บทที่3 ยามเหมยโรย
“ไป๋ฮองเฮาทรงรู้สึกพระวรกายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เสียงเข้มของหมอหลวงที่ตรวจพระอาการของฮองเฮาเอ่ยกราบทูล
“พระโอรสของเราล่ะ...ท่านหมอหลวงเฉินฮัว”จักรพรรดิหยางเหวินตรัสถามอย่างรวดเร็วจนหมอหลวงเฉินฮัวหน้าถอดสีเหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายบนใบหน้าสีเข้มคล้ำดวงตาลึกแต่ั์ตาดำสนิทฉายแวววิตกจนจักรพรรดิหนุ่มััได้
“กระหม่อมมิสามารถรักษาพระโอรสไว้ได้ขอทรงได้โปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ...ส่วนไป๋ฮองเฮา...”หมอหลวงโค้งกราบแทบเบื้องบาทขององค์จักรพรรดิหยางเหวินด้วยเกรงต้องอาญาหลวง
“เรายังมิอยากฟังเื่ของฮองเฮาในเพลานี้”พระขนงเข้มเลิกขึ้นอย่างโกรธา สีพระพักตร์ยามนี้เ็าอย่างหาที่สุดไม่ได้เรียวพระโอษฐ์เม้มแน่นเข้าหากัน แถมดวงเนตรัยังฉายรอยวาวโรจน์ราวผู้ใดกล้าวางเพลิงในจวนอ๋อง
“แต่ฝ่าา...ไป๋ฮองเฮาทรงเสียพระโลหิตไปมากนะพ่ะย่ะค่ะ”เฉินฮัวพยายามอย่างสุดกำลังที่จะกราบทูลให้ัผงาดกล้าทรงทราบหากแต่โอรส์หาได้ใส่พระทัยสตรีที่เคียงกายาขององค์ไม่...คงป่วยการที่จะกราบทูล
“เชียนกงกง...ไปตำหนักลี่ิ” จักรพรรดิหยางเหวินเพียงตัดบทสั้นๆเกี้ยวัสีแดงสดที่ถูกหามด้วยบุรุษนับสิบก็เปลี่ยนทิศไปยังทิศตะวันออกทันที
“พ่ะย่ะค่ะ...ฝ่าา…หันเกี้ยวไปตำหนักลี่ิ”สิ้นประโยคสุดท้ายเกี้ยวสีแดงของจักรพรรดิหยางเหวินัสง่าแสนเย็นชืดก็ทะยานออกจากตำหนักฟางหรงที่ควรจะเป็อดีตเสียที!
ยังไม่ทันที่เกี้ยวของจักรพรรดิจะลับสายตาจากหมอหลวงเฉินร่างเพรียวสง่าของนางกำนัลที่สวมแพรพรรณสีเรียบก็ร้องะโออกมาด้วยความใ
“ฮองเฮาเพคะ...เืเพคะพระโลหิตของพระองค์” เหลียนชิงลี่ นางกำนัลวัยกำดัดเอ่ยทูลด้วยสีหน้าตระหนก เมื่อเพลานี้ไป๋ฮองเฮาสตรีสูงศักดิ์มารดาแห่งเสวี่ยหลงกำลังเสียพระโลหิตสีชาดไหลจนย้อมผ้าแพรที่องค์ทรงสวม
“อย่าใไป...ชิงลี่...ข้าแค่เจ็บยังไม่ตาย”สุรเสียงอ่อนหวานดำรัสเรียบพระหัตถ์หนากำผ้าบนเตียงแน่นเพื่อสะกดกลั้นพระอารมณ์ที่พวยพุ่ง
‘มารดาของแผ่นดินควรเป็เราแต่ชายาของฝ่าามิควรมีชื่อไป่หลาน’
“ไป๋ฮองเฮาของหม่อมฉัน...ฮองเฮาอย่าทรงเสียพระทัยไปเลยเพคะเดี๋ยวจักรพรรดิหยางเหวินก็คงจะเสด็จกลับมา” เสียงของเหลียนชิงลี่เอ่ยกราบทูลพลางลอบมองสีพระพักตร์ของฮองเฮาอย่างอาวรณ์
“ชิงลี่..ข้ารู้ดีว่าเขาคงไม่กลับมาเพราะข้ามิใช่ฮวงโห่จินเย่วมิใช่มิมีสิ่งใดที่เหมือนกัน มิมีแม้แต่สิ่งเดียวคือองค์หญิงเสียน”ไป๋หลานตรัสอ่อนเบา
หยาดน้ำใสหยาดอาบนวลปรางทั้งสองข้างอย่างชอกช้ำั์เนตรหงสาบัดนี้ฉายเด่นตรึงรอยเศร้าที่ทรงมิได้เป็แค่สตรีแต่ทรงเป็สตรีโง่งมที่เลือกเป็เพียงหมากในเกมของพระอัยยิกาเท่านั้น
หยกชิ้นเล็กฤาจะมีราคาค่าใดกว่าหยกชิ้นใหญ่ได้หากฮวงโห่จินเย่ว คือดวงจันทรากระจ่างดั่งแก้วใสนำพาความสงบมาสู่อาณาจักรทว่าฮองเฮาอย่างข้าคงจะเป็เพียงแค่แสงจากตะเกียงที่พร้อมจะมอดไหม้ด้วยแรงลมริษยาจากตำหนักลี่ิเท่านั้น
ดอกเหมยเริ่มโรยราเช่นเดียวกับตัวข้าคงจำต้องลาลับจักรพรรดิฝ่าาของหม่อมฉันไม่สิ...ฝ่าาเป็เพียงแค่ภาพมายาเป็ความฝันที่งดงามที่สุดที่เชิ่งไป๋หลานคนนี้เคยได้ัั…
“กรี๊ด...ฮองเฮาเพคะ...ฮือๆ”สิ้นเสียงหวีดร้องของชิงลี่ รองพระบาทขององค์ราชันพลันปรากฏขึ้นดวงพระเนตรคู่คมเบิกกว้างอย่างตระหนก ยามทอดเนตรเห็นดอกเหมยฮวาที่มิควรมีในราชวังัหลุดร่วงโรยรา
“เชียนกงกงตามหมอหลวงเดี่ยวนี้.....” สิ้นถ้อยดำรัสจอมวางราชโองการเชียนกงกงเพียงขานรับบัญชาแล้วรีบรุดไปสำนักหมอหลวงทันที
“ชิงลี่ไปเตรียมผ้าอุ่นมาข้าจะประคบเอง”เหลียนชิงลี่รีบผลุบออกจากห้องไปอย่างงุนงงแม้นว่านางจะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็อดสงสัยในตัวัหิมะแสนเ็าองค์นี้ไม่ได้
จักรพรรดิหยางเหวินโน้มเรียวพระโอษฐ์บางเฉียบััริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับอย่างแ่เบาแววพระเนตรคู่รั้นบัดนี้ทอดมองสภาพของฮองเฮาที่ภักดีอย่างเจ็บช้ำมิต่างกัน
…ลู่เสียนข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าเป็อะไรไปอีกอย่าทิ้งข้าไปอีกคน