เช้าของวันใหม่
แพรไหมรู้สึกตัวขึ้นเธอจำได้เป็อย่างดีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะกวาดสายตามองหาใครบางคนที่ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว เธอเงยหน้ามองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังก่อนจะใเพราะวันนี้เธอนอนตื่นสายมาก ร่างบางรีบก้าวขาลงจากเตียง แต่ทันทีที่เท้าเหยียบพื้นสีหน้าเหยเกของแพรไหมก็เผยความเจ็บแสบออกมา
เธอรู้สึกเจ็บไปทั้งร่างโดยเฉพาะตรงส่วนกึ่งกลางกายที่ดูเหมือนจะแสบเป็พิเศษ แพรไหมพยายามฝืนสังขารให้ลุกขึ้นไปยังห้องน้ำช้า ๆ แม้จะยากลำบากแต่ท้ายที่สุดเธอก็ย้ายร่างอันบอบช้ำให้เข้ามาอยู่ในห้องน้ำจนได้
“นี่มัน” ทันทีที่เห็นร่างกายของตัวเองหน้ากระจกเงาน้ำตาหยดใสของเธอก็ไหลออกมาทันที ร่องรอยเขียวช้ำมากมายที่ปรากฏให้เห็นทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็สามีทำรุนแรงกับเธอได้ขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มันเป็ความเกลียดชังที่เขา้าย่ำยีร่างกายและหัวใจของเธอ
มือเรียวสวยยกขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ เธอไม่อยากส่งเสียงสะอื้นออกมาให้ใครได้ยิน แพรไหมพยายามสลัดความทรงจำเมื่อคืนออกไป ก่อนจะปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างทิ้ง ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วก็ต้องทนต่อไป บางทีในอนาคตวเขาอาจจะใจอ่อนกับเธอบ้างก็ได้ ขอเพียงแค่เธอพยายามมากพอ สักวันเขาคงมองเห็นความรักของเธอ
ไม่นานแพรไหมก็อาบน้ำเสร็จ ร่างบางเดินออกจากห้องนอนใหญ่ของวชิรวิทย์ที่ในตอนนี้กลายมาเป็ห้องหอของเธอกับเขา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเจอหญิงชราที่เป็คุณย่าของชายหนุ่ม เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างเล็กจึงเดินเข้าไปทักทายทันที
“สวัสดีค่ะคุณย่า”
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ หิวหรือเปล่า เดี๋ยวย่าบอกให้แม่บ้านจัดโต๊ะให้” เมื่อเห็นหลานสะใภ้หญิงชราก็ตอบกลับไปทันที
“นิดหน่อยค่ะคุณย่า แพรต้องขอโทษด้วยนะคะที่ตื่นสาย” แพรไหมพูดด้วยความรู้สึกผิด มาอยู่ที่บ้านหลังนี้วันแรกเธอก็ตื่นสายซะแล้ว เมื่อคืนเธอหลับไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็สายตะวันโด่งแล้ว
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องขอโทษหรอก อยู่ที่นี่หนูแพรทำตัวตามสบายเลยนะ คิดซะว่าที่นี่เป็บ้านของตัวเอง อีกอย่างย่าเข้าใจคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็เป็แบบนี้แหละ”
คำพูดของย่าวรรณทำให้ใบหน้าของคนฟังเห่อร้อนออกมา ถึงแม้เหตุการณ์เมื่อคืนจะย่ำแย่สำหรับเธอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอนึกถึงสิ่งที่เขาทำไว้ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบไม่เป็จังหวะ
“เมื่อคืนหนูแพรกับหลานชายย่าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ย่าขอโทษที่ถามออกมาตรง ๆ เื่แบบนี้เป็เื่ธรรมชาติ ไม่ต้องอายนะ”
แพรไหมเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้ายอมรับกับหญิงชราตรงหน้า
เมื่อเห็นท่าทางของหลานสะใภ้วรรณก็อมยิ้มออกมาทันที เธอไม่สนหรอกว่าเพราะอะไรวชิรวิทย์ถึงแตะต้องแพรไหม เธอสนแค่ว่าในตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังพัฒนาขึ้นเพียงเท่านั้น
“แต่คุณย่าขา พี่วัฒน์เขาไม่ได้รักแพรค่ะ สิ่งที่เขาทำเขาแค่้าระบายอารมณ์กับแพรก็เท่านั้น” แพรไหมพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ เมื่อคืนเธอรับรู้ได้เป็อย่างดีว่าความรู้สึกที่วชิรวิทย์มีให้กับเธอเป็แบบไหน
“ให้เวลาหลานชายย่าหน่อยนะ ย่าเชื่อว่าสักวันเ้าวัตน์จะต้องรักหนูแพรแน่นอน”
แพรไหมอยากรู้ว่าสักวันที่ว่านั้นคือวันไหน เธอไม่รู้ว่ากว่าจะถึงวันนั้นเธอจะทนเขาได้ไหม เพราะอีกฝ่ายดูจะเกลียดเธอเหลือเกิน เกลียดจนสะใจเวลาที่เห็นเธอขอร้องเขาอย่างเ็ป
“ไปทานข้าวเถอะ นี่ก็สายมากแล้วเดี๋ยวปวดท้องเอา”
“ค่ะคุณย่า”
วรรณเรียกแม่บ้านให้ตั้งโต๊ะอาหารให้กับแพรไหม หญิงสาวจึงเดินไปนั่งรอในห้องอาหาร
อีกด้านในเวลาเดียวกัน
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกำลังนั่งตรวจเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะอารมณ์ดีเลยสักนิด พอเห็นท่าทางของท่านประธานหนุ่มที่แผ่รังสีบางอย่างออกมา พนักงานต่างก็ไม่กล้าสู้หน้าเพราะรู้ดีว่าเวลาเขาโมโหจะเป็อย่างไร
