหรือพังพินาศ
สงครามบนเขาโอลิมปัสต่างไม่ต่างอะไรจากสงครามนองเลือดกลิ่นอายจากโลหิตสีแดงชาดผสมอยู่ภายในอากาศเหล่าเทพกำลังต่อกรกับพวกปีศาจที่มาไม่หยุดหย่อนกำลังพลของมนุษย์กึ่งเทพเริ่มน้อยลงบางคนบาดเจ็บเล็กน้อยและสาหัสแต่กำลังพลก็มีมาเพิ่มจากคนรู้จักของพวกเขาที่อยู่ห่างออกไปที่นี่กำลังจะพังถ้ายังมีพวกปีศาจเข้ามาเพอร์ซีย์ที่กำลังดูสถานการณ์และต่อสู้ไปด้วยเขาห่วงภรรยาของเขาอยู่ที่อีกฝั่งเขาจะตรวจสอบกำลังในมือตลอดว่าจะมีข้อความติดต่อมาตอนไหนก่อนที่จะมีสีแดงขึ้นมาเขาสัมผัสลูกแก้วทันที
“แอนนี่!!”
“เพอร์ซีย์!”
“ตอนนี้ที่ค่ายเป็นไงมั้ง!!”
“สถานการณ์อย่างที่คิดมีพวกแอบแฝงจากการต่อสู้ล่าสุดแล้วพวกมันพังบาเรียจากข้างใน!!”
“บ้าชิบ!”
“ไม่ต้องห่วง ฉันกับเหล่าเด็ก ๆจะจัดการกันเอง!!”
“ระวังตัวด้วย ทางนี้จัดการเสร็จจะไปช่วย!!”
“จะมาช่วย พวกเราต่างหากที่จะพูดแบบนั้นงั้นแค่นี้นะ!!”
สิ้นเสียงอีกฝ่ายไปนั้นเพอร์ซีย์ได้แต่ยกยิ้มและส่ายหน้าเบา ๆเขาหลบการโจมตีของพวกปีศาจที่เข้ามาก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงบางอย่างที่พุ่งเข้ามาหาเขาสายตาของเขาเห็นแวบหนึ่งว่าสิ่งนั้นคือเคียวขนาดใหญ่นั้นทำให้เขาหมุนตัวหลบไปอีกทางแล้วมองคนที่โจมตีใส่เขาก็เห็นชายที่อยู่ห่างออกไปที่กำลังยกยิ้มอย่างสบประมาทเขานั้นทำให้เพอร์ซีย์รู้สึกเลือดขึ้นหน้าทันที
“แซเทิร์น!!!” เพอร์ซีย์ถึงกับกัดฟันอย่างไม่พอใจ
“หลบไวดีนี้ เจ้าหลานชาย”
“นับฉันเป็นญาติด้วยเหรอ? ไอ้สัตว์เดน!!”
“อะไรกัน!? โกรธที่ฉันลักพาตัวลูกสาวนายเหรอ!?”
“หึ!!ใครมั้งไม่โกรธที่ชายคนหนึ่งลักพาตัวลูกของเขาไปแถมยังทรมานอีก!!แกพรากทุกช่วงชีวิตของลูกสาวฉันไป!!”
“แล้วไง!?”
“!!!”
คำพูดนั้นทำเอาเพอร์ซีย์ถึงกับนิ่งไปสนิทเจสันกำลังต่อสู้กับพวกปีศาจก่อนที่เขาจะใช้สายฟ้าฟาดลงมาใส่พวกมันทั้งหมดก่อนที่หางตาของเขาจะหันไปเห็นคู่ปรับของเขากำลังยืนประจักษ์หน้าอยู่กับเทพแสนชั่วร้ายเขาเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตรงไปช่วยอีกฝ่ายแต่ระหว่างที่กำลังวิ่งนั้นก็มีน้ำพุ่งผ่านเข้าไปอย่างรวดเร็วเขาก็เห็นว่างพวกมันกำลังไปรวมตัวที่เจ้าของพลังน้ำมากมายกำลังรวมตัวอยู่รอบตัวเพอร์ซีย์ เจ้าตัวกำลังมีอารมณ์โทสะอันรุนแรงเขาอยากปะทะกับอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเขาได้ยินประโยคนั้นก็ยิ่งโกรธเคืองมากกว่าเดิมชายตรงหน้ากำลังยกยิ้มที่อีกฝ่ายกำลังโกรธตนเองจนกระทั่งมีมือหนึ่งมาจับไหล่ของเพอร์ซีย์ทันที
“สงบสติของตนเองให้ได้ เพอร์ซีย์!!”
