บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 50. หุ้นส่วนการค้า

            เช้าวันนี้ เหล่าวิหคต่างบินออกจากรังเพื่อหาอาหารตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นเหมือนกับครอบครัวจางที่ตื่นขึ้นมาพร้อมหน้า บรรยากาศในวันนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อวานยิ่งนักมันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสดใส 


            อาหารที่นางหูและหลี่อ้ายจัดทำสำหรับมื้อเช้าในวันนี้จึงเป็นอาหารจานโปรดของเด็กน้อยประจำบ้านนั่นก็คือข้าวผัดไข่ กับซุปผักหวาน ๆ 


            เนื่องจากเป็นวันที่นายช่างเหอจะเริ่มก่อสร้างบ้านให้ครอบครัวจางเป็นวันแรกสมาชิกบ้านสกุลจางจึงตกลงกันจะสร้างความประทับใจให้กับนายช่างเหอด้วยการทำผัดผักบุ้งเครื่องเทศเลี้ยงคนงานถือว่าเป็นการต้อนรับอีกทางหนึ่ง


            เมื่อวานนี้ หลังจากที่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำตาลผักแล้วสมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสปรึกษาหารือกันถึงเรื่องที่จะยกสิทธิ์การทำหัวเชื้อน้ำตาลผักให้กับบ้านซุนไปเนื่องจากจางอี้หมิงไม่ต้องการให้นางหูทำงานหนัก จากการที่ทดลองทำมาเมื่อหลายวันก่อน ท่านย่าอายุมากเกินกว่าจะนั่งทำงานหนักแล้วเมื่อคำนวณรายได้ที่จะเกิดขึ้น จึงถือว่าครอบครัวจางไม่เดือนร้อนอะไร ในทางตรงกันข้าม ถือว่าบ้านจางจะมีฐานะร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านหลัวถงเสียอีก


            “ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ นายช่างเหอมาถึงแล้วขอรับ”จางอี้ หมิงที่เดินเล่นอยู่หน้าบ้านกล่าวออกมาเขาตื่นเต้นเล็กน้อยเนื่องจากว่าความฝันของเขาจะเป็นจริงขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างแล้วเด็กน้อยร้องตะโกนเรียกคนในบ้านให้ออกมาต้อนรับขบวนของนายช่างใหญ่


            “หมิงเอ๋อร์ ไม่ต้องตะโกนเสียงดังย่ารู้แล้ว” นางหูกุลีกุจอออกมานอกบ้านพร้อมด้วยบุตรชายและลูกสะใภ้ทุกคนมายืนออกันอยู่หน้าบ้านเมื่อขบวนรถม้าของนายช่างเหอมาถึงที่หมายและจอดลง


            “คารวะท่านอาจารย์เทียน นายช่างเหอขอรับ”จางอี้หมิงและจางอี้เทาเอ่ยทักทายผู้สูงวัยทั้งสองคน


            “ไม่ต้องมากพิธี” ทั้งคู่ตอบรับ


            “ท่านแม่ น้องหญิง นี่คือท่านอาจารย์เทียนอี้ท่านมากับหนิงอ๋อง ส่วนนั่นคือนายช่างเหอซี ผู้ที่จะมาสร้างบ้านให้กับเรา”จางอี้เทาเอ่ยแนะนำมารดากับภรรยาให้รู้จักกับผู้สูงวัยทั้งสองคนตรงหน้า


            “คารวะท่านอาจารย์เทียน คารวะนายช่างเหอเจ้าค่ะ” 


            “หมิงหมิงน้อย เจ้าดูนี่”ท่านอาจารย์เทียนพยักหน้ารับและผายมือออกไปทางเบื้องหลัง


            ครอบครัวจางมองตามมือของอาจารย์เทียน สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเป็นรถม้าหลังใหญ่ที่สวยงาม มีม้าตัวอ้วนพีสองตัวยืนส่งเสียงฟืดฟาดอยู่


            “รถม้าคันนี้ท่านอ๋องประทานให้ครอบครัวเจ้าสำหรับเอาไว้ใช้ในการทำภารกิจของท่านอ๋องหมิงจูและหมิงจินทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน พวกเขาจะทำหน้าที่ดูแลม้าและเป็นผู้ช่วยในการทำภารกิจต่างๆ พวกเราจะอยู่ที่บ้านของเจ้าตลอดฤดูหนาวนี้รวมถึงข้าด้วย” อาจารย์เทียนอี้อธิบาย


