บทที่ 4 ปราณ
ห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงไม้ขนาดพอดีให้หนึ่งคนนอนได้สบาย ตอนนี้มีผลไม้สีดำวางอยู่ เด็กชายที่ยืนข้างเตียงกำลังศึกษาและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
มันเอานิ้วมาเกยปลายคาง ดูเหมือนมันกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ั้แ่เฉิงมู่อยู่ในตระกูลสาขาเฉิง บิดามารดาได้นำสมุนไพร ผลไม้ธาตุต่างๆ มาให้มันรับประทานหลายอย่าง เพื่อหวังว่ามันจะเปิดชีพจรปราณได้ทันตอนอายุสิบปี แต่สุดท้ายมันต้องผิดหวังและไม่เป็ดังที่ทุกคนคาดหวังไว้
แม้ว่าบิดามารดาจะไม่เคยได้กล่าวโทษและมองมันเป็คนไร้ค่าเหมือนคนอื่นๆ แต่มันก็ไม่อยากตกอยู่ในสภาพน่าคับข้องใจแบบนี้ไปตลอด
"จริงสิ ข้ายังไม่เคยทานผลไม้ธาตุมืดเลยสักครั้ง" จู่ๆ มันจำได้ว่าผลไม้หลายอย่างที่เคยทาน ไม่เคยมีผลไม้ธาตุมืดเข้าปากมันเลยสักชิ้นเดียว
"ท่านพี่คิดอะไรอยู่หรอ? เห็นท่านจ้องมองผลปีศาจนี้มาตั้งนานแล้ว" ทันใดนั้นเฉิงมู่ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "น้องซิน เ้าเข้ามาั้แ่เมื่อไร? "
น้องสาวยิ้มผลิบานราวกับดอกไม้บาน "อิอิอิ ข้าเข้ามาตั้งนานแล้ว"
จากนั้นสายตาเฉิงซินมองไปที่ผลปีศาจ นางยังคงรู้สึกไม่ดีต่อผลปีศาจจนต้องหลบหลังพี่ชาย "ท่านพี่อย่าบอกนะว่าท่านคิดจะกินเ้าผลไม้ชิ้นนี้"
"ใช่" เฉิงมู่ตอบอย่างไม่ปิดบัง จากนั้นมันพูดต่อ "ั้แ่ตอนที่พวกเราอยู่ในตระกูลเฉิง พวกเราเคยทานผลไม้ธาตุอื่นมาบ้างแล้ว แต่พวกเรายังไม่เคยทานผลไม้ธาตุมืดเลยสักครั้ง"
"แต่ท่านพ่อท่านแม่บอกว่าถ้าทานผลปีศาจที่เป็ผลไม้ธาตุมืดเข้าไป มันจะเกิดอันตรายเอาได้" เฉิงซินไม่้าเห็นพี่ชายนางเป็อะไรไป
"อีกอย่างท่านพ่อท่านแม่เคยบอกว่าถ้าเกิดทานผลไม้ธาตุที่ไม่ตรงกับธาตุ มันจะเป็อันตราย โดยเฉพาะผลไม้ระดับสูงจะส่งผลสะท้อนมหาศาล" เฉิงซินพูดเสริมขึ้นมา นางมั่นใจว่าพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก ไม่มีทางที่พี่ชายจะมีปราณธาตุมืดอย่างเด็ดขาด
พลังปราณธาตุจะมีลักษณะคล้ายพันธุกรรมเหมือนสายเื ซึ่งเฉิงมู่กับเฉิงซินที่มีบิดาเป็ผู้ใช้พลังธาตุโลหะ ส่วนมารดาเป็พลังธาตุไม้ ทำให้มองจากมุมไหนสายเืที่สืบต่อจากบิดามารดาจะมีส่วนเกี่ยวกับพลังธาตุมืดเลย
"ข้าเข้าใจดี" เื่ที่เฉิงซินอธิบาย เฉิงมู่ย่อมต้องเคยศึกษามาด้วยเช่นกัน ไม่มีทางที่มันจะไม่รู้เื่พื้นฐานเกี่ยวกับพลังปราณธาตุได้อย่างไร
"แต่มันคือโอกาสสุดท้ายของพี่แล้ว เพราะอีกไม่นานพี่จะอายุสิบห้าปี ถ้าพี่ไม่สามารถเปิดชีพจรปราณตอนนี้... พี่อาจจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป" เฉิงมู่กล่าวอย่างจริงจัง
มัน้ากอบกู้ชื่อเสียง!
