<<ริว>>
พิธีรำลึกวันตายของท่านแม่ข้าถูกจัดขึ้นทุกปี ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีพวกเอลฟ์และแฟร์รี่ซึ่งแม่ของข้าเคยช่วยเหลือพวกนางเอาไว้ แม้นแม่ข้าจะช่วยโดยไม่ได้คิดอะไรแต่สองเผ่าพันธุ์นี้กับสำนึกถึงท่านอยู่เสมอมา
เมื่อจบพิธีข้าต้องกลับไปโลกของปีศาจทันทีเพื่อจัดการงานในส่วนของข้าถึงท่านพ่อบอกให้ข้าพัก แต่ข้าก็ไม่สามารถทิ้งมันได้จริงๆ หน้าที่ของผู้นำมันอยู่ในสายเืและการเลี้ยงดูปลูกฝังทำให้ข้าไม่อาจจะละทิ้งไปได้
“ท่านริว่นี้ท่านก็พักให้เต็มที่เถิด งานทางนี้ไม่มีอะไร ส่วนพวกเผ่าเงามายายังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ”
อลันรายงานความคืบหน้าให้ข้ารู้ทันทีเมื่อเห็นตัว โดยที่ข้าไม่ต้องเอ่ยปากถามด้วยซ้ำไป ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่วางใจ
“ข้าแค่มาไม่นาน ว่าแต่…เ้าได้เื่พวกปีศาจและอสูรพวกนั้นเพิ่มหรือยัง?”
“เื่นั้น…อยู่ ๆ พวกมันก็หยุดเคลื่อนไหวไป”
ข้าพยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปตรวจงานสักพักใหญ่ ประหนึ่งว่านี่คือกิจวัตรประจำวัน จนตอนนี้เริ่มจะมืดข้าถึงกลับไปยังคฤหาสน์ของท่านแม่ ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นถึงทำให้ที่แห่งนี้ดูวุ่นวาย เอลฟ์และแฟร์รี่ต่างพากันวิ่งวุ่น จนเอลฟ์นางหนึ่งซึ่งเห็นข้าก่อนใครเข้ามาเรียนให้ข้าทราบ
“ท่านริว ท่านนามิหายตัวไปเ้าค่ะ”
“หายไปั้แ่ตอนไหน?”
“ไม่ทราบเ้าค่ะ พวกข้ามารู้ตัวก็หาท่านนามิไม่เจอแล้ว”
“เื่นี้ข้าจัดการเอง บอกพวกเ้าช่วยกันร่ายเวทคุ้มกันที่แห่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้”
“เ้าค่ะ”
ข้าอยากจะบ้าตายไม่นึกเลยว่าเธอหนีไป ถ้ามีใครเข้ามาที่แห่งนี้พวกนางต้องรู้ เว้นแต่นามิจะออกไปเองทำให้พวกนางไม่รู้ตัวคงเพราะสองวันมานี้ เด็กสาวดูจะเข้ากับทุกคนได้เป็อย่างดี ทำให้ข้าไม่ได้สั่งให้พวกนางจับตาดู มันเป็ความผิดของข้าเอง
กลิ่นกายของนามิจางหายจากที่แห่งนี้ไปมาก คงออกไปได้หลายชั่วโมงแล้ว ถึงกลิ่นของเธอจะจางมากแค่ไหน ข้ายังสามารถรับรู้ได้ เมื่อออกตามกลิ่นมาได้สักพักข้าเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ซึ่งบริเวณนี้มันเป็แหล่งล่าอาหารของเผ่าสกินวอล์คเกอร์ถึงพวกนั้นจะเป็อสูรในจำพวกเดียวกับมนุษย์หมาป่า แต่ความสามารถนั้นต่างกันมาก พวกมันสามารถเลือกจะแปลงร่างเป็สัตว์อะไรก็ได้ตาม้า แล้วกลิ่นของพวกมันก็กลบกลิ่นของนามิไปหมด ในป่าแห่งนี้การจะตามรอยเท้าก็เป็เื่ที่ยากมาก
“นามิ!!! เธออยู่ไหน?”
มาถึงตอนนี้ข้าก็ไม่อาจจะดมกลิ่นกายของเธอได้อีก ทั้งที่ข้ารู้ว่าวิธีะโเรียกหาเป็วิธีที่โง่มาก แต่มันไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าต้องหาตัวของเธอให้เจอก่อนที่จะมืดสนิท ข้าขอให้เจอเธอก่อนพวกสกินวอล์คเกอร์ หัวใจของข้าตอนนี้กลัวเสียยิ่งกว่าตอนต้องสู้รบกับเผ่าอื่นเสียอีก
“นามิ เธอได้ยินฉันไหม?”