เพอร์ซีย์หันไปมองอีกฝ่ายที่แตะไหล่ของเขาแต่พอเห็นอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองเขานั้นทำให้รู้สึกความสงบ “เจสัน...”
"ถ้านายโจมตีตอนนี้อาจจะพลาดท่ามันได้นะ!!"
“แต่ว่า!!”
“นายน่าจะรู้นะว่ามันชอบทำให้เราขาดสติแค่ไหนมันก็สามารถเข้ามาควบคุมและจัดการเราได้ตลอดนะ!!”
เพอร์ซีย์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ตั้งสติน้ำที่กำลังแปรปรวนไปหมดกลับมาสงบก่อนที่มันจะหมุนรอบตัวกลายเป็นดาบแซเทิร์นเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจที่มีคนมาขัดขวางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเพอร์ซีย์เห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่กำลังไม่พอใจที่แผนการของตนเองผิดพลาด เขายกยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย
“ขอบใจที่เตือน เจสัน!!”
มือที่ตวัดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับดาบที่สร้างจากน้ำขึ้นมาพร้อมกับพุ่งตรงไปข้างหน้าโจมตีเป้าหมายที่ล็อกเป้าไว้อีกฝ่ายเห็นการโจมตีที่พุ่งตรงมาเขาได้แต่ก้าวขาหลบการโจมตีนั้นอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใดเพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นก็รีบพุ่งตรงไปหาอีกฝ่ายที่เอาแต่หลบการโจมตีเขาตวัดดาบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอีกฝ่ายก็หลบการโจมตีเขาได้อย่างง่ายดายก่อนจะใช้ขายกขึ้นแล้วเตะเขาลอยไปไกลจนตกลงไปชั้นล่างต่อจากชั้นที่พวกเพอร์ซีย์อยู่
“เพอร์ซีย์!!”
เจสันที่กำลังจะพุ่งเข้ามาช่วยก็เห็นอีกฝ่ายลอยไปแล้วเขาก็พุ่งตรงไปหาพร้อมกับสายฟ้าที่กำลังแลบตามมือของเขาก่อนที่จะตวัดพุ่งใส่ตรงข้ามจนเกิดกระแสไฟฟ้าน้ำโดยรอบเป็นกระแสนำได้อย่างรวดเร็ว พวกปีศาจที่อยู่โดยรอบก็โดนช็อตกันไปหมดพวกมนุษย์กึ่งเทพที่อยู่โดยรอบที่เห็นเหตุการณ์ก็หาทางหลบการโจมตีพวกนั้นแต่บางคนที่ไม่ทันก็โดนช็อตซะงั้น เจสันยิ้มอย่างพอใจที่เขาจัดการอีกฝ่ายได้แต่ทว่าอีกฝ่ายก็จับมือของเขาพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้ ๆ
“พลาดแล้ว เจ้าหนู!!”
“ว่าไงนะ!!”
แซเทิร์นยกยิ้มเขาเหวี่ยงหัวตัวเองไปข้างหลังพร้อมกับใช้หน้าผากโจมตีอีกฝ่ายใส่อีกฝ่ายอย่างแรงเจสันที่เจอแบบนั้นเขาถึงเกือบสลบแต่อีกฝ่ายก็จับเขาให้ตั้งตัวขึ้นก่อนจะโจมตีด้วยหน้าผากอีกหลายรอบจนหน้าผากของเขาเลือดกำลังไหลออกมาเรื่อยๆ ไพเพอร์กำลังต่อสู้กับพวกปีศาจก็ได้ยินเสียงคนที่กำลังร้องทุกครั้งที่โดนโจมตีเธอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นสามีของตนเองที่กำลังโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีใส่ไม่หยุดเห็นแบบนั้นเธอถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องก่อนจะทิ้งการต่อสู้ทุกอย่างวิ่งตรงไปหาสามีทันทีเจสันเริ่มไม่ไหวเขายิ่งโดนโจมตีเขายิ่งสติเลื่อนร่างเข้าไปทุกทีก่อนที่จะมีคนพุ่งมาจับตัวแซเทิร์นไปอีกทางอย่างรวดเร็วจนมือที่จับเจสันหลุดออกเจ้าตัวถึงกับทรุดลงกับพื้นอย่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นแซเทิร์นก้มมองคนที่เข้ามาลากตัวเขาออกไปจากจุดนั้น
“สายเลือดโพไซดอน!!”
“คู่ต่อสู้ของแกคือฉันเว้ย!!”
เพอร์ซีย์ลากอีกฝ่ายออกไปไกลเจสันเห็นแบบนั้นเขาก็กำลังหงายหลังลงไปข้างหลังแต่แล้วก็มีคนมาช่วยเจสันก็ชายตามองก็เห็นภรรยาของเขา
“ไพฟ์...”
