
ณ โฆสิตามรามยามบ่ายคล้อยลำแสงแห่งพระอาทิตย์ทำให้ไม่ร้อนแรงมากนักแม้จะสาดเป็ลำมากระทบพื้นในบริเวณอารามยามนี้ ประกอบกับสายลมอ่อน ๆ โชยพัดผ่านทำให้ใบไม้พลิ้วไหวแต่ก็ไม่สามารถที่จะกลบเสียงของเหล่าพระภิกษุกลุ่มพระวินัยธรที่กำลังจับกลุ่มกันจำนวนหนึ่งซึ่งพูดคุยกันอย่างออกรส แต่ไม่นานหนักหนึ่งในกลุ่มก็หันไปเห็นพระผู้มีพระภาคเ้ากำลังเสด็จราชดำเนินตรงเข้ามาหากลุ่มภิกษุแต่ไกล ภิกษุรูปนั้นรีบหันเข้าหากลุ่มแล้วบอกเสียงกระซิบกระซาบโดยเร็ว เหล่าภิกษุทั้หลายต่างหันมองเสียงที่กำลังจ็อกแจ็กจอแจแย่งกันพูดเมื่สักครู่เงียบลงอย่างฉับพลับ แล้วขยับตัวจัดผ้าที่ครองให้เรียบร้อย พลางลุกรับพระองค์
หัวหน้าพระวินัยธรลุกจากที่นั่ง เดินออกมารับพระองค์และอาราธนานิมนต์ไปยังอาสนะของตน ภิกษุนิศิษย์ของพระวินัยธรรีบเอาผ้าปูเป็อาสนะให้เป็ที่ประทับของพระพุทธองค์
ครั้นเมื่อพระองค์ท่านทรงประทับเหล่าภิกษุทั้งหลายจึงได้ลงนั่ง มีพระวินัยธรนั่งตรงหน้า ภิกษุทุกรูปถวายความเคารพด้วยการทำอัญชลี แล้วนั่งโดยสงบ ณ เบื้องหน้าพระองค์นั้น ไม่มีผู้ใดได้เอ่ยสิ่งใดขึ้นมีเพียงสยพระเนตรเท่านั้นที่กวาดไปโดยรอบสักพักก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกสุขุมว่า
" วินัยธร! เราทราบว่าคณะศิษย์ของวินัยธรโจทกันเื่ต้องอาบัติ และร่วมกนลงอุเขปนียกรรม ฝ่ายของสุตตันติกะหรือ?
"เป็อย่างนั้น พระพุทธเ้าข้า."
"ด้วยเหตุแห่งการเข้าห้องน้ำ และเหลือค้างน้ำชำระไว้ในภาชนะนั้นดอกหรือ?"
"พระพุทธเ้าข้า."
"ดูก่อนภิกษูทั้งหลาย! พวกเธออย่าสำคัญภิกษุอันตนพึง"ยก"เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยนึกว่า พวกเราฉลาดเฉลียว."
"พระพุทธเ้าข้า.!"
พระวินัยธรขานรับพร้อมยกมือพนมจรดหน้าผาก ทำให้นิศิษย์ทำตามพร้อมเปล่งวาจา จนเสียงนั้นจบลงและอยู่ในอาการสงบเงียบอีกรอบ พระพุทธองค์จึงเอ่ยขึ้นอีกคำรบว่า
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! พวกเธออย่าคิดว่าเื่นี้แจ่มแจ้งแก่พวกเราดียิ่ง แล้วจ้องแต่จะลงอุเขปนียกรรมภิกษุในเื่ใดเื่หนึ่ง"
"ด้วยข้าพุทธเ้าเห็นว่า...ท่านผู้นั้นต้องอาบัติแล้วพระพุทธเ้าข้า."
