นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๘
อินทรยังคงยืนนิ่ง อ้ำๆ อึ้งๆ จนกานต์แปลกใจ
“พี่อิน พี่เป็อะไรครับ” กานต์สงสัย “พี่ไม่เคยเป็แบบนี้นะ”
“ก็.. คือ.. พี่ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไง พี่ไม่เคย.. ” อินทรนั่งคิดนอนคิดมาั้แ่ที่เขาได้ยินกานต์คุยกับน้องชายเมื่อเย็น และเมื่อเขารู้ตัวว่า..ตัวเขาเองเข้าข่ายบางอย่างกานต์พูดไว้
แต่.. กว่าจะทำใจยอมรับความรู้สึกตนเองได้.. ก็ยากแสนยากแล้ว ตอนนี้ พอต้องมาพูดให้คนอื่นได้รู้นี่! ยากยิ่งกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า..อินทรบอกตัวเอง
กานต์เริ่มรู้สึกจริงจังไปด้วย “พี่อินเป็อะไรหรือเปล่า?”
อินทรส่ายหน้าเป็คำตอบ “เอ่อ.. ” แล้วเขานึกออกว่าควรเริ่มพูดจากเื่อะไร “กานต์.. กานต์จำวันที่.. พี่ถามกานต์เื่ผู้ชายในละครโทรทัศน์จูบกัน..ได้ใช่ไหมครับ”
คราวนี้เป็กานต์ที่อึ้งไป!!
เมื่อได้ยินคำพูดของอินทร กานต์พยักหน้ารับช้าๆ
“แล้วกานต์ก็บอกพี่ว่า ความรักเป็สิ่งสวยงาม.. ที่จะเกิดขึ้นกับใคร..กับเพศใดก็ได้.. ใช่ไหมครับ?” อินทรเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง “และ.. เมื่อเรามีความรู้สึกพิเศษที่สวยงาม.. กับใครสักคน..เราควรบอกเค้า และแสดงความรักนั้นออกมา” พูดจบก็ก้มหน้า.. นิ่ง!! เงียบ!!
“ครับ” กานต์ตอบได้เท่านั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ไม่รู้ว่าอินทรจะมาทำให้เขาดีใจ หรือจะทำร้ายจนหัวใจเขาต้องย่อยยับลง
ยิ่งเห็นอินทรนิ่ง .. เงียบ!!
กานต์ยิ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี
..นี่ไม่ใช่บทละครที่กานต์รู้ล่วงหน้าตลอดเวลาว่าตัวละครจะพูดว่าอะไร แต่นี่คือชีวิต.. ชีวิตจริงที่แสนจริง ที่ไม่มีอะไรกำหนดให้เื่มันเดินไปข้างหน้าเหมือนละคร
เมื่อคิดอะไรไม่ออก กานต์จึงเงียบ .. ก้มหน้ารอฟังคำพูดอินทร
“กานต์ครับ” อินทรพูดทำลายความเงียบขึ้นมา
กานต์เงยหน้าไปสบตาอินทรพอดี
“พี่.. พี่ว่า..” อินทรพยายามพูดความรู้สึกของเขาออกมาอย่างยากเย็น “พี่รู้สึกพิเศษ แบบความรู้สึกที่สวยงามนั่น..กับกานต์นะครับ”
กานต์มองหน้าอินทร กระพริบตาถี่ๆ
ราวกับว่าการกระพริบตานั่น จะช่วยยืนยันให้มั่นใจว่า
ที่กานต์ได้ยินเมื่อครู่ .. ไม่ผิด!!!
