หลังต้องให้แม่มาดูแลอยู่หลายวันวันนี้รินก็สามารถลุกขึ้นเดินไปไหน มาไหนได้เองแล้วแม้จะยังไม่หายเป็ปกติแต่ก็ไม่ต้องให้ใครคอยพยุงอย่างหลายวันที่ผ่านมาส่วนเื่ของพี่เลี้ยงเก่าพริ้มพราวกรก็เอาผิดถึงที่สุดรวมถึงกรยังเพิ่มข้อหาพยายามฆ่าเข้าไปอีกหนึ่งข้อหาและไม่ยอมความใด ๆ ทั้งสิ้น
“รินอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”
“ค่ะแม่แล้วพ่อจะมารับแม่ตอนกี่โมงคะ”
หญิงสาวโต้ตอบแม่ของเธอพลางไต่ผนังเดินมายังโต๊ะกินข้าวใบหน้าของเธอสดชื่นกว่าเมื่อหลายวันที่ผ่านมา มองมารดาที่หยิบจับวางจานอาหารมากมายลงบนโต๊ะที่เธอนั่ง ก่อนที่หญิงสาวจะกวาดตามองไปรอบบ้าน
“น้องพริ้มไปโรงเรียนแล้วเหรอคะ?”
“ใช่กรพึ่งจะออกไปส่งเมื่อกี้นี้เอง”
“เสียดายจังอุตส่าห์ตั้งใจลงมาเร็ว ๆ”
“รอหายเดี๋ยวแกก็ได้ไปส่งสมใจแล้ว”
หญิงสาวยิ้มรับกับคำพูดของมารดาพลางอมยิ้มตักอาหารเช้าใส่ปากไปพลางพูดคุยเรื่อยเปื่อยไปพลางจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพ่อของเธอก็เข้ามาจอดรถที่หน้าบ้าน
“พ่อขาคิดถึงพ่อจังเลยยยย”
นรินทร์อ้าแขนกว้างกอดพ่อที่เดินเข้ามาหาพร้อมถูหน้าไปกับท้องของบิดาด้วยท่าทางออดอ้อน เพราะั้แ่ที่เธอเจ็บพ่อของเธอลงทุนขับรถ ไปกลับระหว่างบ้านพี่เขยกับรีสอร์ต ทุกวันด้วยความเป็ห่วงแต่เพราะมีลูกค้าเข้าพักไม่ขาดทำให้เขาไม่สามารถมาอยู่ดูแลเธอได้อย่างที่มารดาเธอทำ
ทั้งสองทักทายกันได้ไม่กี่ประโยคก็ต้องร่ำลาเพราะว่าตอนบ่ายพ่อของเธอยังต้องไปจัดการธุระต่อ
เมื่อต้องอยู่คนเดียวรินที่คิดว่าตัวเองดีขึ้นมาจึงอยากจะทำงานบ้านเอง จึงเก็บจานชามที่ตัวเองพึ่งกินเสร็จเอาไปล้าง แต่เพราะหลังยังเจ็บเธอเลยต้องค่อย ๆ เดินจนเองอดขัดใจตัวเองไม่ได้ แล้วพอจะก้มหยิบฟองน้ำใบหน้าหวานปนหงุดหงิดก็เบี้ยวด้วยความเจ็บอีกครั้ง
“ซี้ดดดเจ็บชะมัด” หญิงสาวบ่นออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจแล้วกัดฟันก้มลงหยิบฟองน้ำถูจานในซิ้งค์
แต่ถึงจากมีชามและแก้วแค่อย่างละใบเธอก็ใช้เวลาอยู่หลายนาทีจนอดขัดใจกับท่าทางเก้ กังของตัวเองไม่ได้
ฟู้!!
