#วันจันทร์สีชมพู 20
“ทำบ้าอะไรวะ!!!” ผมตวาดลั่นเมื่อวิ่งเข้ามายังห้องนอนของน้อง ร่างเล็กนิ่งไปโดยมีคนข้างบนนั่งคร่อมและบีบคออยู่ ผมพุ่งเข้าไปผลักผู้หญิงคนนั้นออก พ่อผมที่ตามเข้ามาพุ่งเข้าไปล็อกตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ทันที
“ปล่อย!! ปล่อยนะ พวกแกเป็ใคร! แก แกเลิกกับมันเดย์แล้ว แกจะกลับมาทำไมออกไปเลยนะ”
“มันเดย์ มันเดย์ครับ ที่รักตื่นก่อน”
“พิงค์พาน้องไปโรงพยาบาลก่อน ทางนี้พ่อจัดการเอง”
“ฝากด้วยนะครับพ่อ” ผมอุ้มมันเดย์ออกจากห้องนอนอย่างรีบร้อน พาน้องไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด น้องถูกพาตัวเข้าห้องฉุกเฉินไป ผมโทรหาพี่ชายน้องอย่างซันไชน์ว่าน้องอยู่ที่โรงพยาบาล ในหัวผมขาวโพลนไปหมด นึกอะไรไม่ออกแล้ว ตอนนี้ห่วงแค่คนตัวเล็กที่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน ผมที่แยกออกไปรับพ่อกับแม่ที่สนามบินก็ไม่ได้คุยกับน้องเลย ที่กลับมาช้าเพราะเครื่องดีเลย์ทำให้พ่อกับแม่ถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่พอรับพ่อกับแม่เสร็จเราก็กลับมาที่คอนโดผมทันที เพราะพ่อกับแม่อยากเจอมันเดย์ แต่พอมาถึง เสียงเก้าอี้ล้มดังมาจากห้องน้อง ผมเปิดห้องให้พ่อกับแม่แล้วเดินมาเปิดประตูห้องน้องด้วยความร้อนใจ สิ่งแรกที่เจอหลังจากเปิดประตูเข้ามาเป็ร่างโมเมที่ถูกมัดมือกับขาเข้าด้วยกัน รวมถึงปากที่ถูกผ้าผูกปิดไว้ ผมรีบเข้าไปปลดผ้าที่ปิดปากโมเมออกอย่างรวดเร็ว
“ไปช่วยมันเดย์ ไปช่วย อยู่ในห้อง”
“ไปดูน้อง พ่อกับแม่ดูที่นี่เอง” เสียงพ่อดังอยู่ด้านหลัง ผมวิ่งเข้าห้องนอนก็เจอกับภาพน่าใ ว่าจะผมทำร้ายร่างกายผู้หญิงก็ได้ เพราะผมเชื่อว่าผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง ร่างของน้องต้องบอบช้ำเพราะผู้หญิงคนนั้น ผมทนไม่ไหวจริง ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไร
“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลพาคนไข้ไปยังห้องพักฟื้น รบกวนญาติกรอกประวัติด้วยนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
ตีสี่ร่างคนตัวเล็กถูกย้ายขึ้นยังไปห้องพักฟื้น ใบหน้าซีดเซียวบวกกับรวมช้ำที่แก้มและคอทำให้หวนรู้สึกโกรธผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง ตลอดทั้งคืนผมได้แค่นั่งจับมือน้องไว้และรอเวลาน้องตื่น ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอน้องตื่น
“รีบตื่นขึ้นมาหาพี่นะครับคนดี พี่รอหนูอยู่นะ”
่เช้าของวันป๊ากับม๊าน้องเดินทางมาที่โรงพยาบาลพร้อมกับเหล่าพี่ชายของน้อง เมื่อคืนซันไชน์เข้าไปจัดการเื่ผู้หญิงคนนั้นที่คอนโดเลยฝากให้ผมดูแลน้องแทน ซันเดย์เองก็โทรมาตอนตีสี่ครึ่งบอกจะเข้ามาดูน้องแต่ผมก็บอกแล้วว่าน้องปลอดภัยตอนเช้าค่อยมาหาน้องก็ได้ ทุกคนห่วงน้องมาก ๆ เลยล่ะ ผมเองก็เป็หนึ่งในนั้น
“คนไข้ยังไม่ฟื้นเหรอคะ?”
