๔
เซนเซ
วันนี้ผมตื่นแต่เข้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัวรออาจารย์หน้าสอนภาษาญี่ปุ่นหน้าบึ้งคนนั้น คิดแล้วก็ยังเจ็บใจไม่หายเพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธผม ไม่เคยมีคาว่าให้ผมแต่เขาเป็คนแรกที่กล้าด่าผมและกล้าว่าผมและนี่เขาก็คงต้องคิดว่าผมไปง้อให้เขามาสอนแน่ ๆ เลย
ซึ่งความจริงแล้วการที่ผมให้เขากลับมาสอน ก็เพราะว่าผม้าเรียนให้จบภายในเทอมนี้ต่างหากมิเช่นนั้นความสุขสบายของผมก็ต้องสูญหายไปชั่วพริบตา...ถ้าคุณย่ายังอยู่ผมก็คงไม่ต้องมากลัวคำขู่ของคุณพ่อแบบนี้
คิดแล้วก็เจ็บใจทั้งเื่คุณพ่อที่ขู่บังคับลูกหนูตัวเล็กๆ ไร้หนทางสู้อย่างผม และอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นคนนั้นแค่เห็นหน้าครั้งแรกก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย
คนอย่างผมไม่เคยง้อใคร...จำไว้ด้วยไม่เคยง้อใครจริง ๆ
ผมนั่งคิดอะไรไปเพลินๆ อยู่ ๆ เสียงกดกริ่งจากหน้าห้องก็ดังขึ้นผมลุกจาโซฟาหรูแล้วเดินไปเปิดประตู ทันทีที่ผมเปิดประตูคนหน้าบึ้งก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมพอดิบพอดีตัวเขาสูงจนผมต้องเงยหน้ามอง
“เชิญ”
ผมพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจรับแขกสักเท่าไหร่
เขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาหรูไว้รับแขกก่อนที่เขาทรุดตัวลงนั่ง เขาเอาหนังสือ และเอกสารขึ้นมาวางบนโต๊ะทันทีโดยที่ยังไม่พูดอะไรกับผมแม้แต่คำเดียว
ผมทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตามเขาเอามือกอดอก แล้วเชิดหน้าใส่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าแต่เขาไม่สนใจผม...ไม่แม้แต่หางตาเขายังไม่เหลียวมองผม
เขานั่งจัดเอกสารสักพักก่อนที่จะยื่นเอกสารในมือเขามาให้ผม
“ศัพท์ที่นายต้องจำ...”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ พร้อมกับมองหน้าผม “จำให้ได้แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาทดสอบ”
“จะบ้าเหรอ...”ผมโวยวายเสียงดัง เพราะคำศัพท์ที่อยู่ในมือผมตอนนี้มีตั้งร้อยคำ “แล้วผมจะจำยังไง”
“นั่นมันเื่ของนาย”
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“นี่คุณอาจารย์ผมจำไม่ได้หรอกนะคำศัพท์ตั้งเยอะ”
ผมเอากระดาษที่เข่ายืนให้ผมเมื่อครู่โยนทิ้งลงบนโต๊ะ คนที่อยู่ตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมทันทีสายตาคมดุจเหี่ยวมองแล้วน่ากลัวเอามาก ๆ ผมไม่เคยเห็นสายตาใครน่ากลัวแบบนี้มาก่อนแต่คนอย่างผมไม่กลัวหรอก...ไม่กลัวจริง ๆ นะ
“ยังไงผมก็ไม่ท่อง”
มือกอดอกแล้วเอียงคอเล็กน้อยนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าเล็ก ๆ ของผมไปด้วย ประหนึ่งเหมือนกำลังท้าทายอำนาจใครบางคนอยู่
“ได้...ไม่ท่องก็ไม่ต้องท่อง”
พูดเสร็จเขาก็เก็บเอกสารทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะรวมชีสเอกสารที่ยื่นให้ผมด้วย
“คะคุณจะทำอะไร”
“หาอาจารย์สอนคนใหม่เถอะฉันคงไม่เหมาะกับการสอนคนอย่างนาย”
เขาพูดเสร็จก็เดินออกไปแต่คำที่นายหมาน้อยบอกว่าตอนนี้ไม่มีใครรับสอนผมเลยนอกจากอาจารย์หน้าบึ้งคนนี้คนเดียวและไหนคำที่พ่อขู่ผมว่าถ้าผมเรียนไม่จบจะยึดทุกอย่างคืนก็ต่างพากันพลันแล่นเข้ามาในโสตประสาทของผม
คนเพอร์เฟ็คหมดทางเลือกแล้วจริงๆ
“ดะเดี๋ยวเดี๋ยว”
ผมลุกขึ้นจากโซฟาแล้วรีบวิ่งไปดักเหน้าเขาทันที
