นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!
..แต่ก็ถือว่าโชคยังดีที่เ้าระบบเฮงซวยนั่นมันเปิดคาแรคเตอร์ตัวละครโดยอัตโนมัติให้ผมก่อนที่มันจะหายหัวไป ไม่อย่างนั้นผมคงไม่รู้จะทำยังไงหรือเดินเื่ไปทิศทางไหนแน่ๆ ให้ตายสิ! ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ไอ้ระบบเฮงซวยนั่นก็สามารถสร้างความบรรลัยให้ชีวิตของผมได้ทุกเมื่อเลยจริงๆ
อวี่เฟิง "ข้าดีใจที่ได้พบท่านอีก"
"อืม ข้ากลับมาแล้ว ผ่านไปหลายปีดูเหมือนเ้าจะเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยนะน้องเล็ก"หลางหย่งหนิงมองสำรวจอวีเฟิงั้แ่หัวจรดเท้าก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อย
แต่ก่อนที่อวีเฟิงจะได้พูดโต้ตอบอะไรไป ผู้ที่มาใหม่ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน "เปลี่ยนหรือ..แค่ชุดที่ใส่กระมัง"
"ไม่เจอกันนานนะ..น้องสาม"
เยี่ยซิว "ใครเป็น้องสามของท่านกันข้าไม่ยอมรับหรอกนะ"
หลางหย่งหนิง "เอาน่า วันนี้ถือเป็วันดีพวกเราไปหาที่ดื่มกันเถอะน้องสาม น้องเล็ก"
เยี่ยซิว "ก็บอกแล้วไงว่าข้า…"
อวี่เฟิง "เอาเถอะนานๆ ทีคงไม่เป็ไรหรอก เยี่ยซิวพวกเราไปกันเถอะ"
เยี่ยซิว "เ้าก็เป็เช่นนี้เสมอ หัดปฏิเสธเสียบ้างสิ!"
อวี่เฟิง "..ก็มันน่ารำคาญ"
หลางหย่งหนิง "เอาน่าไปดื่มกันเถอะ ข้ามีข่าวดีจะบอกพวกเ้าด้วยนะ"
"ข่าวดีอะไรหรือ"เยี่ยซิวถามอย่างใคร่รู้
"ฮึๆ ไปดื่มก่อนเดี๋ยวบอกอีกทีหลัง"
"ชิ! ก็ได้"
"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"อวีเฟิงพูดขึ้นแล้วเดินนำหน้าไป
เหลาอาหาร
บนโต๊ะเต็มไปด้วยไหสุราและกับแกล้มอีกหลายอย่าง บุคคลทั้งสามดื่มกินพลางพูดคุยสัพเพเหระด้วยบรรยากาศผ่อนคลายเป็กันเอง ซึ่งนั่นถือเป็ภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง
เยี่ยซิวเอ่ยถามขึ้น "บอกได้หรือยังว่าอะไรคือข่าวดีที่เ้าว่า"
"อ่าา พี่ใหญ่น่ะใกล้จะตื่นแล้วนะ"
เยี่ยซิว "เป็ไปได้หรือ!! ไม่ใช่เ้ากำลังโกหกอยู่หรอกนะ"
อวี่เฟิง "พี่ใหญ่...ตายไปแล้วมิใช่หรือ"
"...ที่จริงก็ตายไปแล้วล่ะ แต่ว่าการที่ข้าเลือกผนึกตัวเองตั้งสิบห้าปีแทนที่จะอยู่เลี้ยงดูหลานชายด้วยตนเอง ข้าย่อมไม่ทำอะไรที่สูญเปล่า"
อวี่เฟิง "ถ้าเช่นนั้น…"
"ยังพอมีวิธีที่ทำให้พี่ใหญ่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอยู่ หากเราหาเจอ"
"อะไรล่ะ"เยี่ยซิวถามต่อ
"หัวใจเหมันต์"
อวี่เฟิง "ตอนนี้พี่ใหญ่เป็อย่างไรบ้าง"
"พลังของพี่ใหญ่ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่แล้ว ขอเพียงได้หัวใจเหมันต์มาพี่ใหญ่จะตื่นขึ้นอีกครั้ง"
"แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ"เยี่ยซิวถามขึ้น
"แดนเทพเผ่า์ แต่การจะขึ้นไปยังแดนเทพคงต้องพึ่งเ้าแล้วน้องเล็ก"
"...ข้าไม่ชอบที่นั่นเลย แต่เอาเถอะข้าจะหาทางเอามาให้ได้ก็แล้วกัน"
ทั้งสามดื่มกินกันสักพักจึงพากันกลับมายังยอดเขาเย้ยเมฆาในสภาพที่เมามาย อวีเฟิงล้มตัวนอนบนเตียงในห้องของตนเอง ส่วนเยี่ยซิวและหลางหย่งหนิงแยกย้ายกันเข้าพักในเรือนรับรอง
_
ท่านอาจารย์ในสภาพเมามายไร้ซึ่งการป้องกันข้าเพิ่งจะเคยพบเห็น ท่านอาจารย์ออกไปกับอาจารย์เยี่ยซิวและผู้าุโอีกท่านที่ข้าไม่รู้จัก
