"ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ ขอบคุณจริงๆ"
ยูฟี่มัวแต่ยิ้มรับแขกจนเมื่อยริมฝีปากไปหมด มีทั้งเพื่อนที่รู้จักและไม่รู้จักบ้าง บางตัวแบกของขวัญกล่องใหญ่มาให้กับมือ ทำให้รู้ว่าการเป็เ้าของวันเกิดนั้นเหนื่อยแค่ไหน ทว่าเธอก็ยังยินดีอยู่เสมอราวกับกำลังสูบความสุขเข้ามาแทนที่ความโดดเดี่ยว 4,000 ปีก่อนหน้านี้
"นี่ๆ แกะของขวัญกัน"
"ตัดเค้กก่อนสิ ฉันอยากกินจะแย่แล้ว"
"ต้องเป่าเทียนก่อนตัดเค้กสิเ้าบื้อ"
"ต้องปิดไฟแล้วร้องเพลงก่อนไม่ใช่เหรอ จะเป่าทันทีไม่ได้นะ"
"ให้เ้าของวันเกิดเลือกเองเถอะ พวกผู้ชายนี่จริงๆ เล้ย"
เพื่อนที่รู้จักกันมานานของยูฟี่คอยล้อมรอบไม่ห่าง ต่างคุยกันเสียงดังแข่งกับบรรยากาศครึกครื้นในงานวันเกิด เธอฟังคำของเพื่อนแล้วรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้รับการใส่ใจ ทั้งยังลังเลอยู่เลยว่าต้องทำอะไรก่อนดี เพราะในงานวันเกิดมีสิ่งที่อยากทำมากมายทีเดียว
"อย่ามูมมามนักสิจ๊ะ ถ้ากินมากขนาดนั้นจะกินเค้กวันเกิดไม่ไหวนะ" ัสาวตัวหนึ่งเตือนด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก
"อ้ออันอะอ่อยอี่อะแอ้ แง่มๆ (ก็มันอร่อยนี่คะแม่) " ยูฟี่พูดไปด้วยระหว่างเคี้ยวคุกกี้อยู่เต็มปาก
แม่ของัน้อยลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู ส่วนมืออีกข้างถือถาดใส่คุกกี้ที่พึ่งอบเสร็จมาใหม่ๆ เธอมีโครงหน้าและสีผมเหมือนกับยูฟี่เปี๊ยบ เพียงแต่ดูเป็ผู้ใหญ่ใจดีมากกว่าเด็กเอาแต่ใจ ทำให้สามารถมองออกได้ง่ายๆ เลยว่าหล่อนคงเป็มารดาของเ้าของงานวันเกิดในวันนี้
"พวกเราจะเสียใจมากที่งานนี้จบลง เพราะอาจรอคอยงานวันเกิดในปีหน้าไม่ไหวจริงๆ อยากให้มีตลอดไปเลย ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ" แขกกลุ่มนี้ดูตื่นเต้นมากทีเดียว
"ยูฟี่ก็คิดค่ะ งั้น...งั้น...ทุกคนอย่าไปไหนนะ อยู่กับหนูที่นี่ ตลอดไปเลย" ัน้อยพูดกับแขกด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน
มันเป็วันที่ดี วันที่เ้าของวันเกิดมีอำนาจเหนือทุกตัว หากให้จัดงานวันเกิดตลอดไป ย่อมหมายความว่ายูฟี่จะมีอำนาจตลอดไปเช่นเดียวกัน ใครเล่าจะไม่ยอมรับ่เวลาที่ทุกตัวให้ของขวัญ ให้ความสำคัญ และให้ความรักมากขนาดนี้
"จะว่าไปแล้วเราก็ยังเซอร์ไพรส์เ้าของวันเกิดไม่หมดเลยนี่นา ถ้าให้ออกมาตอนนี้ ลูกจะรับไหวรึเปล่านะ" แม่ของยูฟี่ถามด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อ
ยูฟี่ที่ได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นใหญ่ หยุดกินคุกกี้แล้วมาตื้อถามแม่อยู่นาน กระนั้นทั้งแม่และัน้อยก็ไม่ยอมแพ้ต่อกัน แต่เมื่อพูดไปแล้ว เซอร์ไพรส์ที่ว่านั้นย่อมมาถึงในไม่ช้าแน่นอน เ้าของวันเกิดจึงต้องรู้ด้วยตนเอง ถึงจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้
"แหมๆ ทำไมงานวันเกิดถึงได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เนี่ย ฉันอิจฉามากเลยนะ" น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความไม่จริงจังมากนัก
ยูฟี่หันไปหาต้นเสียงทันทีที่ได้ยิน ทำให้เห็นับางตัวที่พึ่งมาถึงงาน อีกฝ่ายเป็ัเพศหญิงเช่นเดียวกัน อายุเองก็ใกล้เคียงกับัน้อย แต่สิ่งที่แตกต่างคือเธอมีเรือนผมสีแดงฉานเหมือนพ่อ และเหตุผลที่ทำให้ตื่นเต้นได้ขนาดนี้เพราะ...
