第五十五章
ใจจริงแล้วฟ่านเสวียนมิได้โกรธเคืองคนที่โอบกอดตนอยู่ หากทว่าเขามิอาจจะให้อภัยไห่เปียวผู้มีจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์เช่นนั้นได้และคนที่เป็นต้นเหตุก็คือคนที่ขึ้นชื่อว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาไปแล้ว เพียงแค่คิดก็อยากทำร้ายคนที่ใช้ท่อนแขนหนากอดเขาเอาไว้อยู่ให้บาดเจ็บเสียบ้าง
"เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป"ฟ่านเสวียนถามเสียงนิ่ง
"รอให้เจ้าร่างกายแข็งแรงมากกว่านี้อีกหน่อย ข้าจะพาเจ้ากลับไปหาท่านพ่อตา"ฟ่านเสวียนสะอึกอึ้งกับคำเรียก
"เดี๋ยวก่อน ใครเป็นท่านพ่อตาของเจ้า"
"ก็ฐานะของเขาเป็นเช่นนั้นจะไม่ให้ข้าให้เกียรติเขาได้อย่างไรกัน"จื่อหลงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
"หุบปากของเจ้าไปเลย เจ้าไม่ได้เป็นเสียหน่อย"จื่อหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าไปมาน้อยๆ
"ถามเจ้า เจ้าตั้งแต่เด็กจนถึงก่อนที่จะมาเป็นภรรยาข้า เจ้าเคยได้สัมผัสใกล้สตรีนางใดหรือไม่ ตัวเจ้ามีสาวใช้อุ่นเตียงหรือไม่ แน่นอนท่านพ่อตาย่อมหาสาวใช้อุ่นเตียงมาให้เจ้าแต่ตัวเจ้าได้ยุ่งเกี่ยวกับนางหรือ อันนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว"ฟ่านเสวียนชะงักลืมดิ้นรนออกจากตักกว้าง
"ทำไมถึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่รู้เสียหน่อยว่าภายในจวนข้าใช้ชีวิตเช่นไร"แน่นอนจื่อหลงไม่คิดจะขยายความได้แต่กระชับวงแขนให้มากขึ้นจนอีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความอึดอัด
"ปล่อยข้า..ปล่อยสิข้าหายใจไม่ออก"
"หือ หายใจไม่ออกหรือให้ข้าช่วยดีหรือไม่"ฟ่านเสวียนยังมิรู้เท่าทัน อีกฝ่ายเห็นว่าเขาไม่ตอบก็รั้งเอวบางจับเขาหมุนตัวหันหน้าเข้าหากันใช้ริมฝีปากหยุ่นหนาประกบเข้ากับปากตนเองส่งลิ้นร้อนเข้ามากวาดต้อนไล่ล่าลิ้นเล็กคล้ายโกรธเคืองกันมานาน ฟ่านเสวียนดิ้นรนบ่ายหน้าหนีหากแต่แพ้แรงคนที่กอดรัดอีกทั้งริมฝีปากหนานั่นยังทำให้เขาอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงปล่อยให้อีกฝ่ายรังแกกระทั่งหายใจไม่ออก น้ำใสสีเงินยืดตามเมื่อปีกหนาแยกออกจากบวมแดงของเขา ลมหายใจร้อนเป่ารดพวงแก้มสีเรื่อ
"หายใจไม่เป็นแล้วหรือ เพียงไม่นานเจ้าก็ลืมสิ่งที่ข้าสอนแล้ว"ฟ่านเสวียนดวงตาเหม่อลอยคล้ายถูกสูบลมหายใจจนหมดสิ้นสมองพร่าเลือนจนไม่ได้ยินเสียงที่ถาม มารู้สึกตัวอีกครั้งยามที่นิ้วหยาบกร้านลูบแก้มเขาไปมา
"เจ้า! เจ้ากล้า"ฟ่านเสวียนขึงตาเข้าใส่
"ไม่กล้ากับคนอื่น แต่กล้ากับเจ้า ข้าคิดถึงเจ้าแค่ไหนเจ้าคงไม่รู้ ทุกวันทรมานกับการคิดถึงผิวขาวเนียนนุ่มมือ คิดถึงเรียวปากนุ่มชุ่มชื้นร่างกายร้อนผ่าวรัดตรึงข้ายามที่เจ้ารู้สึกดี"ยิ่งพูดฟ่านเสวียนก็ยิ่งหน้าร้อนเห่อ ยามที่เขาสองคนใกล้ชิดสนิทสนมกันเขายอมรับโดยไม่หลอกตัวเองว่ามันมีความสุขบนความเจ็บปวดจริง แต่หากพอคิดถึงใบหน้าของบิดาแล้วความรู้สึกนั้นจำต้องสะกดเอาไว้แต่เพียงในใจ เขากระแอมให้คอโล่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จื่อหลง ข้าขอบอกกับเจ้าประโยคหนึ่ง ต่อให้ข้าต้องเสียใจแค่ไหนข้าก็จะไม่ทำให้ชื่อเสียงวงค์ตระกูลด่างพร้อยเป็นอันขาด"เขายืนยันหนักแน่น
"ข้ารู้ เรื่องนั้นข้าเข้าใจเจ้า แต่ขอให้เจ้าเชื่อใจข้าเถอะข้าจะหาทางลงอันสวยงามให้เจ้าเอง "ฟ่านเสวียนถอนหายใจ
"ปากเจ้าเอ่ยเช่นนั้นแต่เรื่องกลับไม่ง่ายดาย"
"เหลวไหล เจ้ารู้นิสัยข้าดี หากข้ารับปากแล้วไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะทำไม่ได้ เสี่ยวเสวียนเอ๋ยเจ้าอย่าได้กังวลสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของข้านอกจากท่านอาจารย์และคนที่ถือว่าเป็นครอบครัวแล้วที่สองรองลงมาก็คือเจ้า น้อยคำน้อยการกระทำที่จะทำให้เจ้าเสียงใจ ขอเพียงเจ้าบอกข้าข้าล้วนจะทำทุกอย่างเพื่อเจ้า"จื่อหลงลงเสียงหนักแน่นสบตาหงส์เรียวงามไม่ยอมหลบ กลับเป็นฟ่านเสวียนเองที่มิอาจสบสายตาร้อนแรงนั้นได้
"ข้า..."
"เจ้ารักข้าหรือไม่"จื่อหลงถามย้ำเดิมทีเขาไม่อยากจะกดดันคนในอ้อมแขน แต่ดูคล้ายฟ่านเสวียนพยายามจะถอยห่างจากเขา ซึ่งสิ่งนี้เขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด
"ข้า.."อีกครั้งที่ฟ่านเสวียนลังเล ในใจเขารู้ตัวเองดีว่าเขาคิดเช่นไรกับจื่อหลง แต่ครอบครัวเขาเล่า บิดาและพี่สาวเขาเล่าจะคิดเช่นไร เพียงแค่คิดเขาก็คล้ายหายใจไม่ออกแล้ว จื่อหลงรู้ดีเช่นกันหากไม่บีบคั้นให้คนผู้นี้ยอมรับออกมา จะต้องหนีเขาราวกับกระต่ายตื่นเกาทัณฑ์เข้าหลบซ่อนตัวในหลุมลึกเป็นแน่
"ขอเพียงเจ้าบอกความในใจที่แท้จริงแก่ข้า ข้าขอสาบานต่อหน้าบรรพชนจะไม่ยอมให้ตระกูลของเจ้ามีคำครหา บิดาและพระสนมจะมิต้องมาถูกสาดโคลนเป็นอันขาด"ฟ่านเสวียนรู้ดีว่าคนที่โอบเขาไว้เป็นคนเช่นไร ไหนๆข้าวสารก็เป็นข้าวสุกไปแล้วยังจะแชเชือนไปไย เขาก้มหน้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเหยี่ยวนั่น
"ได้! ข้ายอมรับว่าข้ารักเจ้า แต่ข้ามีเงื่อนไข ข้อแรกเจ้าจะต้องไม่ทำให้ตระกูลของข้ามัวหมอง ข้อสองท่านพ่อและพี่สาวของข้าจะต้องไม่ต้องลมปากเน่าเหม็นของผู้คน และข้อสามไห่เปียวจะต้องถูกลงทัณฑ์"ฟ่านเสวียนบอกเงื่อนไขด้วยเสียงเข้ม จื่อหลงครั้งแรกที่ได้ยินความในใจของฟ่านเสวียนก็ตะลึงจนแทบจะลืมหายใจ แต่พออีกฝ่ายบอกเงื่อนไขเจ้าจึงยิ้มทั้งปากเลยไปถึงดวงตา
"เด็กโง่ ข้าย่อมต้องคำนึงถึงเจ้าและครอบครัวก่อนเรื่องอื่นอยู่แล้ว ข้ารับปากเจ้า มาเถอะนี่ดึกมากแล้วเจ้านอนพักก่อน ร่างกายเจ้ายังไม่หายดีอีกสักเจ็ดวันรอร่างกายเจ้าดีขึ้นข้าจะพาเจ้ากลับจวน"ฟ่านเสวียนถอนหายใจยาวยอมรับการเอาใจใส่แต่โดยดี จื่อหลงหลังสะกดอารมณ์ปรารถนาให้สงบนิ่งแล้วก็ขยับฟ่านเสวียนวางลงบนขนเสือดำที่เขาล่ามาจากภูเขาเพื่อมามอบให้เจ้าตัวโดยเฉพาะ จัดเรียงหมอนเสียใหม่ก่อนจะประคองร่างบางให้ล้มตัวลงนอน เขาเองก็นอนลงเคียงข้างใช้แขนตนเองให้ฟ่านเสวียนนอนหนุนต่างหมอนมืออีกข้างเอื้อมไปดึงผ้าห่มนุ่มขึ้นมาคลุมร่างของฟ่านเสวียนและตัวเขา หลังจากดูแลอีกฝ่ายจนเรียบร้อยแล้วถึงใช้ฝ่ามือโบกไปด้านข้างออกแรงใช้กำลังภายในเล็กน้อยสะบัดตะเกียงให้ดับลง ทุกอย่างอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงลมหายใจสองสายสอดประสานกัน
"เสี่ยวเสวียน"
"หือ"
"ขอบใจเจ้ามากที่ยอมเชื่อใจข้า ทุกอย่างจะไม่ยอมให้เจ้าได้รับคำติฉินเป็นอันขาด ข้าขอเวลาเพียงยี่สิบวันจัดการทุกเรื่องให้สะอาดหมดจด รอข้านะ"ฟ่านเสวียนนอนฟังคนด้านข้างให้คำมั่นจากนั้นเขาหลับตาลงผ่อนลมหายใจช้าๆ
"ข้ารู้แล้ว ข้าจะรอเจ้า"ฟ่านเสวียนเอ่ยปากคล้ายเสียงกระซิบจื่อหลงยิ้มกว้างในความมืด
"ฮูหยินข้าจะเกรงใจและในอำนาจเจ้าเต็มที่"ทันใดนั้นเขาก็ต้องงอตัวโดยไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือบางฟาดลงบนหน้าท้องเขาดังเพียะ
"ทำร้ายสามีมีโทษนะ"เขาเอ่ยปนหัวเราะตะแคงข้างมาซุกใบกน้าลงซอกคอขาวปนชมพูที่พึ่งจางหายจากแผล
"นอนเสียเถอะข้าจะปกป้องเจ้าเอง"ไม่รู้เวลาเนิ่นนานไปเพียงใดคนทั้งคู่หลับลึกโดยไม่ฝัน หากเสียงกริ๊กเพราะชามกระเบื้องสัมผัสกับโต๊ะหินหนาขนาดใหญ่ทำให้จื่อหลงรีบคว้ามีดสั้นที่ซุกซ่อนเอาไว้ขึ้นมา เสียงอึกอักทำให้เขารีบส่งเสียง
"ใคร"
"อะ..อืออ"เสียงคนที่พยายามส่งเสียงและไร้ซึ่งกลิ่นไอสังหารนั่นทำให้จื่อหลงค่อยสบายใจขึ้น
"ท่านพี่ พวกข้าเอง"เสียงใสๆของอวี้หนี่เอ่ยขึ้น จากนั้นแสงไฟสลัวก็ปรากฏขึ้น จื่อหลงปรับสายตาให้เข้าที่ก่อนจะก้มลงมองคนที่นอนขดอยู่ในอกเขา
"ข้าขออภัย เพียงแต่พวกเราแค่อยากยกยามาทั้งที่ยังร้อนเพื่อที่พอคุณชายฟ่านตื่นยาก็อุ่นพอดี"อวี้หนี่มองภาพเบื้องหน้าด้วยความสะท้อนใจ นางหลงใหลศิษย์พี่ของนางมาเนิ่นนานเพราะยังเด็กจึงคิดไม่ได้ ยังโชคดีที่ท่านพ่อและศิษย์พี่ใหญ่ต่างก็กล่อมกึ่งบังคับให้แต่งกับศิษย์พี่รองกระทั่งบัดนี้นางเริ่มรู้จักความรักที่แท้จริง จึงได้รู้ว่านั่นมิใช่ความรักแต่เป็นแค่ความชื่นชมหลงไหลได้ปลื้มเพียงชั่วครู่เท่านั้น
"เขาตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"นางเดินเบาๆเข้าไปหยุดก่อนถึงเตียงหยก
"ยัง ขอบใจพวกเจ้ามากประเดี๋ยวข้าจะจัดการดูแลเขาเอง"อวี้หนี่ยิ้มตาระยิบหันไปโบกมือให้กับสาวใช้ที่เดินถือถาดเข้ามา