ข้าแอบเดินเข้ามาในห้องของท่านอาจารย์ สิ่งที่ข้าเห็นคืออาจารย์ที่แสนงดงามนอนอยู่บนเตียง ใบหน้ามีสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์สุรา พอมองระเรื่อยลงมาจะเห็นคอระหง แผงอกขาวนวลเนียน ยอดไตเม็ดเล็กน่าััลามเลียและหน้าท้องแบนราบมีมัดกล้ามเล็กน้อยให้ชวนมองชวนัั
เนื่องจากคนเมาไม่ได้สติต่อให้เสื้อผ้าจะหลุดลุ่ยจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนก็มิได้ใส่ใจ ซ้ำยังพยายามถอดเสื้อผ้าออกเพื่อคลายความอึดอัดเสียด้วยซ้ำ แต่การกระทำเช่นนั้นมันกลับสร้างความวาบหวิวใจให้กับผู้ที่แอบมองยิ่งนัก
แม้ในใจนึกอยากััคนตรงหน้าให้หนำใจสักแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงยืนมองอยู่เงียบๆ เท่านั้น เพราะหากเข้าไปััคนตรงหน้าย่อมรู้สึกตัวเป็แน่ เขายังไม่อยากทรมานตัวเองเล่นในน้ำตกไร้ปรารถนาอีกหรอกนะ
..แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีที่จะััท่านเสียหน่อย
เขาไม่รอช้าที่จะเดินออกไปยกถังน้ำอุ่นและผ้าสะอาดเข้ามาในห้องอีกครั้ง แค่นี้ข้าคงไม่โดนท่านลงโทษแล้วสินะ ข้าใช้ผ้าเช็ดใบหน้างดงามนั้นอย่างบรรจง ระเรื่อยลงมายังคอระหงและแผงอกกว้าง
"อื้มม.."เสียงครางประท้วงเมื่อมีผู้มารบกวนการนอนนั้นมันช่างเป็เสียงรื่นหูที่ข้าอยากได้ยินอีกซ้ำๆ เมื่อมีสิ่งรบกวนมือเรียวสวยก็ปัดป่ายไปมาอย่างนึกรำคาญ เสียงครางอู้อี้ในลำคอช่างทำให้ผู้ที่ได้ยินหัวใจสั่นไหว จนนึกอยากทำอะไรๆ ให้มากกว่านี้
"อืมม ใคร.."
"ข้าเองขอรับท่านอาจารย์"
"อืมม เ้าแมวน้อยนี่เองงง.."
"เอ๊ะ"แต่ก่อนที่ข้าจะได้ถามอะไร ท่านอาจารย์ผู้สูงส่งก็ดึงข้าเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของท่านเสียแล้ว
อ่าา เ้าแมวน้อยงั้นหรือข้าไม่ใช่แมวสักหน่อย แต่ถ้าเป็แมวแล้วถูกท่านกอดแบบนี้ข้ายอมเป็แมวสักวันก็ได้
แต่พอได้อยู่ในอ้อมแขนนี้สักพักข้ากลับรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ข้าช่างเป็คนโลภมากเสียจริง ในใจข้า้ามากกว่านี้ราวกับความ้าของข้าไม่มีที่สิ้นสุด
ข้าไม่ลังเลเลยที่จะใช้ยานอนหลับที่ข้ามาพกติดตัวอยู่เสมอกับท่านอาจารย์ผู้สูงส่ง หากเป็เวลาปกติยานอนหลับนี้คงไม่มีผลอะไร แต่ตอนนี้ท่านอาจารย์เมามายไร้สติยานอนหลับนี้จึงทำให้ท่านหลับลึกขึ้นอีกนิดก็เท่านั้น
และเมื่อแน่ใจว่ายานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว ข้าคลายอ้อมกอดของท่านอาจารย์ออก แล้วบรรจงจูบลงบนกลุ่มผมเงาสลวย เคลื่อนต่ำลงมาลามเล็มใบหูสวย เรื่อยมายังแก้มใสจนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสวย ข้าบรรจงจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ละเลียดลิ้มชิมความหวานในโพรงปากครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักพอ มือทั้งสองเคลื่อนต่ำลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดผ่านผืนผ้าไหมที่เริ่มหลุดลุ่ย
"อ๊ะ อืมม…"เสียงครางหวานของคนที่อยู่ใต้อาณัติ ทำให้ศีลธรรมที่มีอยู่น้อยนิดขาดสะบั้น
