ตอนที่ 22 เมดสาวไม่พอใจเพื่อนร่วมคลาสของนายท่านเป็อย่างมาก
ท่ามกลางแดดยามเช้าที่ร้อนระอุ...
แทนที่เหล่านักเรียนหน้าใหม่คลาสบราวน์ทอรัสจะได้นั่งอยู่ในห้องอย่างสบายๆและแนะนำตัวทำความรู้จักกันเหมือนคลาสอื่นๆ ซึ่งเป็ปกติทั่วไปของการเปิดเรียนวันแรก
...ในวันนี้พวกเขาทั้งหมดกลับต้องมาวิ่งรอบสนาม
“แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!...”
กอนส่งเสียงหอบออกมาด้วยความเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก...
หลังจากที่เขาวิ่งไปได้ 10 รอบสนามแล้วแต่ท่าทีของอาจารย์ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะสั่งหยุดเลย
และดูเหมือนว่าทั้งห้องมีแค่กอนคนเดียวเท่านั้นที่เหนื่อยจนแทบจะเป็ลม ส่วนคนอื่นๆนั้นยังวิ่งได้อย่างสบายนั่นรวมถึงชายอ้วนคนนั้นด้วยเช่นกัน
“สู้ๆนะคะนายท่าน”
ซีโร่ที่ยืนอยู่ในที่ร่ม โบกมือส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน...
...
และเพียงไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากนั้น---
ร่างของกอนก็ล้มลงต่อหน้าอาจารย์ร่างกายของเขาหมดก๊อกแล้วจริงๆ ไม่มีแรงเหลือแล้วสักหยด
“เธอชื่ออะไรอย่างงั้นเหรอ”
อาจารย์แว่นกล้ามโตถามด้วยใบหน้าที่แน่นิ่งแต่มันเต็มไปด้วยออร่าที่สดใส
“แฮ่ก! ผ..ผมชื่อเฟรอกอนครับ....จะเรียกว่ากอนก็ได้”
กอนตอบอย่างฝืนๆ เขาเหนื่อยจนแทบจะพูดไม่ออก...
หลังจากที่ได้ยินชื่อกอนอาจารย์แว่นกล้ามโตก็ยิ้มออกมาทันที พร้อมกับดวงตาที่เป็ประกาย
“เธอสินะที่ชื่อกอน ชั้นจะจำเอาไว้”
...
ไม่นานหลังจากนั้นการวิ่งรอบสนามก็จบลง
มีเพียงกอนคนเดียวเท่านั้นที่เหนื่อยหอบจนแทบจะเป็ลม...ก่อนที่เขาจะต้องลากสังขารไปล้างหน้าและเดินอย่างอ่อนล้ากลับไปเข้าห้องเรียน
---กอนฟุบนอนลงที่โต๊ะของเขาแทบจะในทันที
‘เรียนในห้องนี่แหละ...สบายใจสุดแล้ว’ กอนคิดอย่างผ่อนคลาย
“อะไรกันเพื่อน...แค่นี้ก็จะเป็ลมตายแล้วนายกล้าไปสู้กับกับคลาสอื่นได้ยังไงเนี่ยฮ่าฮาๆๆ”
เสียงแสนน่ารำคาญของชายอ้วนคนเดิมดังขึ้น...
“ชั่งชั้นเถอะน่า~”
กอนนั้นี้เีจะตอบแล้ว
...แต่หลังจากนั้นก็มีเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น
“ไอขยะนี่มาเป็เกรทเทอร์ได้ไง...อ่อนแอชะมัด”
“ฮ่ะฮะๆ..ใช่ๆ แค่นี้ก็จะตายแล้ว...โคตรกระจอกเลยวะ”
----กอนเข้าใจว่าคำพูดของชายอ้วนคือการหยอกเล่น...แต่สองเสียงล่าสุดที่ได้ยินเมื่อกี้ไม่ใช่แน่ๆ
สายตาของกอนที่มีอาการสะลึมสะลือก็พลันสว่างขึ้นมาทันทีพร้อมกับหันไปมองทางเ้าของเสียง...