“ที่รัก! อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ!!”
เจสันมองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นเขาจะบอกว่าตัวเองไม่เป็นไรก็ไม่ได้เพราะว่าตอนนี้หน้าผากเขามีเลือดซึมออกมาเต็มไปหมดแล้วร่างกายของเขานั้นอยู่ในสภาพที่ไม่ดีสุด ๆ ไพเพอร์ตรวจร่างกายอีกฝ่ายที่ดูไม่ดีเท่าไหร่เธอก็เตรียมพยุงอีกฝ่ายออกจากตรงนั้น
“รอก่อนนะ ฉันจะพาเธอไปรักษา!!”
ไพเพอร์ประคองแขนอีกฝ่ายไว้บนบ่าของเธอแล้วเตรียมตัวพาอีกฝ่ายกลับไปยังสถานพยาบาลชั่วคราวที่ตั้งอยู่ในโคลอสเซียมพวกปีศาจพยายามขัดขวางก็โดนเธอจัดการหมดถึงจะลำบากที่แบกสามีแต่เธอก็พยายามไปให้ถึงจุดหมายขออย่างเดียวขอมีปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นหน่อยก็ดี
เสียงภายนอกกำลังดังกึกก้องแทรกเข้ามายังภายในโรงตีเหล็กข้างนอกดูจะเจอศึกจนเขาคิดว่าจะต้องออกไปจัดการเสียหน่อยเขาเรียกสายเลือดของตนเองออกไปข้างนอกเพื่อจัดการ เหล่าสายเลือดเฮเฟตัสต่างหยิบอาวุธเตรียมออกไปทำภารกิจเฮเฟตัสจ้องมองเด็กทั้งสองที่กำลังครุ่นคิดในการสร้างอาวุธแต่มันใช้เวลาไม่ใช่เรื่องง่ายก่อนที่เขาจะเดินออกไปแล้วปิดประตูไม่ให้ใครเข้าไปได้พวกโพรทาเลียกำลังระดมความคิดว่าจะทำไงกับสิ่งของต่าง ๆ จากเหล่าอดีตชาติดีแต่ว่ากับรู้สึกจนมุมสุด ๆ เพราะว่าเหลือเวลาน้อยมาก ๆทุกเวลากำลังเดินไปอย่างรวดเร็วตอนนี้เหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีเท่านั้นแล้วเวลาการตีล่ะมั้งนานกว่านั้นสามสิบนาทีมันให้เวลาที่น้อยเกินไป
“พวกเจ้าอย่าคิดเยอะสิ!”
โพรทาเลียเงยหน้ามองก็เห็นทุกคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาจ้องมองมาที่พวกเธอสองคน
“ฮาลอน? ทุกคน...”
“เจ้าเอาแต่คิดว่าจะทำยังไงมั้งก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาลองพินิจถึงความเป็นไปได้ว่าจะสร้างอาวุธจากสิ่งใด”
“อาวุธต้องเข้ากับพวกเจ้าได้”
“แล้วสามารถทำงานเป็นกุญแจที่จะกักขังเจ้าเทพเฮงซวยนั้น!!”
“แต่ปาฏิหาริย์มันขึ้นอยู่กับพวกเจ้า”
“ปาฏิหาริย์...”
โฟกัสมองอย่างสงสัยว่าปาฏิหาริย์คืออะไรกันพวกเธอจะทำได้เหรอเธอหันมามองพี่สาวสลับกับสิ่งของต่าง ๆโพรทาเลียมองทุกคนเวลายิ่งนับถอยหลังไปเรื่อย ๆแต่เธอสงสัยทำไมตอนนี้มีแต่อดีตชาติอยู่ตรงนี้แล้วยกเว้นร่างต้นที่ถือกำเนิดพวกเขาหายไปไหนแองเจิลไม่โผล่ออกมาเลยช่วงหลังมานี่เขาไม่ติดต่อยิ่งน่าสงสัยก่อนที่เธอจะมองสิ่งของต่าง ๆคำใบ้ของแต่ละคนทำให้เธอครุ่นคิดยกใหญ่เธอนึกย้อนทุกอย่างไปจนเธอมองน้องสาวที่กำลังมองเธอด้วยสายตาสับสนแต่ก็ครุ่นคิดเช่นกันแต่ก็มีสิ่งสะดุดตาของเธอคือไซกาเลนทางฝั่งโฟกัสนั้นทำให้เธอก้มมองของตนเองตั้งแต่เริ่มต้นนี้คืออาวุธของแองเจิลอาวุธสองสิ่งที่ควรคู่กันเหมือนกับเธอสองคนจนเธอหันไปมองสิ่งของตรงหน้าจนเธอหยิบสิ่งของที่เป็นคู่ขึ้นมาทุกคนเห็นก็ตกใจสิ่งที่อีกฝ่ายหยิบขึ้นมา
“พี่...นั้นมัน...”
