22......
“พี่แน่ใจนะว่าพร้อมที่จะรับฟังได้…”
“ไหน ๆ วันนี้ก็เป็วันซวยอยู่แล้วมันจะมีอะไรที่ซวยกว่านี้อีกพี่ก็จะรับมันให้ได้ บอกมา”
เปมิกา บอกอย่างกล้าหาญแววตาเข้มแข็ง
“วันนี้ทีมงานนักสืบเขาจะเอาฟิล์มที่ไปแอบถ่ายสามีที่เป็เกย์ของลูกค้า..ที่มีอะไรกับ…กับพี่ริน ถ้าพี่ป่านอยากดูรูป..ปอจะลองขอจากทีมงานให้..”
เปมิกานิ่งไปนาน..ยังลังเลไม่แน่ใจตัวเองว่าจะกล้าพอที่จะดูรูปเ่าั้หรือไม่
“ป้าไม่รู้จริง ๆหรือคะว่าธีมออกไปไหน..”
นภาพร พยายามคาดคั้นกับสมจิตรด้วยหล่อนมาถึงโรงพยาบาลแล้วไม่พบธีรยุทธ หล่อนสู้อุตส่าห์ขับรถไปรับเขาที่บ้านั้แ่แปดโมงเช้า แต่ก็พบว่าเขาออกจากบ้านไปก่อนแล้วพอหล่อนขับรถตามมาที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่อยู่ให้เห็นหน้าอีก
“มือถือก็ปิดไม่รับสาย..โทรหาคุณชัยก็ติดต่อไม่ได้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะป้าสมจิตร”
“ไม่ทราบค่ะ...ป้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น..ถ้าคุณธีมอยากให้คุณแมวติดต่อก็คงจะเปิดมือถือแล้วล่ะ”
สมจิตรอดที่จะพูดประชดไม่ได้แม้ธีรยุทธจะขอร้องให้สมจิตรทำตัวเป็ปกติ และห้ามสมจิตรเอาไว้ ไม่ให้บอกกับนภาพรเื่ที่ปรางทองกับสมรไปที่บ้านของเขาเมื่อเช้านี้
“ป้าพูดเหมือนกับว่าธีมกำลังหนีหน้าแมวนะคะ..”
“โอ๊ะ..เปล่านะคะ..ป้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเพียงแต่...ป้าคิดว่าคุณธีมอาจจะอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”
“ธีมนะธีม..ชอบทำตัวลึกลับไปไหนก็ไม่ยอมบอก…”
หล่อนรู้สึกน้อยใจเขาอยู่เหมือนกันแต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยสมจิตรได้แต่ถอนหายใจ นางสงสารธีรยุทธมากกว่าที่จะเห็นใจนภาพร
เปมิกา ตัดสินใจที่จะไปดูรูปด้วยตนเองเมื่อปัญญาโทรศัพท์แจ้งมาว่าหลักฐานรูปถ่ายทั้งหมดจะต้องส่งมอบให้ลูกค้าไม่มีการหมกเม็ด เพราะเป็ข้อตกลงที่บริษัทจะต้องรักษาความลับของลูกค้าจึงต้องมอบทั้งฟิล์มและภาพให้ไป
“แต่ปอขอความเห็นใจจากลูกค้าเื่พี่ป่านเขาก็ยินดีที่จะให้พี่ป่านมาดูรูปด้วย”
ปัญญาบอกมาเช่นนั้นและให้เปมิกาเดินทางไปดูรูปที่บริษัท ซึ่งหล่อนก็ลังเลอยู่นานกว่าที่จะตัดสินใจรับปากว่าหล่อนจะไปดูให้เห็นกับตาเพื่อจะได้ไม่หลอกตัวเองอีกต่อไปหล่อนควรที่จะยอมรับความจริงเสียทีกับการที่บุรินทร์เป็พวกรักร่วมเพศ
“วันนี้เป็วันแห่งความซวยอยู่แล้วคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว”
หล่อนบอกกับตัวเองก่อนจะหาผ้าเช็ดหน้ามาพกไว้เพื่อจะได้ปิดบังสิวที่เห่อบริเวณปากและคางที่ขรุขระเหมือนผิวคางคกหล่อนจะไปหาหมอรักษาผิวหน้าในวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้ขอไปพิสูจน์ความจริงให้เห็นกับตาก่อน...