คนแรกนั้นเป็ชายร่างผอม ตาเรียวยาวหน้าตาดูโทรมๆ ทรงผมสั้นกระเซอะกระเซิง ส่วนอีกคนนั้นก็ดูโทรมไม่แพ้กันมีตาเรียวยาวเหมือนกัน แต่หัวล้าน
....กอนไม่คาดคิดเลยว่าแม้แต่คลาสบราวน์ทอรัสเหมือนกันก็ยังมีการบูลลี่(การกลั่นแกล้ง)กันเองเกิดขึ้น
.
.
สุดท้ายแล้วกอนไม่ได้พูดตอบโต้อะไรพวกมันไปมีเพียงแค่การจ้องหน้ากันเท่านั้น
“เอาละทุกคนเงียบหน่อย”
อาจารย์แว่นกล้ามโตเดินเข้ามาพร้อมกับอาจารย์อีกสองคน...นักเรียนต่างรีบกับไปนั่งที่ของตัวเองทันที
---จากนั้นการแนะนำตัวก็เริ่มขึ้น
เริ่มจากอาจารย์ทั้งสามคน
อาจารย์แว่นนั้นแนะนำตัวว่าตัวเองชื่อ‘อเล็กซานเดอร์’ หรือจะเรียกว่า อาจารย์อเล็กซ์ก็ได้
คนต่อมาเป็อาจารย์สาวผมดำชาวเอเชียสูงประมาณ 160 เิเ อายุประมาณ 40 ปี เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ ‘ไอม่า’
คนสุดท้ายเป็อาจารย์ที่มีอายุราวรุ่นทวดมีหนวดหงอกที่ยาวเฟื้อย แนะนำตัวว่าชื่อ ‘ทาการะ’...
“จากนี้ไปพวกเธอจะได้เห็นหน้าพวกชั้นจนเบื่อเลยละ”
อาจารย์อเล็กซ์พูดทิ้งท้าย
…และหลังจากนั้นเหล่านักเรียนก็ออกมาแนะนำตัวหน้าชั้นทีละคนจนครบ
ทำให้กอนได้รู้ว่าความจริงแล้วชายอ้วนคนนั้นมีชื่อว่า‘คาร์ล’
และชายสองคนที่พูดจาดูถูกเขาก่อนหน้านี้เป็ฝาแฝดกัน...
โดยคนที่ทรงผมสั้นกระเซอะกระเซิงนั้นมีชื่อว่า‘พยัคฆ์’ และคนหัวล้านมีชื่อว่า ‘สิงห์’
“เอาละ!แนะนำตัวกันเสร็จแล้วสินะ...ชั้นและอาจารย์ทาการะจะขอตัวไปก่อนแล้วค่อยเจอกันอีกหลังจากนี้”
อาจารย์อเล็กซ์พูดจบก็เดินออกขากห้องไปพร้อมกับอาจารย์ทาการะ...
ที่ยืนอยู่หน้าห้องในตอนนี้มีเพียงอาจารย์ไอม่า
“อะแฮ่ม! วันนี้ชั้นจะสอนเื่พื้นฐานเกี่ยวกับคลาสบราวน์ทอรัสให้กับพวกเธอก่อนนะ...”
ในทันทีที่อาจารย์อเล็กส์เดินออกไปพร้อมกับทาการะและอาจารย์ไอม่าเริ่มพูด
พยัคฆ์ และสิงห์ก็แสดงกิริยาที่ไม่สมควรออกมาทันที
...พวกเขาทั้งคู่นอนหลังเอนพิงเก้าอี้และเท้าไขว้กันตั้งบนโต๊ะ พร้อมทั้งคุยกันเสียงดัง และหัวเราะเฮฮา มันสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนที่ได้ยินเป็อย่างมาก
อาจารย์ไอม่าจ้องมองไปที่พวกทั้งคู่ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ...
พยัคฆ์ และสิงห์นั้นรู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่แต่พวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะไม่แคร์ไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น แล้วคุยกันต่ออย่างออกรส
...อาจารย์ไอม่าเองก็เลือกที่จะไม่สนใจทั้งคู่แล้วสอนต่อ
.
.
.