ถึงแม้ว่าวชิรวิทย์จะเป็คนดีที่ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง แต่ถ้าวันไหนเขาหงุดหงิดก็ทำให้ชายหนุ่มดูน่ากลัวขึ้นมาทันที เพราะแบบนี้จึงไม่มีใครกล้ากวนใจเวลาที่เห็นเขาหงุดหงิด
สายตาคมเข้มจ้องมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ราวกับว่ากำลังรอสายของใครบางคนอยู่ ในที่สุดเขาก็พ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งแล้ววางปากกาในมือลง ก่อนจะเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มากดโทรหาใครอีกคน แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม เขาไม่สามารถติดต่อคนปลายสายได้
“คุณหายไปไหนอิง ทำไมผมติดต่อคุณไม่ได้เลย” คนที่เขารอสายอยู่ก็คืออิงธาร แฟนสาวที่เขาคบมาเกือบสองปี แต่ด้วยความที่ครอบครัวเขาไม่ชอบเธอโดยเฉพาะคุณย่าของเขา จึงทำให้อิงธารโดนต่อว่าอยู่หลายครั้ง
วชิรวิทย์พยายามทำให้ครอบครัวยอมรับในตัวของแฟนสาว เขาพาเธอมาที่บ้านเพื่อทำความรู้สึกกับทุกคน แต่ก็ไม่มีใครต้อนรับแฟนของเขาเลย หนำซ้ำย่ายังยื่นคำขาดให้เขาเลิกรากับเธอด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ยกสมบัติอะไรให้และมรดกทุกอย่างจะถูกนำไปบริจาคมูลนิธิต่าง ๆ
สำหรับเขาเงินทองเป็ของนอกกาย เขาไม่ได้้าอะไรเลย แต่แม่ของเขาก็ไม่ยอม ชายหนุ่มจึงต้องทำตามคำสั่งของย่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจึงพยายามหาทางพูดคุยกับแพรไหมเื่งานแต่งงานเพราะเขาปฏิเสธย่าไม่ได้แต่เธอปฏิเสธได้ แต่ผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นก็ไม่ยอมทำอย่างที่เขา้า เธอยังยืนยันที่จะแต่งงานกับเขาให้ได้ เพราะแบบนี้จึงทำให้เขากับคนรักทะเลาะกันจนต้องเลิกรากันไปในที่สุด
“อิงรู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน” ชายหนุ่มพร่ำเพ้อออกมาก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบขมับของตัวเอง หลายวันที่ผ่านมานี้เขารู้สึกเหนื่อยมาก ทั้งเื่ระหว่างเขากับอิงธาร แล้วก็เื่ผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น
พอนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงที่เขาแสนเกลียดภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ไหลย้อนเข้าสู่สมองของชายหนุ่ม เขาไม่ได้รู้สึกยินดีสักนิดที่ได้เป็ผู้ชายคนแรกของเธอนั้น และเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำเื่ต่ำช้าแบบนั้นลงไป คนที่ทำลายความสุขของเขาเจอแค่นี้นับว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ ต่อไปนี้ผู้หญิงอย่างแพรไหมต้องเ็ปมากกว่าเขากับอิงธารอีก ในเมื่อเขาไม่ได้มีความสุขกับคนรัก แพรไหมก็จะไม่มีวันมีความสุขเหมือนกัน
“ผู้หญิงหน้าด้าน ทำไมเธอต้องเข้ามาในชีวิตฉันด้วย ทำไมวะ!” ยิ่งคิดวชิรวิทย์ก็ยิ่งหงุดหงิด
ปึง!
มือหนาตบลงบนโต๊ะเพื่อระบายอารมณ์เดือดดาล
ตกดึกของวัน
แพรไหมนั่งทำหน้าเป็กังวลออกมาเมื่อเห็นว่าป่านนี้วชิรวิทย์ยังไม่กลับบ้าน เธออดเป็ห่วงอีกฝ่ายไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่า พอโทรหาเขาก็ไม่รับสายจึงทำให้เธอไม่สามารถเข้านอนไปก่อนได้
เธอรู้ดีว่าเขาเกลียดเธอ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยคำขอร้องจากย่าของเขาบวกกับ้าตอบแทนบุญคุณที่แม่ของเธอเคยได้รับความช่วยเหลือจากแม่ของเขาก็ยิ่งทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ ที่สำคัญการแต่งงานครั้งนี้เป็เพราะเธอทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจดวงนี้เหมือนกัน
เธอตกหลุมรักเขาั้แ่ครั้งแรกที่เห็น และความช่วยเหลือของวชิรวิทย์ก็ทำให้เธอยังอยู่ตรงนี้ ถ้าวันนั้นเขาไม่มาช่วยไว้ชีวิตเธอคงถูกย่ำยีจนไม่เหลือค่าจากผู้ชายพวกนั้น เพราะสาเหตุนี้เธอถึงได้มอบหัวใจทั้งสี่ห้องให้กับเขาจนหมด
“พี่ไปไหนกันนะ รู้ไหมว่าแพรเป็ห่วง” แพรไหมพึมพำออกมาพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่
ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงรถหรูที่เลี้ยวเข้ามาจอดในบ้านแพรไหมจึงเดินไปแอบเปิดผ้าม่านมองดูผ่านหน้าต่าง พอเห็นว่าวชิรวิทย์กลับมาอย่างปลอดภัยเธอก็หายห่วง หญิงสาวรีบปิดไฟก่อนจะวิ่งขึ้นห้องนอนเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะคิดว่าเธอทำตัวงี่เง่าที่รอเขากลับมาบ้าน