อินทรเงยหน้าสบตากับดวงตาแสนสวยของกานต์แล้วก็รู้สึกเขินอายที่ต้องมองดวงตาคู่งามนั้น จึงหลบสายตากานต์
“พี่อิน พี่อินบอกกานต์ว่า พี่อิน ‘รักกานต์’ เอ่อ!!มีความรู้สึกพิเศษกับกานต์.. ใช่ไหมครับ” กานต์ถามซ้ำเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนได้ยินเมื่อครู่
อินทรพยักหน้าแทนคำตอบ “อย่าพูดย้ำสิพี่อาย”
กานต์รู้สึกใบหน้าตัวเองร้อนผะผ่าวขึ้นมาในบัดดล
อินทรหันหน้ามาสบตาสวยของกานต์โดยไม่ได้ตั้งใจ
กานต์มองเข้าไปในดวงตาคู่งามนั่นทุกอย่างมันเปิดเผยแจ่มชัดในดวงตาของอินทร
“กานต์ก็รักพี่อินครับ”
เมื่อรับฟัง และรับรู้ความหมายจากการฟังนั่น อินทรยิ้มตอบอย่างละมุน ในแววตาเขาบอกอะไรบางอย่างกับกานต์
กานต์รับรู้ และอมยิ้ม พลางถามอินทรไปว่า “จำที่กานต์เคยพูดได้ไหมครับพี่อิน”
“หือออ” อินทรถาม “เื่ไหนล่ะ”
“ที่กานต์เคยบอกพี่ว่า.. โลกเราไม่ได้มีข้อห้ามผู้ชายจูบกันนะครับ” พูดจบ เป็กานต์เสียอีก ที่เขินเสียเอง จนต้องก้มหน้าหลบตาอินทร
อินทรเชยคางกานต์ขึ้นอย่างนุ่มนวล แล้วหอมแก้มกานต์อย่างแ่เบาด้วยความรักที่แสนรักผ่านริมฝีปากได้รูปไปสู่ผิวแก้มที่นวลเนียนนั่น
...ครู่หนึ่ง... ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอีกครั้ง
กานต์เอื้อมมือไปกอดคออินทร ยืดตัวขึ้นหมายจะจูบปากอินทร
อินทรยิ้ม พลางใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากกานต์ไว้ให้หยุดอยู่ตรงที่เกือบจะััริมฝีปากเขา “แล้ว.. กานต์จำได้มั้ยว่าวันนั้นพี่ตอบกานต์ว่าไง”
กานต์ส่ายหน้าไปมาอย่างน่ารัก
“พี่บอกว่า.. พี่คงต้องใช้เวลาสักพัก ที่จะยอมรับว่า ผู้ชายกับผู้ชายสามารถแสดงความรักด้วยการจูบกันได้ พี่ขอทำใจก่อน”
“งั้นพี่อยู่เฉยๆ เดี๋ยวกานต์จูบพี่เอง”
“เอางั้นเหรอ”
“อืมมม พี่อินก็ยืนทำใจไปสิ แต่กานต์ไม่ต้องทำใจยอมรับนี่กานต์จูบพี่ได้” แล้วกานต์ก็ขยับหน้าไปใกล้หน้าอินทรอีก
“พี่ไปนอนก่อนนะ” อินทรขยับตัวหลบ “พรุ่งนี้เราต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่หรือ?”
