Stage 4
เริ่มต้นผจญภัยในสนามรบ
“เอาล่ะ...ทีนี้เราก็ได้ของครบแล้วล่ะ วิศนะ”
“จ้าๆ” เ้าของชื่อลากเสียงตอบเนือยๆขณะเบือนหน้าไปมองสาวน้อยหน้าใสคนข้างๆ ซึ่งกำลังฉีกยิ้มฮัมเพลงไปพลางตรวจข้าวของในมือไปพลางอย่างอารมณ์ดี
“ฉันว่า...เธอไม่ซื้อเยอะไปหน่อยเหรอ เมย์”วิศนะพูดขณะเอี้ยวตัวชะโงกหน้าลงไปมองข้าวของที่เพื่อนใหม่เพิ่งไปกว้านซื้อมาจากตลาด แล้วก็ได้แต่ฉีกยิ้มเจื่อน
“ไม่เยอะไปหรอกก็ต้องตุนไอเท็มไว้ใช้สำหรับสองคนนี่นากว่าเราจะกลับไปในเมืองอีกทีระดับของนายจะคงขึ้นมาถึง 15 แล้วละมั้งมันก็นานอยู่นา”
“จริงเหรอ!” คนฟังถึงกับตาโตรีบซอยเท้าเดินมาเทียบข้างเมษาแทบไม่ทัน
พอได้เห็นจึงรู้เลยว่าสิ่งที่แม่เ้าประคุณพูดคงจะเป็เื่จริงอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะไอเท็มจำนวนมากที่ถูกเปลี่ยนจากวัตถุให้กลายเป็รูปการ์ดเพื่อที่จะได้พกพาง่ายๆนั้นกำลังถูกตรวจสอบอยู่ในมือของเมษาเป็จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็เหล่าขวดน้ำยาหลากหลายสี แท่งะเิสารพัดแบบ ขนนกนางฟ้านานาชนิดและของจิปาถะอย่างอื่นอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน
“ทำไมล่ะ นายมีธุระต้องไปทำที่ไหนเหรอ?” เมษาถามกลับมาลอยๆ ทั้งที่ยังง่วนคงอยู่กับการเรียงไอเท็มต่างๆใส่เข้าไปในบานหน้าต่างสีชมพูสวย
“...อือ ก็ฉันต้องไปตามหาคนนิดหน่อยน่ะ”
“เอาน่าๆ เดี๋ยวยังไงเราก็ต้องเข้าเมืองหลวงอยู่แล้วถึงตอนนั้นค่อยให้สมาคมนักสำรวจค้นหาแอดเดรสติดต่อหาเขาโดยตรงเลยก็ยังไม่สายจริงมั้ย?”
“งั้นเหรอ?”วิศนะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่แล้วจ้า”เมษาตอบกลับยิ้มๆ “ระหว่างทางไปเมืองหลวง ทริสทานนายก็เก็บเลเวลไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกันพอถึงที่นั่นปุ๊ปจะได้ไปลงทะเบียนสายอาชีพได้เลย”
“หา...อ่อ เอางั้นก็ได้” คนฟังรับคำพลางพยักหน้าหงึกๆ ทั้งยังติดจะงงๆ อยู่ ขณะที่เดินตามหลังเพื่อนใหม่ต้อยๆโดยในมือยังคงกำแรมเกรด Dที่เมษาเพิ่งไปต่อราคาซื้อมาให้ด้วยฝีปากที่เขาอยากจะยกมือกระดกน้ำชาคารวะสักสิบจอก!ใครจะไปคาดคิดว่าเ้าหล่อนจะสามารถต่อราคาไอ้เ้าแรมนี้ให้เขาได้ชนิดที่ถูกกว่าร้านแรกชนิดไม่เห็นฝุ่น! แค่ตัวเลขประเดิมในราคาสามหมื่นเหรียญก็ทำให้วิศนะแทบจะยิ้มจนแก้มปริแล้วแต่ที่ไหนได้พอแม่เ้าประคุณเริ่มเปิดปากต่อราคาพ่อค้าคนนั้นได้ประมาณห้านาทีเท่านั้นแหละ
พริบตาเดียวราคามันก็ลดฮวบๆ เหลือแค่ 20,000 ได้ยังไงก็ไม่รู้!!
นอกจากนี้วิศนะยังได้เรียนรู้กลวิธีอีกอย่างนั่นคือการซื้อของด้วยปริมาณจะทำให้ได้ส่วนลดมากขึ้น ส่วนวิธีต่อราคาอย่างอื่นเป็กลยุทธ์ส่วนบุคคลตัวอย่างเช่น เมษาถนัดใช้วิธีคิดเงินวกไปวนมาให้คนคิดเงินมึนหัวตึ๊บๆจนยอมถัวราคาหยวนให้นั่นเอง ดูๆไปแล้วไม่ว่าจะมองมุมไหนพ่อค้าคนนั้นก็ไม่เห็นจะกำไรตรงไหนเลย
หัวหมอชัดๆ แม่เมษาคนนี้!
“นี่เมย์ แล้วไอ้แรมเนี่ยมันต้องอัพเกรดกันยังไงล่ะ?” วิศนะเอ่ยปาก เมื่อทั้งคู่หยุดฝีเท้าลงนั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่ต้นหนึ่งหลังจากเดินออกมาจากเมืองได้เกือบ 2 กิโล
“ไหนขอฉันดูหน่อยสิ”เมษาหยิบแรมมาดู แล้วใช้มือพลิกไปมาสองสามรอบ “ของนี่อัพเกรดไม่ยากแรมที่นายซื้อมาเป็ไอเท็มขั้นต้น สามารถอัพเกรดได้เลย ไม่ต้องมีเงื่อนไขอะไรหรอก”
“หือ?” คนฟังเลิกคิ้วขึ้น “ถ้าแรมเกรดดีกว่านี้มันจะมีเงื่อนไขในการอัพเกรดด้วยเหรอ?”
“อื้อ” เมษายิ้มรับ “อย่างแรมเกรด C จะอัพเกรดได้ก็ต่อเมื่อตัวผู้เล่นมีระดับเลเวลเกิน20 ขึ้นไป ส่วนแรมเกรด B ก็อย่างน้อย 50แล้วต้องมีการทำเควสด้วย หรืออะไรเนี่ยแหละ นอกจากนี้ฉันก็ไม่รู้แล้วเพราะผู้เล่นที่อัพเกรด AI ได้เกินระดับ B ก็มีแค่ไม่กี่คนหรอก”
“เข้าใจแล้ว” วิศนะรับคำเสียงอ่อยก่อนถอนหายใจเฮือก
การอัพเกรด AIนี่วุ่นวายกว่าที่คิดแฮะนอกจากต้องหาซื้อแรมราคาแพงหูดับตับไหม้แล้ว ยังมีเงื่อนไขในการอัพเกรดอีกเวรแล้วไง ดันเผลอไปสัญญากับจินนี่ว่าจะอัพเกรดเธอเป็ระดับสูงสุดซะด้วยสิ...
“แล้วไอ้ง่ายๆ ที่ว่าของเธอนั่นมันทำยังไงกันล่ะเมย์” คำถามที่สองตามมา
“นายเปิดกล่องดีวีดีนั่นออกมาก็พอส่วนที่เหลือเดี๋ยว AI ของนายจะจัดการเอง” คำอธิบายที่คนฟังพยักหน้าวืด ใช้มือเปิดกล่องดีวีดีตามที่บอกอย่างว่าง่ายแล้วจู่ๆ ไอเท็มในมือก็หายวับไปกับตา
“นายท่าน้าอัพเกรดจินนี่ให้เป็ระดับ Dใช่มั้ยคะ?”
“เอาเลย สาวน้อย”วิศนะตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
“รับทราบค่ะ กรุณารอสักครู่......ดาวน์โหลดข้อมูลเรียบร้อย คำนวณแล้วต้องใช้เวลาในการอัพเกรดแรมเป็เวลา 2ชั่วโมงค่ะ”
“2 ชั่วโมง!” ตัวเลขที่ทำเอาคนฟังตาแทบเหลือกไม่นานนัก หน้าต่างบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับประโยคสั้นๆ ว่า “DataDownload 1%”
“ก็เป็ธรรมดาเวลาอัพเกรดคอมพิวเตอร์มันก็ไม่ได้เสร็จในทันทีไม่ใช่หรือไง”เมษาตอบยิ้มๆ
“นี่หมายความว่าฉันจะไม่มี AI ใช้ตั้งสองชั่วโมงใช่มั้ยเนี่ย!”