---่ต่อไปนั้นต้องไปเรียนกับอาจารย์อเล็กซ์อีกครั้ง
คราวนี้สถานที่เป็โรงยิมเก่าๆมันคือการตรวจสอบระดับกามายว่าอยู่ในระดับไหน
จากที่อาจารย์ไอม่าสอนก่อนหน้านี้ทุกคลาสนั้นจะสอนเื่กามาย แต่บราวน์ทอรัสนั้นจะสอนกามายที่ลึกยิ่งกว่าคลาสอื่นๆ
กามายนั้นเกรทเทอร์สามารถฝึกกันได้ทุกคน...แน่นอนว่ากอนที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าเป็เกรทเทอร์และยังไม่เคยฝึกกามายเลยสักครั้ง ทำให้ระดับกามายแต่ละอย่างขอเขานั้นผลออกมาเทียบเท่ากับมนุษย์ปกติ
“ไม่เป็ไรหรอกนะกามายนะมันฝึกกันได้”
อาจารย์อเล็กซ์พูดปรอบใจก่อนที่จะเรียกคิวต่อไปมา
คิวต่อไปคือพยัคฆ์และสิงห์ตามลำดับ
“ขยะเอ้ยดูชั้นเป็ตัวอย่างสะ”
พยัคฆ์พูดออกมาอย่างหยิ่งผยองและสายตาที่ดูถูก
การทดสอบแรกคือการทดสอบกามายจิตัั...
โดยเป็การปิดตาและให้บอกว่าสิ่งที่วางอยู่ด้านหลังในระยะกระชั้นชิดคือสิ่งใด โดยมีเวลาแค่ 30นาทีเท่านั้น
“เริ่มได้”
เสียงของอาจารย์อเล็กซ์ดังขึ้นเวลาก็เริ่มนับ...
---ผ่านไปไม่ถึง20 นาที
“ลักษณะแบบนี้มัน...สุนัข”
“ถูกต้อง”
พยัคฆ์ และสิงห์พวกเขาตอบถูกทั้งคู่
...
การทดสอบต่อไปคือการวัดค่ากามายพลังกายโดยการต่อยไปที่เครื่องวัดอย่างสุดแรง และค่าตัวเลขจะออกมา
จากที่อาจารย์ไอม่าสอนหากเกรทเทอร์ไม่มีสกิล ก็ยังมีกามายนี่แหละที่ทำให้เกรทเทอร์เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา
ทั้งจิตัั และพละกำลังหรือบางคนอาจมีกามายด้านสติปัญญา ซึ่งเป็สิ่งที่พบได้น้อย
“เริ่มได้”
ผู้ทดสอบในตอนนี้คือพยัคฆ์...
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง
...และหลังจากนั้น
พยัคฆ์ได้ปลดปล่อยออร่ามานาสีฟ้าที่มีอยู่อย่างเบาบางและน้อยนิดก่อนที่จะเปลี่ยนมันเป็เปลวเพลิงเคลือบกำบั้นของเขา
“ดูให้ดีละ…นี่แหละความแตกต่างของชั้นและขยะอย่างพวกแก”
“ตู๊ม!!!!!!!!!”
หมัดเพลิงกระแทกเข้ากับเครื่องวันค่าเข้าอย่างจัง
...แน่นอนว่าคะแนนของเขาออกมาเหนือกว่าคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของพยัคฆ์เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
และมันสวนทางกับใบหน้าของอาจารย์อเล็กซ์ในตอนนี้...ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความถมึงทึง
เดินเข้ามาไกล้พยัคฆ์ในระยะกระชั้นชิดพร้อมจ้องไปที่ใบหน้าด้วยความไม่พอใจ
“ทำอะไรของเธอนะนี่มันเป็การวัดระดับกามายนะ…เธอใช้สกิลทำไม”
อาจารย์อเล็กถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง...
“ฮ่าฮาๆแล้วไงละครับอาจารย์ นี่แหละพลังทำลายที่ผมทำได้ มันเหนือกว่าทุกคนในห้องนี้แล้ว...อาจารย์เองก็คงอิจฉาผมสินะในเมื่ออาจารย์เองก็ใช้สกิลไม่ได้เหมือนกันกับขยะพวกนี้”
พยัคฆ์พูดออกมาอย่างอวดดี...