"ภิกษุทั้งหลาย! ก็ในกรณีนี้ภิกษุผู้ต้องอาบัติแล้วมีความเห็นในอาบัตินั้นว่าเป็อาบัติ ภิกษุทั้งหลาย...ถ้าภิกษุเ่าั้รู้จักภิกษุรูปนั้นอย่านี้ว่า..ท่านรูปนี้และเป็พหูสูตฯลฯ ใฝ่การศึกษา ถ้าพวกเราลงอุเขปนียกรรมภิกษุรูปนี้เพราะไม่เห็นอาบัติ พวเราก็จะทำอุโบสถร่วมกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้ ต้องทำอุโบสถแยกจากภิกษุรูปนี้, ความบาดหมาง,ความทะเลาะ,ความขัดแย้ง,ความวิวาท,ความแตกแห่งสงฆ์ความร้าวรานแห่งสงฆ์ ความแบ่งแยกแห่งสงฆ์ การทำสงฆ์ให้เป็ต่าง ๆ กัน ซึ่งมีเื่นั้นเป็เหตุจะมีแก่สงฆ์.
"พระพุทธเ้าข้า"
พระวินัยธรขานรับเพียงรูปเดียวส่วนภิกษันิศิษย์เงียบกริบ
"ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุผู้หนักในควมแตกกันไม่พึงลงอุเขปนียกรรมภิกษุรูปนั้นเพราะไม่เห็นอาบัติ."
คราวนั้นพระวินัยธรย้อนระลึกถึงเมื่อครั้งที่ตนได้เข้าเฝ้ากราบพระพุทธองค์ที่กุฎีเพียงลำพัง ภาพและเสียงที่พระองค์ทรงตรัสกับตนก็ยังก้องอยู่ในโสตเช่นกันที่ทรงตรัสต่อไปว่า
"ภิกษุทั้งหลาย! ฝนกรณีนี้ภิกษุผู้ต้องอาบัติแล้ว มีความเห็นในอาบัตินั้นว่าไม่เป็อาบัติพวกภิกษุอื่นมีความเห็นในอาบัตินั้นว่าเป็อาบัติ ถ้าภิกษุเ่าั้รู้จักภิกษุรูปนั้นอย่างนี้ว่า...ท่านรูปนี้เป็พหูสูต ฯลฯ ใฝ่การศึกษาถ้าพวกเราจะลงอุเขปนียกรรมรูปนี้เพราะไม่เห็นอาบุติ พวกเราก็จะปวารณาร่วมกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้...ต้องปวารณาแยกจากภิกษุรูปนี้จะทำสังฆกรรมร่วมกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้ ต้องทำสังฆกรรมแยกจากภิกษุรูปนี้ จะนั่งร่วมอาสนะเดียวกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้
ต้องนั่งแยกจากภิกษุรูปนี้ จะนั่งในโรงอาหารร่ามกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้ ต้องนั่งแยกจากภิกษุรูปนี้
จะอยู่ในที่มุงบังเดียวกันร่วมกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้ ต้องอยู่แยกจากภิกษุรูปนี้
จะกราบไหว้ต้อนรับ ประนมมือ,ทำสมาีจิกรรมตามลำดับพรรษาร่วมกับภิกษุรูปนี้ไม่ได้ ต้องแยกจากภิกษุรูปนี้
ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความขัดแย้ง ความวิวาท ความแตกแห่งสงฆ์ ความร้าวรานแห่งสงฆ์ ความแบ่งแยกแห่งสงฆ์ การทำให้สงฆ์เป็ต่าง ๆ กันซึ่งมีเื่นั้นเป็เหตุจะมีแก่สงฆ์"
"พระพุทธเ้าข้า".
พระวินัยธรขานรับเป็เวลาเดียวกันกับพระพุทธเ้าได้ทรงตรัสต่อไปตอนท้ายว่า
"ภิกษุทั้งหลาย! พวกภิกษุผู้หนักในความแตกกันจึงไม่พึงลง อุเขปนียกรรมภิกษุ รูปนั้นเพราะไม่เห็นอาบัต
"สาธุ ภันเต"
เสียงของเหล่าภิกษุดังรับขึ้นพร้อมกันพลางก้มกราบรับด้วยกายและจิตนอบน้อมยิ่ง