ยามเฉิน รุ่งเช้าของอีกวันแสงแดดสาดส่องเข้ามาลูบไล้ที่ใบหน้า จินหยางเริ่มรู้สึกตัว เมื่อได้สติเขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับพยายามลุกขึ้น ความเ็ปที่หน้าอกส่งผ่านไปยังสมอง ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังแว่วเข้ามาในหูอีกครั้ง
“โหมดรักษาตัวเองหยุดชั่วคราวที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้งานเริ่มได้สติ”
สิ้นเสียงแว่วในหู จินหยางกระอักเืสีดำออกมาข้างกาย กลิ่นคาวเืและกลิ่นเหม็นไหม้จากควันไฟยังฉุนเข้ามาในจมูก จินหยางหันไปมองซ้ายขวาด้วยความหวาดกลัว
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากัน?!?”
“้าอยู่ในโหมดรักษาหรือไม่?”
“อะ!”
จินหยางดวงตาเบิกโพลงไปด้วยความหวาดกลัว เขาได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้นในหูอีกครั้ง จินหยางรู้สึกบางอย่างที่หน้าอกของตัวเอง ไม่นานเขาก็หมดสติอีกครั้ง
“เปิดโหมดรักษาตัวเองอีกครั้ง”
ยามอุ้ย ความร้อนจากแสงแดดทำให้จินหยางเริ่มได้สติกลับมาอีกครั้ง
“การรักษาเสร็จสิ้น ผู้ใช้งานเริ่มได้สติ”
จินหยางดวงตาเบิดโพลงหันไปมองรอบกายด้วยความตื่นใ แต่ทว่าตัวเขายังคงอยู่ที่เดิม
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากันแน่!?”
“ติดต่อผู้ใช้งาน”
“เกิดอะไรขึ้น?”
จินหยางใช้มือขวาคลำไปที่หน้าอกของตน พบว่าอัญมณีสีฟ้าที่แอบซ่อนเอาไว้ที่หน้าอกหายไปเสียแล้ว
“ติดต่อผู้ใช้งาน”
เสียงที่ได้ยินเน้นย้ำอีกครั้ง
“ผู้ใดคือผู้ใช้งาน? เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากันแน่?”
“ส่งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีสกายเน็ตไซเบอร์และวิธีใช้งานให้กับผู้ใช้งาน”
“ท่านกำลังให้ข้ากลัว”
“เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของผู้ใช้งาน”
“หือ?”
จินหยางค่อย ๆ ลุกขึ้นมา พบว่าอาการาเ็ที่หน้าอกได้หายไปแล้ว แต่ทว่าเขากลับรับรู้ข้อมูลบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองอย่างต่อเนื่อง
“คุณชายได้ยินหรือไม่ขอรับ?”
จินหยางตื่นใมากกว่าเดิม เสียงที่ได้ยินแปรเปลี่ยนอีกครั้ง
“ส่งข้อมูลพื้นฐานและวิธีใช้งานไปยังสมองของคุณชาย คุณชาย้ารับหรือไม่?”
“ท่านเป็ใครกัน?”
“คุณชาย้ารับหรือไม่?”
“รับ ข้ารับ”
ทันใดนั้นเองจินหยางก็รู้สึกเ็ปไปที่ศีรษะ ไม่นานเขาก็อ้วกออกมา
“มันเป็ปฏิกิริยาหลังจากการถ่ายโอนข้อมูลครั้งแรก สมองได้เร่งกระบวนการรับรู้อย่างหนัก คุณชายจะไม่ได้รับความเ็ปจากการโอนถ่ายข้อมูลครั้งต่อไป”
จินหยางค่อย ๆ เรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับมาใหม่พร้อมกับสูดลมหายใจอีกครั้งเพื่อทำสมาธิ
“ไซเบอร์แมชชีน”
“ขอรับคุณชาย”
“เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้ากันแน่? จริงรึที่ร่างกายข้ามีเครื่องจักรไซเบอร์แมชชีนอยู่ภายในร่าง?”
“ตอนนี้ภายในร่างกายของท่านมีไซเบอร์แมชชีนอยู่ทั้งหมดเก้าแสนแปดหมื่นเก้าพันเก้าร้อยยี่สิบสองล้านสี่แสนสี่หมื่นแปดพันแปดร้อยเจ็ดสิบเก้าอยู่ในร่างของท่าน”
“ตัวข้ายังคงเป็มนุษย์อยู่หรือไม่?”
“แน่นอน ท่านยังคงเป็มนุษย์อยู่ขอรับคุณชาย”
“ข้าคงต้องตายอย่างเดียวสินะเ้าถึงจะออกไปจากร่างของข้าได้?”
“ถูกต้องขอรับคุณชาย เป็ไปตามที่ท่านรับทราบ”
“ผู้ใดกันที่นำเ้ามาไว้ในตัวข้า?”
“เื่นั้นข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”
“แล้วเ้ามาจากที่ใดกัน?”
