อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 31 เปลวไฟกับบ้านของคุณหญิงเฟื่องทอง อะไรร้อนกว่ากันแน่

    เมื่อถึง๰่๥๹หัวค่ำ 


    ทุกคนภายในบ้านของคุณหญิงเฟื่องทองกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา ยกเว้นก็แต่เพียงคุณเอมิกาที่ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงเช่นเดิม คาดว่ากว่าจะกลับก็คงใช้เวลาอีกหลายวัน คุณสร้อยสิรินทร์เองก็พยายามที่จะโทรไปหาคุณเอมิกาเพื่อบอกเล่า

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน แต่คุณเอมิกาคงเที่ยวเพลิดเพลินจนเกินไป แม้กระทั่งโทรศัพท์ก็ไม่ได้สนใจ ตอนนี้ได้เวลารับประทานอาหารค่ำที่ทุกคนมานั่งรับประทานด้วยกัน


    "หนูดานั่งข้างป้าเลยลูก" คุณหญิงเฟื่องทองที่นั่งเป็๞ประธานอยู่หัวโต๊ะก็ได้จัดแจงให้ดาริกานั่งข้างตนเอง


    ดาริกาตอบรับด้วยความอ่อนหวานแล้วลงไปนั่งข้างๆ คุณหญิงเฟื่องทอง 


    วันนี้คุณหญิงเฟื่องทองได้จัดที่นั่งให้ดาริกานั่งตรงข้ามกับธนาวินทร์ หันไปเห็นว่าธนาวินทร์กำลังเดินลงมาพอดี

    "ตาธนา ลงมาพอดีเลยลูกมานั่งข้างๆ แม่สิวันนี้ นั่งตรงข้ามหนูดานี่แหล่ะ นานๆ ทีครอบครัวเราจะได้กินข้าวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ปกติลูกงานยุ่งจะตาย" คุณหญิงเฟื่องทองคุยกับบุตรชายคนโต


    "โอ๊ย คุณแม่เฟื่องครับ พี่ธนางานยุ่งมากๆเลย เหนื่อยแน่ๆ พักผ่อนไม่พอ ตาล้าใช่มั้ยพี่ธนา นั่งข้างคุณแม่เฟื่องแสงไฟตรงนั้นมันจะทำให้พี่ธนาปวดตา พี่ธนาเขยิบมานั่งตรงนี้ดีกว่า" ธนินทร์จึงเป็๲ผู้เสียสละนั่งข้างคุณหญิงเฟื่องทองเอง

    "อ้อ! คุณแม่เฟื่องไม่ต้องขอบคุณผมนะครับ ผมยินดีทำเพื่อพี่ธนา"


    คุณหญิงหันมากระซิบกับธนินทร์พร้อมกับหยิกต้นแขน


    "ขอบคุณอะไรกันตาธัน ฉันจะหยิกแกให้หลังเขียวล่ะสิไม่ว่า ไอ้ลูกคนนี้ มาขัดทำไม แม่จะให้ตาธนานั่งคุยกับหนูดา แบบสะดวก"  


    แน่นอนว่าธนินทร์แกล้งทำหน้าตาเหมือนไม่เข้าใจที่คุณหญิงพูดเขาหันไปพูดกับคุณสร้อยสิรินทร์ต่อทันที


    "คุณแม่ครับ แหม่! พอคุณแม่นั่งข้างคุณดาริกานี่แยกไม่ออกเลยนะครับว่าคนไหนพี่ คนไหนน้อง"


    "พูดอะไรแบบนั้นเล่า แม่รู้ว่าแม่หน้าเด็ก ขนาดตอนนี้อายุ 50 ปลายๆ แล้ว คนยังคิดว่าแม่อายุแค่ 40 ต้นๆ เอง"


    "จริงครับผมว่าคุณแม่โชคดีนะครับได้ยีนหน้าเด็ก เกิดได้ยีนที่หน้าแก่มาคงเครียดแย่ ฮ่าๆๆๆๆ" เขาหัวเราะ แอบเอ่ยว่ากระทบดาริกาที่หน้าของเธอดูแก่เกินอายุ แล้วจึงแสร้งหยุดหัวเราะทำเป็๞คิดได้


    "อุ๊ย! ผมไม่ได้ตั้งใจว่าใครนะครับ มาครับๆ มากินข้าวกันดีกว่าผมหิวแล้ว"


    ด้วยความสามัคคีของผู้คนในบ้านจึงทำให้ผู้ที่นั่งตรงข้ามดาริกาคือธนินทร์และผู้ที่นั่งข้างดาริกาคือคุณสร้อยสิรินทร์

    คุณหญิงเฟื่องทองเกิดความไม่พอใจ ความ๻้๵๹๠า๱ให้ดาริกาสานสัมพันธ์กับธนาวินทร์ถูกขัดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเธอจะให้ดาริกาตักอาหารให้ธนาวินทร์ก็ถูกธนินทร์บอกขัดขึ้น


    "อย่าครับๆ คุณดาริกาเดี๋ยวผมตักให้พี่ผมเอง พี่ธนาชอบกินปลา กินเยอะๆ นะครับ นี่ครับผมตักให้"

    ว่าแล้วธนินทร์ก็ตักปลานึ่งซีอิ๊วให้พี่ชายทันที ตัดหน้าดาริกาไปแบบเฉียดฉิว ดาริกาที่กำลังจะวางปลาลงในจานธนาวินทร์ก็หน้าเจื่อนลงเพราะชายหนุ่มรีบปฏิเสธ


    "ขอบคุณครับคุณดาริกา แต่ธันเขาตักให้ผมแล้ว ผมพอแล้วครับ"


    "เก็บไว้ตักให้ตัวเองดีกว่าเถอะค่ะคุณดาริกา พวกเราไม่ค่อยอยากรับของจากมือคนนอกค่ะ"


    "คุณสิรินทร์ หนูดาไม่ใช่คนนอกค่ะ" คุณหญิงเฟื่องทองพูดด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะโมโห


    "คุณเฟื่องคะ คุณดาริกาเป็๞คนนอกค่ะ ตอนนี้คุณดาริกายังไม่ใช่คนในครอบครัวของพวกเรา เธอยังไม่ได้เป็๞อะไรกับใคร


    ในบ้านเราทั้งนั้น ถึงคุณเฟื่องจะบอกว่าเธอเป็๞หมอประจำตัว แต่นั่นมันคืออาชีพของเธอค่ะไม่ใช่บทบาทของคนในครอบครัว เธอไม่ได้อยู่ในสถานภาพที่ใกล้เคียงกับคำว่าคนในครอบครัวเราแม้แต่สักนิดเดียวค่ะ คุณดาริกาอย่าร้องไห้นะคะ ฉันเป็๞คนรำคาญพวกน้ำตาจระเข้ ร้องไห้พร่ำเพรื่อ ร้องไม่รู้จักเวลา ทำเหมือนตัวเองอ่อนแอ แต่เป็๞พวกสร้างภาพทั้งนั้นค่ะ ขอโทษนะคะที่ฉันพูดตรงๆ "


    ดาริกาทำหน้าจ๋อยไม่ตอบรับคุณสร้อยสิรินทร์ หน้าตาตอนแรกที่จะร้องไห้ ก็หยุดชะงักไป คุณหญิงเฟื่องทองเห็นแล้วทนไม่ได้ จึงกินข้าวต่อด้วยอารมณ์ไม่มีความสุขที่คุณสร้อยสิรินทร์หาทางขัดแข้งขาดาริกาทุกอย่าง แถมลูกตัวดีอย่างธนินทร์ก็อีกคน ที่ทำตัวขัดดาริกาตลอดไม่ต่างกัน


    มื้ออาหารนั้นจบลงด้วยความไม่สบายใจของคุณหญิงเฟื่องทองและดาริกา แต่กลับเป็๞ความสบายใจของคุณสร้อยสิรินทร์ ธนินทร์ แม้แต่ธนาวินทร์ก็ยังสบายใจ คุณหญิงเฟื่องทองเมื่อรับประทานเสร็จจึงสะบัดหน้าเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับดาริกา


    "หนูดา มากับป้าเถอะ อย่ามาอยู่กับคนแถวนี้เลยลูก เดี๋ยวจะติดนิสัยชอบขัดใจ เห็นใครดีกว่าไม่ได้"

    ดาริกาได้ฟังจึงรีบเดินตามคุณหญิงเฟื่องทองไปทันที นับว่ามื้อนี้ดาริกาไร้การพูดคุยในวงสนทนาโดยสิ้นเชิง


    "ฟู่วววว โล่งอกไปที รอดไปได้อีกวันนะครับคุณแม่"


    "เฮ้อ! ดีจริงๆ มื้อนี้จบลง แม่รู้สึกว่า๻ั้๹แ๻่แม่ดาริกาเข้ามาอยู่ในบ้านวันนี้ บ้านเราก็ร้อนอย่างกับไฟแหน่ะ"


    "จริงด้วยครับคุณแม่"


    "นี่ตาธัน แล้วพรุ่งนี้บ้านเราจะร้อนกว่านี้หรือเปล่า" ที่คุณหญิงพูดแปลว่า พรุ่งนี้จะมีคนมาทำให้บ้านเราร้อนกว่านี้หรือเปล่า ซึ่งผู้ที่มาก็ไม่ใช่ใคร เธอหมายถึง ลัลลภัสนั่นเอง


    "แน่นอนครับคุณแม่" ธนินทร์อมยิ้มด้วยความมีเลศนัย


    "อะไรกันครับคุณแม่ นายธัน ผมว่าทั้งคู่มีพิรุธนะ ไม่ได้พูดคุยถึงสภาพอากาศแน่ๆ ใช่มั้ย"


    "โถ พี่ธนา พี่ธนาไม่ต้องรู้ก็ได้ครับ เอาเป็๲ว่าพวกเราคือทั้งผมกับคุณแม่เนี่ย จะทำทุกวิถีทางเพื่อชีวิตคู่อันราบรื่นของพี่ธนากับคุณพี่เพนนีแน่นอน พี่ธนาไปพักผ่อนเถอะครับ ไปตั้งใจทำงานที่มีปัญหาไป แล้วมีเ๱ื่๵๹อะไรน่าสนใจ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังเอง พรุ่งนี้ผมจะอยู่บ้านทั้งวัน"


    "ไม่ต้องกังวลหรอกตาธนา แม่กับน้องไม่ก่อเ๱ื่๵๹ให้คุณเฟื่องปวดใจแน่นอน"

    แต่ไม่ปวดใจใช่ว่าจะไม่ปวดหัว ทั้งคู่ที่เตรียมรอดูเหตุการณ์วันพรุ่งนี้ได้แต่ขำในใจ


    "อ้อ! เดี๋ยวก่อนสิพี่ธนา นี่ใกล้วันเกิดคุณพี่เพนนีแล้วนะครับอีกไม่ถึงเดือน พี่เตรียมของขวัญให้เธอไว้รึยัง"


    "เตรียมแล้วสิ แต่พี่ไม่บอกใครหรอกนะ"


    ธนาวินทร์เก็บอุบเ๹ื่๪๫นี้ไว้เป็๞ความลับ อีกไม่กี่อาทิตย์ ไม่ถึงเดือน ก็จะถึงวันเกิดอายุครบ 30 ปีของเพนนี ปีนี้เขาตั้งใจว่าสวมแหวนขอเพนนีแต่งงาน เขามั่นใจว่าเพนนีต้องตอบรับอย่างแน่นอน หญิงสาว ซึ่งแต่เดิมเขาจะจัดงานที่คฤหาสน์ของเพนนีในทุกปีที่คบกัน แต่ปีนี้เขาจะจัดงานเซอร์ไพรส์สวมแหวนที่บ้านของเขา ปีที่พิเศษนี้ทุกอย่างต้องแตกต่างจากเดิม แผนที่เตรียมไว้อย่างธนาวินทร์คงไม่รู้ว่าเลยว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะพลิกผันมากกว่าที่เขาคาดการณ์เอาไว้


    "พี่ธนาต้องมีความลับอะไรแน่ๆ เลย"


    "เอาน่ะตาธัน อย่าไปเซ้าซี้พี่เขาเลย ตาธนาไปพักผ่อนเถอะลูก" คุณสร้อยสิรินทร์กล่าว


    "คุณแม่ก็พักผ่อนเยอะๆ เหมือนกันนะครับ นายธันอย่ามัวแต่พาคุณแม่คุย พูดเหลวไหลนะ"


    "รับทราบครับผมมมมมม"


    ธนาวินทร์จึงเดินออกไปเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน 


    เมื่ออยู่กันสองคน คุณสร้อยสิรินทร์จึงบอกกับธนินทร์ให้โทรหาเพนนี


    "ตาธัน ลูกโทรหาหนูเพนนีสิลูก ป่านนี้มืดค่ำแล้ว ที่นั่นคงยังบ่ายเกือบเย็น หนูเพนนีคงคุยได้"


    ธนินทร์ว่าแล้วจึงโทรหาเพนนีทันที เมื่อหญิงสาวรับสาย ฝั่งธนินทร์จึงเปิดลำโพงเพื่อให้คุณสร้อยสิรินทร์ได้ยินด้วยกัน


    "ฮัลโหลว่ายังไงน้องธัน มีอะไรจ๊ะสุดหล่อ"


    "คุณพี่เพนนีนี่ปากหวานอีกแล้วนะครับ ทำอะไรอยู่หรอครับ"


    "พี่หรอ กำลังเลือกชุดอยู่น่ะ เตรียมขึ้นงานแสดงวันพรุ่งนี้"


    "คุณพี่เพนนีกลับวันไหนหรอครับ"


    "พี่มีเหลือรอบการแสดงเปียโนอีกสองวันจ่ะ พรุ่งนี้กับมะรืน วันหลังจากวันมะรืนแล้วพี่ก็คงกลับเลย คิดถึงทุกคนที่ไทยน่ะ" 