"พี่หายไปตั้งนานแน่ะ!" ยูฟี่วิ่งไปและพุ่งเข้ากอดพี่สาวที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี
พี่สาวกอดกลับเช่นกัน ทั้งคู่ต่างคิดถึงกันและกัน ใช้เวลานานมากทีเดียวกว่าจะเลิกกอดกันได้ ยูฟี่ยังยิ้มแฉ่งขณะยืนอยู่หน้าประตูห้องโถงอันเป็สถานที่จัดงานวันเกิด อีกฝ่ายยังไม่ก้าวเข้ามาในงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าเ้าของวันเกิดกลับทำการต้อนรับอย่างอบอุ่นเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเธอมีความสำคัญยิ่งยวด
"ฉันมาทันกินเค้กวันเกิดไหม" พี่สาวถามด้วยความตื่นเต้น
"ยังค่ะ" ยูฟี่ตอบอย่างมั่นใจ
"งั้นไปกันเถอะ!" ัสาวที่ตัวโตกว่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกว่าเดิม
เธอลากยูฟี่ไปหาเค้กก้อนโตในงานอย่างรวดเร็ว ัตัวนี้มีนิสัยมุทะลุมากกว่าน้องสาวเสียอีก ทำให้ทั้งคู่พบสิ่งที่้า มันเป็เค้กช็อกโกแลตวางซ้อนกัน 4 ชั้น เคลือบด้วยช็อกโกแลตเหลว มีสตรอว์เบอร์รี่หั่นเป็ชิ้นพอดีคำวางประดับด้วย สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือเทียนปักตามจำนวนปีของเ้าของวันเกิด
พรึ่บ
ไฟดับลงเหมือนถึงเวลาของพิธีสำคัญแล้ว ขณะนั้นยูฟี่ยืนอยู่ตรงหน้าเค้กวันเกิดพอดี แล้วเทียนทั้ง 11 เล่มก็ส่องสว่าง ทุกตัวเริ่มร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ยูฟี่ตะลึงเพราะทุกอย่างเริ่มต้นอย่างกะทันหัน มันเป็เซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงจริงๆ ัน้อยมีความสุขที่ทุกตัวให้ความสำคัญกับงานวันเกิดมาก...แล้วเพลงก็จบลง ถึงเวลาเป่าเทียน
"อยากอธิษฐานอะไรล่ะ" พี่สาวที่ยืนข้างๆ ถาม
"...ตอนแรกยูฟี่อยากขอให้พี่กลับมา แต่มันเป็จริงไปแล้ว...จะขออะไรดีล่ะคะ" ัน้อยเอ่ยเสียงสั่น
ยูฟี่มีความสุขสุดๆ จนบรรยายออกมาเป็คำพูดไม่ได้ ทุกตัวต่างยืนล้อมรอบเธอ รอคอยให้เป่าเทียนโดยเร็ว มันเป็ภาพที่ไม่ได้เห็นมานานมาก อันที่จริงัน้อยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเวลาทั้งหมดผ่านไปนานกว่า 4,000 ปีเสียแล้ว เธอจึงไม่รอช้า เป่าเทียนจนดับไปหมด
เธอมีความสุขจนน้ำตามันเอ่อล้นออกมา
ในกรงกระจก
ตั๊กแตนตำข้าวยังวุ่นอยู่กับการสรรค์หาวิธีสังหารัน้อยอยู่ บัดนี้เธอถูกจับตรึงไว้บนไม้กางเขน นั่นเป็วิธีการสังหารบุตรแห่งพระเ้าตามฉบับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในดาวสีฟ้า ลูกไฟสีฟ้าแนะนำวิธีนี้มาหากอีกฝ่ายเป็พระเ้าจริงๆ
เขาทำตามเพราะไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก เวลาเองก็มีไม่มากเช่นกัน ครั้งนี้ก็จะลองฆ่าด้วยวิธีต่างๆ ในขณะที่ัน้อยถูกตรึงบนไม้กางเขนดู ซึ่งจะได้หรือไม่ ไม่มีใครทราบ เ้าตั๊กแตนตำข้าวก็ทดลองทำไปเรื่อยๆ มานานกว่า 2 เดือนแล้ว
และแล้วในวันนี้ ร่างของผู้ถูกตรึงก็มีน้ำตาไหลออกมา
ขณะนั้นตั๊กแตนตำข้าวยังไม่ทันทำอะไรเลยด้วยซ้ำ จึงสงสัยว่าเพราะอะไรกันแน่ อีกฝ่ายจึงกำลังร้องไห้อยู่แบบนี้ ส่วนลูกไฟสีฟ้าที่รออยู่นอกกรงกระจกก็ส่งเสียงดัง
"ฮะๆ ทำให้เธอน้ำตาไหล เป็ความสำเร็จครั้งใหญ่เลยนะเนี่ย...จะบ้าเรอะ! แกทำให้พระเ้าหลั่งน้ำตา! พระเ้ากำลังผิดหวังในตัวแก! รีบๆ ขอโทษสิเว้ย! กลับตัวกลับใจเป็คนดีซะ!"
ผู้อยู่ในกรงกระจกไม่รับฟังคำเตือนของลูกไฟสีฟ้าแม้แต่น้อย เขามองหยดน้ำตานั้นค่อยๆ ไหลรินออกมาอย่างช้าๆ สีหน้าของัน้อยบ่งบอกว่ามีความสุขอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไม่คิดว่าน้ำตานั้นออกมาเพราะการกระทำอันแสนโเี้ อาจเป็เพราะอีกฝ่ายกำลังมีความสุขในภวังค์ฝันหวานก็เป็ได้...แล้วน้ำตาก็ไหลเข้าปากตัวเอง
หากอ้วกเป็กรดที่สามารถละลายทุกสิ่ง น้ำตาก็คือยารักษาทุกโรค
น้ำตาค่อยๆ กระจายสารพิเศษไปทั่วร่าง ช่วยทำลายสิ่งที่เป็ภัยอยู่ในร่างกาย นั่นหมายถึงพลังสะกดจิตที่ทำให้ตกอยู่ในภวังค์ฝันหวานด้วย ยูฟี่จึงตื่นขึ้น...ตื่นอย่างกะทันหันในแบบที่ใครๆ ก็ไม่้า ทุกตัวบนยาน้าให้เธอตายเพื่อขายกันทั้งนั้น
"..." ดวงตาของยูฟี่เบิกขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เพราะภาพกรงกระจกและตั๊กแตนตำข้าวช่างแปลกตา
เธออึ้งจนพูดไม่ออก ทั้งที่อยากถามออกไปเป็พันๆ คำถาม ความโดดเดี่ยว เศร้า ผิดหวัง และโกรธเข้าถาโถมหัวใจของยูฟี่ เพราะความปรารถนาของเธอพังทลายในพริบตาไม่เหลือชิ้นดี...ไม่ว่าจะกะพริบตากี่ครั้ง พยายามมโนภาพขึ้นมาแค่ไหน ัน้อยยังอยู่ที่เดิม
ส่วนตั๊กแตนตำข้าวกับลูกไฟสีฟ้าไม่รู้จะทำอย่างไร อีกฝ่ายนิ่งไปนานมากไม่ต่างจากตอนหลับ ผู้อยู่ในกรงกระจกรู้ดีว่าอาวุธธรรมดาไม่สามารถทำอะไรร่างกายัน้อยได้เลย ยามหลับนั้นจะทำอะไรก็ได้ แต่บัดนี้ต้องรีบตัดสินใจก่อนที่ยูฟี่จะเริ่มทำอะไรที่เหนือความคาดหมาย จึงต้องพึ่งวิธีลับที่ติดว่าจะทำเป็อย่างสุดท้าย
"หนีสิเฟ้ยยย!"
เพราะไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่าหากแก้ตัวไปแล้วจะมีโอกาสรอด แค่ลักพาตัวเธอมาอยู่ที่ไหนไม่รู้ก็นับว่ามีความผิดร้ายแรงแล้ว อีกทั้งในกรงกระจกยังมีอุปกรณ์สังหารมากมายที่ขนาดเด็กทารกมองเห็นแล้วยังรู้ว่ามันอันตราย และไม่มีใครรู้ด้วยว่านิสัยใจคอของยูฟี่จะเป็อย่างไร ัน้อยอาจเป็นักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อจัดการพวกเขาโดยเฉพาะเลยก็เป็ไปได้
โครม!
ทั้งยานสั่นะเืจนระบบพรางตัวเริ่มเลือนหายเพราะมีบางอย่างพุ่งมาชน ตั๊กแตนตำข้าวสบโอกาสก็รีบหนีออกมาจากกรงกระจกทันที จากนั้นทั้งสองมนุษย์ต่างดาวต้องรีบไปยังต้นเสียงเพื่อตามหาสาเหตุทันที ทั้งยังสามารถหนีัน้อยไปในตัวได้ด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก...แม้จะไม่แน่ใจว่ารอดแล้วหรือไม่ก็ตาม
"ต้องรีบติดต่อเ้านั่น เราเจอปัญหาใหญ่แล้วล่ะ" ตั๊กแตนตำข้าวกล้าวเมื่ออยู่บนหัวลูกไฟสีฟ้าที่บินได้อย่างรวดเร็ว
"เื่ที่สินค้าตื่นหรืออะไรสักอย่างที่ชนยานเราล่ะ...หรือจะเป็เื่ที่เราเอาปุ๋ยของเ้านั่นไปทิ้งเพราะนึกว่าเป็ของเสีย! ไม่นะ! ไม่อยากโดนมันเทศน์อีกแล้วอะ!" ลูกไฟสีฟ้าถาม
"ก็ต้องเป็เื่ที่สินค้าตื่นสิ รีบเร็วเข้า" เขาเร่ง
ครืน
คราวนี้ยานเริ่มเอียงจนรู้สึกได้ ทำให้คิดว่าสาเหตุที่ทำให้ยานเป็เช่นนี้อาจไม่ธรรมดา พอมาถึงส่วนหัวของยานอันเป็ห้องควบคุมระบบต่างๆ ตั๊กแตนตำข้าวก็รีบติดต่อพรรคพวกที่เหลืออยู่ทันที ส่วนลูกไฟสีฟ้าก็ไปตรวจสอบว่าสิ่งใดกันแน่ที่เป็สาเหตุของการสั่นะเืนี้
"ว่าไง อื้ม~ อร่อยจ้า อร่อย ป้อนป๋าอีกคำหน่อยซิ แล้วเขยิบมาใกล้ๆ อีกหน่อยนะ จะได้หลับปุ๋ยไง" บอนไซทางปลายทางตอบรับเพียงคำเดียวก็พูดกับใครไม่รู้ที่คาดว่าอาจอยู่ด้วยกัน
"ไปร้านขายคนใส่ปุ๋ยอีกแล้วเรอะ...เอาเป็ว่ารีบกลับมาเลยนะ เรามีปัญหาใหญ่มากๆ สินค้าตื่นแล้ว" ตั๊กแตนตำข้าวแจ้งข่าวสำคัญทันที
"ไม่นะ นั่นมันย่ำแย่ที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ รู้ใช่ไหมว่าถ้าเราปล่อยสินค้าชิ้นนี้หนีไปได้ เราจะล้มละลายน่ะ...หนูๆ ไม่ต้องห่วงจ้ะ วันนี้ป๋าให้ทิปหนักทุกคน รับรองคืนนี้หลับปุ๋ย" ไซบอร์กยังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งคงเดิมแม้จะเป็เื่ใหญ่ก็ตาม
"ตอนนี้! กลับมาตอนนี้เลย!" เขาค่อนข้างหงุดหงิดที่อีกฝ่ายดันไปเที่ยวเล่น บวกกับน้ำเสียงเรียบสม่ำเสมออันเปล่งออกมาจากลำโพง ทำให้อดใจะโไปไม่ได้
แวบ
แล้วต้นบอนไซกึ่งหุ่นยนต์ก็เทเลพอร์ตกลับมาที่ยานตามคำขอร้องอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งอยู่ข้างหลังตั๊กแตนตำข้าวพอดี เมื่อกลับมาก็รีบเชื่อมต่อตัวเองกับยาน กลับมาควบคุมยาน ทำสิ่งที่ถนัดมาโดยตลอด ไม่ใช่ไปเป็พนักงานต้อนรับบวกเครื่องคิดเลขอย่างเคย
"หลุมดำจำลองเริ่มทำงาน เตรียมพร้อมกักขังสินค้าอันตราย หลับปุ๋ยๆ" ไซบอร์กบอกทุกตัวผ่านลำโพง
"เฮ้ พวกนายต้องไม่เชื่อแน่ว่าฉันเจออะไร พวกเรานี่ดวงดีจริงๆ ที่ได้เจอ...ตะขาบตัวใหญ่เกือบเท่ายานเรา! แถมกำลังเคี้ยวยานอย่างเอร็ดอร่อยอีก! บ้าเอ๊ย! มึงเก๋าเหรอ! อย่าคิดว่าตัวใหญ่แล้วจะมาทำเป็กร่างได้นะเฟ้ย!" ลูกไฟสีฟ้าเอะอะโวยวายใหญ่โตผ่านอุปกรณ์สื่อสาร
ทั้งต้นบอนไซกับตั๊กแตนตำข้าวได้ยินดังนั้นก็คิดหนัก หากให้เจอตำรวจอวกาศข้างนอกนั่นยังจะดีเสียกว่าสิ่งที่ไม่รู้จัก ทั้งยังตัวใหญ่มากอีก แต่อย่างไรสิ่งที่ต้องจัดการเป็อันดับแรกคือสินค้าอันเป็หลักประกันในการเอาชีวิตรอดอยู่ดี
"ตั๊กแตนออกไปช่วยลูกไฟ ส่วนฉันไปตรวจสินค้า ประเมินพฤติกรรมและหาทางเกลี้ยกล่อม หลับปุ๋ยๆ" ต้นบอนไซสั่งการ
แวบ
ต้นบอนไซเทเลพอร์ตไปยังกรงกระจกทันทีที่สั่งการเสร็จ ตั๊กแตนตำข้าวเองก็ไม่รอช้า รีบออกไปนอกยานเพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้จักทันที เพราะเชื่อใจเพื่อน จึงทำตามคำพูดนั้นอย่างไม่ลังเล
เมื่อออกไปก็พบกับลูกไฟสีฟ้ากำลังสู้กับสัตว์ประหลาดอย่างสุดความสามารถ โดยพยายามไม่ให้ตะขาบั์เกาะยานด้วยขานับร้อย พูดง่ายๆ ก็คืออยากจะปัดออกไปให้พ้นทางมากกว่าฆ่านั่นเอง เพราะผิวของอีกฝ่ายค่อนข้างแข็งเกินกว่าจะทำลายได้
ตั๊กแตนตำข้าวล่องลอยไปหาลูกไฟสีฟ้าราวนกโผบิน ลูกไฟสีฟ้ายังหาส่วนหัวของตะขาบไม่เจอด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำคือพยายามเจาะเกราะแข็งๆ ของสัตว์ประหลาดอยู่...ไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไรเลย
ลูกไฟสีฟ้าเหนื่อยล้าไปมากหลังทำให้ัน้อยหลับ ฉะนั้นหน้าที่การจัดการสัตว์ประหลาดควรเป็ของเขา
เพียงพริบตานั้นเอง จู่ๆ ลำตัวตะขาบที่รัดยานไว้ก็หลุดออกไป แม้กระทั่งขานับร้อยก็เกาะไม่อยู่เมื่อได้รับแรงกระแทกปริศนา ซึ่งยากจะเชื่อว่าสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เทียบเท่าประเทศใดสักประเทศลอยออกไปไกล...เพราะตั๊กแตนตัวจ้อย มันไม่น่าเชื่อก็จริง ทว่าอวกาศนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีใครรู้ว่าในตัวของตั๊กแตนตำข้าวเปี่ยมไปด้วยสิ่งใดบ้าง
'หือ แปลก' ตัวต้นเหตุตัวจ้อยคิดสงสัย
ส่วนเ้าตะขาบั์สีขาวก็ลอยไปชนกับบางอย่าง บางอย่างนั้นไม่ใช่ดาวเคราะห์ เศษอุกกาบาต หรือซากยาน ทว่าเป็สิ่งที่พรางตัวได้แเีไปกับบรรยากาศของอวกาศจนไม่รู้ตัวเลยว่ามันเข้าใกล้มากขนาดนี้ ซึ่งพอเ้าตะขาบไปชนเข้าก็ทำให้ทั้งตั๊กแตนตำข้าวกับลูกไฟสีฟ้ารู้ว่า...กลุ่มของตนตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว
"แค่กๆ ...ผมจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกันนะครับ เ้ายานเล็กๆ ข้างหน้านี้เป็หนึ่งในขบวนการลักพาเด็กจากทั่วจักรวาล พวกมันทำร้ายสุดที่รัก เอ๊ย เด็กๆ ที่น่ารักอย่างไม่ปรานี ขนาดคนแปลกหน้าอย่างผมยังเจ็บใจแทนเลยครับ แล้วทำไมคนดีอย่างพวกเราถึงจะไม่ช่วยเด็กๆ เ่าั้ พาเด็กๆ กลับบ้านไปหาพ่อหาแม่ล่ะครับ ผมศักรินทร์ จะขอสู้จนตัวตายครับ!"
จู่ๆ การอำพรางตัวยานอาสาสมัครของมูลนิธิช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตไร้บ้านแห่งจักรวาลก็หายไปเมื่อพูดจบ ปรากฏให้เห็นยานขนาดั์ที่ใหญ่กว่าเป็ร้อยเป็พันเท่า เ้าตะขาบสีขาวที่พึ่งผลักกระเด็นไปกลายเป็ปัญหาเล็กน้อยทันที
กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องรับมือกับภัยคุกคามรอบด้าน...ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก
'นี่มัน...กล่องสมบัติขนาดใหญ่' ตั๊กแตนตำข้าวมองยานขนาดั์ด้วยความหลงใหล เขาประเมินราคาสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่หยุดแม้อีกฝ่ายจะ้าต่อสู้ก็ตาม
ทั้งสามดักปล้นยานมามากมาย ไม่เว้นกระทั่งยานที่ใหญ่กว่ามากเช่นนี้
(จบตอน)
พระเอกกำลังได้เจอยูฟี่แล้ว จะทำได้ไหมนะ?