รินพ่นลมหายใจออกมาทางปากพลางเท้าแขนทั้งสองข้างกับอ่างล้างจานทั้งที่มียังมีฟองก่อนจะหันหน้าไปทางประตูบ้านหลังได้ยินเสียงปิดประตูรถเธอมองพี่เขยที่รีบวางของบนโต๊ะ แล้วพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยหน้าตาตื่น
“พี่เองครับรินยังไม่หายดี นั่งก่อนดีกว่า”
กรพูดออกมาพร้อมกับที่เขาเอื้อมมือไปเปิดน้ำแล้วรั้งมือทั้งสองข้างของหญิงสาวไปล้างฟองออกเหมือนเช่นที่ทำกับบุตรสาว
“ปล่อยฟองน้ำให้พี่ครับเดี๋ยวพี่จัดการต่อเอง”
“ค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยแ่ออกมาพร้อมกับปล่อยฟองน้ำล้างจานให้ชายหนุ่มส่วนเธอออกมายืนอยู่ข้างกายเขาอยู่เงียบ ๆดวงตากลมมองสำรวจคนที่อยู่ในชุดลำลอง ก่อนจะไล่สายตามองมือใหญ่ของเขาที่เมื่อครู่นี้จับมือของเธอล้างน้ำก็พลันใจเต้นแรงอย่างไม่อาจห้ามตลอดหลายวันมานี้เธอมักรู้สึกว่าใจสั่นเมื่อใกล้เขารินยกมือที่ยังชื้นขึ้นประกบแก้มร้อนผ่าวทั้งสองข้าง ก็ได้แต่ก้มหน้าลง
ตลอดหลายวันที่ที่เธอเจ็บนอกจากแม่ที่มาอยู่เป็เพื่อนแล้วกรก็ยังขนงานกลับมาทำที่บ้านและคอยช่วยแม่ดูแลเธอไม่ห่าง
“เอาละครับเสร็จแล้ว ปะ!! เดี๋ยวพี่พยุงไปนั่ง”
“ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ค่ะรินไม่เป็อะไรมากแล้ว”
“ไม่มากได้ยังไงเมื่อกี้พี่ยังเห็นเราเท้ามือกับอ่างอยู่เลย ยังจะดื้ออีก”
นรินทร์ก้มหน้าพยายามกลั้นไม่ให้โหนกแก้มยกสูงหลังได้ยินคำที่เขามักจะใช้กับลูกสาวเวลาดื้อมาใช้กับเธอดวงตากลมมองมือหนาข้างหนึ่งจับอยู่ที่แขนและอีกข้างก็โอบรอบเอวของเธอพาเดินมาจนถึงโต๊ะกินข้าว ส่วนร่างสูงก็เอาของไปจัดเก็บ
บรรยายรอบข้างเงียบจนรินอึดอัดสุดท้ายก็เป็เธอที่ทนไม่ไหว
“พี่กรหยุดอีกกี่วันค่ะ”
“ไม่ได้หยุดแล้วครับเพียงแต่่นี้งานลงตัวแล้ว ไม่ต้องเข้าบริษัทก็ได้”
“อ๋อดีจัง”
หญิงสาวพยักหน้ารับพลางมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างไม่รู้จะทำอะไรถึง่นี้เขาและเธอจะสนิทกันมากขึ้นแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเธอทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่ต้องอยู่กับเขาเพียงลำพัง
“รินอยากจะเอนหลังสักหน่อยไหม”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”
“งั้นปะพี่ช่วย”
“แค่ที่โซฟาก็ได้ค่ะ”
“ไม่ขึ้นข้างบนเหรอ”
“ไม่ค่ะเดี๋ยวก็ต้องลงมาอีก”
“เอางั้นเหรอครับ”
"ค่ะ”
กรมองตาคนดื้อก่อนจะจำยอมพาเธอเดินไปที่โซฟาหน้าทีวีพร้อมกับช่วยเหลือเธอจนสามารถนั่งลงได้ในที่สุด ก่อนจะเขาจะไม่จัดการงานต่อแม้ว่าไม่จำเป็ต้องเข้าบริษัทหรือออกตรวจโรงงานแต่ตัวเขาก็ยังมีงานที่ต้องจัดการอีกหลายอย่าง
หลังนั่งจัดการงานของวันนี้จนเกือบเสร็จใบหน้าคมก็เงยขึ้นเขามองไปทางทีวีเครื่องใหญ่ที่กำลังฉายเกมโชว์ของต่างประเทศก่อนจะเลื่อนไปทางคนที่อยู่ตรงโซฟาแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาเพราะคนที่ก่อนหน้าบอกว่าไม่ง่วงตอนนี้ได้หลับไปแล้ว
“ดื้อเหมือนน้องพริ้มเลย”
น้ำเสียงนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมมุมปากยกสูงด้วยความเอ็นดูก่อนจะลุกขึ้นไปปิดทีวีแล้วเดินเลยไปเอาผ้าห่มในห้องของเล่นมาคลุมร่างเล็กเอาไว้ก่อนจะกลับไปทำงานของตัวเองต่อ
รินไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานขนาดไหนแต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีผ้ามาห่มให้อยู่แล้วเมื่อกวาดตามองไปรอบห้องนั่งเล่นก็ไม่เห็นร่างของพี่เขยจะมีก็แต่โน๊ตบุ๊คของเขาที่วางอยู่ตรงบาร์ แต่ไร้ร่างเ้าของ
“ตื่นแล้วเหรอครับ”
หญิงสาวหันไปทางประตูบ้านก็เห็นเป็ถุงอาหารคาดว่าเขาคงสั่งข้าวแล้วออกไปเอา ตอนตื่นเธอเลยไม่เห็น
“มาลุกไหวไหมล้างหน้าแล้วมากินข้าวกัน”
“ค่ะ”คนตัวเล็กพยักหน้ารับ พร้อมกับค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นโดยมาชายร่างสูงคอยดูแลอยู่ข้างๆ
ทั้งสองนั่งกินข้าวกันเงียบไร้บทสนทนาทว่ากลับไม่อึดอัดจน เมื่อทานเสร็จชายร่างสูงที่ทำหน้าที่คล้ายแม่บ้านประจำก็ลุกขึ้นเอาจานของเขาและหญิงสาวไปล้างก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารเหมือนเดิม
“วันนี้รินไปรับน้องพริ้มด้วยนะคะวันก่อนสัญญาว่าจะไปส่งแต่ไม่ได้ทำสักที วันนี้เลยขอไปรับแทน”
“อ่าครับ..”กรรับคำอย่างง่ายดาย
ทั้งสองออกจากบ้านก่อนเวลาเลิกเรียนของพริ้มพราวครึ่งชั่วโมงทั้งที่ปกติขับรถสิบห้านาทีก็ถึง นรินทร์สังเกตมองคนที่ขับรถช้ากว่าปกติก็ได้แต่ลอบยิ้มออกมาแล้วหันมองไปนอนหน้าต่าง ปล่อยเพลงบรรเลงคลอไปเรื่อย ๆจนถึงโรงเรียนของหลานสาว
“น้ารินน...น้องพริ้มดีใจมากกกเลย”เด็กหญิงเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วกระโจนใส่น้าสาวทันเธออ้อมแขนเล็กรัดคนเป็น้าแน่นจนไม่เห็นสีหน้าเ็ปและเหงื่อที่ซึมออกมาเต็มกรอบหน้าของเธอ
“อื้อออค่ะน้ารินก็ดีใจที่เจอน้องพริ้ม”
มือเรียวลูบหลังเล็กด้วยรอยยิ้มก่อนจะเงยหน้ามองพี่เขยที่รั้งร่างของหลานสาวออกจากเธอ
“น้องพริ้มครับน้ารินเจ็บอยู่นะ แล้วหนูก็ขึ้นรถได้แล้วครับ เราจะได้กลับบ้านกันเนอะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะเปิดประตูหลังให้บุตรสาวพร้อมส่งยิ้มให้คนที่นั่งคู่กันแล้วปิดประตูให้เธอ
ตลอดเส้นทางจากโรงเรียนกลับไปที่บ้านเสียงหัวเราะพูดคุยของสองน้าหลานดังลั่นรถจนศิวกรอดจะอมยิ้มและหัวตามเื่ที่ลูกสาวสรรหามาเล่าไม่ได้
และเพราะว่าหญิงสาวยังมีอาการปวดหลังอยู่อาหารเย็นมื้อนี้จึงเป็ฝีมือของพ่อหม้ายลูกหนึ่งที่ทำหน้าที่ลงครัวส่วนน้าสาวอย่างนรินทร์ก็ไม่ทำตัวเองว่างเธออาสาเฝ้าหลานตัวน้อยอาบน้ำแต่งตัวไม่ห่างจนเสร็จ
“น้ารินค่ะ น้องพริ้มนอนกับน้ารินได้ไหมคะ”
พริ้มพราวเอ่ยขึ้นมาหลังจบมื้อเย็นโดยมีน้านั่งข้างๆ ส่วนพ่อก็ทำหน้าที่เก็บโต๊ะล้างจานอยู่ในครัว
“ได้สิคะ”
“แต่น้องพริ้มค่ะน้ารินเจ็บหลังอยู่ ไว้น้ารินหายแล้วน้องพริ้มค่อยนอนกับน้ารินดีไหม”
รอยยิ้มกว้างหายไปจากใบหน้าน่ารักทันทีที่โดนขัดเธอสะบัดหน้าหนีบิดาที่เดินเข้ามาใกล้ แล้วซบไปที่ไหลของน้าอย่างหาคนช่วยและก็ได้ผล
“ไม่เป็ไรค่ะตอนนี้รินดีขึ้นมาแล้ว”
“แต่เมื่อวานคุณแม่บอกพี่ว่ารินยังปวดหลังอยู่ต้องนอนตะแคงตลอดทั้งคืน น้องพริ้มนอนดิ้นขนาดนี้เดี๋ยวกระแทกรินจะยิ่งเจ็บไปใหญ่”
“แต่ว่า”
หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงเบาพลางมองใบหน้าลานที่ตอนนี้ปากแบะอีกเพียงนิดก็จะร้องไห้ออกมาแล้ว
กรเมื่อเห็นท่าทางของลูกก็ได้แต่ถอนหายใจยิ่งเห็นพริ้มพราวน้ำตาซึมสะอื้อไร้เสียง กอดน้าของเธอแน่น ก็อดสงสารไม่ได้
เห้ยยย
“งั้นให้น้ารินนอนห้องคุณพ่อ”