เสียงะโของข้าดังลั่นป่า แต่กลับไร้เสียงตอบใดกลับมา คล้ายกับว่าป่าแห่งนี้ได้กลืนกินเสียงของข้าเข้าไป ข้าต้องใช้ประสาทััทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเป็ตา หู จมูก ปาก และร่างกายเพื่อจะต้องหาเศษเสี้ยวอะไรก็ได้ของนามิที่ยังเหลืออยู่และพอจะััได้
แต่แล้วเหมือน์จะยังเห็นใจข้า เสียงเรียกของเธอดังให้ได้ยินถึงมันจะเบามากเฉกเช่นยามเมื่อสายลมพัดผ่าน
“ริว!!! นายอยู่ไหน?”
ข้าตามทิศทางของเสียงไปโดยเร็ว จนเมื่อไปถึงก็เห็นหมาป่าตัวใหญ่โต มันมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปถึงสองเท่า ข้ารู้ทันทีว่ามันเป็เผ่าสกินวอล์คเกอร์ ยังไม่ทันไรมันกำลังจะกระโจนใส่นามิ
“หมอบลง”
นามิได้ยินเสียงะโไล่หลัง รู้ตัวอีกทีก็ถูกแขนกำยำของข้ากระชากเธอจนเสียหลักล้มลงไปกับพื้น ยังไม่ทันที่นามิจะอ้าปากร้องอะไร กลิ่นคาวเืซึ่งมันมาจากแขนข้าก็ได้สร้างความใให้กับเด็กสาว เขี้ยวแหลมคมของมันฝังลงไปที่แขนขวาถึงมันจะสร้างความเ็ปให้แต่มันก็เป็ผลดีให้ข้าเช่นกัน
“แกมาขวางอาหารของข้าทำไม?”
เสียงเกรี้ยวกราดของมันดังไปทั่วผืนป่าแต่ข้ากลับไม่ได้หวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อย ต่างกับเด็กสาวในอ้อมกอดข้าซึ่งตอนนี้ตัวสั่นกลัว
“นางเป็ของหวานของข้า เ้าอยากคิดจะยุ่งกับนาง”
“แต่ข้าเจอนางก่อน”
หมาป่าตัวนี้ยังยืนการว่านามิเป็ของมัน ข้าคิดว่าถ้าปล่อยให้เวลายืดเยื้อไปมากกว่านี้ พวกของมันอาจจะตามมากได้ ดีไม่ดีจะมีปีศาจและอสูรพวกอื่นมาร่วมวง
“ข้าให้โอกาสเ้าแล้วนะ”
ราวกับว่ามันไม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าพูดไปเลย เ้านั่นพุ่งกระโจนเข้าหา มันทำให้ข้าไม่มีทางเลือกจึงต้องต่อสู้กับมัน ไม่อย่างนั้นคราวนี้อาจจะไม่จบเื่ง่าย ๆ เืของข้าซึ่งไหลออกจากคมเขี้ยวที่มันทิ้งเอาไว้ ข้าใช้พลังเฉพาะตัวสร้างอาวุธขึ้นจากเื มันสามารถเปลี่ยนรูปร่างตามที่ข้าคิดได้ ข้าเลือกใช้ดาบไม่ไผ่เพื่อจะสั่งสอนมันไม่ได้คิดจะฆ่า
“แกคิดหรือว่า แค่นี้จะหยุดข้าได้”
มันกระโจนด้วยพละกำลังที่มีและขนาดตัวซึ่งใหญ่ มันทำให้ข้าต้องรับแรงนั้นของมันเต็ม ๆ แต่ก็ไม่ให้ปัญหา ดาบในมือข้างขวาฟันไปยังขาหน้าของมัน ซึ่งจะไม่ได้แรงสุดกำลังแต่มันก็สร้างความเ็ปให้เ้าหมาป่านั้น ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ยอมแพ้
“แก!!!”