“ดาบสั้นของข้า!” ลักซ์จ้องมองอีกฝ่ายที่ยกดาบสั้นของตนเองขึ้นมา
“ฉันตัดสินใจแล้ว...แก่นของศาสตราวุธคือดาบสั้นของลักซ์!!”
ทุกคนต่างมองที่อาวุธที่ใหญ่กว่านั้นก็มีแต่อีกฝ่ายเล่นสิ่งที่เล็กและมีสองชิ้นนั้นทำให้ฮาลอนและบางคนยิ้มชอบใจที่อีกฝ่ายนั้นมีความคิดที่บรรเจิดยิ่งกว่าอะไร
“เราเชื่อการตัดสินใจของเจ้า ถึงเวลาแล้ว!!”
“ถึงเวลาอะไร เวลาตีมันจะ...” โพรทาเลียมองเวลาที่เหลือเพียงแค่สิบนาทีกว่าจะหลอมโลหะเสร็จอีก
ฮาลอนยกมือขึ้นมาพร้อมกับสิ่งของที่ตนให้อีกฝ่ายกำลังลอยขึ้นมันกำลังหดเหลือเพียงก้อนกลมๆ เรือนแสงเท่านั้น
“ส่งต่อเจตจำนงของเราสู่ศาสตราวุธ!!”
“เจตจำนง?”
โพรทาเลียมองอย่างสงสัยว่าเจตจำนงของทุกคนคืออะไรหรือว่าเป็นสิ่งที่ขาดคาใจอยู่ฮาลอนและทุกคนต่างมองพวกโพรทาเลียก่อนที่จะยกยิ้มออกมาแล้วกล่าวออกมา
"ตั้งแต่พวกเจ้าเกิดมาเจตจำนงของเราเปลี่ยนไปเจตจำนงที่จะแก้แค้นชายที่ฆ่าพวกเราเปลี่ยนเป็นต้องการให้พวกเจ้าได้ดำรงชีวิตต่อในอนาคต"
"พวกนายหมายความว่าไง? ยังไงเราก็จะจบเรื่องนี้ได้แน่ ๆ ถ้าเราทำสำเร็จ!!"
โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าทุกคนรู้อะไรหรือเปล่าก่อนจะเอ่ยถาม "พวกนาย...ปิดปังอะไรกัน?"
ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าเศร้าใจก่อนจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนที่ทุกคนจะพูดพร้อมกัน
"พวกเจ้าจะรู้เองในไม่ช้า..."
"!?"
ก้อนเรือนแสงพุ่งตรงเข้าไปในดาบสั้นของลักซ์ทันทีตัวดาบกำลังเรือนแสงขึ้น ก่อนที่คนอื่น ๆ จะทำตามฮาลอนโพรทาเลียยกดาบสั้นแบบคู่ไว้ข้างหน้าตัวเองเพื่อรับพลังที่ทุกคนจะนำส่งเข้ามาสิ่งของที่ทุกคนให้พวกอดีตชาติต่างกลายเป็นก้อนกลมเรือนแสงพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาโพรทาเลียจนเธอเกือบทรงตัวไม่อยู่โฟกัสรีบพุ่งเข้าไปพยุงพี่ทั้งสองคนได้รับแสงสว่างนั้นเจิดจ้ากว่าอะไรก่อนที่มันจะพุ่งขึ้นสูงสู่ท้องฟ้าจนทุกคนที่กำลังต่อสู้เห็นก็เงยหน้ามองอย่างตกตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้นแซเทิร์นหยุดการต่อสู้เขาเงยหน้ามองไปข้างบนก็เห็นสิ่งไม่คาดคิดเขาเอาแต่เล่นกับสายเลือดโพไซดอนจนลืมไปเลยว่าเด็กคนนั้นกำลังทำอะไรก่อนที่ใบหน้าของเขาจะมีเส้นเลือดนู้นเด่นขึ้นมา
“อย่าคิดว่าเจ้าสร้างอาวุธจัดการข้าได้แล้วมันจะจบ!!โพรทาเลีย!!” แซเทิร์นพูดจบก็หยุดการต่อสู้กับชายตรงหน้าแล้วพุ่งตรงไปที่แสงสว่างนั้น
เพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตรงตามอีกฝ่ายไปทันที “หยุดนะ!! แซเทิร์น!!”
จบตอนที่ 137 โปรดติดตามตอนที่ 138ต่อไป