มัน้าเอาศักดิ์ศรีกลับคืนมา!
เห็นจิตใจอันแน่วแน่ของพี่ชายที่ภาคภูมิใจของนาง เฉิงซินพูดไม่ออก ทำให้นางได้แต่นิ่งงันและไม่คิดจะกล่าวอะไรเพื่อหยุดความคิดพี่ชายอีกต่อไป
เฉิงมู่หันไปยิ้มให้กับน้องสาว มันไม่ลังเลใจอีกต่อไป ตัดสินใจหยิบผลปีศาจป้อนเข้าปากและฟันขาวกัดทันที
เพียงแค่คำเดียว ร่างกายของมันเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง มันรู้สึกถึงพลังบางอย่างปะทุขึ้นมา เป็พลังงานประหลาดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
พลังสีดำเริ่มแผ่ซ่านออกทุกอณู!
ั้แ่ที่มันเคยทานผลไม้ธาตุต่างๆ นี้เป็ครั้งแรกที่ร่างกายของมันมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น จุดชีพจรปราณในร่างกายเกิดการตอบสนอง
"มันได้ผล!!! " เฉิงมู่ดีใจสุดขีด มันเริ่มตั้งสติอย่างรวดเร็วและตัดสินใจอ้าปากกัดส่วนที่เหลือจนหมด
จุดชีพจรปราณทั้งแปดแห่งั้แ่ก้นกบจนถึงศีรษะที่มีลักษณะเขื่อนเปิดออก พลังงานไหลออกจากจุดชีพจรไล่ไปตามกระแสเหมือนโลหิตที่ไหลเวียน
เส้นชีพจรปราณที่เชื่อมต่อจุดชีพจรทั้งแปด จากก้นกบขึ้นไปตามกระดูกสันหลังและยาวไปถึงศีรษะ เกิดกระแสพลังงานสีดำไหลบ่าต่อเนื่อง
กระแสพลังปราณที่เหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก มันรุนแรงขึ้นทุกขณะ
"เกิดอะไรขึ้น? " เฉิงมู่รู้สึกร่างกายหนักอึ้งและหายใจยากลำบากเหมือนมันกำลังจมน้ำ มันดิ้นรนและทุรนทุรายกับพื้นแล้วพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง แต่ด้วยร่างกายที่มีอาการาเ็ของสัตว์อสูรหลงเหลือก่อนหน้านี้ ทำให้มันลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก
เปลือกตามันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
...
"อือ... เกิดอะไรขึ้น? " เฉิงมู่ที่ลืมตาตื่นขึ้น มองเห็นภาพเพดานไม้เก่าๆอันแสนคุ้นเคยผ่านั์ตาสองข้างอีกหน
"เราสลบ?" เฉิงมู่ที่กำลังจะคิดทบทวนความจำ จู่ๆมันรู้สึกถึงพลังงานอบอุ่นบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่าง
เฉิงมู่เห็นพลังงานสีดำไหลออกจากิั "หรือว่านี่คือ พลังปราณ!"
"สำเร็จแล้ว ข้าเปิดชีพจรปราณได้แล้ว ข้ากลายเป็ชาวยุทธไปแล้ว" มันะโและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มันไม่เคยมีความสุขมากมายขนาดนี้มาก่อน
ในที่สุดสิ่งที่มันรอคอยมาเป็เวลานานแสนนานได้สิ้นสุดลง ความปรารถนาของมันกลายเป็จริง มันไม่ใช่ขยะไร้ค่าของตระกูลอีกต่อไป