สายตาของมันจ้องมองไปยังนามิ มันกำลังจะกระโจนใส่ข้าเป็ครั้งที่สอง ข้าคิดว่าต้องเอาจริงได้แล้ว แต่กลับผิดคาดมันพุ่งไปหานามิ ซึ่งข้าก็ไม่อาจเข้าไปขวางทัน แต่แล้วเหมือนว่ามีบางสิ่งปกป้องเธอเอาไว้
“ฮารุ”
สิ้นเสียงร้องของนามิ เ้านั้นโดนผลักกระเด็นไป แต่นามิที่ใก็ล้มลงไปโดนกิ่งไม้ด้านหลังจนเกิดแผล กลิ่นเืของเธอมันช่างหอมหวานจนข้าเองก็เกือบห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่กลิ่นนั้นกลับทำให้เ้านั่นคลุ้มคลั่งขึ้นมา
“อโหสิให้ข้าด้วย”
ทางเดียวคือต้องฆ่ามัน ข้าเปลี่ยนจากดาบไม้มาเป็ดาบคมกริบ ข้าไม่จนใจอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้แล้วแกว่งดาบฟาดฟันมันอย่างไร้ปรานี จนเมื่อมันล้มลงนามิเข้ามาห้ามไว้
“อย่า!!! พอแค่นี้เถอะ มันก็สู้ไม่ได้แล้วปล่อยมันไปเถอะนะ”
ข้ามองหน้านามิซึ่งเหมือนว่าเธอร้องขอชีวิตของมัน ข้าเองก็ไม่อยากจะทำอะไรมันแต่กลิ่นเืของเด็กสาวกำลังเรียกหาพวกอสูรและปีศาจตนอื่นมายังที่แห่งนี้ ขนาดตัวข้าเองยังเกือบจะห้ามใจตัวเองแทบจะไม่ไหว มีหรือถ้าพวกนั้นมาเจอคงจะไม่เหลือ
“ก็ได้”
ข้าไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นคว้าตัวเธอขึ้นหลังตรงกลับคฤหาสน์ทันที ในระหว่างทางเสียงหอน เสียงคำรามของพวกที่ได้กลิ่นเืก็ดังมันพอให้ได้ยืน ข้าเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนเมื่อเข้ามาด้านในคฤหาสน์
“ท่านริว…นั่นเื”
เสียงแฟร์รี่ตนแรกที่เห็นข้า เรียกความสนใจจากพวกนางที่อยู่แถวนี้
“เอายาทำแผลมาให้ข้าที่ห้องนามิ”
“เ้าค่ะ ท่านริว”
ราวกับนามิจะรู้ความผิดของตน ั้แ่มาถึงเธอก็ได้แต่เงียบ จนเมื่อแฟร์รี่ตนนั้นนำเอายามาให้ตามคำสั่งแล้วออกไป ข้าเห็นเืของเธอที่มือถึงอยากจะกินมาเพียงใดแต่ข้าก็รู้จักที่จะหักห้ามใจของตน
“ขอ..โทษ”
นามิเอ่ยออกมาในขณะที่ข้าทำแผลให้ เธอมองแขนขวาของข้าที่ตอนนี้แผลมันได้หายไปแล้ว แต่ยังทิ้งคราบเืเอาไว้
“รู้ตัวว่าผิดก็ดี โลกของปีศาจมันโหดร้ายกว่าโลกมนุษย์เยอะ”
“แล้วเ้าหมาป่านั่นจะเป็ไงบ้าง?”
“ไม่ถึงตาย แต่ถ้ามีอะไรจะทำร้ายเธออีก ฉันเอามันตายแน่ ครั้งนี้ฉันไว้ชีวิตมันตามที่เธอขอ และจำไว้ให้ครั้งดีว่าเธออาจจะไม่โชคดีหรือคราวนี้ อย่าทำอะไรที่สิ้นคิดอีก”
ข้าออกจากห้องของเธอมา มีสิ่งที่ข้าติดใจอยู่สองเื่ หนึ่งคืออะไรที่ปกป้องแล้วเธอเรียกใครว่าฮารุ ทั้งที่ในนั้นข้าเห็นมีแค่เธอ เ้าหมาป่านั้นแล้วก็ข้า ข้อสองทำไมเืของเธอถึงช่างหอมหวานกับข้านั้นไม่แปลกแต่กับเ้าหมาป่านั้นทำไมอยู่ ๆ มันเหมือนจะคลุ้มคลั่งเมื่อได้กลิ่น และยังมีปีศาจและอสูรตนอื่นอีก
สิ่งเดียวที่จะไขข้อข้องใจข้าได้มันคงจะถูกบันทึกไว้ที่ไหนสักแห่งในหนังสือ ข้ามุ่งหน้าไปยังห้องสมุดในคฤหาสน์แห่งนี้เพื่อจะค้นหาคำตอบ