เปมิกา มาถึงบริษัทที่ปัญญาทำงานพิเศษอยู่ก็เป็เวลาห้าโมงเย็นหล่อนได้รับการแนะนำให้รู้จักกับผู้หญิงคนที่ว่าจ้างนักสืบหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัดหล่อนเห็นแล้วก็อดที่จะสะท้อนใจไม่ได้
“ไม่น่าเชื่อนะว่าสามีของพี่กับแฟนของน้องจะเป็คู่รักคู่ขากันไปได้..น้องอยากดูภาพก็ดูไปเถอะ.แต่อย่าเก็บเอาไว้เลยมันอุจาดตาเป็อัปมงคลต่อชีวิตเปล่า ๆ”
ผู้หญิงคนนั้นบอกแก่เปมิกาพร้อมกับยื่นอัลบั้มรูปถ่ายให้เปมิกาเปิดดูเอง ปัญญาเป็คนเปิดภาพให้ดู เมื่อเห็นว่าเปมิกามีท่าทางไม่กล้าที่จะเปิดดูเอง
เปมิกาค่อย ๆ เหลือบตาลงมองภาพแรกมันเป็ภาพด้านหน้าอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งปัญญาอธิบายว่าเป็ที่สังสรรค์ของพวกชาวเกย์ เมื่อเห็นว่ายังไม่ใช่ภาพที่ไม่น่าดูเปมิกาก็เริ่มเปิดภาพดูด้วยตัวเองไปทีละภาพอย่างช้าๆ กระทั่งมาหยุดที่ภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปภายในห้อง
“คนนี้เป็สามีพี่เค้า..” ปัญญาบอก
เปมิกาจ้องมองภาพนั้นนิ่งไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูมาดแมนนั้นจะเป็คู่ขาของบุรินทร์ไปได้
เปมิกาเผลออุทานออกมาด้วยความใเมื่อภาพต่อมาเริ่มมีภาพของบุรินทร์ หล่อนมือสั่นระริกเหงื่อผุดออกมาตามใบหน้าทั้งที่อยู่ในห้องปรับอากาศ
“ภาพต่อไปเด็ดสุด..”
ปัญญาพูดขึ้น เปมิกาถึงกับชะงัก แต่เพียงครู่เดียวหล่อนก็เปิดดู
“โอ๊ะ..”
เปมิกา ยกมือปิดปากตัวเองเมื่อเผลออุทานออกมาด้วยความตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างอุจาดตาอย่างที่ผู้หญิงคนนี้บอกทุกอย่าง ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของทั้งคู่ที่กอดก่ายกันอย่างมีความสุขมีให้เห็นถึงสามภาพ ซึ่งปัญญาบอกอย่างภาคภูมิใจว่ากว่าจะได้มาต้องเสี่ยงมากเพียงใด
“พี่ป่าน…”
ปัญญาใที่เห็นเปมิกาตาค้างตัวแข็งทื่อ มือเริ่มสั่น
“ไม่…พี่ไม่เป็ไร…”
เปมิกา บอกด้วยเสียงที่หอบฮัก ๆ คล้ายต่อสู้กับใครมา
“พี่ว่าอย่าให้พี่สาวคุณดูอีกเลย..เธอคงไม่เข้มแข็งเท่าพี่หรอก..”
ผู้หญิงคนนั้นบอกกับปัญญา แต่เปมิกาแย้งอยู่ภายในใจ หล่อนก็เข้มแข็งเหมือนกันอย่างน้อยหล่อนก็กล้าที่จะมาดูภาพนี้แล้ว…
ปัญญารู้สึกเป็ห่วงพี่สาวที่มีอาการเหมือนคนไม่มีสติอยู่กับตัวเขาขอร้องให้เปมิกา รอกลับบ้านพร้อมกัน แต่เปมิกาไม่รอ หล่อนเดินออกจากบริษัทไปขึ้นรถเมล์คันแรกที่ผ่านมาโดยที่หล่อนไม่สนใจว่ามันจะพาหล่อนไปลงที่ไหนหล่อนกำลังอยู่ในสภาพเหมือนคนที่ไม่รับรู้อะไรเลย หล่อนรู้แต่เพียงว่าตอนนี้กำลังนั่งน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่บนรถเมล์โดยไม่อายต่อสายตาของคนรอบข้างที่มองมา บางคนอาจจะคิดว่าหล่อนร้องไห้ เพราะเ้าสิวที่เห่ออยู่รอบปากนั่นก็ได้เพราะตอนนี้หล่อนลืมที่จะเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดเอาไว้
“คุณ..รถสุดสายที่นี่นะคะ..”