“นายก็มีฉันคอยช่วยนี่ไงจ๊ะคุณพี่” เมษาพูดแล้วก็หันมายิ้มหวานให้ วิศนะได้แต่ถอนใจปลงตกกับชีวิตตอนนี้เขาหมดหนทางที่จะตามหาวรัญญาต่อแล้วจริงๆ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้จริงๆก็คงจะมีแค่การ “รอ” เท่านั้นแล้วสินะ
“เอาล่ะ ไหนๆ ก็ว่างทั้งทีฉันจะอธิบายข้อมูลของโลกไพรด์ให้นายรู้จักก่อนดีมั้ย พ่อมือใหม่” เมษาถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นทุกที
“...ก็ได้” ชายหนุ่มตอบเสียงอ่อยอย่างคนไม่ค่อยมีกะจิตกะใจนัก
“ถ้างั้นเรามาเรียนรู้เื่ของหน้าต่างข้อมูลกันก่อนนะ” ว่าแล้วเมย์ก็เรียกเอาหน้าต่างข้อมูลของตัวเองให้ปรากฏขึ้นมากรอบสี่เหลี่ยมโปร่งแสงแบ่งออกเป็สี่ช่องต่างอยู่ในสีชมพูหวานเหมาะกับบุคลิกน่ารักของเ้าตัว
“รออะไรอยู่คะ เรียกมันขึ้นมาสิ”
พอเห็นคนข้างๆ เหวอไปนาน เธอก็ขึ้นเสียงนิดๆ ด้วยความขำระคนหมั่นไส้จนวิศนะเลิกคิ้วขึ้น
“ก็...มันเรียกขึ้นมายังไงล่ะ”
ความซื่อบื้อของผู้เล่นมือใหม่ทำให้หญิงสาวต้องหัวเราะร่วนแทนที่จะอึ้งจนพูดไม่ออกเมษากลับยิ้มหวานก่อนสาวเท้าเดินเข้ามาชิด
“ไม่ยากเท่าไหร่หรอกน่า”เมษาพูด “แค่นายคิดว่าจะเรียกอะไรออกมา ้าที่จะใช้อะไรของทุกอย่างนายแค่นายจินตนาการถึงมัน มันก็จะโผล่ออกมาให้เห็นแล้วล่ะ”
“จินตนาการ?” วิศนะเปรยเบาๆแล้วจึงทำสมาธิเพ่งสายตาอยู่ครู่หนึ่งแล้วคิดตามที่เมษาบอกหน้าต่างข้อมูลทั้งสี่อันก็โผล่พรวดขึ้นมาทันที
พอทำได้สำเร็จ ใบหน้าคมก็ขยับรอยยิ้มกว้างทันทีหน้าต่างข้อมูลของเขาแตกต่างจากหญิงสาวคนข้างๆนิดหน่อยตรงที่เป็สีน้ำเงินเข้มเรียบๆ ไม่มีลวดลายสวยๆเป็รูปดอกไม้เหมือนของหล่อน
“เก่งมากๆ”คุณครูจำเป็กล่าวชม “เห็นรึเปล่าว่าลายหน้าต่างข้อมูลของนายกับของฉันมันไม่เหมือนกันถ้าอยากใส่ธีมก็ไปตกแต่งเอาที่เครื่อง P.M. ทีหลังก็ได้นะ”
“อืม” วิศนะพยักหน้ารับ
“เอาล่ะถ้างั้นเรามาทำความรู้จักหน้าต่างพวกนี้กัน”ว่าแล้วเธอก็ชี้ไปที่กรอบหน้าต่างอันแรก “หน้าต่างอันแรกชื่อว่าหน้าต่างสถานะผู้เล่น หน้าต่างอันนี้จะคอยบอกว่าตอนนี้นายอยู่ในระดับไหนมีพลังชีวิตหรือพลังเวทมนตร์เหลือเท่าไหร่แล้วก็ยังบอกค่าความสามารถรวมไปถึงคะแนนชื่อเสียงอีกด้วย”
“ว่าง่ายๆ ก็เป็หน้าต่างข้อมูลตัวฉันใช่มั้ย?”
“ใช่แล้วจ้า” ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ก้มลงมองหน้าต่างข้อมูลของตัวเองพลางไล่ตาอ่านตัวหนังสือ
ข้อมูลตัวละคร
ผู้เล่น : วิศนะ
อาชีพ : นักผจญภัยมือใมห่
เลเวล : 5
พลังชีวิต :450/ 450
พลังโจมตี : 25 พลังป้องกัน : 8
เวทมนตร์ : 25 แม่นยำ : 40
พอเห็นชายหนุ่มเงียบไป เมษาจึงชะโงกหน้าลงมาอ่านคำอธิบายสามสี่บรรทัดนั้นอย่างรวดเร็วก่อนรอยยิ้มบางเบาจะผุดขึ้นบนใบหน้า
“ขนาดเป็มือใหม่แต่ก็ยังอัพเลเวลขึ้นมาได้ถึง 5เชียวนะ” เธอว่า
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกแค่ฆ่าไอ้เห็ดผีไปตัวเดียวระดับก็ขึ้นพรวดๆ แบบนี้ สงสัยเกมนี้คงจะไม่ยากอย่างที่คิดละมั้ง”คำพูดลอยๆ ของวิศนะทำเอาเมษาถึงกับชะงักกึกั์ตาคู่สวยตวัดขึ้นสบตาเพื่อนชายอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหูเท่าไหร่นัก
“นายบอกว่าฆ่าเห็ดไปตัวเดียวเลเวลขึ้นจาก 1 ไป 5เลยเหรอ” เธอถาม
“ใช่ ก็มันเป็ตัวเดียวที่ฉันฆ่าได้ในเกมนี้นี่”
“จริงเหรอเนี่ย”สาวน้อยร้องเสียงหลง “นายฆ่าตัวอะไรไปเนี่ย ปกติจากเลเวล 1ไป 5 มันไม่ขึ้นเร็วขนาดนี้หรอกนะ บางคนเขาตีกันเป็วันๆ เชียวแล้วนายจำได้มั้ยว่าตัวนั้นมันเป็ตัวอะไร”
“เอ่อ...” วิศนะลากเสียงพลางเหลือบตาขึ้นอย่างครุ่นคิด “มันเป็เห็ดสีเขียวตัวใหญ่ๆหน้าตาอ้อนเท้านิดหน่อย แถมยังชอบร้องว่า อุกี๊~หรือไงเนี่ยแหละ”
“บอสเห็ดเขียว!”
“บอส?”
วิศนะทวนคำงงๆก่อนเอียงคอน้อยๆ เขายังปรับอารมณ์ตามท่าทีใของหญิงสาวร่างบางตรงหน้าไม่ทันเมษาได้แต่อึ้งและสงสัยว่าตานี่ฆ่ามอนสเตอร์ที่มีระดับสูงกว่าตัวเองเกิน30 ขั้นได้ยังไงกันเนี่ย ปกติถ้าความห่างของเลเวลที่มีมากกว่า 30 ขั้นขึ้นไปผู้เล่นแทบจะสร้างความเสียหายอะไรให้มอนสเตอร์ไม่ได้เลยแท้ๆ
ในโลกของไพร์ด ถ้าหากกรณีที่ผู้เล่นมีระดับสูงกว่ามอนสเตอร์หลังจากที่มอนสเตอร์ตายแล้ว จะได้รับค่าประสบการณ์น้อยลงไปตามสัดส่วนแต่ถ้าหากมอนสเตอร์เลเวลมากกว่าผู้เล่นละก็ ...ค่าความเสียหายที่ผู้เล่นโจมตีใส่มอนสเตอร์นั้นจะถูกลดความแรงลงไปถึง50% ทีเดียว!
เมื่อสมองรับรู้ถึงความคิดที่ว่าเมษาก็หันกลับไปจ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง แถมที่ฆ่าไปได้ยังเป็บอสเห็ดเขียวสุดเขี้ยวอีกด้วยแม้แต่เพลย์เยอร์เลเวล 38 เท่ากันยังตีไม่ได้ง่ายๆ เลยแท้ๆ
อีตานี่คมในฝักของจริง
“...สายตาของฉันนี่ยังแหลมเหมือนเดิมเลยแฮะ”เมษาพูดออกมาลอยๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เดิมส่วนวิศนะก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ เพราะไม่เข้าใจความหมายที่ฝั่งตรงข้ามพูดเลยสักกะนิด
“อ่ะ นี่วิศนะ นี่เป็ข้อมูลของฉันอยู่ปาร์ตี้เดียวกันก็ควรจะรู้ความสามารถกันไว้หน่อยนะ”เธอว่าต่อพลางกดปุ่มเล็กๆ ในบานหน้าต่างวูบเดียวกรอบโปร่งแสงสีชมพูหวานก็ลอยหวือมาอยู่ตรงหน้าให้เขาก้มลงอ่านบ้าง
ข้อมูลตัวละคร
ผู้เล่น : เมษา
อาชีพ : มือปืน
เลเวล : 28
พลังชีวิต :3,828 / 3,828
พลังโจมตี : 75 พลังป้องกัน : 55
เวทมนตร์ : 15 แม่นยำ : 150
เห็นแล้ววิศนะก็ผิวปากหวือ...คิดไม่ผิดเลยว่าเมษาต้องมีระดับสูงพอสมควร ดูได้จากความช่ำชองในการเล่นเกมแล้วเ้าหล่อนกินเขาขาดไปแยะเลยทีเดียว
“ทำไมค่าความสามารถของเธอถึงไม่เหมือนฉันล่ะเมย์”ชายหนุ่มถามหลังสังเกตเห็นว่าหน้าต่างของเขาไม่มีความสามารถ ‘แม่นยำ’ เหมือนของเธอ แต่กลับถูกแทนที่ด้วย ‘โชค’ แทน
“อ๋อ ตรงนี้มันจะเป็ค่าความสามารถส่วนบุคคลจ้ะ”เมษาตอบ “ตอนเข้าเกมมาครั้งแรกนายได้เจอกับ NPCที่คอยแนะนำผู้เล่นใหม่แล้วใช่มั้ยล่ะ?” สิ้นคำใบหน้าตายด้านของยัยเอด้าก็ลอยวืดเข้ามาในความทรงจำของวิศนะทันที
สงสัยคงเป็ตอนที่เจ๊แกโผล่พรวดเข้ามาจ้องตาเป๋งนั่นละมั้ง
“นั่นแหละ ตอนล็อคอินเข้าเกมครั้งแรก NPC จะทำการแสกนความสามารถของเราตามโครงสร้างของร่างกาย ความชำนาญหรือบุคลิกน่ะจ้ะเพราะแบบนี้ผู้เล่นทุกคนก็เลยมีค่าความสามารถที่แตกต่างกันสายอาชีพหรือวิธีการเล่นต่างๆ ก็จะวัดจากค่าความสามารถนี้แหละ”
“อ๋อ~” วิศนะลากเสียง “แล้วอย่างฉันนี่ควรเล่นอาชีพอะไรดีล่ะ?”
“เดี๋ยวดูก่อนนะ”เมษากวาดตามองค่าความสามารถตรงหน้าวูบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าครุ่นคิด “อืม อย่างของนายเนี่ยดูยากแฮะ วิศนะค่าพลังโจมตีกับพลังเวทมนตร์มันเท่ากันพอดีแบบนี้เขาเรียกว่าสายสมดุลนะพวกนี้มองแนวทางการเล่นยากอ่ะ”
“แล้วไอ้ค่า โชค ล่ะเมย์?”วิศนะถามอีก
“ค่าของโชคเนี่ย ฉันไม่แน่ใจว่ามันใช้ทำอะไรได้รู้แต่ว่าพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็ตัวเปิดกล่องสมบัติให้ปาร์ตี้นะเพราะยิ่งค่าโชคเยอะก็ยิ่งเปิดกล่องสมบัติได้ของดี...อย่างไอ้กล่องดาวทองของนายเนี่ย นายก็น่าจะพอเปิดเองได้นะ วิศนะ”
วิศนะพยักหน้ารับพลางมองค่าพลัง โชค ของเขา ...มันโดดมาตั้ง 40แบบนี้ สงสัยเขาจะเป็พวกอาศัยดวงชะตามากกว่าฝีมือเสียละมั้งเนี่ย
“ถ้าค่าความสามารถของฉันมันดูยากขนาดนี้แล้วฉันจะเลือกสายอาชีพยังไงดีล่ะเนี่ย ยิ่งเล่นเกมไม่ค่อยเป็อยู่ด้วย”
“โอ้ย ง่ายมาก!”เมษายิ้มหวานอีกครั้ง “...งั้นเรามาดูหน้าต่างต่อไปกันเลยดีกว่า”
ว่าแล้วเธอก็กดปุ่มไปที่หน้าต่างอีกบานหนึ่งของเธอ
“อันนี้เป็ หน้าต่างสกิล จ้ะ วิศนะ” เธอว่า “มันจะบ่งบอกว่าตอนนี้เรามีสกิลอะไรติดตัวอยู่บ้าง ไหนนายลองเปิดของนายดูสิ”
ได้ยินเช่นนั้นวิศนะก็เรียกหน้าต่างสกิลขึ้นมาในใจพริบตาหน้าต่างสีน้ำเงินอันหนึ่งก็วิ่งชนหน้าต่างข้อมูลผู้เล่นจนกระเด็นไปและโผล่ขึ้นมาแทนที่
“อันนี้ใช่มั้ย” วิศนะถาม
“ใช่แล้ว”
หน้าต่างสกิล <Skill Window>
สกิลติดตัว (2)
-Punch Combo <ทักษะการต่อยเบื้องต้น>
-Kick Combo <ทักษะการเตะเบื้องต้น>
สกิลโจมตีกายภาพ (1)
-Thunder Kick <ลูกเตะสายฟ้า>
สกิลโจมตีเวทมนตร์ (0)
สกิลป้องกัน (0)
สกิลสนับสนุน (0)
พอเมษาได้อ่านสกิลต่างๆ ของวิศนะแล้วใบหน้าอ่อนใสก็ขยับยิ้มกว้าง ก่อนเงยหน้าขึ้นเขาสบตาอีกครั้ง
“แค่นี้ก็มองออกแล้วว่านายควรเล่นสายอาชีพอะไร” เธอว่า
“อะไรเหรอ”
“พวกอาชีพสายต่อสู้ด้วยมือเปล่า (ศิลปะป้องกันตัว)พวกนี้ใช้อาวุธประเภทสนับมือหรือไม่ก็ใช้เวทมนตร์ผสมในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า...ทำนองนี้แหละ”
ได้ยินแล้วเขาก็พยักหน้ารับเบาๆ เหมือนไม่แปลกใจเท่าไหร่ ...อาจเป็เพราะว่าสมัยอยู่เชียงใหม่เขาได้เรียนทั้งมวยไทยและ เทควันโด้ ยูโด คาราเต้ มาจากคุณนายวิมลแม่ของเขาจนช่ำชองแล้วละมั้ง...สงสัยเพราะแบบนี้ก็ได้ยัยเอด้าถึงลงทะเบียนให้เราเหมาะกับสายอาชีพนี้
เออ...แสกนความสามารถได้ละเอียดดีแฮะ
พอเห็นวิศนะเฉยๆ เมษาก็เลยยิ้มกว้างก่อนจะเริ่มต้นอธิบายต่อ
“อย่างที่เห็นนะ วิศนะหน้าต่างสกิลเนี่ยจะใช้บอกให้รู้ว่าตอนนี้นายมีสกิลอะไรให้เลือกใช้แล้วบ้างซึ่งตอนนี้เกมไพรด์มีสกิลอยู่สามแบบด้วยกัน จำให้ดีๆ ล่ะ” เ้าหล่อนจงใจพูดเนิบช้าเพื่อเรียกสมาธิให้เขาตั้งอกตั้งใจฟังมากขึ้น
“อันแรกก็เป็ สกิลของตัวเองสกิลประเภทนี้จะเป็สกิลที่ได้ขึ้นมาตามเงื่อนไขการเพิ่มระดับของตัวเองซึ่งยิ่งนายเลเวลมากขึ้นสกิลพวกนี้ก็จะพัฒนาตามไปด้วยเป็สกิลที่ไม่จำเป็ต้องเสียเงินซื้อก็จะได้มาเองเมื่อความสามารถของนายถึงขั้นที่กำหนด”
“แล้วมีสกิลที่ต้องเสียงเงินซื้อด้วยเหรอ?”
“มีสิ...สกิลอย่างที่สองก็คือสกิลที่ต้องเสียเงินซื้อ นั่นก็คือ สกิลซื้อสกิลพวกนี้จะวางขายในรูปแบบของหนังสือที่ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วจะหายไปเลยส่วนราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับของสกิล แน่นอนว่ายิ่งเป็สกิลชั้นสูงราคาก็ยิ่งแพง”
“แล้วอย่างไหนมันดีกว่ากันล่ะ” วิศนะถาม
“แน่นอนว่าต้องเป็สกิลของตัวเอง” เมษาตอบ “เพราะว่าสกิลของตัวเองนั้นจะมีการพัฒนาขึ้นได้ตามระดับขั้นแต่สกิลซื้อนั้นจะไม่สามารถพัฒนาได้ เรียกได้ว่าซื้อมาแค่ไหนก็ใช้ได้แค่นั้นจ้ะ”
“อ๋อ ...เข้าใจแล้ว”
“ส่วนอีกอันก็เป็ สกิลเควสอันนี้ก็เป็สกิลที่พัฒนาไม่ได้เหมือนกับสกิลซื้อแต่ส่วนใหญ่สกิลเควสจะเป็พวกสกิลเลี้ยงสัตว์ ขับรถ อะไรทำนองนั้นซึ่งมันก็ไม่จำเป็ต้องพัฒนาอะไรอยู่แล้ว...ส่วนวิธีการที่จะได้สกิลเควสมาก็ต้องได้จากการทำเควสอยู่แล้ว”
ว่าแล้วเมษาก็พยักหน้าให้เมื่อเห็นว่านายวิศนะดูจะไม่งงกับคำอธิบายของเธอเท่าไหร่ไม่นานนักเธอก็กดปุ่มตรงหน้าต่างอีกอันให้เบียดขึ้นมาแทนที่หน้าต่างสกิล
“อันนี้ฉันรู้จัก หน้าต่างไอเท็มใช่มั้ย” วิศนะร้องเมื่อเห็นหน้าต่างสีชมพูหวานแหววของเมษา
“ใช่แล้วจ้า”เธอว่ายิ้มแย้ม “อันนี้นายคงรู้อยู่แล้วว่ามันมีเอาไว้เก็บไอเท็มสามารถบรรจุของได้จำนวน 100 ช่อง ช่องละ 1,000 ชิ้นซึ่งนายต้องคำนวณช่องไอเท็มให้ดีเวลาจะออกจากเมืองนะไม่งั้นตอนนายล่าไอเท็มอยู่อาจจะไม่มีช่องเหลือสำหรับเก็บของก็ได้นะ”
“แบบนี้ถ้าของเราเต็มก็ต้องไปขายทิ้งอย่างเดียวสิเนี่ย...” วิศนะว่าแล้วก็เกาหน้าแกรก
“ไม่จำเป็หรอกจ้ะ ตามเมืองต่างๆจะมีบริการฝากเก็บของอยู่ ซึ่งนายสามารถนำของไปฝากไว้ที่นั่นได้อีกอย่างพวกเขามีระบบขนส่งที่ดีเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะฝากของไว้ที่ไหนก็สามารถเรียกคืนได้เมืองอะไรก็ได้ทั้งนั้นหรือไม่อีกกรณีก็คือมีบ้านเป็ของตัวเองก็สามารถเอาไอเท็มพวกนี้ไปเก็บไว้ในบ้านก็ได้”
ว่าแล้วเมษาก็หยิบเอาของจากในหน้าต่างไอเท็มออกมาสามชิ้นให้วิศนะดูอันแรกเป็มีดพกสั้นๆ เล่มหนึ่ง ตามด้วยขวดน้ำยาสีแดงและสุดท้ายคือหางของตัวอะไรซักอย่างที่ดูคล้ายหางลิง
“ฉันจะแนะนำให้นายรู้จักชนิดของไอเท็มก่อนนะวิศนะ” ว่าแล้วเธอก็หยิบมีดสั้นขึ้นมา “ไอเท็มชนิดแรกเป็พวกเครื่องสวมใส่หรืออาวุธของพวกนี้นายสามารถนำเอามาใช้หรือสวมใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปดัดแปลงอะไรเป็พิเศษแต่สามารถนำไปอัพเกรดให้มีคุณภาพดีขึ้นได้อีกด้วย”
พอพูดจบ เมษาก็เลื่อนไปหยิบขวดน้ำยาเพิ่มพลังสีแดงขึ้นมา
“ส่วนนี้เป็น้ำยาเพิ่มพลังจัดอยู่ในหมวดไอเท็มที่ใช้แล้วหายไปถ้านายใช้แล้วก็จะหายไปเลยทันทีโดยที่ไม่สามารถเอามันกลับมาได้ คล้ายๆกับแรมที่นายอัพเกรดจินนี่ของนายนั่นแหละ” สิ้นคำอธิบายเธอก็เอื้อมมือไปเปิดจุกขวดน้ำยาที่ว่า ก่อนจะยกดื่มรวดเดียวจนหมดขวดในวินาทีถัดมาขวดแก้วโปร่งใสนั่นก็หายไปจากมือของเมษาทันที
“เห็นมั้ย ขวดมันหายไปแล้วเพราะงั้นถ้านายอยากจะใช้อีกก็ไปซื้อมาเพิ่มกรณีเดียวเลย”
สุดท้ายก็มาถึงไอเท็มหน้าตาประหลาดนั่นหญิงสาวฉวยมันมาถือไว้ในมือ พลางโบกไปโบกมา
“ส่วนนี่ก็คือไอเท็มทั่วไป ซึ่งจะเป็ของที่ดร็อบจากมอนสเตอร์ของบางอย่างสามารถนำไปใช้เป็วัตถุดิบสร้างไอเท็มอย่างอื่นได้อย่างเช่นหางลิงเนี่ยสามารถเอาไปใช้สร้างเสื้อผ้าได้เพราะฉะนั้นเวลานายจะขายของอะไรก็ควรตรวจสอบดูให้ดีก่อนว่ามันสามารถเอาไปทำอะไรได้มั่งไม่อย่างงั้นนายจะเสียใจเปล่าๆ ที่ไปขาย NPC ในราคาถูกๆ”
คำค่อนคอดนั่นทำให้วิศนะได้แต่ยิ้มเจื่อน ลากเสียงหัวเราะแหะๆ เหมือนกับไอ้สปอร์เห็ดนั่นสินะโชคดีที่จินนี่ช่วยเก็บมันมาให้เขา ไม่อย่างงั้นมีหวังเสียโง่ซ้ำซ้อนแน่ตู...
“แล้วก็หน้าต่างอันสุดท้าย” พอเมษาดีดนิ้วอีกทีหน้าต่างอีกบานก็ปรากฏออกมา “อันนี้จะเรียกว่าหน้าต่างข่าวสารมันสามารถใช้เข้าเว็บไซท์อินเตอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ยังรองรับเว็บแคมให้นายโผล่หน้าออกไปคุยกับเพื่อนนอกเกมผ่านระบบสื่อสารได้อีกด้วย”
“โอเค เข้าใจแล้ว”
เมื่อได้ยินลูกศิษย์รับคำแข็งขัน เมษาก็พยักหน้าเบาๆเพียงปรบมือสองสามที หน้าต่างทุกบานที่เธอเรียกออกมาก็ผลุบหายไปจนเกลี้ยงภาพตรงหน้าทำเอาคนร้อนวิชาอย่างลองของรีบปรบมือเปาะแปะตามทันทีครั้นพอหน้าต่างของตัวเองหายไปบ้าง เ้าตัวก็ฉีกยิ้มดีใจพลางโดดลิงโลดอย่างกับเด็กเห็นแล้วสาวน้อยก็เลยอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะพรืด
“ถ้างั้นต่อไปเรามาลองสู้กับมอนสเตอร์กันเลยดีมั้ย?”
“หา เอาเลยเหรอ”วิศนะเลิกคิ้วสูง กล่าวย้อนด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ
“เอาเลยสิ จะมัวรออะไรเล่า แถวนี้มอนสเตอร์ก็มีแต่พวกระดับต่ำๆทั้งนั้น เหมาะกับนายพอดีเลย”
โดยไม่รอคำตอบ ร่างบางก็หมุนตัวสาวเท้าพรวดๆ ให้วิศนะก้าวยาวๆตามมาอีกครั้ง หลังจากออกเดินมากได้สักพักชายหนุ่มก็เริ่มสังเกตเห็นผู้เล่นคนอื่นๆ เดินผ่านไปมาประปรายบ้างแล้วมีบ้างบางคนที่กำลังต่อสู้อยู่กับมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายเห็ดอยู่(แต่เป็เห็ดที่ตัวเล็กกว่าไอ้เห็ดนรกนั่นหลายเท่าตัวนัก)
“นั่นไง วิศนะ เจอตัวที่เหมาะกับนายแล้ว”เสียงของเมษาเรียกสายตาเขาให้กลับมามอง เห็นเ้าหล่อนกำลังกวักมือหย็อยๆเรียกให้เขารีบเร่งฝีเท้าเดินตามเธอไป ก่อนจะชี้เป้าหมายที่เธอกำลังตามหาให้เห็น
มอนสเตอร์ดังกล่าวเป็สุนัขป่าตัวสีน้ำตาลอ่อนตัวขนาดไม่ใหญ่มากนัก สูงประมาณระดับเอวของวิศนะเห็นจะได้เ้าสัตว์สี่ขากำลังเดินวนไปวนมาอยู่ตามทุ่งหญ้าสั้น พอสังเกตถึงลักษณะตัวกลมๆอันอวบอูมของมันแล้วชวนให้คิดถึงหมาโดนตอนอย่างไรชอบกล
ที่แน่ๆ ...ตอนนี้เขารู้สึกคันเท้ายิบๆอยากโดดโดนเตะก้นมันจริงๆ เลย ให้ตายเถอะ!
“เ้านั่นมีชื่อว่า บราวฮาวน์ (BrownHown) เป็มอนสเตอร์กระจอกเลเวลไม่มากเท่าไหร่ เหมาะกับการเก็บเลเวลระยะแรกๆ น่ะ”
“เ้านั่นใช่มั้ย”วิศนะว่าพลางดัดตัวไปมา “ถ้างั้นขอลองฟัดกับมันเลยนะ”
“ใจเย็นๆ สิคะ พี่ชาย เอาไอ้นี่ไปใส่ก่อนสู้สิ” เมษายกมือปรามขึ้นอย่างขำๆ ก่อนส่งบางสิ่งให้เขา
“ไอ้นี่คือ?”
“โชคดีที่นายมีความสามารถของนักต่อสู้มือเปล่าฉันมีสนับมือเบื้องต้นเหลือให้นายใช้พอดี”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับของ พลางพิจารณาสิ่งที่อยู่ในมืออย่างงงๆไอเท็มที่ได้รับมาไม่ได้มีลักษณะคล้ายสนับมือเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามมันกลับเป็เพียงม้วนผ้าเล็กๆ ที่เขาจำได้ดีว่ามันคือผ้าพันมือก่อนใส่นวมของนักมวยนั่นเอง!
“เมย์บ้านเธอเรียกของพรรค์นี้ว่าสนับมือเหรอเนี่ย นี่มันผ้าพันมือต่างหากเล่า!”
“เอาน่า ระดับน้อยๆ อย่างนายก็ทนใช้ของห่วยๆไปก่อนแล้วกัน เอาไว้มีเงินเมื่อไหร่ค่อยไปซื้อของแพงมาใช้” คำโต้ที่ทำเอาคนฟังหน้ามุ่ยแต่ก็จำใจรับของมาใช้อย่างช่วยไม่ได้ แต่ครั้นดึงมือจะแกะม้วนผ้าออกวิศนะกลับดึงไม่ออก แถมยิ่งออกแรงเท่าไหร่ ก็ยังรัดแน่นเสียจนเขาขบกราม ขมวดคิ้วอย่างฉุนๆ
“แกะไม่ออกแบบนี้จะ ใส่ได้ยังไงล่ะ?” สิ้นเสียงบ่นอุบอิบม้วนผ้าตรงหน้าก็ส่องแสงสว่างวาบก่อนจะลอยหวือไปพันรอบมือของเขายาวไปจนเกือบครึ่งแขน ภาพที่ ‘คนมั่วเก่ง’ ได้แต่ตาค้างอย่างเหวอๆขณะที่คนมองอยู่ข้างๆ ปล่อยหัวเราะก๊ากไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“พวกอุปกรณ์สวมใส่แบบนี้นายไม่จำเป็ต้องดึงนั่นดึงนี่ให้วุ่นวายหรอกแค่พูดคำว่า ใส่ คำเดียวมันก็จัดการตัวของมันเองแล้ว”
“เข้าใจแล้วๆ ถ้างั้นขอลุยล่ะนะ!”
พูดจบเ้าตัวแสบก็วิ่งหายไปจากสายตาของเมษาเล่นเอาคนที่ยังอธิบายไม่จบดีต้องส่ายหน้าพลางอมยิ้มขำ ยังไม่ทันได้พูดเื่วิธีใช้สกิลเลยร้อนวิชาเป็เด็กเลยแฮะ ตานี่!
“อะจ๊ากก~~!!”
85!
