กระหม่อมผิดไปแล้ว ท่านจ้าวผู้เปรื่องปราด กระหม่อมลืมพูดถึงท่านตาของมัน ฝ่ายแสงปัญญาเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าผลการตัดสินของพี่ชายมันจะออกมาในลักษณะนี้ แรกทีเดียวมันคิดว่าหลานชายคงจะถูกฟาดเสียให้หลังลาย ดังนั้น ระหว่างที่คนในตระกูลกำลังพูดถึงเื่นี้กันไม่ขาดปาก มันก็ทำได้เพียงยืนตัวแข็งเหม่อมองสินรุ้งอยู่อย่างเงียบงัน
คืนนั้นสินรุ้งนอนไม่หลับ นั่นเป็เื่ปกติ ท่านจ้าวเหนือฟ้า เด็กหนุ่มผู้นี้มีความทุกข์อย่างแสนสาหัส มันเก็บของใช้ส่วนตัวที่จะนำออกไปเรียบร้อยแล้วั้แ่เมื่อเย็น เท่าที่เหลือก็แค่รอเวลาเพื่อออกจากบ้านที่อยู่มานับสิบปีไปเผชิญโชคในเช้าวันพรุ่ง
กระแสลมวูบหนึ่งพัดผ่านหน้าต่าง เป็ฟ้าไขแสงที่โผล่เข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง สินรุ้งผุดขึ้นนั่งเมื่อพี่ใหญ่ของมันมาถึงข้างเตียง “พี่ใหญ่ ท่านมาทำอันใดที่นี่” มันพูด “ข้านึกว่าท่านจะถูกกักบริเวณด้วยเสียอีก”
“ต่อให้ขาถูกล่ามไว้ด้วยตรวน ข้าก็จะลากมันมาหาท่าน” ฟ้าไขแสงพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “พี่ศูนย์ ข้าไม่คิดว่าเื่จะเลวร้ายถึงขั้นนี้”
“ข้าเองก็ไม่คิดเช่นนั้น แต่ที่ข้ากังวลคือท่านอาจารย์ตา” สินรุ้งเอ่ยออกมา “ท่านอาจารย์ตาคงไม่คิดว่าท่านหัวหน้าตระกูลจะทำเช่นนี้แน่ ข้าเป็ห่วงท่าน ท่านก็อายุมากแล้ว เกรงว่าจะกลัดกลุ้มจนล้มป่วย”
“ท่านปู่มองการณ์ไกล ต้องไม่ปล่อยให้ท่านอาจารย์กล่าวโทษตัวเองเป็แน่” ท่านจ้าวผู้ยิ่งใหญ่ คำว่าท่านปู่ที่ฟ้าไขแสงเอ่ยถึงนั้น จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากจิตปัญญา “ห่วงแต่ท่านเถอะ แล้วจะเอาอย่างไรต่อไปพรุ่งนี้”
สินรุ้งพยักพเยิดไปยังกองสัมภาระ “ข้าจัดเตรียมทั้งหมดไว้แล้ว” มันยิ้มอย่างหดหู่ “อย่าห่วงข้าเลยพี่ใหญ่ เราจะได้พบกันอีกแน่”
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้น ท่านปู่บอกเองว่าไม่ได้ห้ามท่านมายังคฤหาสน์เรานี่นา” ฟ้าไขแสงพูดด้วยใบหน้าแช่มชื่นขึ้น “พวกเราจะยังเจอหน้ากันได้ทุกวัน เพียงแต่ตกค่ำท่านก็กลับไปยังที่พักก็เท่านั้น”
สายตาของสินรุ้งดูไม่ค่อยแน่ใจกับเื่นั้นเท่าใดนัก แต่ก็ยังฝืนยิ้มตอบกลับไป “พี่ใหญ่ ท่านเจ็บแผลหรือไม่” มันพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “เป็ความผิดของข้าโดยแท้ ทุกคนคงโกรธข้ากระมัง”
ฟ้าไขแสงหัวเราะ “อย่าห่วงไปเลย ไม่มีใครตำหนิเ้าหรอก แผลแค่นี้เบาบางนัก หากเทียบกับการที่พวกเราจะไม่ได้กอดคอพร้อมหน้ากันเช่นเดิมแล้ว”
สินรุ้งรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายจนคิดหาคำพูดจะเอ่ยไม่ถูก แต่ก่อนที่มันจะทันคิดคำที่เหมาะสมออกมาได้นั้นก็บังเกิดเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินตรงมาที่หน้าห้อง ฟ้าไขแสงสะดุ้ง “ฝีเท้าอาจารย์ ข้าจำได้” มันรีบพูด “ข้าต้องไปก่อน พี่ศูนย์ พวกเราจะมาส่งท่านพรุ่งนี้เช้า”
เพียงชั่วพริบตาหลังจากที่ฟ้าไขแสงเผ่นแผลวออกไปนอกหน้าต่าง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก แสงปัญญาก้าวเท้าเข้ามาในห้องของหลานชายอย่างช้า ๆ มันดูชราลงไปนับสิบปีขณะเอ่ยปากเสียงเศร้า “ข้าไม่คิดว่าเื่จะเป็เช่นนี้”
