เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 148 งานเลี้ยงรับขวัญ

            ช่วงเวลาหลังจากนั้นหมี่หลันเยว่ไม่ยอมให้เจิ้งซวี่เหยาตามเธอไปไหนอีกต่อไปแต่กลับสั่งให้เขาไปจัดการเรื่องสำนักงานของตัวเองส่วนตัวเธอก็ยังคงเร่ร่อนไปตามท้องถนนและตรอกซอยต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อนพอเหนื่อยจากการเดิน เธอก็จะแวะเข้าไปนั่งพักผ่อนในร้านของเธอ มองดูผู้คนที่เดินเข้าออกร้านอย่างขวักไขว่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาก็จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

            จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเธอได้รับพลังใจอย่างท่วมท้น ทำให้เธอก้าวเดินอย่างขยันขันแข็ง กลับสู่เส้นทางเดิมเริ่มต้นการเสาะหาครั้งใหม่ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้หมี่หลันเยว่ไม่ได้รู้สึกท้อแท้ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิมมากบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ เธอมีความสุขกับมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

            เพียงแต่ช่วงนี้ทุกคนยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมากนักหมี่หลันเยว่ยังไม่พบร้านค้าที่เหมาะสมกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ร้อนรนอะไรมากมายนักเพราะข้อเสนอนี้เป็นเพียงความคิดที่เกิดขึ้นชั่วคราว เธอไม่สามารถโชคดีไปตลอดคิดอะไรก็ได้ดั่งใจหวังไปเสียทุกอย่าง

            การที่สามารถเช่าร้านค้าหลักได้ในตอนนั้นรวมถึงการซื้อบ้านสี่ประสานหลังนั้นได้ ก็ถือเป็นเรื่องบังเอิญมากแล้วเธอไม่สามารถเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้ได้ ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปนั่นถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เธอได้รับความเมตตาและการดูแลจากสวรรค์ แค่นั้นก็ถือเป็นบุญวาสนาอันยิ่งใหญ่เธอรู้สึกพอใจมาก

            แต่หมี่หลันหยางและคนอื่นๆกลับรู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะหาร้านค้าที่เหมาะสมแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามที่หวังทุกคนต่างทุ่มเทจิตใจทั้งหมดไปกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้รับผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการวิ่งเต้นจนแทบจะเหาะเหินลงมาจากสวรรค์ เท้าทั้งสองข้างพองเป็นตุ่มน้ำแต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่นถึงความยากลำบาก เพราะพวกเขารู้ว่าหลันเยว่ก็คงไม่ต่างกัน

            ผลลัพธ์แบบนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกผิดมากพวกเขารู้สึกว่าหากพวกเขาไม่ทำให้เรื่องเสียเวลาไปเมื่อสองวันก่อนบางทีพวกเขาอาจจะหาร้านที่เหมาะสมได้แล้ว ความรู้สึกผิดนี้ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนซึมเศร้าไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร

            "พี่คะ พวกพี่อย่าใจร้อนไปเลยหาเจอก็เป็นเรื่องของวาสนา หาไม่เจอก็ไม่เป็นไรแค่หาโรงงานทำเสื้อผ้าสำหรับร้านเสื้อผ้าชั้นนำได้ก็พอ เอาอย่างนี้ดีไหมคะเราก็เริ่มทำเสื้อผ้าสำหรับร้านค้าทั่วไปก่อนยังไงพวกเราก็เริ่มทำเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วงอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องรีบร้อนเรื่องร้านค้ามากถึงแม้จะหาร้านที่เหมาะสมได้ในตอนนี้ พวกเราก็ไม่มีเสื้อผ้าไปขายอยู่ดีค่ะ"

            คำพูดของหมี่หลันเยว่เป็นการปลอบใจแต่เมื่อได้ยินเข้าหูของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายกลับเหมือนกับเสียงระฆังที่ดังขึ้นในหัว หาที่ร้านค้าไม่ได้ก็ว่าแย่แล้วตอนนี้ยังต้องให้น้องสาวที่อายุน้อยกว่าตัวเองหลายปีมาคอยปลอบใจอีก ทั้งๆที่น้องสาวคนนี้ก็เดินไปมาตามท้องถนนและตรอกซอยต่างๆ ในเมืองปักกิ่งเหมือนกัน