‘พูดแบบนั้นแล้วทำไมมาเข้าคลาสนี้ละบางทีระดับมานาของนายก็คงต่ำเกินไปจนโดนคัดออกมาเหมือนกันนั่นแหละ’ เสียงภายในใจของชายร่างอ้วนคาร์ล เขาเองก็เจ็บใจเหมือนกันที่โดนสองพี่น้องฝาแฝดดูถูกแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
“ใช่!...เธอพูดถูกแล้วละ ระดับมานาของชั้นนะมันต่ำสะจนใช้สกิลอะไรไม่ได้เลยแถมระดับมานาก็ไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาเพิ่มขึ้นด้วย...ทั้งชีวิตของชั้นนะได้ยินคำพูดแบบนี้มาจนชินแล้วละ และชั้นเองก็คิดว่า...นักเรียนหลายคนที่เลือกคลาสนี้ก็ประสบพบเจอกับประสบการณ์เช่นเดียวกัน......ชั้นที่มีดีแค่กามายก็จะสอนกามายกับพวกเธออย่างเต็มที่ ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่ชั้นคนนี้มี”
เมื่ออาจารย์อเล็กซ์พูดจบนักเรียนหลายคนต่างก็มีความซึ้งใจขึ้นมาทันทีที่มีคนเข้าใจพวกเขาขนาดครอบครัวของพวกเขายังดูถูก เป็เกรทเทอร์แท้ๆแต่ดันใช้สกิลไม่ได้.....โดยเฉพาะคาร์ลที่ร้องให้น้ำตาไหลออกมาจนเกินจริง
...ส่วนกอนนั้นยืนกอดอกด้วยใบหน้าที่แน่นิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมาและไม่ได้มีความซึ้งอะไรด้วย
“ฮ่าฮาๆพวกแกได้ยินแล้วสินะ อาจารย์คนนี้ยอมรับออกมาเองว่าใช้สกิลอะไรไม่ได้เลย...เป็แค่อาจารย์ขยะที่สอนพวกขยะเท่านั้น”
พยัคฆ์ยังคงไม่หยุดพูดในเมื่อนาทีนี้ไม่มีใครเหนือยิ่งกว่าเขาแล้ว...ขนาดอาจารย์ยังใช้สกิลไม่ได้เลยแล้วจะให้มาสอนเขาได้ยังไงกัน
...
“ชื่อพยัคฆ์คุงสินะเธอเข้าใจอะไรผิดไปนะ...การที่ใช้ได้แค่กามาย ก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอสักหน่อยแล้วก็...การพูดจาดูถูกคนอื่นนะ มันไม่ดีนะ...โดยเฉพาะเพื่อนๆ”
อาจารย์อเล็กซ์พูดอย่างนุ่มนวลและสีกน้าที่แน่นิ่ง
“อย่าพูดให้ขำยิ่งกว่านี้เลยน่า~อาจารย์...ขยะพวกนี้ไม่ใช่เพื่อนผมหรอก แล้วก็อาจารย์เอาอะไรมาพิสูจน์ละว่าคนที่ไม่มีสกิล จะไม่ใช่ขยะ”
พยัคฆ์พูดจบ อาจารย์อเล็กซ์มองไปที่เขาด้วยสีหน้าที่จริงจังทันที
“พิสูจน์อย่างั้นเหรอ...ได้สิ!”
อาจารย์อเล็กซ์อย่างมั่นใจ
“จะพิสูจน์ยังไงละครับอาจารย์หรือว่าอาจารย์จะใช้เครื่องสอบวัดค่า หรืออะไรที่มันกิ๊กก๊อกแบบนั้นอีกละฮ่าฮาๆ”
พยัคฆ์ยังคงพูดด้วยอารมณ์ขัน
“ไม่หรอกไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอก.........อาจารย์จะให้เธอโจมตีด้วยวิธีการใดก็ได้เป็จำนวนหนึ่งร้อยครั้งและหลังจากนั้นอาจารย์จะขอ….”
อาจารย์อเล็กซ์พูดพร้อมกับโชว์นิ้วชี้ขวาขึ้นมาชูตั้ง....
“อาจารย์จะขอ...โจมตีเธอกลับเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
.
.
.
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic