“เฟยหรง แม่อยากไปเดินสำรวจที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน”
“หากว่าท่านแม่ไม่เดินเข้าไปในป่าลึกเกินไปก็ย่อมได้ขอรับ”
“ทำไมหรือ?”
“ท่านพ่อเคยบอกเอาไว้ว่าในป่าลึกมีแต่อันตราย ไม่ใช่แค่สัตว์เท่านั้นที่อันตราย พืชบางอย่างก็อันตรายเช่นกันขอรับ”
“ตกลง เราจะเดินสำรวจใกล้ๆ เท่านั้น”
เมื่อเห็นว่ามารดารับปาก ฉู่เฟยหรงจึงเดินนำหน้าแม่ของเขาไป แต่ก็ยังพยายามหันกลับมามองแม่ของตนเองบ่อยๆ ราวกับกลัวว่านางจะหายไป
หลิวจางิ่เห็นอย่างนั้นก็หยุดยืนอยู่กับที่ รอจนฉู่เฟยหรงหันกลับมามองนางอีกครั้ง
“ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ” ฉู่เฟยหรงรีบวิ่งกลับมาหาแม่ของเขา
หลิวจางิ่ไม่พูดอะไร เธอคว้าข้อมือของลูกชายมาจับไว้แล้วเดินไปที่ชายป่าท้ายหมู่บ้านพร้อมกัน ฉู่เฟยหรงมองมือเรียวเล็กที่จับมือเขาไว้อยู่ตลอดด้วยความสุขใจ จนทั้งคู่เดินมาถึงชายป่าท้ายหมู่บ้าน
สองแม่ลูกเดินสำรวจอยู่รอบบริเวณนั้นเป็เวลานาน หลิวจางิ่ให้ลูกชายนั่งพัก ก่อนที่จะยกกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำเอาไว้ยื่นให้เขา ฉู่เฟยหรงส่ายหน้าไม่ยอมรับมาดื่ม เขาบอกให้แม่ของเขาดื่มก่อนเขาจึงจะดื่ม
“เฟยหรง เ้านั่งรอแม่อยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยวดีหรือไม่ แม่อยากเดินไปทางด้านนั้นสักหน่อย” นางกลัวเขาจะเหนื่อยเกินไป ในขณะที่นางก็ยังอยากเดินสำรวจพื้นที่ต่ออีกสักพัก
“ข้าอยากไปกับท่านแม่ขอรับ” ฉู่เฟยหรงยืนกราน
หลังจากนั่งพักพอแล้ว ทั้งสองก็เริ่มเดินต่อและสังเกตเห็นว่าพุ่มไม้ข้างหน้ามีการเคลื่อนไหว
“ซู่วว เฟยหรงอย่าเพิ่งส่งเสียงดัง” นางบอกกับลูกชายเสียงเบา จับมือเขาไว้แน่น แล้วค่อยๆ เดินถอยหลังไป
ฉู่เฟยหรงพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเห็นไก่ป่าะโออกจากพุ่มไม้ สองแม่ลูกถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“เ้ารอแม่อยู่ตรงนี้ แม่จะเข้าไปดูที่พุ่มไม้นั่นสักหน่อย เราอาจจะได้ไข่ไก่ป่ากลับบ้าน”
จริงดังคาด หลังจากที่หลิวจางิ่แหวกพุ่มไม้เข้าไปก็พบกับรังไก่ป่าและมีไข่วางอยู่ในนั้นใน หลิวจางิ่หยิบไข่ไก่ป่าใส่ตะกร้าอย่างเบามือ
“ท่านแม่ มีไข่เยอะเลยขอรับ” ฉู่เฟยหรงทำเสียงตื่นเต้น
“เราเดินต่ออีกสักหน่อยก็กลับบ้านกันได้แล้วล่ะ”
สองแม่ลูกเดินเก็บผักป่าไปได้เกือบครึ่งตะกร้า หลิวจางิ่ก็มองไปเห็นต้นพืชที่ตนเองคุ้นเคย โชคดีที่เมื่อคืนฝนตก ทำให้พื้นดินบริเวณนี้ยังชุ่มอยู่ นางหาไม้ขนาดเหมาะมือไปขุดที่โคนต้นของพืชต้นนั้น
“ท่านแม่ ท่านขุดอะไรอยู่หรือขอรับ”
“รอแป๊... รอประเดี๋ยว แล้วแม่จะให้เ้าดู”
ขุดไปสักพักก็ได้หัวเผือกขึ้นมามากมาย
“ท่านแม่ มันคือสิ่งใดหรือขอรับ”
“เ้าสิ่งนี้เรียกว่าเผือก”
“มันกินได้ไหมขอรับท่านแม่”
“ได้แน่นอน เย็นนี้แม่จะทำอาหารอร่อยๆ ให้เ้ากิน เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ หากพ่อของเ้ากลับบ้านมาไม่เจอพวกเราคงไม่ดีแน่”
ทั้งสองรีบเก็บเผือกใส่ตะกร้าจนหมด หลิวจางิ่เป็คนถือเอง โดยที่เธอใช้ผ้าคลุมผมห่อไข่ไก่ป่าไว้ให้ลูกชายช่วยถือ หลังจากนั้นก็นำเถาวัลย์มาสานเป็ตะกร้าง่ายๆ ใส่ผักป่าสะพายขึ้นหลังแล้วทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันกลับบ้านไป