สินรุ้งคลานลงจากเตียงไปกอดขาผู้เป็ตาเอาไว้ “ท่านอาจารย์ตา ท่านอย่าได้โทษตัวเอง” มันร่ำร้อง เริ่มมีหยดน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม “ทั้งหมดล้วนแต่เป็ความผิดของหลาน หลานประพฤติไม่ดีเอง”
แสงปัญญาเองก็ร้องไห้ มันทรุดตัวลงกอดสินรุ้งอย่างไม่ไว้ท่า “เป็ความผิดของข้า สินรุ้ง อันที่จริงเ้าเป็เด็กดี” มันสะอื้น “ข้ามิควรทำเื่นี้ให้เป็เื่ใหญ่ หากเพียงแต่ข้าลงโทษเ้าเองแต่แรกก็คงไม่เป็เช่นนี้”
ท่านจ้าวเหนือฟ้า หากพระองค์จะทรงอนุญาต กระหม่อมใคร่ขอข้าม่เวลาอันแสนโศกเศร้านี้ไปยังตอนรุ่งเช้า สำหรับเื่ในส่วนนี้ สรุปได้โดยย่อว่าตาหลานพากันกอดคอร้องไห้ ต่างคนต่างกล่าวถึงเื่แต่เก่าก่อน จนเมื่อชายชราคล้ายสิ้นเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใดแล้ว สินรุ้งจึงประคองผู้เป็ตาของมันกลับไปยังห้องนอน
คงเพราะสิ้นเรี่ยวแรงไปกับการร้องไห้ ทำให้ท้ายที่สุดเ้าหนุ่มสินรุ้งก็ม่อยหลับไป มันตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงไก่ขัน นอนลืมตาทบทวนว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ใช่เป็เพียงสิ่งที่ฝันไปก่อนลุกขึ้นทำกายบริหาร ออกไปอาบน้ำชำระร่างกาย เมื่อกลับมาถึงห้อง ก็พบว่ามีผู้ใหญ่ในตระกูลหลายคนยืนรออยู่แล้ว
โดยปกติสินรุ้งเป็เด็กหนุ่มที่สุภาพเรียบร้อย เ้าปัญญาและมีสัมมาคารวะ ทำให้คนในตระกูลรักใคร่มันยิ่ง แทบไม่มีใครในตระกูลคิดว่ามันกระทำเื่เสื่อมเสีย อย่างมากก็มองว่าเป็ความคะนองของคนหนุ่มเท่านั้น
มันตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ลืมของสำคัญใดก่อนหิ้วสัมภาระออกมา เด็กหนุ่มคลานเข่ากราบเท้าญาติผู้ใหญ่ของตระกูลแต่ละคนที่ยืนเรียงกันตามทางคล้ายมารอส่ง ทุกคนเอ่ยคำอวยพรให้มันโชคดี บ้างก็มอบเงินทองให้กับมัน สินรุ้งกราบเท้าผู้เป็ตาที่ยืนตัวแข็งเพื่อสะกดน้ำตาเอาไว้ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปเห็นพี่น้องทั้งสี่ที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูใหญ่
สินรุ้งมองหน้าคนทั้งสี่ด้วยความรู้สึกอยากสะอื้นไห้ ก่อนที่จะยกมือขึ้นพนมเตรียมก้มลงกราบ แต่พี่ใหญ่ของมันก็ทรุดตัวลงมาดึงมือที่กระพุ่มไว้ให้หลุดออก “พี่ศูนย์อย่าได้ทำเช่นนี้” ฟ้าไขแสงพูดพร้อมกระชากตัวมันขึ้นมาสวมกอด “เราคือพี่น้องกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เมื่อไหร่ หรือฐานะใด พวกเราก็เป็พี่น้องกัน”
คนทั้งคู่ร้องไห้ออกมา ก่อนที่ใจกลางแสง ใจตรงแสงและแสงในธรรมที่ดวงตาแดงก่ำจะก้าวตรงมาสวมกอด คนทั้งห้าสอดแขนซ้อนทับไปมาจนแยกไม่ออกว่าเป็แขนของผู้ใดบ้างอยู่นานพอดู ก่อนที่สินรุ้งจะดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้น มันกล่าวลาสั้น ๆ อีกคำหนึ่งก่อนคว้าถุงสัมภาระออกจากคฤหาสน์ไป
ท่านจ้าวผู้ทรงพระเมตตาอย่าได้ทรงโทมนัสไปเลย เมื่อพระองค์ทรงตื่นบรรทมอีกครั้ง กระหม่อมจะนำเื่ของเ้าหนุ่มสินรุ้งมากราบทูลให้ทรงทราบต่อไป