            เธอไม่ได้เดินน้อยกว่าพวกเราแม้แต่ก้าวเดียวซ้ำยังทุ่มเทมากกว่าเสียอีก พวกเราที่เป็นผู้ชายอกสามศอกจะทนได้ยังไง

            "หลันเยว่...ขอโทษ"

            หมี่หลันหยางเป็นคนเอ่ยคำขอโทษก่อนใครเขาคิดว่าเขาทำหน้าที่พี่ชายได้ไม่ดีเอาเสียเลยเดิมทีควรจะเป็นเขาที่คอยปกป้องน้องสาวแต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าน้องสาวกำลังดูแลตัวเอง

            "พี่คะ ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วยพวกพี่ก็แค่สิบเจ็ดสิบแปดกันเองปล่อยให้ตัวเองได้สนุกสนานสักสองวันมันจะเป็นอะไรไปมันกลายเป็นความผิดร้ายแรงอะไรไปได้ยังไง เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว พี่ๆอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะคะ ที่จริงแล้วฉันไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนเอง"

            "ฉันควรจะให้พวกพี่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนแล้วค่อยมอบหมายงานให้ พวกพี่โชคดีที่จัดการเวลาของตัวเองได้อย่างเหมาะสมแบบนั้นดีแล้วค่ะ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่เผด็จการไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่จะสั่งการได้ พวกพี่ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องรู้สึกผิดสภาพของพวกพี่แบบนี้ต่างหากที่ทำให้ฉันไม่สบายใจ"

            เฉียนหย่งจิ้นเกาหัว

            "หลันเยว่ เรื่องนี้ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกเราก็ทำไม่ถูกอยู่ดี ถึงแม้ว่าพวกเราอยากจะไปเที่ยวเล่น ไปเดินเล่นพวกเราก็ต้องบอกเธอก่อน ที่ทำไปนั่นแหละคือความผิดพลาดของพวกเรา"

            หลันเยว่ส่ายมือขัดจังหวะเขา

            "พี่หย่งจิ้น อย่าพูดอย่างนั้นสิคะธุรกิจของพวกเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากนี้คือการพัฒนาอย่างมั่นคงไม่ต้องรีบร้อนในช่วงเวลานี้จริงๆ ค่ะไม่เห็นเหรอคะว่าฉันก็ยังหาร้านค้าที่เหมาะสมไม่ได้เหมือนกัน"

            "อีกอย่าง ต่อให้มันเป็นความผิดพวกพี่ก็รู้ตัวว่าผิดแล้ว และยังแก้ไขมันด้วย แล้วทำไมต้องกังวลใจกับมันอีกล่ะพวกเราเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่พวกเราก็เป็นคนในครอบครัวด้วยคนในครอบครัวมีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และอดทน ผิดพลาดไม่เป็นไร แก้ไขก็ดีแล้วสิ่งที่พวกเราต้องการก็คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การบีบเค้นกัน"

            "พี่ๆ คะ ฉันเคยบอกไปแล้วว่าพวกเรามาปักกิ่งก็เพื่อการเรียนเป็นหลัก บนพื้นฐานที่การเรียนเป็นไปด้วยดีพวกเราก็ค่อยพัฒนาธุรกิจไปด้วย ตอนนี้เปิดฉากธุรกิจได้อย่างราบรื่นขนาดนี้มันเกินความคาดหมายของฉันไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้มีอุปสรรคเล็กน้อยบ้างมันก็เป็นสิ่งที่ควรจะมี อย่าเสียใจมากเกินไปเลยค่ะ"

            หมี่หลันหยางดึงมือของน้องสาวมาจับแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี อารมณ์ก็ยังคงหดหู่เล็กน้อย

            "พี่ เรื่องนี้พวกเราจบไปแล้วนะคะอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว พวกพี่ได้เตรียมตัวกันพร้อมแล้วหรือยังพวกเราก็เดินเที่ยวในเมืองปักกิ่งกันจนเกือบจะทั่วแล้วตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเราจะบำรุงร่างกายให้พร้อมสำหรับการเปิดเทอม"

            เมื่อพูดถึงเรื่องเปิดเทอมอารมณ์ของทุกคนก็ดีขึ้นเล็กน้อยเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างออกรสว่าต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับการเปิดเทอมหมี่หลันเยว่นำกระเป๋าใส่ของที่เตรียมไว้ให้ทุกคนออกมา

            "นี่เป็นกระเป๋าที่ฉันออกแบบเองแล้วก็พี่เสี่ยวหว่านเป็นคนทำด้วยมือค่ะ พวกพี่ต้องทะนุถนอมมันให้ดีๆ นะคะ"

            หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายรับกระเป๋าไปไว้ในมือลูบคลำซ้ำไปซ้ำมาด้วยความรัก นี่เป็นความตั้งใจของหลันเยว่และเสี่ยวหว่านแน่นอนว่าจะต้องทะนุถนอมให้ดีอีกทั้งรูปแบบของกระเป๋าใบนี้ก็ไม่มีขายข้างนอกอย่างแน่นอนทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง รูปแบบสะพายหลัง มีช่องใส่ของอเนกประสงค์ต่างๆการออกแบบช่างเท่จริงๆ

            กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เหล่าเด็กวัยรุ่นหายจากอาการซึมเศร้าได้สำเร็จแม่เจิ้งก็ให้เจิ้งซวี่เหยานำข่าวมาบอกว่า เนื่องจากอีกสี่วันก็จะเปิดเทอมแล้วเธอต้องการจัดพิธีรับขวัญก่อนเปิดเทอมจึงถามหมี่หลันเยว่ให้เลือกระหว่างวันพรุ่งนี้กับวันมะรืนนี้ วันใดวันหนึ่ง

            "รับขวัญ? กับใคร?รับขวัญอะไร?"

            พอได้ยินเจิ้งซวี่เหยาพูดถึงเรื่องรับขวัญหมี่หลันหยางและคนอื่นๆ ก็งงงวยไปตามๆ กัน แม้แต่หลิวเสี่ยวหว่านที่นั่งอยู่ข้างๆโดยไม่ได้พูดอะไรเลยก็ยังทำหน้างง

            "หลันเยว่ไม่ได้บอกพวกนายเหรอ?"

            พอเห็นท่าทีงงงวยของทุกคนเจิ้งซวี่เหยาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาโดยพลการทำได้เพียงแค่จ้องมองไปที่หมี่หลันเยว่อย่างมีความหวัง รอคอยการแสดงออกของเธอ

            "อ๋อ คือแบบนี้ค่ะคุณป้าเจิ้งอยากจะรับฉันเป็นลูกบุญธรรม ฉันก็ชอบคุณป้าเจิ้งเหมือนกันก็เลยตอบตกลงไป เพราะช่วงสองวันนี้ยุ่งอยู่กับการเดินเที่ยวในเมืองปักกิ่งหาที่ร้านค้า ฉันก็เลยลืมเรื่องนี้ไป ก็เลยไม่ได้บอกพวกพี่ๆ ทุกคน ขอโทษนะคะฉันประมาทไปหน่อย"

            ถึงแม้ว่าการรับขวัญจะเป็นเรื่องใหญ่แต่หมี่หลันเยว่ก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องรูปแบบมากนัก ในใจของเธอขอแค่เธอปรนนิบัติแม่เจิ้งในอนาคต ปฏิบัติต่อเธอเหมือนคนในครอบครัวก็พอแล้วส่วนคนภายนอกจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่เป็นไรหมี่หลันเยว่ไม่ได้ต้องการที่จะใช้ความสัมพันธ์ของสกุลเจิ้งสร้างกระแสให้ตัวเองดังนั้นเธอจึงอยากจะทำแบบเงียบๆ มากกว่า

            ในใจของหมี่หลันหยางรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้างไม่ใช่เพราะน้องสาวกำลังจะถูกคนอื่นรับไปเป็นลูกบุญธรรมไม่ว่าเธอจะรับใครเป็นแม่บุญธรรม เธอก็ยังคงเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิมความจริงข้อนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ และยิ่งมีคนรักเธอมากเท่าไหร่หมี่หลันหยางก็ยิ่งยินดี

            เขาแค่รู้สึกว่าตั้งแต่มาถึงปักกิ่งตัวเองกับน้องสาวดูเหมือนจะไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้วคงเป็นเพราะตัวเองดูแลน้องสาวน้อยเกินไปถึงขนาดที่น้องสาวถูกรับเป็นลูกบุญธรรมแล้วตัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเองที่เป็นพี่ชายช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

            "หลันเยว่คนที่ต้องพูดขอโทษควรจะเป็นพี่ ช่วงนี้พี่ดูแลเธอน้อยเกินไป เรื่องใหญ่ขนาดนี้พี่กลับเป็นคนสุดท้ายที่รู้ พี่รู้สึก..."

            จมูกของหมี่หลันหยางเริ่มแสบร้อนถึงแม้ว่าตัวเองจะอายุมากกว่าน้องสาวสามปี แต่พูดจริงๆ แล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตกลับกลายเป็นว่าน้องสาวดูแลตัวเองมากกว่า

            "พี่คะ อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะฉันโตขนาดนี้แล้ว ยังต้องให้พี่ดูแลอะไรอีกคะ"

            หมี่หลันเยว่คล้องแขนพี่ชาย

            "พี่ทำหน้าที่พี่ชายได้ดีมากพอแล้วฉันพอใจมากที่สุดแล้วค่ะ แล้วฉันก็ชอบพี่ชายที่สุดด้วยพี่อย่าโทษตัวเองมากเกินไปนะคะ ฉันจะเสียใจ"

            หมี่หลันหยางโอบกอดน้องสาวแนบแน่นอยู่ในอ้อมกอดของเขานานแล้วที่ไม่ได้กอดน้องสาวแบบนี้ โดยไม่รู้ตัว น้องสาวเติบโตขึ้นมากขนาดนี้แล้วเมื่อเทียบกับตัวเองก็ไม่ได้เตี้ยกว่ากันเท่าไหร่ เมื่อนึกถึงน้องสาวตัวเล็กๆในอดีต อายุแค่ห้าหกขวบก็อ้อนวอนให้ตัวเองไปตั้งแผงขายของเล็กๆ ด้วยกันภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำไม่มีร่องรอยของความเลือนรางเลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวน้องสาวก็เติบโตขึ้นมากขนาดนี้แล้ว

            "เอาล่ะๆในเมื่อเป็นอาจารย์เจิ้งมาแจ้งข่าวแล้ว งั้นเธอก็กำหนดวันเลยพวกเราทุกคนจะได้มาสนุกสนานด้วยกัน หลังจากนี้น้องสาวของพี่ก็จะมีแม่อีกคนให้เคารพที่นี่ ก็ยังมีคนรักเธอมากขึ้นพี่ชายคนนี้ก็มีความสุขไปด้วย"

            วันถูกกำหนดไว้เป็นวันมะรืนนี้แม่เจิ้งดูเหมือนจะยุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หมี่หลันเยว่คิดว่าคงแค่จัดพิธีเล็กๆที่บ้าน กินอาหารมื้อหนึ่งด้วยกัน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าแม่เจิ้งในวันนั้นเอาชุดราตรีสั้นมาให้หมี่หลันเยว่ชุดหนึ่ง และพาหมี่หลันเยว่ไปยังโรงแรมหรูขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

            สิ่งนี้ทำให้หมี่หลันเยว่ประหลาดใจมากถึงแม้ว่าเธอจะสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดแต่ในขณะนี้เธอก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจจนทำอะไรไม่ถูก

            "คุณแม่ มันจะหรูหราเกินไปแล้วค่ะแค่คนในครอบครัวกินข้าวด้วยกันก็พอแล้วค่ะ"

            "เรื่องนี้ลูกไม่ต้องไปสนใจลูกสาวของฉัน เฉินหยวนเจีย แน่นอนว่าจะต้องเชิญเข้าบ้านอย่างยิ่งใหญ่สิ"

            มาถึงจุดนี้แล้วการพูดอะไรมากก็ไม่มีประโยชน์อะไรหมี่หลันเยว่ก็ทำได้เพียงแค่ทำตามความคิดของแม่เจิ้งแต่เธอหยิบชุดเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าหลายชุด ส่งให้กับมือของคุณแม่

            "คุณแม่นี่เป็นเสื้อผ้าที่หนูทำเพื่อคุณแม่ คุณพ่อ และคุณปู่ค่ะ หนูออกแบบเองไม่รู้ว่าจะชอบกันหรือเปล่า"

            "เดิมทีคิดว่าจะรับขวัญกันที่บ้านก็จะมอบให้กับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ให้พวกท่านสวมใส่ให้สวยงามแต่ในเมื่อจะต้องจัดงานที่โรงแรม ก็ส่งเสื้อผ้าให้พวกท่านก่อนเลยแล้วกันนะคะเดี๋ยวพอเริ่มงานเลี้ยง อาจจะไม่มีเวลาให้แล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นความตั้งใจของหนู แต่เสื้อผ้าที่ทำเองมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือถ้าไม่ชอบก็แก้ได้เสมอค่ะ"

            คำพูดติดตลกของหมี่หลันเยว่ทำให้แม่เจิ้งหัวเราะออกมา

            "ดีๆ แม่ชอบฟังคำพูดของลูกเสื้อผ้านี้แม่จะรับไว้แทนพวกเขาก่อนนะ"

            แม่เจิ้งส่งเสื้อผ้าให้กับพี่เลี้ยงที่อยู่ข้างๆให้เธอช่วยถือไว้ก่อน แล้วควงแขนหมี่หลันเยว่เข้าไปในโรงแรม

            "ถึงแม้ว่าพวกเราจะเลือกโรงแรมนี้ก็แค่เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ ไม่ได้เชิญแขกเหรื่อมามากเกินไปแค่เช่าห้องจัดเลี้ยงเล็กๆ ห้องหนึ่งเท่านั้นเอง ลูกไม่ต้องเกร็งนะคนที่มาก็เป็นญาติและเพื่อนสนิทกันทั้งนั้น"

            แม่เจิ้งพาหลันเยว่เข้าไปในห้องพักด้านในข้างในได้เตรียมคนไว้ให้ ช่วยหลันเยว่แต่งหน้าทำผม

            เมื่อหลันเยว่ออกมาอีกครั้งชุดราตรีสั้นสีชมพูอ่อนขับผิวขาวผ่องของหลันเยว่ให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นผมเปียที่ดัดเป็นลอนคลายขนาดใหญ่ไม่เพียงแต่จะไม่สูญเสียความไร้เดียงสาของเด็กผู้หญิงแต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามของสตรีสูงศักดิ์ หลันเยว่เดินออกมาหลังจากที่พิธีกรบนเวทีแนะนำครอบครัวของแม่เจิ้งแล้วจึงได้เชิญหมี่หลันเยว่ออกมา

            เพียงแต่ตอนที่หมี่หลันเยว่เดินออกจากห้องคล้องแขนพี่ชาย เดินไปบนพรมแดงมุ่งหน้าไปยังเวที ดวงตากลับชุ่มชื้นเล็กน้อยคนทั้งสี่คนที่อยู่บนเวทีสวมใส่เสื้อผ้าที่เธอออกแบบเองทั้งหมดเสื้อผ้ารูปแบบถังจวง [1] ที่แตกต่างกันสี่ชุดเรียงรายกันเป็นแถว ช่างดูสง่างามและมีเอกลักษณ์มากพวกเขาคงเตรียมชุดสูทไว้ล่วงหน้าแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าจะเปลี่ยนมาสวมใส่การออกแบบของเธอ ความตั้งใจนี้ทำให้หมี่หลันเยว่รู้สึกตื้นตันใจยิ่งกว่างานเลี้ยงรับขวัญนี้เสียอีก

            เชิงอรรถ

            [1] เสื้อคอจีน

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185