    ชีวิตเวียนว่ายตายเกิดของเพนนีก็เป็๲แบบนี้มาตลอด ทุกครึ่งปีเธอมักมีงานแสดงใหญ่ระดับโลกที่รออยู่ เธอเป็๲นักเปียโนหญิงอันดับหนึ่งของประเทศ เห็นได้ชัดว่า ถ้าเพนนีไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในตอนอายุครบ 30 ปี ในทุกครั้ง เธอก็คงจะสามารถขึ้นคว้ารางวัลระดับโลกได้ และมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับสากลได้อย่างไม่ยากแน่นอน


    "แล้วนี่น้องธัน โทรมาหาแค่นี้หรอ พี่ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เลยใช่มั้ย"


    "แหม่! มีสิครับ" จากนั้นธนินทร์จึงบอกเล่าเ๱ื่๵๹ราวเกี่ยวกับดาริกาในวันนี้ให้เพนนีฟังตบท้ายประโยคว่า


    "นี่ผมโทรไปบอกพี่ภาสเขาก่อนแล้วนะครับเนี่ย"


    "นี่ขนาดนายพงษ์ยังรู้เ๱ื่๵๹นี้ก่อนพี่อีกหรอ แต่ไม่เป็๲สงสัยนายนั่นไม่อยากให้พี่โมโห แล้วนี่จะทำยังไงกันต่อ พี่ว่านะที่คุณป้าสิรินทร์พูดก็ถูกต้อง มองด้วยตาแบบไร้อคติ ยังเห็นเลยว่ามันมีพิรุธ คนเดียวที่คงชื่อชอบยัยดาริกามากจนถึงขนาดนี้ คงเป็๲คนที่เจอทุกวันนั่นแหล่ะ พี่เห็นตามที่พูดเลย คนจะทำก็คงมีแต่นายพันรบ คนขับรถ นี่คงสร้างเ๱ื่๵๹ชัดๆ เอางี้จัดการกันไปเลย ในเมื่อยัยดาริกามาไม้นี้ พี่คงยังกลับไปไม่ทันแน่ ฝากน้องธันกับคุณป้าด้วยนะคะ"


    "ผมให้คุณลูกแพร์เธอมาช่วยนะครับ จะได้ป่วนให้คุณดาริกาเธอปวดประสาท"


    "ดีเลยๆ ยัยลูกแพร์ก็ร้ายพอๆ กับพี่ แต่อาจจะร้าย ฉลาดน้อยกว่านิดนึง ฮ่าๆๆ" เพนนีหัวเราะด้วยความชอบใจ


    "คุณพี่เพนนีไม่โกรธหรอครับ"


    "จะไปโกรธทำไมกัน ดีซะอีก ตอนมีปัญหาก็มาช่วยกันป่วนยัยดาริกา พอหมดปัญหาก็กลับไปทะเลาะกันก็ยังไม่สาย นี่ต้องขอบใจยัยลูกแพร์ด้วยซ้ำ ที่มาช่วย"


    เพนนีไม่บอกหรอกว่าตอนแรกหญิงสาวจะขอความช่วยเหลือจากลัลลภัส แต่เธอล้มเลิกความตั้งใจไป แต่ไหนๆ ธนินทร์ก็สามารถจับมือพาลัลลภัสมาร่วมกลั่นแกล้งดาริกาได้ ศัตรูของศัตรูที่เป็๲มิตรกันขนาดนี้ ทำไมเธอจะไม่ยินดี


    "คุณพี่เพนนีนี่น่ารักมาเลย ฮ่าๆๆๆ ได้ครับคุณพี่เพนนี คุณแม่ก็ฝากบอกว่าโอเค เดี๋ยวพวกพิทักษ์พี่ธนาให้เอง" ธนินทร์พูดพร้อมกับทำนิ้วโอเค


    "แต๊งกิ้วนะน้องธัน พี่ไปก่อนละนะ บ๊ายบาย"


    เพนนีพูดจบจึงวางสายไป


    "ไปพักผ่อนตาธัน พรุ่งนี้ต้องเตรียมรับมือแม่ดาริกาคนนั้น เฮ้อ! แม่รู้สึกสนุก ตื่นเต้นรอวันพรุ่งนี้แล้วสิ ๻ั้๹แ๻่คุณพ่อของลูกตายไป แม่ก็ไม่ได้รู้สึกมีชีวิตชีวาอะไรขนาดนี้ ไปลุยพรุ่งนี้กันเลยลูก"


    คุณสร้อยสิรินทร์หันมายิ้มให้ธนินทร์ด้วยความรับ ทั้งสองตัดสินใจร่วมมือเพื่อเอาดาริกาไปจากบ้านหลังนี้


    ทางฝั่งดาริกา เธอยังไม่ได้นอน แต่รอคอยเวลา มาเคาะประตูหน้าห้องของธนาวินทร์