“ยังครับ”
“ขอวัดความดันหน่อยนะคะ”
“เชิญครับ” ผมขยับออกห่างจากน้องให้พยาบาลได้ทำหน้าที่ได้เต็มที่
“พักบ้างหรือยังลูก นอนพักก่อนไหม” ม๊าของน้องเอ่ยถาม ป๊าน้องเองก็ยื่นโกโก้ร้อนมาให้
“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันไปตอบม๊า
“ไม่เป็ไรครับม๊า ผมอยากรอจนกว่าน้องจะฟื้นน่ะครับ”
“พักบ้างนะลูก น้องคงไม่ดีใจหรอกถ้าเราไม่สบายเพราะน้อง”
“ครับม๊า”
“น้องตื่นยังครับม๊า” ซันเดย์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเขามาในห้องพัก
“ยังเลย ทางนั้นว่าไง” ม๊าเป็คนตอบ ผมเองก็อยากรู้เื่ฝั่งนั้นเหมือนกัน
“เหมือนจะมีอาการทางจิตน่ะครับ เมื่อคืนก็หนีออกจากโรงพยาบาลมา ทางครอบครัวตามหาตัวอยู่ กระทั่งตำรวจโทรไปนั่นแหละครับ เื่คดีเดี๋ยวค่อยให้ป๊ากับม๊าคุยกันว่าจะเอายังไง”
“งั้นก็รอน้องก่อน” ผมเดินออกมานอกห้องผู้ป่วยกดโทรศัพท์หาพ่อ รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้ดูแลท่านั้แ่เมื่อคืน ทั้งพ่อและแม่ต่างเดินทางมาเหนื่อย ๆ กลับต้องมาเจอเื่พวกนี้
“พ่อกับ...”
(ทางนั้นเป็ยังไงบ้างลูก)
“น้องปลอดภัยแล้วครับ แต่ยังไม่ฟื้น พ่อกับแม่เป็ยังไงบ้าง ขอโทษนะครับที่ไม่ได้อยู่ด้วย”
(ไม่เป็ไร ๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะออกไปโรงพยาบาลนะ แม่จะเอาเสื้อผ้าไปให้ด้วยเลย)
“ขอบคุณครับ แล้วพ่อจะมายังไงครับให้ผม...”
(ไม่ต้องคิดจะมารับเลยเ้าลูกชาย น้องเธิร์สจะพาไป น้องมาที่ห้องพอดี) คงหมายถึงเธิร์สเดย์สินะ
(ผมเองพี่ ผมจะพาพ่อกับแม่ไปเองไม่ต้องห่วงนะ)
“ฝากด้วยนะเธิร์ส เจอกันครับพ่อ”
“กาแฟหน่อยไหม” ซันเดย์ยื่นกาแฟมาให้ ผมรับมาพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ
“น่าในะว่าไหม ไม่คิดว่าคนที่เป็เพื่อนน้องจะทำแบบนั้น” เรานั่งที่โซฟามุมห้องคุยกันเบา ๆ
“นั่นสิ น้องเชื่อใจมากขนาดนั้นยังทำกันได้ แล้วโมเมเป็ไงบ้าง” ผมถามกลับ ยกกาแฟขึ้นจิบ สายตาก็มองคนที่หลับอยู่บนเตียง
“ใแหละ เดี๋ยวคงมาให้ปากคำ”
“มันเดย์ หนูเป็ยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนไหม” เสียงม๊าฉุดให้ผมลุกเดินเข้าไปใกล้
“เจ็บค่ะม๊า เจ็บมากเลย ฮึก”
“โอ๋ ไม่เป็ไรแล้วนะลูก ตอนนี้หนูปลอดภัยแล้วนะ พี่พิงค์ไปช่วยหนูทันนะคะ ไม่ต้องกลัวนะ” มากอดปลอบน้องที่กำลังร้องไห้ ผมให้น้องได้คุยกับป๊าม๊าและพี่ชาย ส่วนตัวผมเองออกไปรอพ่อกับแม่ที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่อะไรหรอก ผมโกรธตัวเองที่ปล่อยให้น้องอยู่ลำพังจนน้องต้องมาเจอเื่ราวแบบนี้ ผมรู้สึกผิดจนไม่กล้ามองหน้าน้องแล้ว
“พล”
(ว่าไง ่นี้หายเงียบ คลินิกนี้กูจะยึดแล้วนะถ้ามึงยังไม่ข้ามาทำงาน” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรมากไปกว่าเรียกชื่อ ปลายสายก็รัวมาจนน่าปวดหัว มันชอบบ่นจริง ๆ เพื่อนคนนี้
“น้องเข้าโรงพยาบาล มีเื่นิดหน่อย แล้วก่อนหน้านี้กูก็ต้องเข้าประชุมไหมล่ะ”
(อิงบ่นหามึงทุกวัน บอกถ้ามึงไม่มาจะลาออก)
“ถ้าเขาอยากลาอออกก็ให้ออก กูไม่รั้ง ถ้าเขาออกมึงก็ประกาศหาหมอคนใหม่ด้วยแล้วกัน รุ่นน้องก็เยอะแยะที่จบ”
(ครับมึงครับ ตกลงวันนี้ไม่เข้า)
“ใช่”
(แล้วตกลงน้องเป็อะไร)
“อุบัติเหตุนิดหน่อย เย็นนี้มาสิเอางานมาให้กูด้วย”
(เออ ๆ เดี๋ยวเข้าไป เจอกันมึง มีอะไรให้ช่วยก็โทรมา)
“ขอบใจ แค่นี้ก่อนนะ” พ่อกับแม่เดินทางมาถึงพร้อมกับชุด เมื่อท่านบอกจะเข้าไปดูน้องผมจึงแยกเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุด ห้องพักที่ผมจองไว้ให้น้องเป็แบบห้องใหญ่ทำให้เวลามีแขกมาเยี่ยมน้องจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด ใช้เวลาไม่นานเมื่อออกมาจากห้องน้ำในห้องพักฟื้นน้องก็ไม่มีใครอยู่เลยน้องจากคนป่วยที่นอนมองมาทางผม ใบหน้าที่เคยซีดเซียวตอนนี้เริ่มมีสีเืขึ้นมาบ้างแล้ว
“หายไปไหนมาคะ” น้องเอ่ยถาม ผมโยนผ้าเช็ดตัวลงตะกร้าผ้ามุมห้องน้ำเสร็จแล้วถึงได้เดินเข้าไปใกล้คนป่วย
“อาบน้ำมาครับ” ผมเองที่เป็ฝ่ายถูกถามก็ตอบได้ไม่เต็มเสียง จะกล้าพูดได้ยังไงกันว่าไม่กล้าสู้หน้าน้อง
“ใช่เหรอ?” น้องทวนถามทั้งยังหรี่ตามองอย่างจับผิดอีกด้วย
“จริง ๆ ครับ” ผมยืนยัน
“...” น้องมองผมเงียบ ๆ แขนเล็กทั้งสองข้างชูขึ้นตรงหน้า ขอบตาน้องเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ผมรีบเข้าไปใกล้น้องรวบร่างเล็กเข้ามากอดไว้แนบอก น้องอยู่ในอ้อมกอดผมแล้ว ผมไม่อยากให้น้องกลัวอะไรอีกแล้ว
“ขอโทษครับ ขอโทษที่กลับไปหาหนูช้า พี่ขอโทษนะ”
“ฮึก หนูน่ะ หนูกลัวมาก ๆ เลย กลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเจอหน้าครอบครัว กลัวไม่ได้เจอพี่ ฮึก ทำจะทำร้ายหนู” น้องปล่อยโฮร้องไห้งอแงอย่างน่าสงสาร ผมกอดน้องแน่นขึ้นแขนเล็กที่โอบรอบเอวผมอยู่ก็รัดแน่นขึ้นเช่นเดียวกัน
“ไม่เป็ไรแล้วนะครับ หนูไม่เป็ไรแล้วนะ เขาไม่ได้ทำอะไรหนูพี่เข้าไปเจอพอดี หนูอย่ากลัวเลยนะ”
“ฮึก ขอบคุณที่พี่มา ขอบคุณที่กลับมาหาหนู” ให้ตายสิ ประโยคนั้นมันคืออะไร ทำไมถึงทำให้จิตใจผมวูบโหวงได้มากขนาดนี้ ผมผละออกห่างน้องเล็กน้อย ยกมือเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างอย่างแ่เบา แววตาที่เต็มไปด้วยความกลัว ความใถูกส่งมาจากคนตัวเล็ก น้องกลัวมากผมรู้และผมเองก็กลัวไม่ต่างจากน้อง
“ที่รัก ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะกลับไปหาหนู เมื่อคืนเครื่องที่พ่อกับแม่นั่งมาดีเลย์พี่เลยกลับดึก แต่พี่ตั้งไจไว้แล้วว่ายังไงก็จะกลับไปหาหนู หนูอย่าคิดมากเลยนะ”
“ค่ะ ฮึก กอดหนู กอดแน่น ๆ เลย กอดปลอบหนูหน่อย” น้องอ้อนเสียงหวาน ผมรั้งน้องเข้ามากอดทันทีที่ได้ยินคนตัวเล็กเอ่ยบอกเช่นนั้น ผมนั่งกอดน้องอยู่นานกว่าที่น้องจะหยุดร้องไห้ แต่เราก็ยังกอดกันนิ่ง ๆ
“หนูหิวหรือยัง” ผมถามเมื่อเราเงียบไปสักพักใหญ่
“หิวค่ะ แต่ไม่อยากทาน ข้าวที่นี่ไม่อร่อยเลย”
“หนูอยากทานอะไรพี่จะให้คนทำมาให้”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวม๊าคงซื้อมาให้” น้องตอบ ผมผละออกห่างคนตัวเล็ก เช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มใสนั่นออกก่อนจะประคองให้น้องนั่งบนเตียงดี ๆ ส่วนตัวผมยื่นมือไปดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียงและจับมือน้องไว้
“แล้วป๊ากับมาไปไหนครับ พ่อกับแม่พี่ล่ะ”
“ผู้ใหญ่ไปทานข้าวกันแล้วค่ะ พี่ซันก็ไปด้วยแต่ม๊าบอกจะให้พี่ซันซื้อข้าวขึ้นมาให้พี่”
“หมอมาตรวจแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ หมดบอกว่าไม่มีอะไรน่ากังวลแล้ว แต่ถ้ามาช้าก็อาจจะแย่ เพราะยาที่ขนุนส่งเข้ามาในปากเป็ยานอนหลับ แล้วหนูน่ะดื่มด้วยถ้ามาช้าก็จะอันตรายมาก ๆ ถึงชีวิตเลยล่ะ”
“ครับ ดีแล้วที่ไม่เป็อะไร จากนี้ถ้าจะดื่มไม่ว่ากับใครก็ต้องมีพี่เข้าใจไหม จะไม่ปล่อยให้เกเรแล้วนะครับ”
“รับทราบค่ะ” รอยยิ้มแรกของวัน ทำให้ผมยิ้มตามอย่างง่าย