            “ข้า นายช่างเหอยินดีที่ได้รู้จักครอบครัวจางข้าว่าพวกเราไปดูพื้นที่สำหรับสร้างบ้านกันดีหรือไม่”เหอซีออกปากถามเมื่อเห็นว่าอาจารย์เทียนเสร็จสิ้นธุระแล้ว


            “เชิญพวกเจ้าตามสบายข้าจะกลับไปรายงานท่านอ๋องว่าได้ส่งมอบคนและรถม้าให้เจ้าเรียบร้อยแล้วหมิงจูกับหมิงจินจะอยู่กับพวกเจ้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอลา”อาจารย์เทียนกล่าวอีกครั้งแล้วจึงเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อกลับเข้าไปในตัวเมืองโดยมีหมิงจูเป็นคนขับรถม้าไปส่ง ส่วนหมิงจินไม่ได้ไปด้วย


            “นายช่าง เชิญขอรับ”จางอี้เทาเมื่อยกมือคารวะอาจารย์เทียนแล้วจึงหันมาเชิญนายช่างเหอและเริ่มพาเดินสำรวจที่


            “นายช่างใหญ่ พื้นที่ตรงนี้ให้ว่างไว้ บ้านข้ายังไม่มีแผนที่จะสร้างสิ่งใดส่วนบ้านเล็กสองหลัง ให้สร้างบริเวณนี้ขอรับสำหรับบ้านชั่วคราวของท่านอาจารย์เทียนและทหารรวมทั้งที่พักม้าสร้างด้านหลังขอรับ” 


            “เช่นนั้นบ้านของท่านอาจารย์เทียนกับที่พักม้าน่าจะเป็นสิ่งเร่งด่วนข้าจะแบ่งคนมาทำตรงนี่ก่อนส่วนบ้านหลักของเจ้ารวมทั้งบ้านเล็กสองหลังที่เจ้าว่าก็ทำตามไปทีหลัง อี้เทา พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องของค่าสร้างบ้าน ท่านอ๋องได้จ่ายค่าสร้างบ้านทั้งหมดแก่ข้าตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”เหอซีถึงกับยกยิ้มมุมปากเมื่อครอบครัวจางต่างพากันอ้าปากค้างกับสิ่งที่เขาบอกไป


            “นายช่างใหญ่ ทะ ท่านว่าอันใดนะเจ้าคะ”นางหูเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก


            “พวกเจ้าฟังไม่ผิดหรอกท่านอ๋องเรียกข้าไปพบเมื่อวานตอนเย็นและได้ทำการจ่ายค่าสร้างบ้านของพวกเจ้าทั้งหมดแล้วท่านอ๋องยังสั่งให้ข้าสร้างบ้านพวกเจ้าให้เสร็จภายในหนึ่งเดือนหากขาดแคลนแรงงานท่านอ๋องจะให้ทหารมาช่วย พวกเจ้าโชคดียิ่งนักเพราะเครื่องเรือนที่นำมาใช้ในบ้านของเจ้าท่านอ๋องยังประทานให้อีกต่างหากข้าได้ไปสั่งเครื่องเรือนไว้เรียบร้อยแล้วก่อนที่จะมาหาพวกเจ้าในวันนี้” 


            “ถะ ถึงกับให้เครื่องเรือนมาด้วย”นางหูเอ่ยออกมาอีกครั้ง


            “ใช่ ดังนั้นพวกเจ้าก็มิต้องเป็นกังวลในเรื่องของบ้านท่านอ๋องต้องการให้เจ้าให้ความสำคัญกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายมามากกว่า”นายช่างเหออธิบายเพิ่ม


            “ขอบคุณนายช่างใหญ่ขอรับแต่ว่าบ้านจางได้แจ้งนายช่างไปแล้วว่าพวกเราไม่ต้องการบ้านที่สวยงามใหญ่โตพวกเราต้องการบ้านเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป มิทราบว่านายช่างยังจำได้หรือไม่”จางอี้เทาเอ่ยถามนายช่างเหอ เพราะเขาเป็นกังวลมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ 


            “มิต้องเป็นกังวลท่านอ๋องมิได้เปลี่ยนแปลงแบบบ้านของเจ้าเพียงแต่ว่าให้ใช้วัสดุที่ดีที่สุดเพียงเท่านั้นฤดูหนาวนี้พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลอีกแล้ว” 


            จางอี้หมิงที่ยืนอยู่ด้วยถึงกับแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินคำยืนยันของนายช่างใหญ่เช่นนั้นเพราะเขายังไม่ต้องการให้ชาวบ้านเกิดการเปรียบเทียบ


            “นายช่างใหญ่ขอรับ วันนี้บ้านจางขอเลี้ยงอาหารนายช่างและคนงานในตอนกลางวันนะขอรับ”จางอี้เทาเอ่ยบอกนายช่างเหอให้รับรู้ไว้จะได้ไม่ต้องหาเสบียงมาเป็นมื้อกลางวันให้เหนื่อยเปล่า


            “โอ้ ขอบใจบ้านจางที่มีน้ำใจ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเลี้ยงอาหารพวกข้า”นายช่างใหญ่ตอบอย่างเกรงใจ เขารับสร้างบ้านที่ไหนก็ไม่เคยมีใครเลี้ยงอาหารสักครั้ง


            “ไม่เป็นไรขอรับถือว่าเป็นน้ำใจตอบแทนจากบ้านจาง เช่นนั้นข้าไม่รบกวนนายช่างแล้วถ้าหากนายช่างมีอันใดให้พวกข้าช่วยเหลือ นายช่างให้คนไปตามข้าได้ที่ในบ้านนะขอรับ”จางอี้เทาเอ่ยอีกครั้งก่อนพยักหน้าให้สัญญาณกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ พวกเขาพากันแยกตัวไปที่ลำธารเพื่อเก็บผักบุ้ง


            เหอซีเห็นเจ้าของบ้านแยกตัวไปแล้วเขาจึงหันหลังเดินกลับไปรวมตัวกับคนงานแล้วแจกจ่ายงานตามหน้าที่ต่อไปตลอดช่วงเช้า


            ตามที่ได้สัญญาไว้กับนายช่างใหญ่ว่าจะเลี้ยงอาหารวันนี้เมื่อถึงเวลาพักกินอาหาร สมาชิกบ้านจางจึงได้ยกหม้อที่เต็มไปด้วยผัดผักบุ้งเครื่องเทศเดินไปทางสถานที่ก่อสร้างบ้านของตนเองทุกคนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดชื่น เนื่องจากสุดท้ายแล้ว บ้านจางจะไม่ต้องทนทรมานในฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้เป็นแน่


            เมื่อพวกเขาเดินไปถึงสถานที่ก่อสร้าง คนงานก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานไม่เห็นมีใครพักซักคนจางอี้หมิงจึงเดินไปหานายช่างที่กำลังสั่งให้คนตัดไม้ตามขนาดต่าง ๆ อยู่ 


            “นายช่างใหญ่ขอรับ”


            “อ้าว เจ้าตัวเล็ก มีอันใดหรือ” 


            “ข้ายกอาหารมาให้ขอรับ คนงานจะพักกินข้าวกลางวันเร็ว ๆนี้หรือไม่ขอรับ” 


            “โอ้ ขอบใจมาก เช่นนั้นก็พักกินข้าวกันก่อน”เหอซีสั่งพักกินข้าวเมื่อได้ยินเด็กน้อยกล่าวเช่นนั้นคนงานทั้งหลายจึงพากันหยุดพักพวกเขาไปล้างไม้ล้างมือนำแล้วข้าวห่อของตนเองมาแกะกิน


            “ทุกคนวันนี้บ้านจางมีน้ำใจทำอาหารมาเลี้ยง พวกเจ้าก็ไปรับได้ที่ฮูหยินจางเถอะ”นายช่างเหอตะโกนบอกคนงานของตนเอง จางอี้ หมิงเห็นว่าแต่ละคนดูมึนงงแต่ก็ลุกขึ้นเดินถือถ้วยไปรับผัดผักบุ้งเครื่องเทศที่นางหูและหลี่อ้าย


            “ฮูหยิน อาหารนี้ช่างหอมยิ่งนัก มันเรียกว่าอันใดหรือขอรับ”คนงานคนหนึ่งถามขึ้นระหว่างยื่นถ้วยโจ๊กธัญพืชให้นางหูตักผัดผักบุ้งวางลงไป


            “ผัดผักบุ้งเครื่องเทศ” นางหูตอบ


            “โอ้ ข้ามิเคยได้ยินอาหารชนิดนี้มาก่อน เอ๊ะมิใช่ว่าเป็นอาหารของเหลาซิ่งฝูเช่นนั้นหรือ”


            “คนละอย่างกันขอรับพี่ชาย แต่ก็ใกล้เคียงกัน” เป็นจางอี้หมิงที่เดินมาหาท่านย่ากับมารดาตอบคำถามแทน


            “ข้าช่างโชคดีนักเกิดข่าวลือไปทั่วในเมืองไห่ถังเกี่ยวกับเหลาอาหารซิ่งฝูที่จะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวอาหารชนิดใหม่ในอีกสองวันข้างหน้านี้”


            “อย่าเพิ่งคุยได้หรือไม่ ข้ารออยู่”คนงานที่รอต่อแถวเอ่ยเร่งคนข้างหน้าจนคนงานที่กำลังจะอ้าปากถามต้องรีบหยุดตัวเอง


            “ขอบคุณขอรับ ต่อไปเจ้าแล้ว”ชายคนนั้นรีบกล่าวขอบคุณและจากไป


            หลังจากที่กินข้าวมื้อกลางวันเสร็จแล้ว จางอี้หมิงจึงให้นางหูทำน้ำชาผักหอมๆ เย็น ๆ จากหัวเชื้อน้ำตาลผักไปแจกจ่ายให้คนงานด้วย เรียกเสียงขอบคุณเซ็งแซ่เหล่าคนงานรู้สึกขอบคุณและยินดีช่วยงานมากกว่าครั้งไหน


     

            ยามบ่ายคล้อยในวันเดียวกัน หลังจากที่แจกจ่ายอาหารและน้ำชาผักให้กับคนงานเสร็จแล้วสองพ่อลูกสกุลจางจึงตัดสินใจเดินจูงมือกันไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทำหัวเชื้อน้ำตาลผักโชคดีที่ผู้ใหญ่ของบ้านซุนอยู่พร้อมกันทุกคนยกเว้นซูลี่กับหมิงเย่ที่ไปเล่นแถวริมชายหาด


            จางอี้เทาเอ่ยเรียกคนในบ้านซุนอยู่สองสามทีเจียวเม่ยเป็นคนมาเปิดประตูให้ก่อนที่จะพาแขกอย่างจางอี้เทาและจางอี้หมิงไปพบหัวหน้าหมู่บ้านและสามีที่นั่งคุยกันอยู่ตรงโถงบ้าน


            “อี้เทา ลมอันใดหอบเจ้ามาหาข้าในวันนี้ข้าได้ข่าวว่าวันนี้เจ้าสร้างบ้านมิใช่รึ”ซุนซูเย่เอ่ยถามเมื่อยกมือรับการคารวะจากสองพ่อลูกบ้านจางแล้ว


            “ท่านลุงถง ท่านพี่เย่ ข้ามีเรื่องมาปรึกษาขอรับ”จางอี้เทาตอบพลางนั่งลงตรงแคร่ไม้


            “มีเรื่องอันใดงั้นหรือหรือว่าเงินไม่พอในการสร้างบ้าน” ซุนถงถามขึ้นด้วยความสงสัย


            “มิใช่ขอรับท่านลุงถงข้าต้องการมาปรึกษาเรื่องน้ำตาลผักขอรับ” 


            “อาเทาหลังจากที่กลับมาจากประชุมในวันนั้นข้าก็คิดมาตลอด แต่หาทางออกได้ไม่”ซุนถงตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย มิใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยแต่ก็จนปัญญาคิดไม่ออกว่าจะช่วยได้อย่างไร


            “ข้าหาทางออกได้แล้วขอรับเพียงแต่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากบ้านซุน”


            “อาเทา บอกมาได้เลย ถ้าบ้านซุนสามารถช่วยได้พวกข้ายินดีช่วยเหลือเต็มที” ซุนถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจทำให้จางอี้เทากับ

    จางอี้หมิงหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มด้วยความยินดีที่สกุลจางตัดสินใจไม่ผิดว่าจะส่งต่อสูตรหัวเชื้อน้ำตาลผักให้กับบ้านซุน 


            เพราะถึงแม้ยังไม่รู้ว่าบ้านจางจะให้ช่วยอย่างไรบ้านซุนก็ไม่รีรอที่จะตกปากรับคำช่วยเหลือด้วยความมั่นใจ


            “ท่านลุงถง ท่านพี่เย่ ถ้าหากครอบครัวสกุลจางจะมอบสูตรทำหัวเชื้อน้ำตาลผักให้กับบ้านสกุลซุน พวกท่านยินดีรับไว้หรือไม่” จางอี้เทาเอ่ยออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำโดยที่ไม่ได้หลบสายตาของสองพ่อลูกบ้านซุนแม้แต่น้อย


            “เจ้าว่าอะไรนะอาเทาข้าได้ยินไม่ผิดไปใช่หรือไม่”ซุนซูเย่ถึงกับลุกขึ้นยื่นแล้วตะโกนถามด้วยความตื่นตระหนก


            “ท่านพี่เย่ ท่านได้ยินไม่ผิดขอรับบ้านจางยินดีมอบสูตรหัวเชื้อน้ำตาลผักให้กับบ้านซุนด้วยความเต็มใจเมื่อวานนี้ข้ากับหมิงเอ๋อร์ได้ไปพบท่านอ๋องมานำปัญหาเรื่องฟืนที่เราไม่สามารถส่งน้ำตาลผักให้ได้ขึ้นกราบทูลแต่กลุ่มการค้าหลัวถงสามารถส่งมอบหัวเชื้อน้ำตาลผักได้ในจำนวนหนึ่งพันไหเช่นนี้เรื่องฟืนจึงไม่เป็นปัญหาแล้ว” จางอี้เทาอธิบาย


            “เพียงแต่ว่าสกุลจางจะขอค่าสูตรจากบ้านสกุลซุนเป็นจำนวนสองส่วนจากราคาที่ขายให้กับเถ้าแก่หวังเช่นนี้ไม่ทราบว่าพวกท่านพอรับขอเสนอของพวกเราได้หรือไม่”


            “อาเทา อย่าว่าแต่สองส่วนเลยต่อให้แปดส่วนบ้านซุนก็ให้ได้” ซุนถงเอ่ยขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด เพราะจำนวนเงินที่จะได้จากการขายครั้งนี้มันเพียงพอให้บ้านซุนอยู่ได้ไปอีกหลายปี


            “สกุลจางมิใช่คนที่เอาเปรียบบ้านจางรู้สำนึกในบุญคุณของสกุลซุนเพียงสองส่วนถือว่าเหมาะสมแล้วขอรับ อีกอย่าง พวกข้ามิได้ทำอันใดเป็นบ้านสกุลซุนที่ลงทุนทุกอย่าง สกุลจางมิกล้ารับส่วนแบ่งมากไปกว่านี้หรอกขอรับ”


            “อาเทา หมิงหมิงน้อย ข้า ข้า ข้า” 


            ซุนถงถึงกับพูดอันใดไม่ออกเมื่อได้รับโอกาสเช่นนี้จากครอบครัวสกุลจางไม่นึกว่าบ้านจางจะตอบแทนบุญคุณได้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ด้วยสูตรหัวเชื้อน้ำตาลผักที่จะทำให้บ้านซุนมีรายได้ไปตลอดชีวิตเพราะหลังจากที่ขายให้กับท่านอ๋องแล้ว สกุลจางยังขายให้กับกลุ่มการค้าหลัวถงเพื่อทำออกขายในเมืองไห่ถังหรือภายในแคว้นฉินด้วย


            ด้วยตะหนักถึงข้อนี้ ซุนถงถึงกับพูดอันใดไม่ออกน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที


            “ท่านปู่ถง ร้องไห้ทำไมขอรับ หรือบ้านจางขอร้องพวกท่านมากเกินไป” จางอี้หมิงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง


            “ไม่ใช่หมิงหมิงน้อย ข้าดีใจต่างหากเล่า ปู่ขอบใจหมิงหมิงน้อยและอาเทามากเลยนะ ที่คิดถึงครอบครัวซุนก่อนเป็นอันดับแรก ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวังและข้ายังจะดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดีตามที่สกุลจางต้องการตั้งแต่แรกด้วยผ่านพ้นฤดูหนาวไปแล้ว เมื่อเรื่องฟืนไม่เป็นปัญหา ป่านนั้นพวกเราค่อยมาตกลงกันอีกครั้งหนึ่งข้าไม่ต้องการเอาเปรียบบ้านจาง” ซุนถงตอบและสรุปความในคราวเดียว


            “ท่านปู่ถง บ้านจางพอใจกับส่วนแบ่งแล้วขอรับ ในอนาคต บ้านจางจะมีของมาให้กลุ่มการค้าหลัวถงได้ผลิตอีกหลายอย่างในเมื่อท่านปู่ไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้บ้านจางท่านปู่ถงจะได้ไม่ต้องหักเงินจากชาวบ้านไว้ ชาวบ้านจะได้มีเงินเยอะ ๆ”


            “ได้ ปู่จะหักเข้าส่วนกลางหนึ่งส่วนในส่วนของปู่เองเช่นนี้ก็ไม่ต้องหักในส่วนของชาวบ้านแล้ว ปู่ขอเป็นตัวแทนชาวบ้านขอบคุณพวกเจ้าที่คิดถึงพวกเขาเสมอนะ” 


            “สกุลจางก็ขอบคุณสกุลซุนด้วยที่พวกท่านยอมช่วยเหลือพรุ่งนี้เถ้าแก่หวังจะเอาไหเปล่ามาให้เพื่อแจกให้กับชาวบ้านสำหรับใส่เกลือผักรบกวนท่านลุงถงแจกให้ชาวบ้านด้วยนะขอรับ ข้าจะมาที่บ้านซุนด้วยในวันพรุ่งนี้เพราะถึงเวลาที่ชาวบ้านจะเอาตัวอย่างมาให้ตรวจสอบแล้ว” อี้หมิงว่า


            เมื่อตกลงกันได้แล้ว จางอี้เทาจึงขอตัวกลับเพราะต้องการไปดูการสร้างบ้านของตนเองด้วยจางอี้หมิงไม่ขัดอะไร เขารีบสาวเท้าก้าวตามบิดากลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม


            วันนี้ครอบครัวสกุลจางช่างมีแต่ความสุขยิ่งนัก ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขบ้านเริ่มก่อสร้างแล้ว และที่โชคดียิ่งกว่าสิ่งใดเป็นเพราะท่านอ๋องจ่ายค่าก่อสร้างบ้านให้ครบหมดทุกอย่างแม้แต่เครื่องเรือนก็ไม่เว้น


            จางอี้หมิงถือว่าเขาไม่ติดหนี้บุญคุณท่านอ๋องเช่นบ้านซุนที่เคยช่วยเหลือครอบครัวในยามทุกข์ยากเพราะท่านอ๋องต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน ในขณะที่บ้านซุนช่วยเหลือด้วยความจริงใจสองพ่อลูกคุยกันไปตลอดทางอย่างสนุกสนานเด็กน้อยเอ่ยท้าทายท่านพ่อให้มาเล่นไล่จับกันแต่ยังไม่ทันที่บิดาจะได้ตอบอะไรเขาก็วิ่งนำไปก่อนถึงสิบเก้า ทำเอาจางอี้เทาต้องวิ่งตามจนเหงื่อซก


            จางอี้หมิงยกยิ้ม วิ่งหน้าตั้งอย่างเบิกบานใจเขาชอบความรู้สึกในตอนนี้เหลือเกิน อยากจะรักษามันเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป


    รอยยิ้มจากครอบครัวที่เคยคิดหามาตลอด...มันดีแบบนี้นี่เอง

    คล้ายกับเรื่องบุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง ที่คุณอ่าน