เปมิกา สะดุ้งเฮือกกับน้ำเสียงที่ะโมาให้ได้ยินหล่อนเริ่มรับรู้ว่ามันมืดค่ำแล้ว หล่อนก้าวลงจากรถอย่างช้า ๆแล้วนี่หล่อนจะไปไหนต่อดีล่ะ หล่อนเหลียวมองไปรอบ ๆไม่เกิดความคุ้นเคยกับสถานที่แม้นิดเดียว จึงตัดสินใจเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆเพื่อดูสายรถเมล์ที่จะผ่านมา
“คุณแมวไปั้แ่บ่ายแล้วค่ะ…”
สมจิตร บอกให้ธีรยุทธสบายใจเมื่อเห็นเขาเดินเหลียวซ้ายแลขวาเข้ามาที่หน้าห้องไอ.ซี.ยู.ที่มารดาเขารักษาตัวอยู่
“แล้วนี่คุณธีมไปหลบอยู่แถวไหนตั้งนานคะ..”
สมจิตรถามด้วยความอยากรู้
“ก็เดินไปเรื่อย ๆหลังโรงพยาบาลมีแม่น้ำเ้าพระยา ผมก็เลยไปนั่งเล่นบนสะพาน”
“โถ..พ่อคุณของป้า..” สมจิตรน้ำตาซึม
“หมอมาบอกอาการของแม่เพิ่มเติมหรือเปล่าครับป้า..”
“ก็บอกว่า...ให้ทำใจน่ะค่ะ..”
ธีรยุทธ หน้าเศร้าเขาเดินไปที่หน้าห้องกระจกแม้จะมองไม่เห็นภายในแต่เขาก็ส่งกำลังใจไปให้มารดาที่อยู่ในนั้น
“ป้านั่งเฝ้าแม่อยู่หน้าห้องทั้งวันแบบนี้คงจะเหนื่อยแย่ผมว่าป้ากลับบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ..” ธีรยุทธหันมาบอก
“แล้วคุณธีมล่ะคะ...ทำไมไม่กลับพร้อมกันแล้วพรุ่งนี้เราก็ค่อยมากันแต่เช้า..”
“ผมอยากจะอยู่กับแม่ให้นาน ๆน่ะครับ..เพราะวันนี้ทั้งวันผมก็ไม่ได้อยู่ใกล้ท่านเลย..”
“ก็คุณธีมต้องหลบหน้าคุณแมวนี่คะ..แต่ป้าว่าคุณธีมน่าจะบอกคุณแมวให้รู้เื่นะคะว่าแม่กับพี่สาวของเธอน่ะร้ายกาจแค่ไหน..”
“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกป้า..ผมไม่อยากให้แมวไม่สบายใจ..”
“คุณธีมก็เลยแบกรับความทุกข์ไว้คนเดียว..เฮ้อ..ป้าไม่เข้าใจความรักของคุณธีมเลย..”
เมื่อสมจิตรกลับบ้านไปแล้ว ธีรยุทธก็อยู่ที่โรงพยาบาลจนกระทั่งหมดเวลาเยี่ยมเขายังไม่อยากจะกลับบ้านในตอนนี้ เขานึกถึงสถานที่ที่ไปหลบนภาพรอยู่ทั้งวันเขาจะไปที่นั่นอีกครั้ง ไปดูบรรยากาศยามค่ำคืนบนสะพานข้ามแม่น้ำเพื่อให้ธรรมชาติช่วยผ่อนคลายความทุกข์ใจให้เบาบางลงไปบ้าง
เปมิกา เดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หล่อนคุ้นเคยกับที่นี่ และรู้ว่าห่างจากโรงพยาบาลออกไปไม่มากนักจะเป็สะพานซังฮี้ หล่อนเดินเข้าซอยเล็ก ๆ ข้างโรงพยาบาลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย แทบไม่รู้ตัวเลยว่ามายืนอยู่ที่ทางเดินกลางสะพานข้ามแม่น้ำเ้าพระยาั้แ่เมื่อไหร่..หล่อนมามีสติก็เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น และรู้ว่าเป็เบอร์โทรของบุรินทร์โทรมา
“รับ…ไม่รับ..รับ..ไม่รับ..”