“ตัวข้าไม่ทราบเช่นกันขอรับ”
จินหยางได้แต่ถอนหายใจ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น มองไปยังร่างของผู้เป็ปู่ไม่ถึงสามลมหายใจน้ำตาก็ไหลออกมา จินหยางรีบโขกศีรษะคารวะที่ด้านข้างศพของจินจวินซง
“ข้าต้องฝังท่านปู่เสียก่อน”
จินหยางรีบลุกขึ้นออกแรงลากศพของจินจวินซง พบว่าเขาสามารถลากได้อย่างสบาย
“ไซเบอร์แมชชีน เกิดสิ่งใดกับตัวข้ากัน?”
“ข้าน้อยทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของท่านให้สมบูรณ์เต็มร้อย ขจัดของเสียภายในร่างกายจนหมด ปรับเปลี่ยนเื กล้ามเนื้อ กระดูก รวมไปถึงเส้นเอ็น และเส้นเืให้เหมาะสมกับท่านที่สุด ท่านจึงมีกำลังมากกว่าเด็กที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันขอรับ”
จินหยางก้มลงมองยังร่างของตน พบว่ามีบางอย่างสีดำเป็คราบเกาะตามร่างกายส่งกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากร่าง อีกทั้งร่างกายของเขาเองก็มีมัดกล้ามประดุจเคยฝึกวิชายุทธมาก่อน ทันใดนั้นเองหางตาด้านขวาของเขาก็พบเจอใครบางคนในสภาพเปลือยกายนอนอยู่ จินหยางจึงตัดสินใจวางร่างของจินจวินซงและเดินเข้าไปตรวจสอบ
“ต้วนฟานเ้าสำนักกระบี่ิญญา”
“คนผู้นี้ตกตายแล้วขอรับคุณชาย”
จินหยางพยักหน้าตอบรับ ก้มลงไปดึงมีดสั้นที่เสียบบริเวณปลายคางออกมา หลังจากนั้นจึงเดินไปสำรวจเสื้อผ้าที่ต้วนฟางถอดทิ้งเอาไว้ เขาพบถุงที่เก็บเงินและคัมภีร์อีกสองเล่ม
“คัมภีร์กระบี่จักรพรรดิ คัมภีร์รวบรวมลมปราณ”
“ท่าน้าสแกนคัมภีร์ทั้งสองหรือไม่ขอรับ?”
จินหยางถึงกับขมวดคิ้ว
“เ้าสามารถสแกนได้อย่างนั้นรึ? มันเหมือนกับการเปิดอ่านหรือไม่?”
“ขอรับ ข้าสามารถสแกนมันแล้วส่งไปยังสมองของท่านได้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้อีกด้วย”
“ข้าต้องทำอย่างไร?”
“เพียงแค่ท่านเปิดอ่านคัมภีร์ทั้งสองเล่มขอรับ”
“ดี! เช่นนั้นให้ข้าจัดการฝังศพของท่านปู่เสียก่อน”
จินหยางรีบถอดเสื้อออกมาวางกับพื้น นำคัมภีร์ทั้งสองและถุงเงินวางเอาไว้ จากนั้นจึงห่อทั้งหมดเก็บเอาไว้ในเสื้อผูกติดที่เอว หลังจากนั้นเขาเดินไปหยิบกระบี่ของต้วนฟานมาเสียบเอาไว้ที่เอวด้านซ้าย จากนั้นจึงเดินไปลากศพของจินจวินซงไปยังด้านหลังของตระกูลจิน จินหยางใช้กระบี่ในมือขุดดินเป็หลุมลึก หลังจากกลบฝังศพของจินจวินซงเขาก็หาแผ่นไม้มาสลักชื่อจินจวินซงทำเป็ป้ายหลุมศพ เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็ทำการคารวะหลุมศพ จากนั้นจึงได้ออกไปอาบน้ำบริเวณลำธารด้านข้าง
“ไซเบอร์แมชชีน”
“ขอรับคุณชาย”
“ชื่อของเ้ายาวเกินไป เ้าสามารถเปลี่ยนชื่อเรียกได้หรือไม่?”
“แน่นอนขอรับ”
“ดี เช่นนั้นข้าจะเรียกเ้าว่าเทียนคงที่หมายถึงท้องฟ้า เพราะเ้าร่วงลงมาจากท้องฟ้า”
“ลงทะเบียนชื่อเรียก เทียนคง”
“ข้ามีบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจ เ้าสามารถรักษาอาการาเ็ของข้าได้ มันสามารถรักษาได้ถึงแค่ไหนกัน”
“ข้าสามารถรักษาอาการาเ็ภายนอกและภายในได้ทันที หากมีการเสียเืหรืออวัยวะอาจต้องใช้เวลานานยิ่งขึ้นสำหรับสร้างขึ้นมาใหม่ เช่นเดียวกับครั้งแรกที่ท่านได้รับาเ็กระดูกหน้าอกเสียหายอย่างหนัก รวมไปถึงอวัยวะภายในเสียหายจึงต้องใช้เวลาในการรักษา”
“ข้าขอทดสอบได้หรือไม่?”