“นี่เซนเซ...ผมขอเรียกคุณว่าเซนเซก็แล้วกัน...”เขายังคงยื่นหน้านิ่ง “ปกติผมไม่เคยง้อใครหรือขอร้องใครและสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่การขอร้องแต่มันเป็หน้าที่”
เขายังคงยื่นนิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักคำสายตาดำดุจเหยี่ยวมองตรงมาที่ผมโดยปราศจากความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น
นี่เขาจะมีความรู้สึกบ้างไหมทำไมมันเฉยชาอย่างนี้
“สรุปว่าผมจะท่องศัพท์ที่เซนเซให้ผมท่องก็แล้วกันแต่อย่าคิดว่าที่ผมยอมท่อง เป็เพราะผมยอมคุณ แต่เพราะว่ามันเป็หน้าที่ต่างหาก”
ผมดึงกระดาษที่อยู่ในมือเขามา
“กระจอกมากแค่นี้เอง”
ผมพูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่โซฟาส่วนเขามองตามผมอยู่สักพัก แล้วจึงกลับมานั่งที่เดิม
“ฉันเริ่มสอนได้หรือยัง”
“เชิญ”
ผมผายมือให้เขาพร้อมกับนั่งไขว่ห้างแล้วเอามือกอดอกนั่งฟังเขาบรรยายหลักของการใช้ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งตอนที่ผมเรียนมันก็ไม่เคยเข้าหัวผมเลยอย่าว่าแต่ภาษาญี่ปุ่นเลยนะ ทุกวันนี้เรียนภาษาไทยผมยังไม่ถึงไหนเลยยิ่งมาเรียนกับอาจารย์หน้าบึ้งคนนี้อีกยิ่งทำให้ผมไม่อยากเรียนอีกเป็ไหน ๆเพราะมันไร้สีสัน เหมือนผมกำลังเรียนหนังสืออยู่กับคนเบื่อโลก
เขาบรรยายไปเรื่อยๆ ส่วนผมก็ต้องใจฟังบ้างไม่ได้ตั้งใจฟังบ้างแต่จะว่าไปเวลาเขาสอนก็ดูมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะตอนที่เขาเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว
“เข้าใจไหม”
เขาถามพร้อมกับมองหน้าผม
“สบาย”
ผมตอบพร้อมกับมือที่ยังกอดอกอยู่
“พรุ่งนี้ฉันจะทดสอบนาย”
“คะคุณว่ายังไงนะ”
“พรุ่งนี้ฉันจะทดสอบนายหลังจากเรียนจบหนึ่งบทจะมีการทดสอบว่านายผ่านหรือไม่ผ่าน...”สายตาดุดุจเหยี่ยวมองผมไม่ลดละ “ถ้านายไม่ผ่าน นายก็ไม่สมารถเรียนบทต่อไปได้”
“จะมากไปแล้วนะเซนเซ”
ผมพูดเสียงแข็งพร้อมกับลุกขึ้นยืนเอามือเท้าสะเอวแล้วมองไปที่เขา
“ทำไม...นายกลัวสอบไม่ผ่านหรือยังไง”
“ผมไม่เคยกลัวแต่วันนี้เรียน แล้วสอบพรุ่งนี้มันจะไม่ไวไปหน่อยเหรอ”
ความจริงแล้วผมกลัวสอบไม่ผ่านนั่นแหละและที่สำคัญผมไม่ได้ฟังที่เขาสอนผมเมื่อครู่ด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนี้...วันนี้หมดธุระของฉันแล้วพรุ่งนี้เวลาเดิม”
เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วกำลังจะเดินออกไป
“ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยผมชื่อกานต์รัก เรียกผมว่ารักก็ได้ แต่ปกติผมไม่เคยแนะนำชื่อตัวเองให้ใครรู้จักเพราะใคร ๆ ก็รู้จักชื่อผม แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”
“ปราณนต์”
“ชื่อเพราะดีแต่ผมขอเรียกคุณว่าเซนเซเหมือนเดิมดีกว่าง่ายดี”
เขาไม่พูดอะไรและไม่ฟังในสิ่งที่ผมพูดเขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
ผมนั่งลงที่โซฟาแล้วหยิบกระดาษคำศัพท์ขึ้นมาดูแล้วผมจะทำยังไงจำไอ้คำศัพท์ร้อยคำให้ได้ภายในคืนเดียวและไหนวันพรุ่งนี้ต้องสอบไวยากรณ์อีก คนอะไรเป็ถึงอาจารย์ไม่เคยเรียนจิตวิทยาสำหรับเด็กมาหรือยังไงทำไมไม่เข้าใจเด็กบ้างว่าจะจำได้ไหม...บ้าที่สุดและยังชอบทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลาด้วย...คนอะไรชอบทำตัวแปลก ๆ
“นายยังเรียนบทต่อไปไม่ได้”
เขาพูดพร้อมกับวางปากกาลง
“อะไรกันทำไมจะเรียนบทต่อไปไม่ได้ ผมตั้งใจทำให้ดีที่สุดแล้วนะ”
“สอบผ่านไม่ถึงครึ่งเด็ก ป.๑ ยังทำได้ดีกว่านายอีก”
เขายื่นข้อสอบที่ตรวจแล้วให้ผมดู
“อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับเด็กน้อยขี้มูกโป่งพวกนั้นนะเพราะผมเพอร์เฟ็คกว่าเยอะ หล่อด้วย รวยด้วย ผมเลือกได้”
ผมหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูเขาตรวจพร้อมเฉลยและเขียนวิธีการใช้คำต่าง ๆ ว่าควรใช้กับอะไรให้ผมด้วยเสร็จสรรพ
“คุณต้องตรวจผิดแน่ๆ”
“คนอย่างฉันไม่เคยทำงานพลาด”
“แต่ครั้งนี้คุณอาจจะพลาดก็ได้”
ผมยังเถียงไม่เลิกเพราะมันอาจจะผิดพลาดจริง ๆ ก็ได้
“เมื่อคืนนายได้ท่องศัพท์ที่ฉันเอาให้นายท่องไหม”
“ท่องสิทำไมผมจะไม่ท่องล่ะ”
“ทุกคำ”
“เออ...คือ”
สายตาดุจเหยี่ยวมองมาที่ผมอย่างไม่ลดละ
“คะคือ...สิบคำ”
เขาส่ายหน้าไปมาและแววตาดุจเหยี่ยวหลังจากนิ่ง ๆ ตอนนี้ฉายแววดุขึ้นมาเล็กน้อย
“เซนเซไม่ต้องมาทำสายดุใส่ผมเลยนะเพราะคนอย่างผมไม่กลัวหรอก ก็คนมันง่วงจะให้ทำยังไง ถ้านอนไม่ครบสิบชั่วโมงผมจะอารมณ์เสียไปทั้งวัน...แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ท่องนะ ผมท่องแล้ว”
“เรียนบทเดิมจนกว่าจะผ่าน”
“แต่มันใกล้สอบแล้วนะเซนเซถ้าเรียนซ้ำไปซ้ำมาแล้วผมจะสอบผ่านไหม”
“อยู่ที่ตัวนาย...”เค้าถอนหายใจ เหมือนคนหนักใจยังงั้นแหละ มาสอนผมมันเป็เื่ที่น่าหนักใจตรงไหน“ฉันรู้ว่าไม่เคยมีใครสั่งสอนนาย นายถึงได้เป็แบบนี้ถ้านายเลือกที่จะให้ฉันสอนนายต้องเชื่อฟังฉัน เพราะฉันเป็ครูของนาย”
“นี่เซนเซ...”ผมขึ้นเสียง “คุณด่าผมอีกแล้วั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าด่าคนเพอร์เฟ็คแสนดีอย่างผมมาก่อน”
“เพราะไม่มีเคยมีใครสั่งสอนนายนายจึงไม่สามรถแยกแยะระหว่างคำด่ากับคำอบรมสั่งสอนออกนายอาจจะเพอร์เฟ็คในสายตาคนอื่น แต่สำหรับฉันไม่ใช่”
ใจเย็นกานต์รัก ใจเย็นกานต์รักผมพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง อีกแค่แป๊บเดียวก็จะจบแล้ว เรียนให้มันพ้น ๆ ไปก่อนแล้วค่อยเอาคืนอีตาอาจารย์หน้าบึ้งนี่ทีหลัง
สูลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วทำหน้านิ่ง ๆ
“พร้อมเรียนหรือยัง”
“อืม”
เขาเริ่มสอนเื่เดิมที่เรียนไปเมื่อวานอีกครั้งวันนี้เขาอธิบายละเอียดกว่าเมื่อวาน และผมก็ตั้งใจฟังเขาเป็อย่างดี ที่ผมตั้งใจฟังเขาไม่ใช่ว่าผมกลัวเขาหรอกนะแต่เป็เพราะผมอยากสอบผ่านต่างหาก ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องด่าผมอีกตามเคย
เขากล้ามากที่ด่าคนแสนดีเพอร์เฟ็คอย่างผม
“เข้าใจตรงนี้ไหม”
ผมพยักหน้าให้เท่านั้น
“แกรมม่าสุดท้ายของบทนี้อาจจะยากหน่อยแต่ตั้งใจฟังให้ดี ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้ถาม”
เขาเปิดหนังสือไปที่แกรมม่าสุท้ายของบทนี้แล้วก็เริ่มอธิบาย ผมตั้งใจฟังอย่างที่ไม่เคยตั้งใจฟังอาจารย์คนไหนสอนมาก่อนความจริงแล้วถ้าตัดอคติที่ผมมีให้กับเขา เขาก็เป็อาจารย์ที่สอนดีเลยทีเดียว สอนเข้าใจง่ายกว่าอาจารย์ที่ผมเคยเรียนมาด้วยมาด้วยซ้ำไป
แต่ก็อย่าหวังว่าคนเพอร์เฟ็คแสนดีอย่างผมจะยอมเป็มิตรกับเขาง่ายๆ
“พรุ่งนี้เวลาเดิม”
เขาพูดโดยไม่มองหน้าผมมือก็เก็บสมุด หนังสือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะใส่ในกระเป๋าเป้ของเขาแล้วลุกขึ้นทันที
ั้แ่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอใครมีนิสัยแบบนี้มาก่อนแต่อย่าหวังว่าการที่เขาทำนิสัยแบบนี้ใส่ผม แล้วจะเอาชนะผมได้...ไม่มีทาง