ตอนที่ 12: เขาวงกตใต้ผนังปูน และการไต่ขึ้นสู่นรก
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นปูนและคราบอึค้างคาวอบอวลอยู่ในท่อระบายอากาศเหล็กขนาดแคบๆ ที่มีขนาดกว้างไม่ถึงเมตร น้ำมนต์และโมนานอนแนบตัวไปกับแผ่นเหล็กที่เย็นเฉียบ ลมหายใจของทั้งคู่ถี่กระชั้นและติดขัดจากความเหนื่อยล้า เบื้องล่างใต้ปล่องระบายอากาศ เสียงคำรามกึกก้องและเสียงเล็บโลหะของฝูง 'เขี้ยวอัคนี' ตะกุยผนังปูนดัง ครืด... ครืด... สนั่นหวั่นไหว แรงสั่นะเืทำให้นอตยึดท่อระบายอากาศหลุดร่วงลงไปทีละตัว
"น้ำมนต์... ท่อนี้มันจะรับน้ำหนักเราไหวไหม?" โมนาประคองตัวคลานนำหน้า เธอพยายามควบคุมสติไม่ให้ตื่นตระหนก ถุงมือโลหะนาโนที่ข้อมือของเธอส่งเสียงหึ่งๆ คลายพลังงานออกมาเบาๆ
"ต้องไหวครับโมนา... อย่าเพิ่งขยับแรง" น้ำมนต์กระชับดาบและฝักไว้ในอ้อมแขน เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากาแที่แขนซ้าย รอยสักยันต์บนแผ่นหลังของเขายังคงส่องแสงสีทองจางๆ เพื่อช่วยระงับความเหนื่อยล้าที่มี "เอเต้... ท่อระบายอากาศนี้มันไปสิ้นสุดที่ไหน?"
"อย่าเพิ่งโวยวายเ้าโฮสต์!" เอเต้ฉายโครงสร้างระบบท่อเป็เส้นแสงสีเขียวขึ้นในมโนภาพของน้ำมนต์ "ท่อนี้เป็ระบบระบายความร้อนหลักของโรงพยาบาล มันเชื่อมตรงขึ้นไปจนถึง 'ห้องเครื่องปั่นไฟ' บนชั้น 8 แต่มันไม่ได้มีแค่เรานะที่ใช้ท่อนี้... ข้างหน้าแกไปอีกสิบร้อยเมตร มี 'ฝูงแมงมุมตะกั่ว' รังใหญ่อยู่! ถ้าไม่อยากโดนพิษมันละลายลำไส้ คลานให้เบาที่สุด!"
น้ำมนต์และโมนาค่อยๆ ถัดตัวไปตามท่อเหล็กทีละนิ้ว ทุกครั้งที่ข้อศอกหรือเข่ากระทบกับแผ่นเหล็กเกิดเสียง ก๊อง... ทั้งคู่จะต้องหยุดนิ่งและกลั้นหายใจ บรรยากาศภายในท่อที่มืดสนิทและอึดอัดจนแทบขาดใจทำให้หยาดเหงื่อไหลซึมออกมาท่วมแผ่นหลังของน้ำมนต์จนเสื้อยืดชุ่มโชก
เมื่อคลานมาถึงสามแยกภายในท่อ ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้โมนาต้องชะงักกึก!
รังของ 'แมงมุมตะกั่ว' ขนาดเท่ากำปั้นนับพันตัวกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนใยสีดำสนิทที่ดักรออยู่ตรงทางแยก ั์ตาสีแดงของพวกลูกแมงมุมส่องประกายวาววับ มันไม่ได้ล่าด้วยความไว แต่มันปล่อยใยพิษที่มีฤทธิ์เป็กรดเข้มข้นที่พร้อมจะกัดกร่อนเนื้อหนังมนุษย์ทันทีที่ัั!
"น้ำมนต์... ทางถูกขวางไว้หมดเลย" โมนา ค่อยกระซิบด้วยเสียงที่เบาหวิว
"ใช้อาคม 'ไฟพระเพลิง' แบบย่อลงบนปลายดาบพลาสม่าซะโฮสต์!" เอเต้แนะนำ "ปรับระดับความร้อนให้พอดี ไม่ต้องสะบัดดาบ แค่เอาความร้อนเผาเส้นใยให้ละลายโดยไม่ทำให้ท่อระบายอากาศพังลงไป!"
น้ำมนต์ตั้งสมาธิ รวบรวมลมปราณและร่ายพระคาถาอัคคีสั้นๆ ลงบนด้ามดาบ ฟึ่บ... ปลายดาบพลาสม่าส่งประกายแสงสีฟ้าเล็กๆ เท่าแสงเทียน น้ำมนต์ยื่นปลายดาบไปแตะที่ใยแมงมุมดำอย่างระมัดระวัง ความร้อนสามพันองศา สลายใยพิษกลายเป็ควันสีขาวในพริบตาโดยไร้เสียงะเิ ทั้งคู่ค่อยๆ แทรกตัวผ่านช่องว่างนั้นไปได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากคลานอย่างยากลำบากนานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปลายทาง... ช่องลมบนชั้น 8 ที่เปิดออกสู่โถงดาดฟ้าของโรงพยาบาล!
น้ำมนต์ใช้ไหล่ดันประตูช่องลมออก เสียง แกร๊ก! ดังขึ้นก่อนที่เขาจะโผล่หัวออกไปรับลมเย็นเหนือนรกมิตินี้ ลมพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งหอบเอาละอองฝุ่นและกลิ่นคาวเืขึ้นมาจากเบื้องล่าง บนดาดฟ้ากว้างใหญ่ที่แตกลายงา มีซากเฮลิคอปเตอร์พลิกคว่ำอยู่... และที่นั่น เงาร่างของมนุษย์ยืนนิ่งคล้ายรูปปั้นตั้งตระหง่านอยู่ มันคือร่างของทหารทรยศและสัตว์อสูรบินได้ั์กำลังยืนรอการมาถึงของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว!