บ้านตระกูลหลิว…
“เหว่ยเอ๋อร์มาแล้วเหรอพาเฉินเล่อเข้ามาในบ้านก่อน” แม่มาต้อนรับพวกเขาสองคนที่หน้าประตู
จ้าวเหว่ยยิ้มให้แม่ของเธอส่วนเฉินเล่อเขามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า
“นี่คือของที่แม่สามีฉันให้เอามาเยี่ยมบ้าน” จ้าวเหว่ยยื่นตะกร้าในแม่
เธอรับไว้แล้วยิ้มให้พวกเขาทั้งสอง
แม่ถามความเป็อยู่ที่บ้านใหม่ของเธอก่อนจะฝากฝังหลานสาวที่เธอรักเหมือนลูกคนนี้กับเขา
“เดี๋ยวผมก็กลับหน่วยแล้ว น้าไปฝากพ่อแม่ผมจะดีกว่า” เฉินเล่อพูดออกมาใส่สนใจว่าคนฟังจะคิดยังไง
แม่ได้แต่ยิ้มเจื่อน
พูดดีๆ มันจะตายเหรอพ่อแม่นายฉันยังทำดีด้วยเลยนะให้เกียรติคนอื่นบ้างมันจะตายหรือไง
จ้าวเหว่ยมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะไม่อยากทะเลาะต่อหน้าแม่
เขาเลิกคิ้วให้เธออย่างกวนประสาทแล้วก็ทำหน้าไม่สนใจอะไร
หลินเจียงพ่อของเธอเดินออกมาจากในห้องเพื่อจะมาคุยกับคู่สามีภรรยาป้ายแดง
เขาถามอะไรลูกเขยไปคำตอบที่ได้รับกลับมาก็เป็คำตอบสั้นๆ เหมือนไม่เต็มใจตอบ แม่ดึงมือจ้าวเหว่ยเข้าไปในครัวโดนอ้างว่าจะไปเตรียมอาหาร
ห้องครัว…
“เขาทำตัวแย่กับลูกใช่ไหม อย่ามาโกหกแม่ด้วยตอบมาตามความจริง”
“ก็นอกจากเมาแล้วด่าฉันว่ายายเสาไฟฟ้า ยายตัวเหลืองน่าเกลียด เขาก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะฉันกับเขาไม่ค่อยได้เจอกันเลย”
“แล้วพวกลูก เอ่อ…เอ่อ..นอนด้วยกันหรือยัง”
“แม่เลิกถามเื่นี้ได้เลยไม่มีวันนั้นหรอก”
“ลูกแยกห้องนอนกันเหรอ” แม่ถามด้วยความใ
“เปล่า แค่ลูกเขานอนด้วยก่อนนอนเขาก็ยังไม่กลับฉันตื่นมาก็ไม่เห็นเขาแล้วเราเลยไม่ได้คุยกัน”
“เหว่ยเอ๋อร์เอ๊ย ไม่น่ามาเจออะไรแบบนี้เลย” แม่ลูบหัวเธอด้วยความสงสาร
“แม่ไปบอกพ่อเถอะเพราะพ่อเป็คนทำทุกอย่าง” จ้าวเหว่ยเบะปากเล็กน้อย
ก่อนจะยกอาหารออกไปแม่แอบยัดเงินให้ลูกสาวยี่สิบหยวน
“แม่แอบเก็บเงินไว้เองเหรอ ถ้าพ่อรู้เขาก็ตีแม่อีกหรอก” จากความทรงจำถ้ามีเื่แบบนี้แม่จะโดนตีทุกครั้งเธอไม่อยากเป็ต้นเหตุให้ใครเจ็บตัว
“เงียบๆ ซิ เก็บเอาไว้ใช้ดูท่าทีของสามีลูกแล้วเขาคงไม่สนใจลูกเท่าไหร่ แล้วก็รีบยกอาหารไปได้แล้ว”
ห้องโถงบ้านหลิว
หลินเจียงพ่อจ้าวเหว่ยกับเฉินเล่อต่างก็นั่งเงียบไม่มีใครพูดจนบรรยากาศอึดอัด จ้าวเหว่ยที่ยกอาหารมาจากในครัวเห็นแบบนี้ก็ไม่แปลกใจ เพราะวันแต่งงานเขาบอกเองว่ารังเกียจบ้านเธอ
แม่ไปตามซีอันกับหยวนอันให้มากินข้าวด้วยทั้งหกคนกินข้าวกันอย่างเงียบๆ พ่อจ้าวเหว่ยมองหน้าเธออย่างไม่พอใจตลอดเวลา จนเธอสงสัยเลยใช้พลังอ่านใจเขา
ลูกไม่ได้เื่แต่งงานไปแล้วแทนที่จะเอาตัวไปยั่วยวนให้ผู้ชายหลงทั้งๆ ที่เสียตัวไปแล้วเขาก็ยังไม่สนใจ แกเป็ลูกฉันได้ยังไง โง่เหมือนแม่แกจริง ๆ
จ้าวเหว่ยได้ยินแบบนี้โมโหจนแทบจะกรี๊ดออกมา
คิดได้ยังไงให้ลูกสาวยั่วยวนผู้ชายแบบนี้ ให้ไปยั่วคนอื่นยังจะดีซะกว่านอกจากหล่อแล้วไม่ได้มีอะไรดีเลย แล้วเห็นเป็ลูกจริงปะเนี่ยคิดกับลูกสาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไงฮะ
จ้าวเหว่ยวางถ้วยข้าวลงกับโต๊ะเธอไม่มีอารมณ์กินแล้ว
เฉินเล่อก็ได้ยินสิ่งที่เธอคิดเขาก็เลิกกินตามเธอ เขาไม่พอใจสิ่งที่พ่อเธอคิดแล้วเขาก็โกรธเธอแต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเขาโกรธเธอเื่อะไรแต่เขาโกรธเธอมากจริงๆ
“อาเล่อไม่กินข้าวแล้วเหรอ”
“ฉันอิ่มแล้ว”
“แกก็อิ่มเหมือนกันหรือไง”
“อืม กลับบ้านมาฉันรู้สึกตื้นตันน่ะ” จ้าวเหว่ยฝืนยิ้ม
กลับมาเจอพ่อด่าลูกตัวเองเื่อ่อยผู้ชายไม่สำเร็จ แล้วยังต้องมากับคนทำตัวเป็มนุษย์ยุคหิน มีแต่คนดีๆ ทั้งนั้นรอบตัวฉันเนี่ย
ยายคนเสแสร้งต่อหน้าคนอื่นทำเป็ยิ้มแต่ในใจด่าฉันไม่หยุดเลยนะเธอเป็คนยังไงกันแน่ หลินจ้าวเหว่ย
พวกเขาสองคนขอตัวกลับบ้านกันก่อน หยวนอันกอดพี่สาวส่วนซีอันให้เพื่อนของเขาดูแลน้องสาวเขาด้วย
ถนนในหมู่บ้าน…
“ถ้าเราเลิกกันแล้วเธอจะกลับมาอยู่บ้านเหรอ” เฉินเล่อถามขึ้นมา
“ไม่... ฉันคงไปอยู่ที่อื่น ฉันทดแทนบุญคุณด้วยการแต่งงานให้พ่อไปแล้ว” จ้าวเหว่ยตอบเขา
“เป็แม่หม้ายมันลำบากนะเธอไม่รู้เหรอ”
“รู้ค่ะ แต่ฉันไม่สน” จ้าวเหว่ยไม่แคร์
“แล้วเธอก็คิดจะแต่งงานใหม่ด้วยเหรอ”
“ถ้าเจอคนดีๆ ก็คงจะตามนั้นละค่ะ” จ้าวเหว่ยยิ้มกับตัวเอง
เลิกยังเลิกไม่ได้เลยตอนนี้ ถามมาได้จะหาคนใหม่ไหม
“เธอจะหาได้ดีกว่าฉันเหรอ ไม่ใช่ว่าเธอชอบฉันอยู่เหรอ”
“มันเป็ความคิดของเด็ก เื่ตอนนั้นพี่อย่าเอามาใส่ใจเลย”
โอ้โห!!! ถามอีกล่ะเื่แอบชอบ หล่อกว่านี้ก็เคยเห็นมาแล้วจ้าทำไมฉันจะหาดีกว่าไม่ได้ ดูหน้าฉันซิสวยขนาดนี้ พอเป็โสดกลัวแต่ผู้ชายจะมาตามจีบมากกว่าแล้วคนที่ชอบนายใช่ฉันเหรอ?? จ้าวเหว่ยโน้น ก็บอกว่าไม่ได้ชอบไม่ได้ชอบแล้วถามอยู่นั่นล่ะ
เฉินเล่อรู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่เธอคิด สวยเหรอ? ผู้ชายตามจีบเหรอ? ไม่ได้ชอบเขาอย่างนั้นเหรอ? เขาหรี่ตามองหน้าเธอ
เฉินเล่อหลอกถามเธอไปเรื่อยๆ เพื่อให้เธอเผยความจริงของเธอให้เขาได้ยินเขาจะได้รับมือกับเธอถูก
“พ่อเธออยากให้เรารีบมีลูกด้วยกัน”
จ้าวเหว่ย “….. เหอะๆ ”
ใครจะไปมีลูกกับนาย แค่อยู่ด้วยยังลำบากเลยกลัวนายบีบคอฉันตายเพราะความรังเกียจ ไม่เอาด้วยหรอกมีกับนายเก็บไว้มีกับคนที่ฉันรักดีกว่า
“หรือว่าเธอมีคนรักแล้ว”
“ไม่มีค่ะ”
ถ้ามีแฟนฉันจะมาเดินอยู่ตรงนี้เหรอ ฉันหนีตามแฟนไปยังดีกว่า หนีทั้งพ่อหนีทั้งนายด้วย แล้วเมื่อไหร่จะเลิกถามเปลี่ยนจากถามเป็คำว่า เราแยกทางกันเถอะแทนได้ไหม
เขาเริ่มไม่พอใจมากขึ้นยายนี่ที่คอยแอบมองเขามาั้แ่เด็ก แอบยิ้มโง่งมอยู่คนเดียวเวลาที่เขามองไปทางที่เธอยืนอยู่ ดีใจอย่างกับคนบ้าที่เห็นเขายิ้ม มาวันนี้กับคิดกับเขาแบบนี้งั้นเหรอ???
“เธอบอกไม่ได้ชอบพี่แล้วหวังว่าตอนนี้เธอคงไม่เกลียดพี่นะที่เธอต้องมาแต่งงานกับพี่” เฉินเล่อพยายามพูดดีที่สุดกับเธอ
“ก็ไม่นี่ค่ะ เดี๋ยวเราก็ต่างคนต่างไปแล้ว”
ไม่ได้เกลียดหรอกย่ะแต่ไม่ชอบขี้หน้า ทำตัวเหมือนฉันเป็ขยะ ฉันสวยฉันหาผู้ชายใหม่ได้จ้า พ่อคนหลงตัวเอง
เฉินเล่อหยุดเดินจ้าวเหว่ยที่เดินตามหลังกำลังต่อว่าเขาอยู่ในใจไม่ทันระวังเดินชนหลังเขาเต็ม ๆ
“พี่หยุดเดินทำไมกันจมูกฉันเบี้ยวจะทำยังไงล่ะ” หน้าผากกับจมูกชนของจ้าวเหว่ยชนกับหลังของเขา
สมน้ำหน้ายายเด็กเสแสร้ง เฉินเล่อแสยะยิ้ม
“เื่แยกทางเราค่อยคุยกันเถอะ แต่งแล้วเลิกทันทีคนอื่นจะตำหนิบ้านฉันได้ ส่วนจมูกถ้าเบี้ยวก็คงจะดี” เขาพูดแค่นี้ก่อนจะเดินนำหน้าเธอไป
ขอโทษเป็ไหม ไอ้มนุษย์หินเอ๊ย
เฉินเล่ออมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินห่างออกไป
จ้าวเหว่ยเดินคลึงจมูกตามเขาไปห่าง ๆ
พอกลับถึงบ้านเฉินเล่อก็ออกไปข้างนอกทันที ส่วนจ้าวเหว่ยก็เข้าห้องตัวเองไป
บ้านตระกูลหลิว…
“เธอได้คุยกับลูกหรือเปล่าว่าทางนั้นมีท่าทียังไงกับเธอบ้าง” หลินเจียงถามภรรยา
“ทุกคนดีกับเธอหมดไม่มีใครมีทีท่ารังเกียจเธอเลยยกเว้นสามีที่ไม่ค่อยคุยกัน”
“ไม่ได้สอนวิธีมัดใจผู้ชายในลูกหรือยังไง หรือว่าต้องให้ผมสอนเอง”
“ปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติเถอะ พวกเขาแต่งงานกันแล้วก็คงรักกันสักวันนั่นล่ะ”
“แล้วถ้าญาติเขากลับมาก่อนที่เฉินเล่อรักลูกสาวเราล่ะ มันจะไม่ทิ้งลูกเราเหรอที่ฉันลงทุนไปก็สูญเปล่านะซิ”
“พี่อันฉีเขาไม่ยอมให้ลูกชายเขาทำแบบนั้นหรอก พี่อย่าเพิ่งคิดไปก่อนเลยนะ”
หลินเจียงเห็นภรรยาไม่เข้าข้างก็เดินหงุดหงิดเข้าบ้านไป
“แม่..ถ้าญาติของเฉินเล่อไม่กลับมาพ่อเขาจะไม่บังคับให้น้องเลิกกับเฉินเล่อเหรอ” ซีอันกระซิบถามเบาๆ
“ไม่หรอกน้องแต่งงานแล้วใครเขาจะมาสนใจ พ่อไม่ทำแบบนั้นหรอก”
“แม่ไม่รู้อะไรซะแล้ว พวกในเมืองเขาไม่สนใจหรอกว่าเคยแต่งงานขอแค่สวยก็พอ”
แม่จ้าวเหว่ยได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็แบบนั้นเลย เธอก็รู้ดีว่าสามีเธอทำแบบนั้นได้แน่นอน เื่ที่แย่กว่านี้เขายังทำได้โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ระยะเวลาที่จ้าวเหว่ยมาอยู่บ้านนี้เธอแทบไม่เคยเจอเฉินเล่อเลย วันสุดท้ายที่คุยกันก็คือวันกลับไปเยี่ยมบ้าน แบบนี้ก็ดีเหมือนกันจ้าวเหว่ยมีเวลาเป็ของตัวเอง ไม่ต้องเห็นหน้าเขาให้รู้สึกหงุดหงิด
จ้าวเหว่ยกำลังคิดวิธีหาเงินอยู่ในห้อง ซิงซิงก็มาช่วยเธอไปเดินเล่นด้วยกัน เธอยอมไปด้วยจะได้สูดอากาศด้านนอกให้สมองปลอดโปร่งด้วย
พื้นที่ในหมู่บ้าน….
ซิงซิงชวนจ้าวเหว่ยไปเดินเที่ยวที่ทุ่งนา เขาคิดว่าเขาต้องหาที่ที่แม่ใหม่ชอบให้ได้ ถ้าเธอชอบที่นี่เธอก็จะไม่ไปจากเขา
จ้าวเหว่ยเดินไปโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างสักเท่าไหร่ เพราะเธอกำลังใช้สมองอยู่
“ถ้าบ้านเรามีวัวผมจะตัดหญ้าให้มันกินทุกวันเลย ตอนนี้ผมให้ข้าวเปลือกไก่กินทุกวันเพราะผมเลี้ยงมันอยู่”
จ้าวเหว่ยหันไปมองวัวตามคำพูดของเด็กน้อย โอ้ว!! นี่มันไม่ต่างจากวัวอดอยากเลยทำไมมันถึงผอมได้ใจขนาดนี้
“พวกเขาเอาหญ้าเลี้ยงวัวเหรอ เธอรู้ด้วยเหรอว่าต้องตัดต้นไหน”
“รู้ครับ ผมเห็นเพื่อนเอาให้วัวกิน”
“ถ้าเธออยากเลี้ยงทำไมไม่บอกปู่ให้เลี้ยงไว้ล่ะ”
“ปู่บอกเรายังไม่มีเงินครับ ถ้าปู่มีปู่จะซื้อให้ผมตัวหนึ่ง”
“งั้นก็ขอพ่อซิ”
“บ้านเป็หนี้เยอะมากพ่อต้องหาเงินใช้หนี้” ซิงซิงอ้าแขนสองข้างเพื่อยืนยันสิ่งที่เขาเล่า
จ้าวเหว่ยลูบหัวเขาโดยไม่พูดอะไร
ซิงซิงพาเธอเดินไปรอบพื้นที่ที่เป็ทุ่งนาแต่ไม่พาเธอเข้าไปในหมู่บ้านส่วนอื่นที่ไม่ใช่แถวบ้านของเขา