“แน่นอนขอรับ”
จินหยางรีบขึ้นจากลำธารใช้มือขวาหยิบมีดสั้นที่วางข้างห่อผ้า เขาสูดลมหายใจพร้อมกับการเตรียมใจ ไม่ถึงห้าลมหายใจเขาก็กรีดมีดสั้นไปที่ฝ่ามือซ้าย ความเ็ปส่งไปยังสมอง
“เปิดระบบรักษาตัวเองที่มือซ้าย”
ไม่ถึงครึ่งลมหายใจเืที่ฝ่ามือซ้ายหยุดไหลาแปิดสนิท
“หายแล้ว”
“ขอรับคุณชาย หากาแเพียงน้อยนิดสามารถรักษาได้ในทันที”
จินหยางก้มหน้าครุ่นคิด นึกถึงใบหน้าของผู้คนนับร้อยที่พบเจอเมื่อวาน
“ข้าสามารถใช้ความสามารถของเ้าได้ทั้งหมดหรือไม่เทียนคง?”
“แน่นอนขอรับ คุณชายสามารถใช้ความสามารถของข้าตามที่ระบุเอาไว้ในข้อมูลพื้นฐานและวิธีใช้งาน”
“เหอะ รอก่อนเถอะข้าจะล้างแค้นให้ท่านปู่และผู้คนตระกูลจินทั้งหมด”
ไม่นานแสงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าอีกครั้งจินหยางเริ่มรู้สึกหิวเล็กน้อย เขาใช้มีดสั้นเหลากิ่งไม้ขนาดเหมาะมือถือเอาไว้ยืนอยู่ข้างลำธาร ใช้ความสามารถของเทียนคงมองไปยังลำธารตรวจจับการเคลื่อนไหวของปลา หลังจากนั้นแทงกิ่งไม้ในมือเพื่อจับปลา กองไฟถูกก่อขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลำธาร ในระหว่างที่กำลังย่างปลาอยู่จินหยางก็นำคัมภีร์รวบรวมลมปราณมาเปิดอ่าน
“เทียนคง”
“ขอรับคุณชาย ทำการสแกนคัมภีร์”
จินหยางเปิดคัมภีร์ในมือพร้อมกับกวาดสายตามองผ่านอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงยี่สิบลมหายใจเขาก็ปิดคัมภีร์ในมือ
“สแกนข้อมูลเสร็จสิ้น ปรับเปลี่ยนแก้ไขเล็กน้อย คุณชาย้าโอนถ่ายข้อมูลหรือไม่ขอรับ?”
“โอนถ่ายข้อมูล”
วูป มีข้อมูลเกี่ยวกับการรวบรวมลมปราณผุดขึ้นมาในสมองอย่างรวดเร็ว อีกทั้งร่างกายยังตอบสนองเองในการโคจรลมปราณ
“ให้ตายเถอะ! นี้มันจะมากเกินไปแล้ว ข้าไม่จำเป็ต้องเรียนรู้สิ่งใดมากมายก็สามารถโคจรลมปราณได้แล้ว”
จินหยางรีบวางคัมภีร์รวบรวมลมปราณลง หยิบคัมภีร์กระบี่จักรพรรดิมาเปิดอ่าน
“ทำการสแกนคัมภีร์”
ทันทีที่จินหยางเปิดอ่านคัมภีร์ในมือจนจบเล่ม เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะทดลองร่ายร่ำวิชากระบี่จักรพรรดิ เขารีบวางคัมภีร์ไว้ข้างกาย
“เทียนคง โอนถ่ายข้อมูลได้เลย”
“ขอรับคุณชาย”
วูป มีข้อมูลเกี่ยวกับทักษะวิชากระบี่จักรพรรดิผุดขึ้นมาในสมองอย่างรวดเร็ว จินหยางยกยิ้มอย่างดีใจ รีบลุกขึ้นไปหยิบกระบี่พร้อมกับเริ่มร่ายรำ แต่ทว่าเขารู้สึกแปลกใจเพราะอานุภาพที่แสดงออกมาหาได้เป็เช่นดั่งที่คัมภีร์กล่าวอ้าง
“เกิดสิ่งใดขึ้นกันเทียนคง?”
“สิ่งที่คุณชายได้กระทำเป็เพียงเลียนแบบจากคัมภีร์ที่ส่งผ่านไปยังสมองขอรับ หากคุณชาย้าให้มันสมบูรณ์แบบทั้งหมดต้องถ่ายโอนข้อมูลไปยังกล้ามเนื้อและการไหลเวียนลมปราณควบคู่กัน”
“เ้าสามารถทำได้ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนขอรับ เพียงแต่ว่ามันอาจจะเกิดการเ็ปเล็กน้อย แต่ท่านไม่ต้องห่วงท่านสามารถรักษาตัวเองได้ตลอดเวลา”
จินหยางยกยิ้มอย่างดีใจ
“โอนถ่ายข้อมูล”
วูป กล้ามเนื้อทั่วร่างรวมไปถึงเส้นลมปราณและเส้นเืแทบฉีกขาด จินหยางถึงกับทนความเ็ปไม่ไหวล้มลงไปนอนหมดสติข้างกองไฟ