มันเดย์น่ะ แรก ๆ ที่รู้จักคือกำแพงสูงมาก แทบจะหาทางเข้าไม่ได้เลย แต่เมื่อลองได้รู้จักและพูดคุยน้องมีมุมน่ารัก มุมอ้อน เยอะมาก ยิ่งรู้จักยิ่งรู้ว่าถ้าน้องได้สนิทกับใครน้องจะเปิดใจและให้ใจเต็มร้อยโดยไม่คิดถึงวันที่ผิดหวัง แต่เื่ที่น้องเจอคงทำให้น้องเจ็บอยู่มากแม้ภายนอกจะทำตัวร่าเริงไม่คิดมาก แต่เชื่อสิน้องยังกลัวและเจ็บกับเื่ราวพวกนั้นอยู่ หวังว่าน้องจะเข้มแข็งได้เร็ว ๆ นะ เพราะหัวใจของผมมันคงจะเ็ปไม่น้อยถ้าน้องต้องร้องไห้อีกครั้ง
End Talk
สองวันที่ต้องนอนในโรงพยาบาลทำเอาฉันงอแงจะกลับบ้านวันหลาย ๆ รอบ พี่พิงค์ก็ได้แค่ปลอบและบอกว่ารอดูอาการก่อน วันนี้ค่ะ วันนี้ฉันจะได้กลับบ้านแล้ว ฉันดีใจมากเลยฉันไม่ชอบที่ต้องนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงมันน่าเบื่อ อีกอย่างฉันอยากกลับไปทำงานแล้ว ฉันไม่ชินที่ตัวเองไม่ได้ทำงาน เรากลับมาถึงห้องตอนบ่ายโมงนิด ๆ เมื่อกลับมาถึงห้องที่คอนโดฉันก็ะโขึ้นไปนอนบนเตียงทันที ห้องนี้พี่ซันให้คนเข้ามาทำความสะอาดให้แล้วล่ะและให้คนมาตรวจสอบว่าในห้องยังมีกล้องอยู่ไหม
“อาบน้ำก่อนครับ” พี่พิงค์เดินตามเข้ามาในห้องไม่พอ เขาเข้ามาอุ้มฉันไปยังห้องน้ำอีกด้วย เขาน่ะ่นี้ชอบดุจริงนะ
“พี่อ่ะ”
“ไม่งอแงครับ รีบอาบน้ำ พี่จะทำกับข้าวให้”
“ก็ได้ ๆ ” ฉันยอมเขาในที่สุด ถามว่าป๊ากับม๊าไปไหม นู่นเลยค่ะ ไปเที่ยวกับพ่อแม่พี่พิงค์นู่นเลย เพราะพ่อแม่พี่พิงค์มาเพราะต้องไปร่วมงานอะไรสักอย่าง พอเสร็จก็จะกลับ ป๊ากับม๊าก็หาที่เที่ยวเช่นเดียวกันบ้านพี่พิงค์จึงชวนบ้านฉันไปเที่ยว ผลออกมาที่ป๊ากับม๊าไปบ้านที่พิงค์ที่เหนือ พี่ชายทั้งสองต้องดูแลภรรยาเพราะท้องเริ่มโต ส่วนน้องชาย เตรียมซ้อมแข่งสนามหน้า ตอนนี้เหมือนอภิสิทธิ์การดูแลฉันป๊ากับม๊ายกให้พี่พิงค์แล้วเรียบร้อย ฉันกลายเป็เด็กในปกครองเขาแล้วค่ะทุกคน!
“มันเดย์ครับ หนูอยากทานอะไรพี่จะทำให้”
“หนูอยากทานพะแนงไก่ พี่ทำได้ไหม?” ฉันะโกลับไปเมื่อพี่พิงค์ะโเข้ามาถาม
“ได้ครับ อย่าอาบนานนะเดี๋ยวไม่สบาย
“ได้ค่ะ อ้อ พี่พิงค์เดี๋ยวโมเมจะมานะคะ ฝากเปิดประตูด้วย”
“ได้ครับ”
อิจฉาใช่ไหมล่ะ แฟนฉันน่ารักและแสนดีแบบนี้น่ะ ฉันไม่แบ่งให้หรอกนะ แฟนฉัน ฉันหวงมากบอกไว้เลย
=============
นาต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ ที่หายไปนาน ่นี้ต้องรีบหางานเพราะจะหมดสัญญาทำงานในสิ้นเดือนนี้T_T แต่ถ้าว่างก็จะรีบเขียนและอัพให้เลยนะคะ ขอบคุณที่ยังไม่เทนา นาเองก็จะไม่เททุกคนค่ะ เราสัญญา...