กานต์ยิ้มเขิน เพราะเขาจูบอากาศแทนริมฝีปากอินทร
“ฝันดีนะครับ” พร้อมกับเอามือลูบหัวกานต์ แล้วอินทรก็เดินกลับห้องตนเอง ปล่อยให้กานต์ยืนยิ้มสมหวังกับความรักที่ตนฝันถึงแทบทุกห้วงเวลา
กานต์มองไปรอบๆ ตัว ความสุขที่สมหวังในรัก ทำให้กานต์มองบรรยากาศที่รายล้อมรอบตัวเขาเป็สีชมพูชมพูดที่วาววับจับใจกานต์อย่างที่สุด
อินทรเองก็เช่นกัน เขารีบเดินกลับไปที่ห้อง แล้วยินดีกับชัยชนะที่เขาเอาชนะความกลัวได้อินทรกล้าพอที่จะพูดความรู้สึกในใจออกไป เเละเมื่อพูดออกไป.. ก็รู้สึกเป็สุขใจอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน
..พรุ่งนี้ .. พรุ่งนี้เค้าจะมองกานต์ด้วยความรู้สึกใหม่ ..กานต์จะไม่ใช่น้องชายเขาอย่างที่ผ่านมา .. แต่กานต์จะเป็ .. คนที่อินทรรัก ..และจะเป็อย่างนี้ไปตลอดกาล
อินทรไม่ได้สนใจส่วนกลางลำตัวเขาที่มันชูชัน.. แม้มันจะชูชันจนแข็งกร้าวอย่างนั้น แต่ความไม่เคย ทำให้อินทรไม่ได้เรียกร้องในเพศรส แต่หากมีครั้งแรกแล้ว อินทรคงไม่นิ่งเฉยกับการเรียกร้องทางเพศจากร่างกายเขาแบบนี้เป็แน่
วันนี้ กานต์ตัดสินใจพาอินทรเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพ อินทรดูจะตื่นเต้น และตื่นตากับสิ่งที่พบเห็นตรงหน้าอย่างมาก หลายอย่างที่เขาถาม กานต์ก็พยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ
“ผู้คนทั้งหลายล้วนหน้าตาดี แต่งตัวดี .. หรือว่า.. นี่คือยุดพระศรีอารย์”(อ่านว่า พระ-สี-อาน)
“ไม่ใช่ยุคพระศรีอารย์หรอกพี่อิน แต่เป็ยุค ..ภาษีอาน.. มากกว่าครับ” กานต์เผลอเล่นมุขไป
แต่อินทรไม่ขำ กลับงง!!
กานต์จึงต้องเสียเวลาอธิบายเื่ภาษีให้อินทรฟัง และเื่อื่นๆประกอบ เมื่อเขาเข้าใจ ก็หัวเราะออกมาเบาๆ
กานต์ไม่ลืมที่จะมองรอบๆ ตัวอยู่บ่อยๆ เพราะความสูงโปร่งของอินทรทั้งยังรูปร่างหน้าตาดีแสนดีจนดูโดดเด่น ใครๆ ที่มองเห็นต่างพากันเหลียวหลังกลับมาดูอีกครั้ง แต่ดูเหมือนอินทรจะตื่นตากับ..‘โลกใหม่’.. จนไม่ได้สังเกตสิ่งที่กานต์มองเห็น
..“ถึงยัง” .. กรไลน์มาถาม .. “ซื้ออาหารทะเลมาให้กินด้วย” ..
..“จ้ะ” ..
..“จะสวีทกันจนไม่ตอบให้น้องรู้เลยเหรอ ว่าถึงยัง” .. กรโวย
..“ยัง เพิ่งขึ้น BTS” ..
..“หา!! ผู้คนไม่แตกตื่นเหรอ พี่อินหล่อซะขนาดนั้น” ..
..“กำลัง จัดการอยู่ แค่นี้นะ” ..
กรนึกภาพออกเลยว่าจะเป็อย่างไร แม้ผู้คนจะไม่ได้เข้ามารุมพี่อินอย่างเสียมารยาท แต่การมอง มอง มอง หรือการเข้ามาทักทายแล้วพูดไม่จบ มันน่ารำคาญขนาดไหน กรจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
ทีมงานวรวุธประชุมและสรุปออกมาว่า .. ในงานแถลงข่าว จะเปิดตัววรวุธเป็คนแรกโดยให้พิธีกรแนะนำ วรวุธ ผู้กำกับการแสดง กานต์คนเขียนบทละคร และป๊อกปิติ พระเอกหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ขวัญใจมหาชน