อ่าา มากกว่านี้..ร่างกายขยับเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ตามสัญชาตญาณ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าท้องแบนราบ มือลูบไล้ต้นขาเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่มพรมจูบไปทั่วร่างงดงามอย่างหลงใหลในทุกๆ ัั
เมื่อยิ่งได้ััมากเท่าไหร่ก็ยิ่ง้ามากเท่านั้น แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น ฟางเส้นสุดท้ายก็ทำงานได้อย่างถูกที่ถูกเวลาจนร่างกายชะงักกึก เขาพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่น้อยนิด ขยับออกจากจุดเสี่ยงภัยนี้อย่างยากลำบาก
ตอนนี้ยังไม่ได้..รอก่อนนะตัวเรา รออีกไม่นานอย่างแน่นอน ทุกอย่างของคนตรงหน้าจะเป็ของเราอย่างสมบูรณ์..ข้าบอกตัวเองเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก่อนที่จะบดจูบริมฝีปากอิ่มสวยอย่างไม่รู้จักพอ จนเกือบรุ่งสางข้าจึงได้ยอมผละออกไปและทำทุกอย่างให้เหมือนปกติที่สุดเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด
_
[แจ้งเตือน:คุณได้รับค่าความฟิน 20,000 คะแนน]
[ขณะนี้ทำการอัพเกรดระบบป้องกันการแทรกแซงเรียบร้อยแล้ว]
[แจ้งเตือน:คุณได้รับ+200 แต้มรวม3,400 แต้ม]
เออ...ค่าความฟินนี่มันมาจากไหนตั้ง 20,000 คะแนน ระบบนี่นายแน่ใจนะว่าไม่ได้คำนวณพลาดน่ะ แต่ว่าก็ว่าเถอะถ้าเอาค่าความฟิน เปลี่ยนเป็แต้มได้นี่ คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้หรอก ตัวเลขนี้มันต่างกันเยอะเกินไปไหม พระเอกนี่มีเื่อะไรฟินนักหนานะ คืนเดียวปาไปตั้ง 20,000คะแนนแน่ะ
เฮ้ออ! ชีวิตสำเริงสำราญอยู่ในอ้อมอกสาวสวยไม่ซ้ำหน้า พระเอกนี่ช่างเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าอิจฉาเสียจริง
[....]
ว่าแต่เมื่อคืนนี้ปากไปโดนอะไรมานะเจ็บหน่อยๆ เหมือนกันแฮะ เมาหัวราน้ำจนจำอะไรไม่ได้เลยเรา
[.....]
วันนี้นายเงียบแปลกๆ นะระบบ คงไม่ใช่ว่ากำลังรวนหรือโดนไวรัสเล่นงานอยู่หรอกนะ ใช่ไหม
[ระบบปกติดี ทำแผนการ simulation เรียบร้อย ระบบพร้อมส่งมอบภารกิจ]
เอ๊ะ!…
[แจ้งเตือนภารกิจ:ประลองกระบี่กับหลางหย่งหนิง+500แต้ม]
[ตกลง/ปฏิเสธ]
แค่ประลองกระบี่ได้+500แต้ม มีเหรอที่ผมจะปฏิเสธน่ะ ผมกดตกลงอย่างไม่ลังเลเลยล่ะครับ
[ยืนยันภารกิจ:กรุณาลากหลางหย่งหนิงไปยังลานฝึกกระบี่]
หา! ..ลากเนี่ยนะ
และเมื่อผมมาถึงยังเรือนรับรองห้องของหลางหย่งหนิง ผมก็เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมระบบถึงใช้คำว่า'ลาก'
ไอ้เ้ามารสายชิวนี่มันหล่อได้ทุกสถานการณ์จริงๆ แม้แต่สภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากการนอนดิ้น มันยังดูดีแบบไม่น่าให้อภัยเลย นี่มันมารสายหลัวชัดๆ อิจฉาโว้ย!
ด้วยความอิจฉาเล็กน้อยผมกระชากผ้าห่มที่ปกคลุมเรือนร่างอย่างิ่เหม่ของมารตรงหน้าออก
"อืมม..อย่ากวนนนนน"
"ตื่นได้แล้วไปประลองกระบี่กัน"
"ฮืมมม น้องเล็กหรือ ไม่เอาน่าขอนอนก่อน อย่าเพิ่งกวนสิ"
"เ้านอนมาตั้งสิบห้าปีแล้วยังไม่พออีกหรือ ลุกขึ้นมาประลองกระบี่กับข้าเดี๋ยวนี้นะ"
"อย่าเพิ่งสิขอนอนก่อน.."ไม่ว่าเปล่ามารตรงหน้าก็ดึงผมไปกักขังไว้ในอ้อมแขนอย่างแ่าจนผมดิ้นไม่ได้ ให้ตายสิสถานการณ์แบบนี้มันอะไรกันเนี่ย..