"เช่นนั้นข้าจะวางยาเอาไว้ตรงนี้ รอเขาตื่นท่านก็เรียกพวกนางให้นำอาหารเข้ามาเถอะ น้ำร้อนที่จะใช้ก็ให้พวกนางเตรียมรอเอาไว้ให้แล้ว"
"อืม ขอบใจน้องสาม จริงสิเจ้าเห็นปู้เฉินหรือไม่"
"เขายืนรออยู่ด้านนอกไม่ยอมเข้ามา บอกว่ากลัวตาจะบอดเมื่อเห็นพวกท่าน"อวี้หนี่บอกปนหัวเราะ
"หึ ข้าว่าเขาเจ้าเล่ห์มากกว่าที่เดินมารอหน้าปากทางเพราะเป็นห่วงเจ้ามากกว่าข้า"
"ท่านพี่ ท่านล้อเลียนข้าหรือ"อวี้หนี่เผลอส่งเสียงดังแล้วรีบเอามือปิดปากตัวเอง
"ขอโทษเจ้าค่ะ แต่คราวหน้าท่านอย่าพูดเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ปู้เฉินจะเสียหายได้"
"กลัวเขาเสียหายแต่ไม่กลัวตัวเองเสียหาย นับว่าปู้เฉินยอดเยี่ยมแล้ว"จื่อหลงเอ่ยหัวเราะๆเพราะรู้ดีว่าคนด้านนอกย่อมได้ยินชัดเจน ทันใดนั้นเสียงกระแอมไอก็ดังลอดเข้ามา จื่อหลงค่อยประคองศรีษะกลมออกจากแขนตนเองลงวางบนหมอนแผ่วเบา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจิ้มลงตรงกลางหน้าอกของฟ่านเสวียนจากนั้นขยับตัวลุกขึ้นนั่งยกขาตั้งเข่าไว้ข้างหนึ่งใช้ข้อศอกเท้าลงบนเข่าเผยให้เห็นแผ่นอกขาวที่แหวกออกจากรอยทบของเสื้อสีดำ เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายแลดูยุ่งเล็กน้อยระลงไปตามไหล่ ทำให้ใบหน้าคมเข้มยิ่งดูน่าหลงไหลมากยิ่งขึ้น อวี้หนี่เห็นแล้วยังอดที่หัวใจเต้นแรงไม่ได้
"ปู้เฉิน เจ้าเข้ามาเถอะหรือจะให้ว่าที่ภรรยาของเจ้าออกหน้าแทน"จบประโยคเสียงสวบสาบจากรองเท้ากระทบพื้นเร่งเข้ามา
"นายท่าน"
"เหอะ ยังกล้าเรียกข้าว่านายท่านอยู่อีกหรือ"
"ข้าไม่อยากตาบอด"ปู้เฉินกระแทกเสียง ทั้งคู่รู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างเย้าแหย่กันเท่านั้นหากอวี้หนี่กลับไม่เข้าใจ รีบร้อนแก้ตัวแทนปู้เฉิน
"ท่านพี่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ปู้เฉินเขา..เขา"จื่อหลงเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง รู้ดีว่าเขาสะกัดจุดหลับให้กับฟ่านเสวียนแล้วเพื่อมิให้เขาต้องถูกรบกวน
"ข้าเข้าใจดี เจ้าไม่ต้องแก้ต่างให้เขาหรอก ปู้เฉินเจ้าได้ข่าวไห่เปียวหรือไม่"น้ำเสียงเป็นการเป็นงาน
"ได้แล้วขอรับกำลังให้คนของเราจับตาอยู่ หากจับเขาตอนนี้คนที่เหลือคงหนีหลุดรอดไปได้ขอนายท่านใจเย็น"
"อืม ขอบใจเจ้ามาก จริงสิข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าสองคน หาเก้าอี้มานั่งก่อนเถอะประคองศิษย์น้องข้านั่งด้วย"ที่จริงแล้วจื่อหลงจะลุกเองก็ย่อมแต่ดูท่าคงไม่สะดวกร่างกายท่อนล่างไม่ยอมร่วมมือกับเขาแต่โดยดีเพราะร่างนุ่มนิ่มอุ่นๆที่นอนเบียดหน้าขาเขาอยู่ ทั้งคู่หันมาสบตากันด้วยความสงสัยก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตามคำสั่ง