“ไม่ต้องใช้พิธีกรหรอก ยุ่งยาก พี่พูดเอง ตอนแนะนำตัวพี่ก็ใช้พรีเซนเทชั่น แล้วพี่จะแนะนำกานต์กับป๊อกเอง”
ที่ประชุมได้แต่ยอมรับ
“จัดการล็อกคิวป๊อก น้องกานต์ให้เรียบร้อยนะ งานนี้ใครพลาด พี่เอาตาย”
ที่ประชุมรับทราบ ทุกคนที่ร่วมประชุมรู้กันดีว่าคำว่า‘พี่เอาตาย’ ของวรวุธคืออะไร และน่ากลัวแค่ไหน
“ตามนักข่าวมาให้เยอะที่สุด อ้อ!! ใครที่เล่นเฟสบุ๊คเล่นทวิตเตอร์น่ะ ช่วยตามนักข่าวออนไลน์พวกนั้นมาด้วยนะ พี่ชอบ”
ที่ประชุมรับทราบ และมอบหมายให้น้องประชาสัมพันธ์เด็กๆจัดการตามนักข่าวออนไลน์
เลขาเข้ามากระซิบที่หูวรวุธ “กานต์ไปบางปูค่ะ”
วรวุธพยักหน้ารับรู้กับเลขฯ แล้วมองทุกคนรอบห้องประชุม “เื่งานนี้จบนะ”
ทุกคนรับคำ
“ส่วนเื่เตรียมงานถ่ายทำละคร เราคุยกันไปเยอะแล้ว พรุ่งนี้ให้คนที่เกี่ยวข้องมาคุยกับพี่ที่ห้องนี้นะ สิบโมงเช้าละกัน”
ที่ประชุมรับคำ
แล้ววรวุธก็เดินออกจากห้องประชุมไป
พอวรวุธพ้นประตูออกไป แต่ละคนดูรีแลกซ์ขึ้นทันที ก็.. หลายคนกลัวว่าวรวุธจะประชุมเื่เตรียมงานถ่ายละครต่ออีกซึ่งมีอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่เสร็จตามที่เคยประชุมกันไว้
“มีเวลาเคลียร์ทุกสิ่งอย่าง คือ่บ่ายนะคะทุกคน แล้วช่วยจัดการงานที่จะประชุมพรุ่งนี้ให้เรียบร้อยด้วยนะคะ” ผู้จัดการกองถ่ายช่วยจัดแจงให้ทุกคนทำงาน
“ค่ะคุณแม่” ที่ประชุมเกือบจะตอบเป็เสียงเดียวกัน
“ถือว่ารับปากแล้วนะคะคุณลูก” ผู้จัดการกองเล่นมุกกลับแล้วตามด้วยความจริงจัง “พี่กะคุณเลขาฯช่วยพวกแกไม่ได้ทุกครั้งนะคะ ฉะนั้น เราทุกคนรวมทั้งพี่มีเวลาทั้งบ่ายนี้ เย็นนี้ คืนนี้ จัดการงานทุกอย่างให้เสร็จ”
กานต์พาอินทรมาบางปูในมุมที่อินทรอยากมาเห็น แต่พอมาถึง.. สีหน้าอินทรกลับแปลกไป อินทรมองสถานที่ตรงหน้าราวกับมันเป็ที่ใหม่ที่เขาไม่เคยรู้จัก แทบทุกอย่างไม่เหมือนกับที่อินทรรับรู้ในความทรงจำ
“มีอะไรหรือครับพี่อิน”
“พี่กำลังคิดว่า..” อินทรพยายามปะติดปะต่อความคิดตัวเองทั้งภาพตรงหน้า ภาพในความทรงจำ ภาพความวุ่นวายในการเดินทาง “พี่อาจจะมาจากอดีต แล้วมาเจอกานต์” อินทรหันมาสบตากานต์ “และทุกอย่างที่นี่รวมทั้งกานต์.. เป็อนาคตของพี่”
เออ.. คิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน กานต์บอกตัวเอง “ทำไมล่ะครับพี่อิน”
“ก็.. ที่ที่พี่เคยอยู่ ไม่มีรถยนตร์มากมายหลายแบบอย่างที่นี่ ผู้คนที่นี่ก็แต่งตัวประหลาด ไม่เหมือนกับคนที่บ้านพี่ พี่คุยกับตาคำยายเล็กสนุกเหมือนเป็คนรุ่นเดียวกัน” อินทรเว้นจังหวะการพูด เพื่อทำใจนิดนึงจึงพูดต่อ “แล้ว.. บางปูนี่ เปลี่ยนไปมากมากจนพี่จำแทบไม่ได้ มันดูเก่าลงไปมาก หาดทราย น้ำทะเลดูโทรมลงไปมาก.. ถ้าเทียบกับภาพบางปูที่พี่พอนึกออกซึ่งพี่ก็เพิ่งมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง” อินทรพยายามนึกถึงภาพในอดีต “แต่ภาพในหัวพี่ มันก็จางเหลือเกิน”