"น้องเล็ก..ข้าคิดถึงเ้านัก"
??! เดี๋ยวครับท่าน บอกว่าคิดถึงในสถานการณ์แบบนี้ คิดถึงแบบไหนกันครับเนี่ย ระบบก็ยิ่งไม่มีข้อมูลของคุณอยู่ อย่าใช้คำพูดกำกวมที่ทำให้คิดอะไรไปไกลจะได้ไหม เดี๋ยวถ้าผมหลงขึ้นมา (ผม) จะลำบากนะครับ...
และกว่าที่ผมจะลากเ้ามารสายชิวนี่มายังลานฝึกได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว
"น้องเล็กอะไรทำให้เ้าอยากประลองกระบี่กับข้าแต่เช้าเช่นนี้"
"ข้าไม่ได้ประลองกระบี่กับท่านมานานแล้ว"
"นั่นหรือเหตุผลของเ้า โถ่! ข้าขอนอนก่อนมิได้หรือ"
"น่ารำคาญ..รับมือ"
กระบี่สองเล่มฟาดฟันกันอย่างดุเดือด เล่มหนึ่งเป็กระบี่มารตัวดาบโปร่งบางราวกับปีกแมลงปอ กั้นดาบสีดำสนิทพันด้วยผ้าเก่าๆ สีหม่นซึ่งบ่งบอกถึงอายุการใช้งานของมันได้เป็อย่างดี ส่วนอีกหนึ่งกระบี่ธรรมดาที่มีสภาพเกือบผุพัง กั้นดาบพันด้วยผ้าเก่าๆ ผืนหนึ่ง
"ไม่คิดว่าเ้าจะใช้กระบี่ธรรมดาประลองกับข้าเช่นนี้นะน้องเล็ก"
"ตอนนี้ข้าเหลือกระบี่เล่มนี้เพียงเล่มเดียว"
"ข้าไม่คิดเลยว่าสำนักจันทราอาบโลหิตจะยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้"
"ผิดแล้ว..สำนักจันทราพิสุทธิ์ต่างหาก และอีกอย่างอาวุธที่ข้าใช้ประจำมอบให้แก่ลูกศิษย์ไปแล้วจึงเหลือเพียงกระบี่เล่มนี้เท่านั้น แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับประลองกับท่าน"
"โอ๋วว! ข้าเพิ่งรู้ว่าเ้าก็พูดประโยคยาวๆ เป็ด้วยฮ่าๆๆ "
"ช่างข้าเถิด..หากไม่ยอมเอาจริงเสียที ระวังจะได้หลับยาวอีกหน"
"ฮ่าๆๆ แบบนี้หากไม่ทุ่มสุดตัวคงไม่ได้แล้วสินะ"
…..
[คุณได้+500แต้ม รวม 3,900 แต้ม]
เป็การทำภารกิจที่เยี่ยมจริงๆ ได้ทั้งแต้มและยังสนุกสุดๆ อีกต่างหากพอประลองกันจบแล้วรู้สึกโล่งดีจริงๆ
"ขนาดเ้าใช้กระบี่ผุๆ นั่นยังสามารถเอาชนะข้าได้ ฝีมือเ้ารุดหน้าไปไม่น้อย จากเวลาเพียงสิบห้าปี ฝีมือเ้าพัฒนาได้รวดเร็วนัก"
"อ่าา.."
"ไม่พัฒนาสิแปลก เพราะเ้ามัวแต่นอนจึงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาอวีเฟิงสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้างน่ะสิ"เยี่ยซิวเอ่ยขึ้นพร้อมเดินเข้ามาหาทั้งคู่
"วีรกรรมหรือ.."หลางหย่งหนิงพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ
"ฮึๆ เดี๋ยวข้าเล่าให้ฟัง เื่มันเป็แบบนี้…"เยี่ยซิวเดินเข้าไปกอดคอมารอีกตนแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจผู้ที่เป็หัวข้อของบทสนทนาเลยแม้แต่น้อย
"......"
เอาเถอะ ปล่อยพวกเขาไปก็แล้วกันเพราะถ้าหากเข้าไปแจมด้วยก็อาจมีเนื้อเื่ลับโผล่มาให้ปวดหัวเล่นอีกก็ได้ เพราะงั้นตามสบายเถอะครับ ผมคนนี้จะไม่ขอเข้าไปยุ่งด้วยอย่างแน่นอน….
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