บทที่ 60 ถ้ำเสือบึงมังกร
โจวยี้ใช้คำสั่งอัตโนมัติ บังคับการบินเดินทางไกล เขาก็หันหน้า ข่มคำพูดเข้าหาเชน “มหาวิทยาลัยราชันไม่ใช่สถานที่ง่ายๆ อย่างที่เจ้าคิด ข้าเตือนไว้ก่อนในฐานะรุ่นพี่ ทีมหัวหน้าฉานเฟิงเก่า โดยเฉพาะสายสนับสนุน อย่างเจ้า”
เชนยิ้มกวนๆ “ผมมาในฐานะฮันเตอร์ ทหารรับจ้าง พี่ชายเรามาในสถานะที่ต่างกัน” แม้เขาพอเคยได้ยินมาบ้าง มหาวิทยาลัยราชัน เป็นแหล่งรวมหัวกะทิ สายต่อสู้ระดับสูง ไม่ง่ายจริงๆ สายสนับสนุน จะได้รับการเชื้อเชิญเช่นนี้
โจวยี้ ห่างตากระตุกวูบ น้อยๆ ที่เห็นท่าทีของเชน “ข้าอุตส่าห์เตือนเจ้าด้วยความหวังดี คิดว่ามีสกิลภายนอกดี นิดหน่อย อย่าเพิ่งทำตัวเหลิงได้ใจ ‘เทียบชั้นกับสายโจมตี’ อย่างพวกเรา”
ขณะอีกฝ่าย เหนี่ยวนำปราณมานารอบตัวมาใช้ เปลี่ยนรูปร่าง โชว์การควบคุมที่เหนือชั้น ให้เชนเห็น ส่งให้ทั้งเครื่องเกิดการสั่นไหว
หนุ่มน้อยผมสีขาวปลิวสะบัด ใบหน้าตื่นเล็กๆ ที่ภายในห้องเครื่อง เกิดการปั่นป่วน ‘คิดจะลากข้าไปตาย…ให้เครื่องบินตกหรือไง พี่คนนี้’
เขาหรี่ตาจะกล่าวคำพูดเหมือนไม้ตายออกไป หา S ทันที เมื่อกระแอมไอเบาๆ “แต่ผมก็ไม่หักคอ ซื้อสมุดสกิลสีทอง คนอื่นในราคา 10 ล้านหยวนหรอกนะ หากรู้ไปถึงไหน คงอายไปถึงนั่น”
ไม่นานทั้งสองย่นคิ้วขมวดเข้าติดกัน ก็ปานจะฟาดงวงฟาดงา เข้าหากันทันที เมื่อโจวยี้หน้าดำหน้าแดง โต้แย้งแก้ต่างให้ตนเอง “สมุดสกิลสีทอง นั่น ยังไม่ได้ตรวจสอบ เจ้าจะเอาเรื่องเก่ามาพูดทำไม?”
เชน ลอบส่ายหัว “พึ่งผ่านมาไม่ถึงสองปีเองนะ พี่ชาย”
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเถียงไม่ขึ้น จึงคิดจะตัดบทสนทนานั้นทิ้งไป…
ในระหว่างที่เชนเดินทาง บรรยากาศยิ่งดูน่าอึดอัดแค่นเสียง ชิ! ในลำคอใส่กันน้อยๆ อย่างไม่ถูกชะตาอยู่ตลอดการเดินทาง
…เมื่อเครื่องลงจอดที่เขตเศรษฐกิจลำดับหนึ่ง ‘กวางโจว’ ทั้งคู่ก็แยกทางกันทันที โจวยี้ทะยานร่างหายลับไปยังคฤหาสน์บนภูเขาสูง ทิ้งให้ผู้คนที่พบเห็น ต่างซุบซิบถึงการมาเยือนของ ‘ปีกเหล็กแห่งแดนมังกร’ และชายหนุ่มผมขาวลึกลับ ที่มาพร้อมกับเขา
เชนก้าวเท้าเข้าสู่เขตมหาวิทยาลัยราชันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากที่คาดไว้ ที่นี่ร่มรื่นด้วยน้ำตก และป่าธรรมชาติ แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
หน้าทางเข้ามีเสาหินขนาดมหึมาให้คนมองหัวใจสั่น อย่างไม่รู้ตัวที่มองภาพฉายโฮโลแกรมการต่อสู้ ของเหล่าฮันเตอร์ ระดับท็อป ราวกับการโปรโมทภาพยนตร์ พระเอกหนังอย่างไรอย่างนั้น
เชนมองเทคโนโลยีภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้น เขายังสัมผัสได้ถึงการแข่งขัน สูงลิบลิ่วของที่นี่ ตั้งแต่ก้าวฝีเท้าเข้าไปรายงานตัว
ขณะชายหนุ่มในชุดนาโนเทคโนโลยีล้ำสมัย มองเชนที่แต่งตัวเหมือนเป็นฮันเตอร์ ทหารรับจ้าง ในชุดเสื้อกั๊กลายพรางทหารธรรมดา พร้อมปลอกมีดสั้นที่เหน็บข้างเอว
พลางขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ ซึ่งคิดว่าอีกฝ่ายมาผิด เป็นผู้คุ้มกันคุณหนูคุณชายของตระกูล บริษัทใหญ่ “สายสนับสนุนงั้นหรือ!”
แต่เมื่อเห็นมีรายชื่อเชน อยู่ในรายชื่อเข้าทดสอบ จริง ๆ รุ่นพี่คนนั้น จะผายมือ “เชิญ น้องชาย!” พร้อมความประหลาดใจของเขาฉายอยู่ในแววตา
ฮันเตอร์ที่มาทดสอบต่างก็เป็นพวกไม่ธรรมดา ฉายรังสีออร่า ออกมาโดดเด่น ทะนงตนไม่เหมือนใคร แต่ไม่ใช่สำหรับเชน หลายคนยังทำหน้าแปลกใจ ตามๆ กัน “สายสนับสนุน ได้เข้าร่วมมหาวิทยาลัยราชัน แหล่งรวมฮันเตอร์สายต่อสู้ด้วยงั้นหรือ?”
“อืมๆ ข้าก็พึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกนี่แหละ” พร้อมเสียงคนด้านหลัง ที่เป็นหัวกะทิโรงเรียนประเทศจีน เข้าร่วมทดสอบดังไม่ขาด
เชนพึมพำเล็ก “หมายเลข 52งั้นหรือ” เมื่อเสียงเรียก เข้าไปทดสอบภายในโรงยิมผ่านเครื่องจำลองการต่อสู้ ขานเรียกดังขึ้น “หมายเลข 40 ถึง 45 เชิญเข้าทดสอบ”
เชนก็คล้ายเห็นหลังไหวๆ คนที่เขารู้จัก เส้นผมสีดำขลับปลิวสะบัดไหว เดินเข้าไปทดสอบภายในโรงยิม ทว่าท่ามกลางกลุ่มคน มีมากเกินไป เชนจึงต้องถอดใจ แทรกเข้าไปทักทาย
พร้อมผู้คนกำลังพูดถึงการทดสอบ จำลองการต่อสู้ ปะทะกับ รุ่นพี่ อันดับ 1 หัวกะทิ ลูกศิษย์ แรงค์S ฉายาปีกเหล็กแห่งแดนมังกร นามว่า ‘จ้านสวีจี’ ทำให้หลายคนเกิดความประหม่า
ทว่าก็มีฮันเตอร์อีกกลุ่มเชื่อมั่นในพลังของตนเอง “ก็แค่ทำดาเมจ สร้างความเสียหาย 30เปอเซ็นของเลือดได้ ก็ผ่านการทดสอบพิเศษรอบที่สองแล้ว”
“อย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ตัวจริง ของรุ่นพี่ จ้านสวีจี เสียหน่อย”
“อืมๆ ถูกของเจ้า” ฮันเตอร์บางคน เองก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย ขณะความมั่นใจ พวกเขาเริ่มกลับมากันอีกครั้ง
เชนได้ฟังกลุ่มคนพูดคุยกัน พลางทำหน้าคิดตามเล็กๆ ก่อนเขาจะเหลือบไปเห็น อัจฉริยะของเขต 40 (ชิงเต่า) เขาจำอีกฝ่ายได้ทันที
เวยป๋อที่กำลังโอ้อวดฝีมืออยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ถึงกับปากกระตุก น้อยๆ มันเองก็ยังจำเชนได้เช่นกัน ‘ชิ!’ เมื่อบ่นพึมพำ
“เจ้านั้นมันมาเข้าร่วมการทดสอบ ด้วยงั้นหรือ?” คล้ายว่าจะผิดคาดมันไม่น้อย ที่จ้องสายตาไปมองเชนอย่างไม่วางตา
กลุ่มหญิงสาวชายหนุ่ม เห็นท่าทางแปลกๆ ยังกล่าวถาม “อะไร เวยป๋อ คนรู้จักเจ้าหรืออย่างไร เหตุใดไม่แนะนำ ให้พวกเรารู้จักบ้าง?”
เวยป๋อ รีบกล่าวพร้อมเมินหน้าหนี เชนไปทันที คนอื่นๆ ยังรู้พวกเขาไม่ค่อยถูกกัน “เปล่าก็แค่ สายสนับสนุนที่ข้าเคยรู้จัก ไม่มีอะไรสลักสำคัญหรอก”