หรือว่า.. ถ้าพี่อินไปในที่ที่เขาเคยไปในหนังสือ เขาจะรู้สึกว่าเคยมา.. กานต์คิด .. แต่ถ้าไปในที่ที่ไม่เคยไปในหนังสือ อย่างที่บ้านกานต์ ..พี่อินก็จะไม่รู้สึกะไร
“แต่ถึงจะจางนะกานต์ มันก็ไม่น่าเก่าเร็วแบบนี้” อินทรย้ำให้กานต์รู้สึกว่า มันผ่านกาลเวลามาแสนาน
“กานต์ก็ไม่รู้หรอกครับพี่ แต่ที่นี่ .. ก็เป็อย่างนี้ั้แ่ที่กานต์เคยเห็นแล้วนะครับ” กานต์พยายามพูดให้อินทรสบายใจ
“เหรอ??” อินทรดูครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
“ไปให้อาหารนก ให้อาหารปลากันดีกว่าครับพี่” กานต์เปลี่ยนเื่
“ไปสิ”
ขณะที่กานต์พาอินทรเดินไปมุมให้อาหารปลา กานต์ก็บอกตัวเองว่า .. เขาจะไม่พาอินทรไปในที่ที่เคยไปในหนังสืออีกแล้ว
แล้วทั้งกานต์และอินทรไปทำบุญทำทานให้อาหารนกอาหารปลาอย่างมีความสุข ทั้งสองให้อาหารสัตว์ไป ก็หยอกล้อกันไปอย่างสนุกสนาน
อินทรอยากไปกินอาหารที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งกานต์ไม่คุ้นเลยกานต์พยายามห้าม แต่อินทรอยากไปมาก จนกานต์ต้องตามใจ ทั้งที่ในใจกานต์กลัวเหลือเกินว่าจะไปพบอะไร หรือเจออะไรแปลกๆอีก แต่พอไปถึงสถานที่ที่ควรจะมีร้านอาหารตั้งอยู่ปรากฏว่า..
ไม่มีร้านอาหารร้านนั้น !
และไม่เคยมี!!
ไม่ว่าจะถามใครในละแวกนั้น ก็ไม่มีใครรู้จักทั้งคนแก่และเ้าหน้าที่ อินทรพยายามหาคำตอบให้ได้ว่า ร้านที่เขารู้จัก และชื่นชอบมันหายสาปสูญไปได้อย่างไร
จนกานต์ต้องพาตัวอินทรออกมาจากบริเวณนั้น
“พี่อิน!!” กานต์เรียกชื่อ ราวกับจะเรียกสติอินทร “ช่างมันเถอะครับ มันจะหายไปไหน เคยมีหรือเปล่า หรือสาปสูญไป ก็ช่างมันเถอะ”
“พี่แค่อยากรู้ กานต์ แต่นั้นจริงๆ” อินทรชี้แจง “พี่ไม่ได้อยากค้นหาความจริงอะไรมากมายหรอก มันมีอะไรแปลกๆมากมายในชีวิตพี่ พอมันเกิดความสงสัย มันก็แค่อยากรู้ไง” อินทรพยายามจะบอกว่า .. ก็มันไม่ได้เป็อย่างที่เค้าเคยเห็นนี่.. ก็เลยอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“กานต์ไม่รู้ว่าอะไรยังไงหรอกนะ แต่พี่อินฟังกานต์นะ” พร้อมกับสบตาอินทรด้วยความรักทั้งใจ
อินทรรับรู้ความรู้สึกที่แสนอุบอุ่นและนุ่มนวลของกานต์ได้จากการสบตานั่น
“ถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข พี่อินก็ไม่ต้องไปหาคำตอบอะไรมากมายหรอกนะครับ” กานต์อ้อนวอน “อยู่กับกานต์แบบนี้เถอะนะเชื่อกานต์นะครับ อย่าไปหาคำตอบอะไรให้วุ่นวายเลย” พร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความรักความห่วงหา รื้นขึ้นที่ดวงตาคู่งาม “นะพี่”
เท่านี้ ความอยากรู้นานาในใจอินทรก็มลายสิ้น
“พี่อินอยู่กับกานต์แค่นี้ก็พอแล้ว .. นะครับ” พร้อมกับส่งสายตาที่อินทรชอบหนักหนา
อินทรพยกหน้ารับ
“กอดหน่อยนะ” กานต์บอก และเดินเข้าไปจะกอด
“อย่า!!” อินทรถอยห่าง “ในที่สาธารณะแบบนี้ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า มันไม่งาม!!”
กานต์ยิ้มรับและอธิบายให้อินทรฟังว่า “ถ้ากานต์เป็เวลาในอนาคตของพี่ กานต์ก็จะบอกพี่ว่า ในห้วงเวลาที่กานต์อยู่ เรากอดกันเพื่อบอกรักกันก็ได้ ให้กำลังใจกันก็ได้ ปลอบโยนกันก็ได้ กานต์พูดแบบนี้ พี่อินเข้าใจไหมครับ”
“เข้าใจ แต่ทำใจไม่ได้”
“งั้นไม่กอด” กานต์ตอบ หน้าตึงๆและเดินนำหน้าอินทรไป
อินทรเดินตามมาทัน เขายกแขนขึ้นโอบไหล่กานต์ ทำให้กานต์อยู่ในอ้อมแขนของชายร่างสูงโปร่งพอดิบพอดี เขากระชับวงแขนนิดเดียว ใบหน้ากานต์ก็อยู่ที่หน้าอกเขาพอดีเช่นกัน
กานต์อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
...
ผู้คนแถวนั้นคงจะมองด้วยความอิจฉา ที่คนตัวเล็กมีคนตัวโต รูปร่าง หน้าตาดีเหลือเกินดูแลและโอบไว้ในอ้อมแขน หรืออิจฉาที่คนตัวโตที่มีคนตัวเล็กน่ารักไว้ในอ้อมแขน
...
หรือ ... ร้านอาหารที่พี่อินชอบ มาจากจินตนาการของผู้แต่งนิยายจึงไม่มีอยู่จริง .. กานต์บอกตัวเอง และคิดต่อไปว่า .. ต่อไป.. ต้องไม่พาพี่อินไปที่ที่เคยไปในนิยายเป็ดีที่สุดจะได้ไม่เกิดปัญหา พอคิดได้อย่างนั้น กานต์ก็อมยิ้มตลอดเวลา
“ยิ้มอะไรอยู่ได้” อินทรถาม
“ยิ้มก็ยิ้ม”
“พูดไม่รู้ประสา”
“ก็ยิ้มไงพี่อิน กานต์ยิ้ม ไม่เกี่ยวกะไม่รู้ภาษาซะหน่อย”
“เริ่มพูดจาฟังยากเหมือนกรอีกแล้วนะ”
“ก็..” กานต์หาคำอธิบาย “ก็พี่อินโอบกานต์ไว้แบบนี้ กานต์มีความสุขก็ต้องยิ้มสิ”
อินทรใที่กานต์พูด เขาจะเอามือลงจากไหล่กานต์ แต่ช้าไป
กานต์เอามือตัวเองมาจับมือพี่อินที่อยู่ตรงไหล่ของเอาไว้ “อย่าเพิ่งเอาออกเลย” กานต์อ้อน “นะ.. นะ”
อินทรไม่ตอบ แต่ยิ้มรับ
“ยิ้มอะไร” กานต์กวน
“ก็แค่ยิ้ม”
“นั่นไง!! ทีเมื่อครู่มาซักไซ้เอาความจริงกะกานต์ พอถึงตัวเองก็ตอบไม่รู้ภาษาเหมือนกัน”
“พี่ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับกานต์อย่างนี้ พี่ก็ยิ้มสิ!”
แค่นี้หัวใจกานต์ก็พองโตแล้ว ...
กานต์และอินทรไปนั่งทานอาหารอยู่ในร้านอาหารชื่อดังของบางปู คงเพราะเวลาที่ทั้งสองไปนั่งในร้าน มันเลยเที่ยงไปโขอยู่ ผู้คนในร้านจึงเริ่มบางตา แต่แทบทุกคนก็มองอินทรเป็ตาเดียว
กานต์กำลังจะสั่งอาหารทะเล
“ฮั่นแน่!! น้องกานต์” แค่เสียงกานต์ก็จำได้ดี กานต์ถอนหายใจ
แต่กานต์ยังถอนหายใจไม่หมด วรวุธถือวิสาสะนั่งข้างๆ กานต์ “จะมาบางปูก็ไม่บอกพี่ ดีนะว่าพี่มาธุระแถวนี้พอดี”
กานต์แนะนำให้อินทรรู้จักวรวุธ โดยบอกอินทรว่าวรวุธคือนายจ้างที่จ้างเขาเขียนบทละครโทรทัศน์ และบอกวรวุธว่า อินทรเป็ญาติที่มาพักที่บ้านด้วย
อินทรทักทายด้วยมารยาทอันงดงามจนวรวุธต้องมองอย่างเสียกิริยาไปแว่บหนึ่ง “มื้อนี้ ผมเลี้ยงนะครับ ถือว่าเลี้ยงต้อนรับพี่อินนะครับ”
กานต์ห้าม แต่เื่แบบนี้ เขาแพ้วรวุธเสมอ วรวุธเดินไปทักทายเ้าของร้าน แล้วก็เดินกลับมานั่งข้างๆ กานต์
“พี่ให้เค้าเอาทีเด็ดของร้านมาเลยนะน้องกานต์” วรวุธบอกกานต์ด้วยเสียงสอง แล้วหันมาใช้เสียงปกติกับอินทร “ลองทานนะครับ รับรอง ทุกอย่างอร่อยจริงๆ”
อินทรยิ้มรับ แล้วหันไปสบตากานต์
กานต์สบตาอินทรด้วยสายตาที่วรวุธไม่เคยเห็น
อะไรกัน!! วรวุธแปลกใจ .. เค้าเป็ญาติกันนี่นา ทำไมมองตากันแบบนั้นล่ะ หรือว่าเราคิดมากไป เค้าอาจจะเป็ญาติพี่น้องที่รักกันมากก็ได้ อย่าคิดมาก..อย่าคิดมาก อินทรบอกตัวเอง “เอ่อ..น้องกานต์ครับ น้องๆ ทีมงานพี่ขอคิวน้องกานต์ให้มางานแถลงข่าวต้นอาทิตยหน้าหรือยังครับ”
“ครับ ครับ” กานต์ตอบไปทั้งที่ยงไม่มีใครติดต่อเขามาเลย ที่กานต์ต้องโกหก เพราะกานต์รู้ดีว่า ถ้าเขาตอบว่า‘ยัง’ จะมีทีมงานบางคนต้องรับกรรม
“ดีครับ” วรวุธตอบ “เชิญพี่อินด้วยนะครับ”
“งานอะไรหรือครับ คุณวรวุธ”
“อ๋อ.. งานแถลงข่าวเล็กๆ น่ะครับพี่อิน ผมจะแถลงข่าวละครโทรทัศน์เื่ทาสรักทาสใจ และเปิดตัวพระเอกของเื่ที่ชื่อ .. อินทร.. ด้วยครับ
“ชื่อ..อินทร” พี่อินทวนทำพูดของวรวุธ
จบตอน ๘