เปมิกา เฝ้าแต่ทวนสองคำนี้ไปมากระทั่งเสียงเงียบไป หล่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก หล่อนยังไม่พร้อมที่จะพูดกับบุรินทร์ในตอนนี้
เปมิกา เดินมาหยุดยืนมองทัศนียภาพยามค่ำคืนของแม่น้ำเ้าพระยาแต่ภาพของบุรินทร์กับผู้ชายคนนั้นมันกลับมาซ้อนภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าไปเสียหมดทำไมหล่อนจะต้องจำภาพนั้นด้วยหล่อนคิดถูกหรือผิดกันแน่นะที่ดิ้นรนไปดูภาพแล้วก็เก็บมาคิดติดอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือนแบบนี้
“โอ้ย..ทำไม..บ้านี่ต้องตามมาหลอกหลอนกันด้วย”
เปมิกาะโออกมาอย่างคับแค้นใจหล่อนจับราวสะพานแน่นพร้อมกับก้าวขาขึ้นไปยืนบนท่อนเหล็กที่สูงขึ้นตัวของหล่อนโน้มไปข้างหน้าคล้ายกับว่ากำลังจะพุ่งลงจากสะพานลงไปกลางแม่น้ำ
“คุณอย่า !…”
ใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาจากด้านข้างสะพานพร้อมกับวิ่งเข้ามาจับแขนหล่อนแน่น
เปมิกาใที่จู่ ๆมีผู้ชายวิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้มาฉุดแขนหล่อน ทำให้หล่อนใสะบัดแขนออกอย่างแรง
“นี่ปล่อยฉันนะ..”
หล่อนหันไปตวาดเสียงกับคนที่อยู่ในเงามืดบนสะพาน
“คิดสั้นแบบนี้ไม่ดีหรอกนะคุณ..”
เสียงของชายคนนั้นะโแข่งกับเสียงรถมอเตอร์ไซด์ที่กำลังขับผ่านไปบนสะพาน
“บ้าหรือเปล่าคุณ..ใครบอกว่าฉันคิดสั้น..”
เปมิกาถอยออกมาให้ห่างจากชายผู้เข้าใจผิดคิดว่าหล่อนกำลังจะะโน้ำตาย
“เอ๊ะ..คุณ…คุณป่าน…”
เปมิกาชะงักที่ชายคนนั้นยกมือชี้มาที่หล่อนพร้อมกับเรียกชื่อได้อย่างถูกต้องเปมิกาอยู่ใน
มุมที่สว่างเขาจึงมองเห็นหล่อนได้ถนัดตาแต่ตัวผู้ชายคนนั้นมีเงาของเสาสะพานพาดผ่านพอดีจึงทำ
ให้เห็นเขาได้ไม่ถนัดนักแต่หล่อนก็พอที่จะคุ้นกับน้ำเสียงนั้น
“ผมธีม..ไงครับ..ธีรยุทธ..”
จากอาการใ เปมิกาก็เปลี่ยนเป็แปลกใจเมื่อหล่อนมาพบกับธีรยุทธอย่างบังเอิญอยู่ที่นี่
“คุณธีม…คุณมาทำอะไรที่นี่คะ..”
เปมิการู้สึกดีใจเหมือนได้พบเพื่อนเก่าที่หล่อนอยากจะระบายความรู้สึกอันอึดอัดนี้
“ผมน่าจะถามคุณมากกว่านะคุณป่าน..ว่าคุณนึกยังไงถึงมาเดินมืดๆ ค่ำ ๆ คนเดียวที่นี่แล้วเมื่อกี้ผมก็คิดว่าคุณกำลังจะะโลงไป..”
“ป่านเหรอคะจะะโลงไป…”
เปมิกาชี้ที่อกตัวเองด้วยสีหน้างุนงง
“ก็ใช่น่ะสิครับ..นี่ถ้าผมช้าไปกว่านี้อีกนิดเดียวคุณอาจจะพลัดตกลงไปกลางแม่น้ำนั่นแล้วก็ได้..”
“ไม่ค่ะ..คุณเข้าใจผิดแล้ว..ป่านไม่คิดสั้นหรอกนะคะ..ถึงแม้ว่าเื่ของป่านในวันนี้มันจะเลวร้ายที่สุดในชีวิต…ป่านก็ยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ค่ะ..อย่างน้อยก็ดูความหายนะของตัวเองดูสิว่ามันจะซวยไปถึงไหน”
เปมิกาพูดประชดชีวิต