แล้วคนร้อนวิชาวิชาที่ว่าก็จัดการะโถีบเ้าหมาสีน้ำตาลนั่นจนกระเด็นและมีตัวเลขค่าเสียหายโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็ที่เรียบร้อยวิศนะเตรียมตั้งท่าพร้อมรบในจังหวะเ้าตูบค่อยๆ ยันตัวขึ้นมาก่อนจะเหลือบตาดำเรียวของมันมามองว่า ‘ไอ้เวรหน้าไหนกันที่หาญกล้าถีบมันซะปลิวแบบนี้’
“มาเลยไอ้หมา เจอตัวเท่ากันไม่มีกลัวเฟ้ย!”ได้ทีเ้าตัวก็โพล่งคำท้าพลางแสยะยิ้มกวนโอ้ยใส่แถมคนรังแกสัตว์ยังไม่วายกวักมือเรียกหย็อยๆ อีกต่างหาก!
พอโดนกระตุกหนวดเข้าให้เ้าตูบก็ทำการสนองกรรมโดยการะโพรวดหมายจะขย้ำคอผู้บุกรุกเต็มที่ แต่วิศนะอาศัยความคล่องตัวเลื่อนหลบได้เฉียดฉิวก่อนใช้จังหวะที่มันเสียหลัก ฟาดสันมือเข้าเต็มๆ เสียกลางหัวเรียกเสียงร้องดังเอ๋ง~!
“ผู้เล่นวิศนะสามารถฆ่าบราวฮาวน์สำเร็จได้รับค่าประสบการณ์ 50”
“โว๊ะ กระจอกกว่าที่คิดแฮะ ต่อยสองทีตายซะแล้ว”
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ขณะมองดูร่างสุนัขป่าสีน้ำตาลตรงหน้าค่อยๆสลายหายเป็ฝุ่นไปทิ้งไอเท็มตกอยู่ที่พื้นสองชิ้น คือ ขนสุนัขสีน้ำตาลกระจุกหนึ่งกับน้ำยาเพิ่มพลังขวดเล็กสีแดง แต่ระหว่างที่เขากำลังก้มลงจะเก็บของนั้นเองเสียงของเมษาก็ดังขึ้น
“ไม่ต้องหรอกวิศนะเดี๋ยวฉันเก็บให้เองนายตีมอนสเตอร์ไปอย่างเดียวก็พอ” พูดจบร่างบางก็ทรุดตัวลงเก็บไอเท็มดังกล่าวเข้าหน้าต่างของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว(อยู่ปาร์ตี้เดียวกันสามารถเก็บของให้กันได้แต่ถ้าอยู่คนละปาร์ตี้จะต้องรอให้ของชิ้นนั้นดรอปมาแล้วอย่างน้อยสามนาทีถึงจะเก็บได้)
“โอ้ ขอบใจหลาย เมย์ ...งั้นฉันไปต่อเลยนะชักจะมันส์มือแล้ว”
“ตามสบายเลยค่า คุณพี่” พอเธอเงยหน้ามาก็พบว่าคนตรงหน้าได้วิ่งร่าหายไปจากสายตาเธอเป็ที่เรียบร้อยแล้วพอเห็นอาการตื่นเต้นแบบนั้น เมษาก็ได้แต่หัวเราะพรืดอยู่คนเดียว
“ตานี่เหมือนเด็กจริงๆ...”
จากนั้นวิศนะจึงเริ่มต้นปฏิบัติการเทศกิจจับหมาในทันควันทันทีที่เ้าตูบตัวสีน้ำตาลโผล่พรวดขึ้นมาในรัศมีสายตาตานี่ก็ทั้งถีบทั้งต่อยเป็ชุดจนของที่ดรอปมาจากบราวฮาวน์หล่นเต็มพื้นเป็ทางยาวไปหมดซึ่งพลเมืองดีอย่างเมษาก็ยังอดทนย่ำต๊อกเก็บของให้เงียบๆ
หลังจากการกวาดล้างหมาอย่างเมามันได้เริ่มต้นขึ้นตอนนี้ก็ราวๆ สิบสามตัวเห็นจะได้ที่ลงไปนอนแอ้งแม้งด้วยฝีมือของวิศนะแต่สิ่งที่ทำให้เมษาแปลกใจที่สุดก็คือจนป่านนี้ยังไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนสามารถโจมตีเขาถูกเลยแม้แต่ครั้งเดียวความจริงที่ทำให้ใบหน้าราวปรากฏรอยยิ้ม
แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าวิศนะเป็พวกปฏิกิริยาดีแค่ไหน..
เื่ความคล่องตัวไม่ต้องพูดถึง ที่เห็นได้ชัดคือทักษะทางการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม!
“ผู้เล่นวิศนะได้รับการเลื่อนความสามารถเป็ระดับ6”
เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มจัดการอัดเ้าบราวฮาวน์ตัวที่สิบสี่ตายไป
“เมย์ ตรงนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ไปทางนั้นกันต่อเถอะกำลังสนุกเลย” เสียงห้าวะโเร่งเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมมัวแต่ง่วนอยู่กับการเก็บของ
“เชิญนายลุยได้ตามสบายเดี๋ยวฉันตามหานายจากในแผนที่ปาร์ตี้ได้ รับรองไม่หลงกันหรอก”
“อ้าวเหรอ”วิศนะพยักหน้าหงึกหงัก “งั้นฉันไปลุยต่อเลยนะ”
“จ้าๆ”
แล้วคนขอตัวก็ฉีกยิ้มกว้าง แล้วจึงหันหลังวิ่งจากไปอีกครั้งซึ่งคนฟังได้แต่ยิ้มอย่างขันๆ ความจริงเธอเองก็นึกโล่งใจไม่น้อยที่วิศนะดูจะรู้สึกสนุกเวลาอยู่ปาร์ตี้เดียวกับเธอเพราะถ้าขืนไม่เป็อย่างนั้น ในอนาคตมีหวังอาจจะอยู่ทีมเดียวกันไม่ได้
กลับมาทางด้านวิศนะที่ยังคงปฏิบัติภารกิจไล่อัดเ้าหมาน้อยอย่างขะมักเขม้นกวาดั์ตาสีอ่อนมองรอบตัวเพื่อหาเหยื่อรายต่อไปอย่างอารมณ์ดีแต่พอมองไปมองมาได้สักพัก ก็เริ่มออกลายบ่นกระปอดกระแปด
“อะไรฟะ เกิดมาไม่ทันใจเลยเพิ่งจะฆ่าไปได้ไม่กี่ตัวเอง”
ครั้นพอเริ่มหันคอเข้าช่วยเ้าตัวถึงได้สังเกตเห็นบราวฮาวน์ฝูงใหญ่จับกลุ่มยืนอยู่ตรงทุ่งโล่งเบื้องหน้านับโดยรวมๆ แล้วได้สิบ...ไม่สิ เกือบยี่สิบตัวเห็นจะได้ ใบหน้าคมเข้มจึงเหยียดรอยยิ้มพึงใจในทันที
“อยู่รวมกันเยอะๆ แบบนี้ล่ะดีจะได้ไม่ต้องไปตามหาให้เสียเวลา” พูดจบ ชายหนุ่มก็วิ่งพรวดสับเท้าเข้าไปหาเ้าบราวฮาวน์ตัวแรกซึ่งกำลังยกเท้าขึ้นฉี่ใส่ต้นไม้ด้วยท่าทางสุนทรีย์อย่างเต็มที่แต่เ้าตัวก็ไม่รอช้ายกบาทาพิฆาตยันโครมเข้าให้ตรงพุงอ้วนๆของเ้าหมาตัวกลมนั่นเต็มแรง
180!
ตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้นมาจังหวะเดียวกับที่ร่างของมอนสเตอร์หมาป่าสลายหายไป
“โห...พอระดับเพิ่มขึ้นแล้วโจมตีแรงขึ้นเยอะเลยแฮะแบบนี้ก็หมูแล้วสิ” พอชื่นชมผลงานตัวเองเสร็จวิศนะก็ยกนิ้วขึ้นปาดจมูก “มาเลย ไอ้น้อง เรียงหน้ามาทีละตัวประเดี๋ยวพ่อจะเตะให้กลิ้ง”
ปากทำเป็โวไปอย่างนั้นเอง พอเ้าตัวหันหน้ากลับไปมองเข้าจริงๆร่างสูงก็ถึงกับชะงักกึก
บราวฮาวน์เกือบยี่สิบตัวที่เหลือกำลังจ้องมาทางวิศนะเขม็งด้วยสายตาดุร้ายกว่าทุกทีแถมยังส่งเสียงกรรโชกขู่เขาได้อย่างน่ากลัวสุดๆ อีกด้วยเล่นเอาคนที่โดนจ้องเป็ตาเดียวรู้สึกน้ำลายเฝื่อนคอก่อนจะเรียกสติแยกเขี้ยวขู่ย้อนด้วยน้ำเสียงยียวน
“อะไรของพวกแกวะ ฉันยังไม่ทันเตะเลยมีขู่ก่อนได้ด้วยเหรอ?”
ฟวับ!
“เฮ้ย เกือบไป!” วิศนะร้องลั่นเมื่อร่างหมาป่าสีน้ำตาลตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่โดยที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรมันเลยแม้แต่น้อย
“มีโจมตีก่อนด้วยเหรอวะ อะไรของพวกแกเนี่ย”ก่อนที่จะได้บ่นอะไรมากไปกว่านั้นฝูงบราวฮาวน์ตรงหน้าต่างเริ่มส่งเสียงคำรามต่ำมายังเขาก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ด้วยสายตามุ่งร้าย
พอเจอแบบนี้เข้าคนขี้คุยก็ถึงกับเหงื่อตก
“ส...สงสัยงานจะเข้าแล้วมั้งไอ้นะเอ๊ย!”
เมษายังคงก้มเก็บไอเท็มตามทางไปเรื่อยๆพลางผิวปากหวืออย่างเพลิดเพลิน...นานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ได้เล่นเกมอย่างมีความสุขแบบนี้ครั้งสุดท้ายที่มีเพื่อนเล่นเกมด้วยกันก็หลายปีแล้ว น่าแปลกดีที่พอมีวิศนะเข้ามาเป็เพื่อนอะไรๆ ก็เริ่มจะกลับมาสนุกอีกครั้งแล้วสิ
หญิงสาวคิดในใจก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นก้อนผลึกสีม่วงสว่างหล่นอยู่ตรงหน้าใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มหวานออกมาอย่างยินดี
“ผลึกรัตนชาติระดับ C เลยเหรอ”เมษาหยิบเอาผลึกที่ว่าขึ้นมามองใกล้ๆ “อีตานี่ดวงดีจริงๆ แฮะเริ่มเล่นเกมไม่ทันไรก็หาเงินได้เยอะขนาดนี้แล้ว แค่ผลึกนี่ก็ขายได้ตั้ง 15,000 เหรียญแล้วท่าทางอยู่กับตานี่นานๆ แล้วสงสัยเราจะได้โชคดีไปด้วยแฮะ”
“เมย์!!!” ยังไม่ทันขาดคำคนดวงดีที่ว่าก็ร้องเสียงหลง วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา ทำเอาเมษาหัวเราะคิก...พูดถึงก็วิ่งมาหาเลยแฮะ ตายยากจริงๆ
“มีอะไรเหรอ...?” เธอถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนรอยยิ้มสดใสนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป เมื่อเห็นสีหน้าตระหนกอย่างสุดๆอย่างอีกฝ่าย
“...ง!”
“อะไรนะ..?”
“วิ่...!”
“นายว่าไงนะ?”
“วิ่งหนีให้ไว อย่าได้เหลียวหลัง!!!”
ััคล้องจองที่เมษาอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วสูงอย่างงงๆแต่พอเธอตั้งท่าจะเอ่ยปากถาม คำตอบก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว
“โอ้ยไม่ ...อะไรกันเนี่ย”น้ำเสียงเปรยแ่เบาและขาดห้วง
ฝูงบราวฮาวน์ร่วมร้อยตัวกำลังตะกุยฝีเท้าวิ่งไล่หลังของวิศนะมาติดๆจนคนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ อย่างเธอถึงกับต้องหันหลังโกยอ้าวตามคู่หูตัวป่วนไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้
อีตาบ้า ไปลากมาทีหมดป่าเลยหรือไงยะ!!!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”เมษายิงคำถามทันทีที่วิศนะวิ่งรุดขึ้นมาทันเธอ
“ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดีๆไอ้พวกนี้ก็วิ่งมารุมฉันเฉยเลย!”
“โอ้ยไม่ หวังว่านายคงไม่ได้ไปฆ่าบราวฮาวน์ให้อีกตัวเห็นนะ”
“ใช่เลย ฉันฆ่ามันต่อหน้าเพื่อนทั้งฝูงเลยล่ะทำไมเหรอหรือไอ้พวกนี้เป็หมาอาชีวะที่เห็นเพื่อนโดนทำร้ายไม่ได้เลยต้องยกพวกมาตีฉันหรือไง?”
“อีตาบ้า!” เมษาแหวใส่“พวกนี้เป็มอนสเตอร์ประเภทที่จะรุมโจมตีเราถ้าหากเห็นว่าเพื่อนโดนทำร้าย...บ้าจริง ฉันลืมบอกนายเื่สำคัญขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!”
พูดจบ เธอก็ตวัดดวงตาสีเทาอ่อนกลับไปมอง ลองนับดูคร่าวๆแล้วคงราวๆ 130 ตัวเห็นจะได้ ไม่รู้หมอนี่ไปทำอีท่าไหน อยู่ดีไม่ว่าดีก็ถูกหมาบ้าเป็ร้อยวิ่งไล่กัดแถมยังซวยมาถึงเธอที่อยู่ปาร์ตี้เดียวกันเลยพลอยฉิบหายรับเคราะห์โดนเพ่งเล็งไปด้วย!
ครั้นพอเบือนหน้ากลับไปมองเบื้องหน้าก็ไปปะทะเข้ากับสายตาของเหล่าผู้เล่นระดับต้นยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าเมษารีบเบรกฝีเท้าดังเอี๊ยดทันที
“หยุดทำไม เมย์ เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมดหรอก”
วิศนะโวยวายลั่น ขณะเ้าตัวชะลอฝีเท้าจนหยุดวิ่งไปด้วย
“บ้า! ขืนวิ่งต่อไปพวกผู้เล่นตรงนั้นก็ซวยไปด้วยพอดี” น้ำเสียงหวานที่บัดนี้ห้วนจัดแหวกลับพลางชี้ให้ชายหนุ่มดูเหล่าผู้เล่นตาดำๆหลายคนซึ่งบัดนี้เริ่มหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วมองมายังพวกเขาด้วยสายตาสงสัย
“แล้วเธอจะสู้หรือไง ขืนรบกับกองทัพนั่นจริงๆเราไม่รอดแน่ๆ ถึงเธอจะเลเวลเยอะก็เถอะ...” วิศนะเถียงด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ก็ดีกว่าไปก่อเื่แล้วโดนผู้เล่นคนอื่นเหม็นหน้าเอาแหละน่า!”
โธ่เอ๊ย!รักความยุติธรรมจริงๆ เลย แม่คุณ แบบนี้จะให้ต้นเหตุอย่างเขาเผ่นหนีหายไปก็กระไรอยู่!
“สรุปว่าจะสู้..?”วิศนะถามย้ำ
“ก็คงต้องงั้นแหละ”เ้าหล่อนตอบหนักแน่น ก่อนจะคว้าปืนพกข้างเอวมาถือสองกระบอก
“เวรจริงๆ” แบบนี้แล้วเขาเองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากตั้งท่าเตรียมพร้อม
ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะทิ้งผู้หญิงไว้คนเดียวแล้วเปิดหนีเอาตัวรอดอยู่แล้ว
หากแต่ภาพตรงหน้าเป็อะไรที่เขาทำใจรับได้ยากเหลือเกินวิศนะกลืนน้ำหลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก...กองทัพหมาป่าสีน้ำตาลตะกุยฝีเท้าหลายร้อยมาทางเขาเป็จังหวะเดียวกันก่อให้เกิดเสียงผืนดินะเืรุนแรงจนเขาอดไม่ได้ที่จะเผลอนึกไปถึงหนังาที่มีกองทัพขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาไม่มีผิด
“วิศนะ พยายามหลบไปโจมตีไปนะอย่าพลาดโดนเข้าเชียวล่ะเลเวลระดับนายขืนโดนเข้าซักทีเตรียมกล่าวสวัสดียมโลกได้เลยอ้อ...ลืมบอกไปอีกอย่างถึงจะเป็เกม แต่เวลาโดนโจมตีร่างกายมันจะชาๆและรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนจริงพอสมควรนะ แล้วถ้าหากโดนรุมตั้ง 100กว่าตัวแบบนั้น...ฉันคงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่ามันจะรู้สึกเสียวซ่านแค่ไหน...”
“เป็การให้กำลังใจที่ยอดเยี่ยมมาก เมย์” วิศนะแค่นเสียงตอบ
“ใครเป็คนก่อเื่ล่ะยะ!” แม้เมษาแหวใส่ แต่ก็ยังส่งรอยยิ้มละไมให้เขา
“ฉันก็บอกแล้ว อยู่กับฉันจะมีแต่เื่ซวยซะเปล่าๆ”
“ทำไมล่ะ สนุกดีออก ไอ้เื่แบบนี้อยู่คนเดียวไม่มีวันได้เจอหรอกนะจะบอกให้”คำพูดเจื้อยแจ้วเรียกสายตาชายหนุ่มให้ตวัดกลับมามองแล้วสบเข้ากับดวงตากลมโตของสตรีตรงหน้าใบหน้าน่ารักยังคงฉาบด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่เหมือนเคย จนวิศนะอดไม่ได้ที่จะยิ้มกลับไปแม้จะไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เขาจะยังยิ้มออก
“ได้เวลาลุยแล้ว คุณพี่!”
“ตายเป็ตายโว้ย!”
ว่าแล้วทั้งสองก็ออกตัวพุ่งเข้าใส่กองทัพสุนัขสีน้ำตาลด้วยความรวดเร็วท่ามกลางสายตาของเพลเยอร์คนอื่นๆที่ได้แต่จ้องตาโตเท่าไข่ห่านด้วยไม่คิดว่าจะมีใครบ้าระห่ำพอจะไปบู้กับฝูงมอนสเตอร์เยอะนรกแบบนั้นได้ขนาดเลเวล 40 มาเจอเข้าแบบนี้ยังช็อคเลย โดนกัดเข้าตัวละทีสองทีก็มีหวังดับดิ้นแล้วอย่าว่าแต่จะกระดิกตัวเลย!
ชั่วจังหวะหนึ่งที่สมองแปลงภาพร่างมนุษย์สองคนและกองทัพสุนัขที่ต่างพุ่งเข้าใส่กันกลายเป็ภาพสโลว์โมชั่น
ตูม!!!
ั้แ่วินาทีแรกที่เข้าประจัญบานวิศนะใช้อาวุธติดตัวที่เรียกว่าบาทายันโครมเข้าใส่หมาน้อยผู้โชคร้ายเข้าตัวหนึ่งตายคาทีไปส่วนเมษาก็เริ่มด้วยการกราดะุปืนในมือระดมยิงไม่เลี้ยงจนปลอกะุหลายนัดกระเด็นออกมาจากลำกล้องจนควันขึ้น!
“โว้ว! เยอะจริงๆ เลยว้อย!”วิศนะโวยลั่น หลังจากเขาหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ตัวหนึ่งได้ก่อนจะใช้หลังมือฟันฉับเข้าที่ลำคอของอีกตัวจนมันสลายคามือไป
“ถ้าว่างจะบ่นนัก ก็เอาเวลาไปฆ่าตัวอื่นต่อเถอะ...ว้าย!”
“เมย์!”
“ไม่เป็ไร แค่ถากๆ น่ะ” เมษาร้องตอบพลางลั่นไกใส่หมาป่าที่กระโจนเข้าทำร้ายเธอเมื่อครู่
าห้ำหั่นระหว่างเพลย์เยอร์และมอนสเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดวิศนะพยายามเอี้ยวตัวหลบการโจมตีเป็ชุดอย่างเอาเป็เอาตายและใช้การเคลื่อนไหวอันเฉียบคมจัดการกับเ้าบราวฮาวน์ไปได้แล้ว 8 ตัวโดยไม่มีเ้าหมาตัวไหนสามารถเฉียดโดนเขาได้แม้แต่ปลายแขนเสื้อ
เมษาเองก็ไม่น้อยหน้า หญิงสาวพยายามกันตัวเองไม่ให้อยู่ใต้วงล้อมของศัตรูโดยการรักษาระยะห่างพลางไล่ยิงทิ้งไปทีละตัว หากโดนกระโจนเข้าใส่เธอก็อาศัยความชำนาญในการหลบหลีกเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยก่อนยกลำกล้องยิงใส่เ้าตัวที่อยู่ใกล้สุดเป็อันดับแรก จนถึงตอนนี้เธอเก็บสะสมแต้มไปแล้ว15 ตัว
“เป็ไงบ้าง วิศนะ!”เ้าหล่อนร้องถาม หลังจากเก็บศพเพิ่มได้อีกตัว
“ยังไหว!” อีกเสียงเอ่ยตอบก่อนจะะโหลบโดยใช้ร่างบราวฮาวน์ตัวหนึ่งเป็ฐาน
“มีเยอะแบบนี้ฉันไม่มั่นใจว่าะุฉันจะพอรึเปล่า...” เมษากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“อะไร!เธอซื้อของมาตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ!”
“ใช่ ...แต่ฉันหมายถึงะุในแม็กกาซีนน่ะถ้าหมดแล้วมันต้องใช้เวลาเปลี่ยนใหม่สามวินาทีน่ะสิ” พูดจบเธอก็ลั่นไกยิงสุนัขป่าที่กระโจนเข้าใส่ตายไปอีกสองตัวส่วนวิศนะที่หมุนเตะด้วยท่าเทวันโด้เสร็จไปอีกหนึ่ง แล้วจึงหันไปะโตอบ
“ตอนจะเปลี่ยนะุเธอก็ฉากหนีออกไปจากจุดตะลุมบอนก่อน เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง”
“ไม่เอา!” เมษาเอ่ยแย้งเสียงสูงก่อนก้มตัวหลบมอนสเตอร์ที่ะโเข้าใส่ได้อย่างฉิวเฉียด
“ทำไมล่ะ!” ชายหนุ่มะโถามอย่างหงุดหงิดเพราะเขาเองก็แทบจะเบี่ยงตัวหลบไม่ทันเหมือนกัน
“ฉันมีแผนที่ดีกว่านั้น”
“แผน? ลองว่ามาซิ ...ว้อยไปไกลๆ บาทาหน่อยสิโว้ย!”เสียงห้าวโวยวายลั่นหลังจากะโหลบร่างเ้าตูบสองตัวให้พุ่งชนกันเองจนสลบแอ้งแม้งไปอีกสอง
“นายช่วยถ่วงเวลาให้ฉันซัก 1 นาทีได้มั้ย..?”คำของ่ายๆ ที่คนฟังตาแทบเหลือก
“อะไรนะ!” พอได้สติก็ร้องเสียงหลง“เธอจะให้ฉันสู้อยู่คนเดียวตั้งหนึ่งนาทีเชียวเหรอแบบนั้นฆ่ากันให้ตายไปเลยง่ายกว่าเยอะเลย เมย์!”
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ววิศนะถ้านายอยู่ได้นานเกิน 1 นาที รับลองเลยว่าเราชนะแน่ ถ้าหากนายตายขึ้นมาฉันชุบชีวิตให้ได้แน่ ไม่ต้องกลัวหรอก แต่ถ้าฉันตายนี่สิ รับรองมรณะแน่!”
คนโดนแจกแจงเหตุผลถึงกับชะงักกึกร่างสูงเริ่มหันหลังวิ่งหลบฉากศัตรูอย่างเดียวโดยมีบราวฮาวน์หลายสิบตัวที่เปลี่ยนเป้าหมายหันมาจ้องเล่นงานเขาแทนที่เมษาเนื่องจากเขาเป็พวกโจมตีระยะประชิดจะผิดกับเมษาที่โจมตีไปถอยไปทำให้ระยะการโดนเพ่งเล็งจากศัตรูค่อยๆ หายไปด้วย
“แต่ศัตรูเหลือตั้งเยอะฉันไม่มั่นใจว่าจะหลบได้หมด!”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจในตัวนาย!” พูดจบดวงหน้าขาวก็ฉีกยิ้มหวานจัดมาให้ส่งให้คนหันไปมองได้แต่กะพริบตาปริบๆ ชายหนุ่มระบายลมหายใจ ก่อนจะเหยียดรอยยิ้มตอบ
“ตามสบายเลย สาวน้อย ไม่ต้องห่วงฉันจะทำอะไรก็ทำ”
“ดีล่ะ!” ว่าแล้วเมษาที่เพิ่งจะลั่นะุนัดสุดท้ายสังหารหมาป่าให้สลายไปอีกตัวค่อยถอยฉากหนีออกจากสนามรบแล้วจึงะโขึ้นต้นไม้สูงต้นหนึ่งเพื่อกันว่าจะโดนลอบโจมตีทีเผลอ
หญิงสาวกวาดดวงตาสีเทากลมโตไปยังศัตรูเบื้องล่างก่อนริมฝีปากบางจะพึมพำคำพูดออกมาเบาๆ
Eagle Eye (เนตรอินทรี)
อีเกิ้ลอาย *ความสามารถพิเศษของอาชีพสายโจมตีระยะไกลสามารถใช้มองหาจุดอ่อนและเพิ่มประสิทธิภาพของการโจมตีให้แม่นยำยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังพัฒนาความสามารถของดวงตาให้เห็นภาพทุกอย่างช้าลงไป 0.05 วินาที
เสี้ยววินาทีต่อมา รูม่านตาดำบนั์ตากระจ่างใสก็ขยายตัวออกแล้วจึงบิดตัวเข้าหากันจนมีลักษณะคล้ายกับดวงตาของสัตว์
“52 ไม่สิ 64 ตัว”
เมษานับจำนวนของศัตรูในใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะสกิลพัฒนาประสาทการมองเห็นทำให้เธอสามารถตัดสินใจสิ่งต่างได้เร็วขึ้นด้วยมือเรียวกำอาวุธคู่ใจในมือแน่น ก่อนเล็งปลายกระบอกปืนไปยังสมรภูมิเบื้องล่างพร้อมกับเอื้อนเอ่ยคำพูดบางอย่างแ่เบา
Rainy Shot <ะุพิรุณคลั่ง>
เรนนี่ช็อต *ท่าโจมตีของอาชีพสายโจมตีระยะไกลสามารถโจมตีศัตรูได้หลายตัว โดยพลังโจมตีจะถูกบั่นทอนไปตามจำนวนของศัตรูใช้เวลาชาร์ต 1 นาทีต่อการยิงหนึ่งครั้งไม่มีดีเลย์ในการยิง สามารถหน่วงสกิลได้
ในพริบตาลำแสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นที่ลำกล้องปืนของเมษาแสดงถึงการชาร์ตพลังในการโจมตีแม้ใบหน้าสวยจะยังสงบนิ่งเหมือนไร้ซึ่งความวิตกใดๆทว่าสายตาที่ทอดมองไปยังวิศนะนั้นกลับเปี่ยมด้วยความเป็ห่วงอย่างชัดเจน
หากแต่ยิ่งนานเข้า เธอชักเริ่มอยากจะเปลี่ยนใจ
“หมอนี่...” เสียงหวานหลุดปากพูดออกมาอย่างลืมตัว
เ้าของร่างสูงที่ตกเป็เป้าโจมตีของฝูงสุนัขคลั่งยังสามารถยิ้มแย้มด้วยสีหน้าสนุกสนานระคนตื่นเต้นจนคนมองเห็นยังััได้อย่างน่าแปลกและที่สำคัญแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีสุนัขตัวไหนสามารถเฉียดกรายเข้าไปััตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย
ทักษะการต่อสู้ หรือปฏิกิริยาตอบสนองอันยอดเยี่ยมอะไรกัน...
ไอ้แบบนี้มันสัญชาตญาณระดับเหนืุ์ไปแล้ว!
“โว้ว เกือบไปๆ!” และอีกครั้งที่เขาแสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะของตัวเองโดยการเอี้ยวตัวหลบด้วยท่าทางผิดมนุษย์ซึ่งเมษาต้องเลิกคิ้วสูง
“สุดยอด!”
ไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เป็เ้าพวกผู้เล่นคนอื่นที่มองอยู่ห่างๆ
“ยอดไปเลย หลบได้ไงวะนั่น ไวหยังกะลิง!”
“อย่าให้โดนนะคะ พี่ชาย เจ๋งจริงๆ”
“ท่าเหมือนมาธาดอร์หลบกระทิงเลยว่ะ”
เมษาถึงกับยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำชมไม่หยุดปากจากผู้เล่นคนอื่นๆ...แม้พวกนั้นจะไม่ได้ชมเธอ แต่เธอก็ดีใจที่สายตาเธอมองคนไม่ผิด
“ไม่ใช่คมในฝักอย่างเดียวนะเนี่ย ....คมกริบมากๆเลยด้วย” เมษาเปรยยิ้มๆ
เวลาจวนจะครบหนึ่งนาที วิศนะกลับยิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้นแต่คงไม่ยืดออกมานานนัก เพราะตอนนี้บราวฮาวน์ทั้ง 64ตัวต่างร่วมมือร่วมใจเล่นงานเขาเป็ทางเดียว จนลำพังเขาชักจะต้านไม่ไหวเมื่อถูกพุ่งโจมตีจากรอบด้าน สติก็ยิ่งต้องมีมากขึ้นเพราะถ้าหากพลาดแม้นิดเดียวคงได้ตายสมใจแน่ๆ !
...และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง
ครบหนึ่งนาทีพอดี!
“วิศนะ อยู่เฉยๆ นะ!” เสียงะโของเมษาดังขึ้นก่อนร่างบอบบางจะะโจากต้นไม้ขึ้นไปลอยอยู่กลางอากาศ สองมือกดปากกระบอกปืนลงไปยังกลางสนามรบ
“เรนนี่ช็อต!”
เสี้ยววินาทีต่อมาลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งตรงออกจากกระบอกปืนทั้งสองข้างกลายไปรวมเป็ก้อนกลมๆเรืองแสงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายมันจะแตกตัวเป็ลำแสงทั้ง 64เส้นพุ่งตรงเข้าโจมตีบราวฮาวน์ทุกตัวที่อยู่เบื้องล่าง!
“เฮ้ย!” วิศนะร้องเสียงหลงก่อนก้มตัวลงหลับตาปี๋ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้จังหวะเดียวกับที่ลำแสงสีฟ้านั่นพุ่งเข้าทะลวงร่างของเ้าสุนัขสีน้ำตาลทุกตัวอย่างพร้อมเพรียงก่อให้เกิดเสียงทำลายล้างดัง
ตูม!!!
และแล้วฉากาก็สิ้นสุดลงพร้อมกับฝุ่นควันที่ลอยตัวตลบอวลปกคลุมร่างของนายวิศนะที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิมในสภาพมอมแมมไม่ต่างกันั์ตาสีอำพันปิดสนิท มือสองข้างถูกยกขึ้นป้องร่างกายด้วยกลัวว่าจะาเ็ครั้นพอเสียงทุกอย่างเริ่มเงียบลงเ้าตัวจึงค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง
“โอโห สุดยอด” วิศนะหลุดอุทานด้วยอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นว่าร่างของบราวฮาวน์ทั้ง 64 ตัวนั้นค่อยๆ สลายไปกลายเป็ธุลีพร้อมๆกับูเาไอเท็มที่โผล่ขึ้นมาแทนที่
“ผู้เล่นวิศนะสามารถฆ่าบราวฮาวน์ได้ 87 ตัวได้รับค่าประสบการณ์บวกโบนัสเป็จำนวน 6720”
“ผู้เล่นวิศนะได้รับการเลื่อนความสามารถเป็ระดับ10”
สิ้นเสียงจินนี่ เ้าตัวก็เผลอทำเสียงออกมาคล้ายๆ หูย~ก่อนเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ พอเห็นซากของไอเท็มที่กองอยู่เกลื่อนกลาดแล้วก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้รับค่าประสบการณ์มากมายถึงขนาดนั้นตอนนั้นเองที่ขาแข้งมันก็เริ่มอ่อนแรงลงเป็ครั้งแรกวิศนะจึงทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้นอย่างคนหมดสภาพ
“เลเวลขึ้นพรวดๆ เลยนะพี่ชาย”
เมื่อเงยหน้าไปพบคู่หูร่วมปาร์ตี้กำลังยืนส่งยิ้มแป้นให้ชายหนุ่มก็ถึงกับร้องเสียงหลง
“เธอทำได้ยังไงเนี่ย ยิงทีเดียวตายยกฝูงเลย?”
“ก็ความสามารถของอาชีพฉันนั่นแหละ” เธอตอบสั้นอย่างไม่ใช่เื่สลักสำคัญนัก
“เธอนี่ยอดไปเลยแฮะ”
“ที่ยอดน่ะมันนายต่างหาก”เมษาสวนขึ้นมา “ผู้เล่นมือใหม่อะไรกันหลบศัตรู 60กว่าตัวได้หน้าตาเฉย ...ไม่สิ หลบไปหัวเราะคิกคักไปอีกต่างหาก”
คำพูดเป็ชุดทำเอาคนโดนชมได้แต่เกาหน้าแกรกพลางยิ้มเจื่อน
“แบบนี้ ต่อไปนายคงระดับขึ้นพรวดๆ แน่เลย วิศนะถึงวิธีการเก็บเลเวลของนายมันจะบ้าระห่ำไปหน่อยก็เถอะแต่ก็ต้องยอมรับนะว่านายเนี่ยใจเด็ดเป็บ้า”
“เธอก็เหมือนกัน”พูดพลางยิ้มกลับ “ขนาดอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นยังอุตส่าห์คิดแผนเสี่ยงๆแบบนี้ออกมาได้อีกนะ ถ้าไม่ได้เธอสงสัยฉันจะแย่แฮะ”
หญิงสาวกระตุกรอยยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“รู้รึเปล่าว่าแผนนั้นถ้าเป็คนอื่นไม่มีทางทำสำเร็จหรอก”
“แหะๆ ...ไม่รู้สิฉันก็คงจะมีดีแค่หลบเก่งล่ะมั้ง” วิศนะเปรยพลางหัวเราะเบาๆส่งให้คนมองได้แต่พ่นลมเบาๆ คล้ายติดจะหมั่นไส้นิดๆ
แปะๆๆ แปะๆๆ
จู่ๆ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นมารอบๆ ตัวเรียกสายตาทั้งคู่ให้หันกลับไปมองจึงพบว่าบัดนี้พวกเขาถูกรายล้อมด้วยเหล่าผู้เล่นมือใหม่หลายสิบที่ต่างส่งรอยยิ้มและสายตาชื่นชมมาให้ในความสามารถรวมไปถึงความบ้าระห่ำของสองคนนี้ที่อาจจะสติไม่ดีก็ได้ ถึงได้อุตริไปลากบราวฮาวน์ออกมาทั้งแมพแบบนั้น
แต่ถึงยังไงก็ตาม จะเป็ความว่องไวของผู้ชายที่ชื่อวิศนะก็ดี
หรือจะเป็ไหวพริบกับความเยือกเย็นของผู้หญิงที่ชื่อเมย์ก็ดี
โดยสรุปแล้วเ้าสองคู่หูคู่บ้าต่างได้รับความดีความชอบกันไปเต็มๆ!
“ผู้เล่นวิศนะได้รับค่าชื่อเสียเพิ่มขึ้นเป็ระดับ15”
“โอ๊ะ....อะไรอีกล่ะเนี่ย?” วิศนะเปรยขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงจินนี่บอกว่าระดับชื่อเสียงของเขาเพิ่มขึ้น
“นั่นเป็ค่าชื่อเสียงไงพี่ชาย ถ้าหากมีคนชื่อชมและขอจดจำนายเอาไว้แบบนี้นายก็จะได้รับค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้นยังไงล่ะ”
“...หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่าคนพวกนี้ขอบคุณนายที่นายไม่ลากพวกบราวฮาวน์ไปโจมตีพวกเขายังไงล่ะ...แล้วเขาก็ชื่นชมในความสามารถของนายด้วยนะ”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็อึ้งขึ้นมาเล็กๆทว่าก่อนที่จะได้หันหน้ากลับไปมองเหล่าเพลย์เยอร์ด้วยสีหน้าแปลกใจไม่น้อยมือของเมษาก็ถูกยื่นมาให้เขาดึงตัวลุกขึ้น
“เป็ฮีโร่แล้วอย่ามัวแต่นั่งจุมปุ๊กแบบนี้สิลุกขึ้นมาทักทายพวกเขาหน่อยเร็ว!” น้ำเสียงสดใสของเมษาเรียกรอยยิ้มให้ประดับบนใบหน้าดูดีของชายหนุ่มร่างสันทัดยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วจึงหันไปโคลงศีรษะรับกับเสียงปรบมือรอบๆด้วยท่าทีเคอะเขินเล็กๆ
“เอาล่ะ เรามาช่วยกันเก็บของเถอะ วิศนะถึงเมืองเมื่อไหร่ คงได้หลายตังค์อยู่” คำพูดของคนข้างกายเรียกสติของเขาให้กลับมาั์ตาสีน้ำตาลใสเบือนมาสบดวงตาสีเทาคู่สวยก่อนน้ำเสียงห้าวทว่าจริงจังจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“เมย์..”
“หือ..?”
“ไอ้เกมไพรด์เนี่ยก็สนุกดีนะ” คำพูดที่สาวน้อยหน้าหวานแค่นหัวเราะหึ
“ก็แหงอยู่แล้วล่ะ พี่ชาย” เ้าหล่อนว่าพลางส่งรอยยิ้มหวานเลี่ยน กับสายตาเอาเื่มาให้ “...แต่ไอ้วิธีการเก็บเลเวลบ้าระห่ำแบบเมื่อกี้ ขอเป็นานๆ ครั้งนะให้ทำบ่อยๆ สงสัยไม่ได้แก่ตายแน่เลย”